Archive for 'Workplace >>'
สะดุดเพราะความเรียบ โดดเด่นเพราะความง่าย
October 11th, 2010. Published under Commercial >>, Office Design, Workplace >>. No Comments.
Share post:

ถ้าไม่สังเกตดีๆอาจจะเข้าใจว่าที่นี้เป็นร้านขายสี แต่ที่ต้องสังเกตเพราะว่ามันสะดุด*
Tokushi Tokai Holding บริษัทผู้ผลิตกระดาษบิ๊กเนมของโลกแดนซามูไร ที่กระทำการ rename ตนเองมาเป็น Tokushi Tokai Paper เป็นที่เรียบร้อย นอกจากจะ rename แล้วยังจำเป็นจะต้อง reimage พร้อมๆกันในคราวเดียวให้เป็นที่ประจักษ์ และการรีอิมเมจในครั้งนี้ สถานที่ที่จะรองรับการกระทำชำเราในการ reimage ได้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นสำนักงานใหญ่แห่งองค์กร

มองในมุมของการออกแบบ สารสาระที่ต้องการจะสื่อดูเหมือนจะมิใช่ความยิ่งใหญ่ มิใช่ปริมาณการผลิตที่ได้ส่งขายไปทั่วสาระทิศ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดผ่านเบ้าตาของผู้รับสารอย่างเรา (Audience) ที่ไอเดียถูกขยี้ผ่านใส้ติ่งความคิดของ Hiromura Design Office ดีไซน์เนอร์ที่ออกแบบ เหมือนกับจะบอกและตอกย้ำให้เก็ทถึงความมีศักยภาพขององค์กรในเรื่องของ เทคโนโลยี ความทันสมัย

แถบสีที่หลากหลายในวาไรตี้ โทนสีที่ค่อนข้างจะครบครันไปทุกเฉด pantone ที่ตกแต่งบนผนังสีขาวเนียน ประกอบกับสีของพื้นที่ตกแต่งดำสนิทกฤษณา ยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงความโดดเด่น ในเรื่องของการเป็นผู้นำการผลิตกระดาษที่เราทำได้ทุกสี และตรงนี้เอง คือ อิมแพคที่สำคัญที่สุดสำหรับงานออกแบบสำนักงานแห่งนี้ — เรียบง่าย ตรงไปตรงมา
และแล้วในความเรียบง่ายก็ทำให้ผมเดินสะดุด(อีกแล้ว)…จนได้
——————————————————————————–
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
*แม้เพียงแผ่นกระดาษที่แสนราบเรียบก็ยังทำให้เราลื่นล้มหรือสะดุดได้
ข้อมูล :
http://www.corporateinformation.com/Company-Snapshot.aspx?cusip=C392D8D00
http://snow-mag.com/2010/08/new-tokushu-tokai-paper-headquarters-interior/
http://investing.businessweek.com/research/stocks/snapshot/snapshot.asp?ticker=3708:JP
Share post:
หกด้าน..สามมิติ
September 26th, 2008. Published under Commercial >>, Designer >>, Designer 's Experience, Workplace >>. 1 Comment.
Share post:
photo by michael shakes
บนชั้น 25 ของ Emporium Suit เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ผมแวะเข้าไปคุยกับเพื่อนซึ่งเป็นผู้รับเหมาคนหนึ่ง หลังจากผมเสร็จธุระที่ชั้น 13 ของตึกเดียวกัน
ไซต์งานนี้กำลังเร่งมือทำงานกันเต็มที่ ไม่มีใครอยากเสียเวลาหันมามองหน้าหรือเสวนากันด้วยซ้ำ หน้าตาช่างแต่ละคนเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ .. ตกใจครับ..! นึกว่า “ช่วงช่วง” กับ “หลินฮุ่ย” แอบหนีมารับจ๊อบไซด์ไลน์ที่กรุงเทพฯ
บอกกับเพื่อน(ในใจ)ว่า .. อืมม โชคดีนะ(มึง) ไซต์นี้เปิดแอร์ทำงานได้ ไม่งั้นน้องหมีมึง ศูนย์พันธุ์แน่ .. (ฮา)
อะไรคือสาเหตุ !??! – ทำไมต้องอดหลับ-อดนอนกันขนาดนั้น
ผมคุยกับเพื่อนก็ถึงได้เข้าใจประเด็นเร่งด่วนแบบนี้ จากเดิมตาม Works Schedule สบายครับ..ไม่มีปัญหา แต่ที่ต้องวิ่งเป็นไฟลนก้นนั้น ขออธิบายให้ฟังคร่าวๆก่อนนะครับสำหรับบางท่านอาจจะยังนึกภาพไม่ออก ปกติเวลาไซต์งานตาม Office Building ส่วนใหญ่จะให้ทำงานเฉพาะช่วงกลางคืน (18.00-6.00) เนื่องจากช่วงกลางวัน เสียง กลิ่น ฝุ่นละออง จะรบกวนออฟฟิสข้างเคียง
ไม่เป็นไร ไม่มีปัญหา เข้าใจดี ข้อกำหนดของไซต์งานแบบนี้เจออยู่บ่อยๆ – (มันคิดก่อนเริ่มงาน)
ใช่ครับ! จะเป็นพระเอกทั้งทีกว่าจะกอดนางเอกได้ก็ต้องมีอุปสรรค ภายหลังจากเซ็นสัญญา นัดวันส่งมอบงานเรียบร้อย และทุกอย่างได้เตรียมพร้อมตามแผน — พร้อมลุย
เจ้าหน้าอาคารแจ้งให้ทราบภายหลังว่า ชั้นบน(26)ของไซต์งานนี้(25) เป็นโรงแรม เพราะฉะนั้นอนุญาติให้ทำงานที่มีเสียง กลิ่น และฝุ่นได้เฉพาะช่วงเวลา 18.00 – 20.00 น. เท่านั้น (2ชม./วัน) หลังจากนั้นต้องเบาๆ
ซวยละสิ..!! สัญญาก็เซ็นแล้ว แรงงานและวัสดุก็เตรียมแล้ว – ทุกอย่างจะต้องกลับไปเริ่มต้นที่จุดสตาร์ทใหม่
และ แต่ ”เปลี่ยนวิธีวิ่ง”
ประสบการณ์แบบนี้เป็น Case Study ให้ผมได้เรียนรู้เป็นอย่างดีในเรื่องการ “เคลียร์พื้นที่” เพื่อ “วางแผนงาน”
เคลียร์อย่างไรจะได้ไม่พลาดเป้า !!
Case นี้ทำให้ผมเห็นภาพของถึง “ลูกเต๋า” คือ “ต้องมองให้เคลียร์ให้ครบทั้ง ‘หก’ ด้าน - และ ‘สาม’ มิติ” คือ บน-ล่าง-ซ้าย-ขวา-หน้า-หลัง
..0–0..
ก่อนกลับออกมา ผมก็ได้แต่ปลอบมันว่า “เหอะๆ..ขอบใจนะเพื่อน … ’ความลำบาก’ ของมึง คือ ‘แสงสว่าง’..ของกู” (ฮา)
Enjoy Youself With Your Design
**ปล. ลูกเต๋ามันมี ‘หก’(ด้าน) แต่เราจะเห็นแค่ ‘ห้า’(ด้าน) เท่านั้น..ถ้าเราไม่เคยคิดจะพลิกอีกด้าน(ล่าง) ขึ้นมาดู
—————————————————-
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Share post:
โน้ตบุ๊กรักษ์โลก
September 9th, 2008. Published under Blogger Invitation, Commercial >>, Designer >>, Equipment >>, News >>, Product Design, Shopping Guide >>, Workplace >>. 1 Comment.
Share post:
เดี๋ยวนี้เรามักจะเห็นหน่วยงาน หรือ องค์กรทั้งหลายหันมาใส่ใจกับกระแส “ลดโลกร้อน” กันนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก การรณรงค์ให้ช่วยกันปลูกป่า หรือ ช่วยกันประหยัดพลังงาน เพื่อให้โลกเกือบกลมใบนี้ของพวกเราทุกคนสามารถดำรงอยู่ได้ตามวัฏจักรตามธรรมชาติให้ได้นานที่สุด ซึ่งไม่เว้นแม้แต่เรื่องเทคโนโลยีและการออกแบบต่างๆก็ต่างมุ่งเน้นไปในทิศทางนี้เช่นกัน
เนื่องจากเรากำลังมองหา “โน้ตบุ๊ก” เครื่องใหม่มาใช้ และแน่นอนว่าต้องเป็นแบบประหยัดพลังงาน ก็เลยบังเอิญได้เข้าไปท่องในเวปไซด์ที่กล่าวถึง JAPAN Good Design Award โดยมีผลิตภัณฑ์จาก 15 บริษัทที่ได้รับรางวัล และถูกนำไปแสดงในงาน JAPAN DESIGN 2008 INNOVATION ซึ่งจัดที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมาค่ะ
พอลองเข้าไปดูผลงานออกแบบจากบริษัทชื่อดังต่างๆจากญี่ปุ่น พลันก็ไปสะดุดกับโน้ตบุ๊กครุ่นหนึ่งเข้า ซึ่งในหมู่ผู้ใช้โน้ตบุ๊กนั้นทราบกันดีว่า ผลิตภัณฑ์ของบริษัทดังกล่าวมีคุณภาพดี และมีความคงทนมากที่สุดรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งได้แก่ ผลิตภัณฑ์จาก บริษัทิ ฟูจิตสึ นั่นเอง
โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ได้ชื่อว่า “วู้ด เชลล์ (Wood Shell)” ค่ะ เนื่องจากกรอบและตัวเครื่องทำด้วยวัสดุชีวภาพ ได้แก่ ไม้ซีดาร์ (forest-thinned cedar) และ พลาสติกที่ย่อยสลายได้ง่ายด้วยกระบวนการทางชีวภาพ วัสดุเหล่านี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากผู้ผลิตสามารถลดการใช้พลาสติกจากปิโตรเคมี (petrochemical-based materials) ลง ซึ่งก็ทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการต่างๆสู่บรรยากาศโลกลดน้อยลงด้วย
ภายใต้แนวคิดการออกแบบโดยใช้ นวัตกรรมลดโลกร้อน ในช่วงเริ่มต้นฟูจิตสึ พัฒนาพลาสติกชีวภาพซึ่งทำมาจากข้าวโพด สำหรับใช้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี และได้ทำการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้พลาสติกชีวภาพในคอมพิวเตอร์
ซึ่งโน้ตบุ๊ก รุ่น FMV-BIBLO NX95Y/D หรือ รุ่น วู้ด เชลล์ นี้ใช้พลาสติกชีวภาพในการผลิตประมาณ 30% ของวัสดุที่เป็นพลาสติกทั้งหมด และได้เริ่มวางขายแล้วในประเทศญี่ปุ่นแล้ว
หากใครสนใจลองหาซื้อมาใช้กันได้นะคะ จะได้ไม่ตกเทรนด์ ?
——————————————————————–
Contributor : Barby
Posted : MiMD
*ข้อมูลและภาพ : http://www.jidpo.or.jp/
Share post:
ปรารถนาจะเป็นดีไซน์เนอร์ เตรียมตัวเตะฝุ่นไว้ได้เลย
August 11th, 2008. Published under Commercial >>, Designer >>, My Stuff >>, Outing >>, Workplace >>. 10 Comments.
Share post:
วันก่อนมีโอกาสไปเดิน “เตะฝุ่น” มาครับ .. ไปเตะไกลถึงปราจีนฯนู้นนน …
ถือซะว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ออกไป “เตะฝุ่น” นอกสถานที่ (ฟังดู..ยังกับได้ไปสูดอากาศสะอาดๆชายทะเล)
“ทำงาน” ไปด้วย “เตะฝุ่น” ไปด้วย ไม่ได้มีกันทุกอาชีพนะครับแบบนี้ .. ขอบอก :)
ผมมีงานออกแบบสำนักงานสาขาของธนาคารแห่งหนึ่ง (KK-BANK) ที่ปราจีนฯครับ ช่วงระยะเวลาของการออกแบบ-เขียนแบบ และประเมินราคานั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว ต่อไปก็ต้องเป็นหน้าที่หลักของผู้รับเหมาสำหรับงานก่อสร้าง เพื่อให้ถูกต้องตามแบบและเสร็จทันตามกำหนดเวลา (ก่อนรับตังส์..ฮึฮึ)
ออกแบบ-เขียนแบบ ผ่านไปแล้ว แล้วดีไซน์เนอร์มาเจือกอาไร .. แถวนี้ !??!
ไม่ได้มา “เจือก” หรือทำตัวเกะกะอะไรดอกครับ แต่มาทำงาน เพราะ “ภาระกิจยังไม่เสร็จสิ้น” หน้าที่และความรับผิดชอบอีกอย่างของดีไซน์เนอร์ที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ คือการช่วยให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาที่มีผลเกี่ยวข้องกับการออกแบบในระหว่างขั้นตอนงานก่อสร้าง
ในขณะที่งานระบบไฟฟ้า ประปาต่างๆ กำลังรวมมิตรปาร์ตี้เดินท่อร้อยสายกันฝุ่นตลบอยู่ ช่างกระเบื้องก็กำลังสกัดพื้นเก่าเพื่อปูกระเบื้องแผ่นใหม่ ในขณะเดียวกันกับช่างฝ้าก็ปีนบันไดพร้อมกับควงสว่านไฟฟ้าเจาะพื้นคอนกรีตเพื่อยึดโครงสำหรับแขวนฝ้า ช่างไม้ก็ตะโกนบอกลูกน้องให้เตรียมตั้งใบเลื่อยได้แล้วเดี๋ยวต้องเตรียมตัด เอ็มดีเอฟ เพื่อเบิ้ลผนังด้านหลังเคาน์เตอร์ (Teller) และอีกหลายๆช่างดุแล้ววุ่นวาย กันฝุ่นตะหลบตะหลิวกันพอดู
ฝากถึงน้องๆหลายคนที่มีความฝันและอยากจะทำงานด้าน Interior Design รวมทั้งที่กำลังร่ำเรียนกันอย่างหามรุ่ง-หามค่ำกันอยู่ขณะนี้ นี้คือภาพอีกด้านหนึ่งที่คุณๆยังไม่เคยเห็นและเคยสัมผัส เพราะในภาพแสงสีเสียงและบรรยากาศหน้าไซท์งานแบบนี้ รวมทั้ง “ฝุ่น” ที่จะให้คุณ “เตะ” เล่นนั้น ไม่มีให้คุณได้รำคาญเนื้อรำคาญตัวแน่ๆที่ในมหาวิทยาลัย
“คลุกคลีและแวดล้อมไปกับของสวยๆงามๆ นั่งทำงานในห้องแอร์เย็นฉ่ำ รับเงินเดือนเยอะๆ” เหล่านี้คือภาพเก่าๆ “อีกด้าน” ที่ยังมีจริงอยู่(บ้าง) แต่ว่าภาพ ”อีกด้าน” ที่พูดถึงไปในย่อหน้าด้านบนนั้น มันคือ “ของตาย” ที่ยังไงยังไงคุณก็ต้องทำไปพร้อมๆกัน
เล่าสู่น้องๆฟังกันนะจ๊ะ หาก “รัก(ออกแบบ)จริง~~หวังแต่ง(กับงาน)” กันแบบไม่หลอกลวง(ใจตัวเอง)
ก็ลุยโลด ..!!
ทำได้ — หรือทำไม่ได้ อยู่ที่ Passion ในตัวคุณ
เลือกเอาเองว่า อยากจะเดินเตะฝุ่นที่ “ไซต์งาน” หรือ “ข้างถนน”
——————————————
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Share post:
Wallpaper เปลี่ยนสีได้ตามใจคุณ
May 28th, 2008. Published under City Living >>, Livingplace >>, Material, Shopping Guide >>, Workplace >>. 1 Comment.
Share post:

เรื่องจริงที่ ”ไม่ได้โม้” ไม่ต้องมีพิธีกรรม ไม่ต้องมาท่องคาถา หรือมีดารามาโฆษณาประกอบ เพียงแค่คุณมีไอเดียสนุกๆ และกล้าที่จะลุกขึ้นมาป้ายสีใส่ผนังมันส์ๆ
เชื่อว่าหลายๆคน(รวมทั้งตัวผมเองด้วย) เวลาที่จะออกแบบตกแต่งบ้าน หรือออฟฟิส คงจะเคยเจอปัญหาในการที่จะตัดสินใจเลือกใช้ wallpaper สำหรับจะตกแต่งผนังกันอยู่บ้างเหมือนกัน
wallpaper ที่เราเลือกบางทีมันก็ตัดสินใจเลือกลำบาก ไม่รู้จะเอาอย่างไหนดี ทั้งที่มีตามแคตตาล็อคให้เลือกอย่างมากมายหลายยี่ห้อ “บางทีก็ชอบสี แต่ไม่ชอบลาย” แต่บางอัน “ชอบลาย แต่ก็ไม่ชอบสี”
มี wallpaper อีกรูปแบบหนึ่งอยากจะกระจายไอเดียเล่าสู่กันฟังครับ จริงๆแล้ว Wallpaper รุ่นนี้เท่าที่ทราบ มันมีมาขายในบ้านเราซักสามสี่ปีเห็นจะได้แล้วล่ะ โดยทาง BWP : Bangkok Wall นำเข้ามาขาย ผมก็เคยใช้ตกแต่งบ้าน ออฟฟิส และคอนโดฯให้กับลูกค้ามาบ้างเหมือนกัน
“WALLTON” เป็นชื่อรุ่นและ Series ของเค้าครับ หากคุณมีปัญหาในการเลือกและตัดสินใจกับการเลือก wallpaper ตามที่ผมเกริ่นมาตั้งแต่ต้นแล้วละก็ งั้นเราลองมาดูลักษณะเด่นของ wallpaper รุ่นนี้กันครับ
~ มีลวดลลายนูนต่ำอยู่ในตัว ไม่ได้เรียบแบนเหมือนไม้กระดานหรือ wallpaper ทั่วๆไป
~ มี Texture ผิวสัมผัสที่แตกต่างตามลวดลาย
~ มีลวดลายให้เลือกหลากหลาย ทั้งลายธรรมชาติ เรขาคณิต กราฟฟิค เลียนแบบพื้นผิวธรรมชาติ
~ เป็น wallpaper แบบ “หลังกระดาษ” (ปกติโดยทั่วไป wallpaper จะมี Backing อยู่ 2 แบบ คือ แบบหลังเป็นกระดาษ และแบบหลังเป็นไวนิล)
~ สามารถทาสี พ่นสี ระบายสี ปัดผงสี ใช้ลูกกลิ้ง ปิดทอง ลงบน wallpaper นี้ได้ครับ
โดยเฉพาะข้อแรกและข้อสุดท้าย มันท้าทายให้ผมอยากลองเลือกใช้มันมากครับ หลังจากที่เราเลือกลวดลายและลักษณะของพื้นผิวให้เข้ากับคอนเซ็ปของงานออกแบบได้แล้วนี้ คราวนี้ก็เป็นหน้าที่ของการเลือกสีสัน ที่เราชอบและเหมาะสมกับบรรยากาศของห้องได้ตามสะดวก แล้วเดินเข้าไปที่ร้านขายสีแถวบ้านหรือที่โฮมโปรตามแต่สะดวก เขาจะมี “Pantone Color” ให้เราเลือกจิ้มเอาตามสะดวก จะเอาสีเบอร์(สีมาตรฐาน) หรือจะเลือกสีสั่งพิเศษเขาก็ใช้เครื่องผสมให้เราเดี๋ยวนั้นได้เลยครับ
เสร็จแล้วเราจะเอามา กลิ้ง พ่น ทา ก็แล้วแต่ใจปรารถนาและจินตนาการที่มี หากเกิดอาการเบื่อสี(เดิม)ขึ้นมาเมื่อใด หรืออยากจะมีกิ๊กกับสีใหม่ๆบ้าง ก็ละเลงสีทับลงไปใหม่ได้เลย
Enjoy Yourself With Your Design :)
________________________________
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ-ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
ภาพประกอบ : decorwp
Share post:
ความยาก ความสนุก ความสุขที่มองไม่เห็น
April 10th, 2008. Published under Commercial >>, Designer >>, My Stuff >>, Workplace >>. 3 Comments.
Share post:
ช่วงเวลาแบบนี้ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ “ยากมาก” มันเป็นช่วงเวลา “ช่วงหนึ่ง” ของงานออกแบบ … ปัญหาและหน้าที่อีกอย่างที่ดีไซน์เนอร์ต้องพบเจอ ช่วงเวลาแบบนี้จะคอยตั้งท่าทักทายกันเสียทุกครั้ง และที่คิดว่าจะหลบตัวหนีหน้ามันซะ ก็มิอาจที่จะสามารถทำได้หรอกเจ้า.!! … แม้จะพยายามพรางตัวด้วยหมวกแก็ปสีแสบเท่ห์ สวมแว่นตาอันโตที่มีโลโก้อ่านออกเสียงเป็นภาษาอิตาเลี่ยนก็ตาม เพราะมันเป็น “ส่วนสำคัญที่ต้องจัดการอย่างที่หลีกเลี่ยงมิได้”
การออกแบบ สำนักงาน ออฟฟิส ธนาคาร ต่างๆ หรือที่เรียกเหมารวมกันว่า “ที่ทำงาน” (Work Place) จากประสบการณ์การออกแบบที่ผ่านมา และปัจจุบันก็กำลังทักทายและเสวนากับมันอยู่ในขณะนี้ ถือได้ว่า ”การทำแปลนนิ่ง” (Planning) คือช่วงเวลาที่ “ยากและใช้เวลามากถึงมากที่สุด” ก็ว่าได้ในการออกแบบสำนักงาน
MiMD นั่งใช้เวลากับมันอยู่หลายวันพอดู ขนาดของ “พื้นที่” ในแต่ละแผนกและ “จำนวนพนักงาน” ที่จะต้องให้ลงตัวพอเหมาะพอดี “ความต่อเนื่องของการประสาน” ของแผนกแต่ละแผนก การจัดโซนนิ่งส่วน ”พับลิค” (Public) - “กึ่งพับลิค” (Semi-Public) - “ส่วนตัว” (Private) รวมถึงงานระบบไฟฟ้า ไอที ต่างๆต้องสอดคล้องและสะดวกกับการใช้งานเป็นสำคัญ ขนาดของเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะทำงาน เก้าอี้ แฟกซ์ พริ้นเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร จุกจิกเหล่านี้ ที่ไม่มีไม่ได้ จะจัดวางอย่างไรให้ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่สะดวกและรวดเร็วกับการใช้งาน
“ฟังก์ชั่น” (Function) ล้วนๆ ต้องให้เกียรติและคิดถึงก่อนเสมอในหัวสมองในขณะที่คิดและ “ออกแบบสำนักงาน” ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของงาน ตกแต่ง ดีไซน์ ความสวย ความงาม วิธีการก่อสร้าง งบประมาณ ตามกันไปติดๆอย่าทิ้งให้ห่างเป็นอันขาด …

ยิ่งขนาดพื้นที่ใหญ่เท่าใด ความซับซ้อนขององค์กรณ์เยอะเท่าใด ออร์กาไนเซชั่นของแต่ละฝ่ายแต่ละแผนกเกี่ยวพันข้ามไปข้ามมามากเท่าใด ความยุ่งและความยากก็มักจะตามมาเสมอๆ

……..
แต่มันก็มีอยู่บางอย่าง …. ”มันเป็นบางอย่างที่มองไม่เห็น” ยิ่ง “ยาก” ก็ยิ่ง “สนุก” มันเป็นความสนุก “สนุกที่ได้คิด” ถึงจะ “มองไม่เห็น” แต่สนุกได้.! แม้ว่าจะต้องรบกวน “พาราเซตามอล” ซักเม็ดสองเม็ดบ้างในบางครั้งบางคราว
……..
ถ้ารู้สึกหรือยังนึกไม่ออกว่า ในความยากนั้นมีความสนุกที่มองไม่เห็นอยู่ด้วยนั้นเป็นอย่างไร.!?! คุณๆลองหลับตาแล้วนึกถึงตอนที่เราเป็นเด็กดูซิครับว่า มันสนุกและฮาขนาดไหน .. กับเกมส์ ” ปิดตาตีหม้อ “
…….
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ-ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Share post:
Turn Key ออกแบบตกแต่งภายใน
April 1st, 2008. Published under Commercial >>, My Stuff >>, Workplace >>. 1 Comment.
Share post:
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณสามสัปดาห์ที่แล้ว – ๖ โมงเช้าเป็นเวลาที่ตกลงกันไว้ว่า เราจะเริ่มเดินทางออกจากกรุงเทพฯกัน ยังแปลกใจอยู่เหมือนกันในตอนแรกว่า “ทำไมต้องนัดกันเช้าขนาดนี้เลยหรือ?” เพราะมันจะเป็นวันที่ต้องตื่นเช้ากว่าปกติของทุกๆวัน เป้าหมายที่เราจะไปอยู่ทางทิศตะวันออกของกรุงเทพฯ….ใช่แล้วครับ ”ปราจีนบุรี”
การเข้า “สำรวจและวัดพื้นที่” เป็นภาระกิจแรกของดีไซน์เนอร์ในการออกแบบ นอกจากตรวจวัดสถานที่แล้ว เรายังต้องไปพบกับ Project Manager ของทาง Owner ผู้ที่ดูแลโครงการนี้ด้วยครับ
“ธนาคารเกียรตินาคิน” สาขาปราจีนบุรี เป็นโปรเจ็คที่เราทำงานในลักษณะรูปแบบของงาน “เทิร์นคีย์” (Turn Key)
ถามว่า “เทิร์นคีย์” คืออะไร ขออนุญาติตอบให้หายฉงนสนเท่ห์ว่า “ปกติ“แล้วในงานตกแต่งภายในจะประกอบไปด้วยเนื้องานหลักๆอยู่สองส่วนด้วยกัน
ส่วนแรก – คือส่วนของงาน “ออกแบบ” (Design) “เขียนแบบ” (Drafting) โดย “อินทีเรีย ดีไซน์เนอร์” (Interior Designer)
ส่วนสอง – คือส่วนของงาน “ก่อสร้าง” (Construction) โดย “ผู้รับเหมา” (Contractor)
โดยทั้งสองส่วนนั้นจะรับผิดชอบตามสัมมาอาชีพ บริการของแต่ละคนไป คนละ Contract “ไม่เกี่ยวกัน” แต่จะคอยประสานงานและช่วยแก้ปัญหาในเนื้องานจนกว่างานนั้นๆ จะแล้วเสร็จสมบูรณ์และส่งมอบงานแก่เจ้าของ
แต่..!! ส่วนลักษณะของงาน “เทิร์นคีย์” (Turn Key) นั้นจะเป็นการรวมเอาทั้งสองส่วนนั้นมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว (2 in 1) เป็น “Contract เดียวกัน” ทำให้ทำงานง่ายขึ้น ไม่ต้องประสานกันหลายปาร์ตี้ให้ยุ่งยากและเสียเวลา เหมาะสมกับงานประเภทที่มีเวลาในการก่อสร้างที่จำกัด แต่ควรจะต้องมีความั่นใจในคุณภาพและผลงานของทีมเทิร์นคีย์กันบ้างพอสมควร
แต่ไม่ว่าจะเป็นการทำงานให้บริการในแบบวิธีไหนก็ตาม ก็ย่อมมีทั้ง “ข้อดี” และ “ข้อด้อย” ด้วยกันทั้งนั้น แล้วจะค่อยๆทะยอยเล่าสู่กันฟัง ในคราวต่อๆไปกันนะครับ.
……
Author : mimd : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Share post:
วาบความคิด ระหว่างรอฟังผล
March 27th, 2008. Published under My Stuff >>, Workplace >>. 2 Comments.
Share post:

สี่โมงเย็นเมื่อวาน mimd นั่งรอเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับ present อยู่หน้าห้องประชุม 5A บนชั้น 5 อาคารทิสโก้ทาวน์เวอร์ แถวสาธร – ระหว่างนั้นก็คิดทบทวนอยู่ในใจว่าเราจะ present อย่างไรบ้าง เน้นตรงไหนบ้าง ส่วนไหนบ้างที่ลืมไม่ได้ และใช้อธิบายอย่างไร ให้เห็นภาพและโน้มน้าว ให้คณะกรรมการตัดสินการออกแบบ Get ideas อย่างที่เราเตรียมมาและตั้งใจไว้
Presentation อันนี้ล่ะ…ที่มีส่วนสำคัญเอามากๆ อย่างหนึ่งของงานดีไซน์ ดีไซน์เนอร์ทุกคนต้องมีทักษะ และวิธีการ สามารถที่จะถ่ายทอด เรื่องราว แนวความคิด ที่เป็นนามธรรม ภาพความคิดในอากาศ ออกมาเป็นภาพที่สามารถมองเห็น เป็นจริง เชื่อ และจับต้องได้
การประเมิน และคาดคะเน ถึงความเข้าใจในเรื่องงานออกแบบ ไอเดีย หรือแม้กระทั้งความชอบ รสนิยมส่วนตัวของลูกค้านั้นๆ เป็นสิ่งแรกๆในการคำนึงถึง ในการหมายมั่นปั่นหม้อ เอาไว้ว่า “ตูจะเอางานนี้มาให้ได้” เรื่องเหล่านี้จะเรียนรู้และหาอ่านจากฝาผนังห้องน้ำในปั๊ม Jet ก็ไม่มี หรือ ถุงกล้วยแขกแถวบ้านก็ไม่ได้แน่นอน
การประเมินความคาดหวังและความต้องการของลูกค้า ก็ไม่เหมือนกับการแทงหวยเช่นกัน ลูกค้าไม่ได้มาเข้าฝันเพื่อจะบอกอะไรบางอย่าง หรือหลวงพ่อ “วัดโครตเฮงวนาราม” ก็ไม่ได้นั่งหลับตา พึมพัม..พึมพัม เพื่อขอบริจาค ค่าน้ำ ค่าไฟ บำรุงกุฏฏิติดแอร์ของท่าน เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ อยู่บนพื้นฐาน(Base On) ของความเป็นจริง (mimd เชื่ออย่างนั้น)
ตรงกันข้ามกับการขายดีไซน์ และไอเดีย ของดีไซน์เนอร์ ทุกอย่างถูกกำหนดมาจากพื้นฐานความเป็นจริงแล้วเสริมจินตนาการเข้าไป แม้แต่ “ความน่าจะเป็น” ก็ต้องยืนเต็มอยู่บนสองเท้าของพื้นฐานตรงนั้น..ครือๆกัน
“การสังเกตเพื่อที่จะเรียนรู้” และ “ประสบการณ์จริง” เท่านั้นครับถึงจะบอกและสอนเรา(ดีไซน์เนอร์)ได้.
……..
Author : mimd บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Share post:
The Final Countdown
March 25th, 2008. Published under Commercial >>, My Stuff >>, Workplace >>. 4 Comments.
Share post:
พึ่งประกาศผลผ่านไปหมาดๆกับโปรเจ็ค “ประกวดออกแบบตกแต่งภายใน” สนามฟุตบอล สำนักงานของธนาคารแห่งหนึ่งที่มีชื่อขึ้นต้นด้วยตัว “T” บนพื้นที่ของ Office Building กว่า 5,000 ตร.ม. ริมถนนรัชดาฯ
เราผ่านรอบแรกและรอบรองมาแล้วครับ เมื่อบ่ายแก่ๆของวานนี้ mimd พึ่งได้รับโทรศัพท์แจ้งผลการพิจารณา และเชิญเข้าไป Presentation ในวันพุธนี้กับกรรมการอีกครั้งในรอบตัดสินครับ คงต้องเตรียมตัวกันอีกยกใหญ่ กับการพรีเซ้นท์งานในวันพุธนี้ (Final)
ผ่านมาถึงรอบนี้แล้ว ความภูมิใจ และมั่นใจ มันยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม ขึ้นเวทีมาจนถึงยกนี้แล้ว ใยเล่าจะยอมกลับลงไปมือเปล่า! …โอมม..เพี้ยง!!!
……….
Author : mimd [บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์]
บทความที่เกี่ยวข้อง : สังเวียนนี้ใหญ่พอๆกับสนามฟุตบอล : 5 Important For Design concept : Google Earth กิ๊กใหม่ของ MIMD
Share post:
“ออฟฟิส ติดล้อ” (Mobile Office)
March 11th, 2008. Published under Designer >>, Furniture >>, Workplace >>. No Comments.
Share post:

บ้างครั้งที่มอง บ้างมุมที่เห็น บางทีที่ดู ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่ามันเหมือนตัวอะไรหนอ !!?? แต่เท่าที่ดูจากชื่อ “โกลบัส (GLOBUS)” ก็พอจะเข้าใจ(เอาเอง)ว่า Michiel van der Kley ดีไซน์เนอร์เจ้าของผลงานหน้าตาประหลาดๆอันนี้ น่าจะกำลังคิด จินตนาการ วาดภาพในอวกาศที่ไหนซักแห่ง แล้วมองย้อนกลับมายัง “โลก” (Global) และค่อยๆเห็นภาพวัตถุบางอย่าง ชัดขึ้น ชัดขึ้น เรื่อยๆ มันเคลื่อนที่ได้ ใกล้เข้าไปอีก(ยังคงจินตนาการอยู่)….ใช่แล้วครับ ! มันคือ…มันคือ
อ่านต่อและเข้าไปดูกันใกล้ๆครับ >>
……….
Author : mimd (บล็อก(รอ)เก้อ-ดีไซน์เนอร์-ออนไลน์)
Share post:
ออกแบบสำนักงานสีเขียว “Green Office” (๒)
March 6th, 2008. Published under Tips & Trics >>, Workplace >>. No Comments.
Share post:

ค้างคาไว้กับ บทความที่แล้ว คราวนี้มาว่ากันต่อ และลงในรายละเอียดเข้าไปอีกที ว่าเราจะนำมาใช้และออกแบบภายใน GREEN OFFICE ได้อย่างไรบ้าง
ในความคิดเห็นของ mimd คงมองและให้ความสำคัญเหมือนกับคุณๆว่า จริงๆแล้วเราควรจะให้ความสำคัญกันตั้งแต่โรงงานที่ผลิตกันเลย คือตั้งแต่ขบวนการผลิต ความรับผิดชอบที่มีผลกระทบกับสภาพแวดล้อม ผู้ผลิตวัสดุตกแต่งรายใดที่ละเลยเรื่องแบบนี้อย่าไปเลือกใช้(มัน) หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีตรารับรองจาก ENERGY STAR ก็ได้
……….
เราสามารถที่จะจัดการกับการออกแบบออฟฟิสสีเขียวกันได้อย่างไรบ้าง มาลองดูตัวอย่างกันครับ
- การเปิดช่องแสงของอาคารให้มากขึ้นกว่าปกติเพื่อจะได้ใช้ของฟรีจากแสงธรรมชาติ เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าภายในออฟฟิสให้น้อยลง
- การออกแบบแสงสว่างภายใน เราอาจจะลดจำนวนดวงโคมและกำหนดให้แสงสว่างให้น้อยกว่ามาตรฐานทั่วไป แต่จะเลือกใช้โคมไฟตั้งโต๊ะแทน สำหรับใช้เปิด-ปิดตามการใช้งานจริง เปิดเฉพาะบริเวณที่ใช้งาน และปิดในส่วนที่ไม่ได้ใช้งาน
- การติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหว เพื่อเปิด-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า ในส่วนที่เป็นพื้นที่การใช้งานร่วมกัน เช่น ห้องประชุม แพนทรี ห้องเก็บเอกสาร หรือจะเป็นส่วนอื่นๆแล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละออฟฟิส
- การนำฉนวนกันความร้อนมาใช้ติดตั้งกับฝ้าเพดาน และผนังอาคารที่กระทบกับความร้อนโดยตรง
- การออกแบบให้มี “ห้องประชุมแบบเอ๊าท์ดอร์” (OutDoor Meeting) ไว้ในสวนพักผ่อนของออฟสิส เพื่อลดการใช้ไฟฟ้า และเครื่องปรับอากาศ และเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศของการประชุมที่ไม่เป็นทางการนัก
- เลือกใช้จอคอมพิวเตอร์แบบ LCD แทนการใช้จอแบบ CRT เพื่อประหยัดพลังงาน
- แม้กระทั่งอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน ก็เลือกใช้แบบ “รีฟิล” (Refil) เพื่อลดปริมาณขยะ
*สรุปว่าเป้าหมายปลายทางทั้งหมดทั้งสิ้นของคอนเซ็บ GREEN OFFICE ก็คือการ
“ลดปริมาณการและควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ให้น้อยที่สุด“
……..
Enjoy YourSelf With Your Design
Author : mimd
Share post:
ออกแบบสำนักงานสีเขียว “Green Office”
March 4th, 2008. Published under Tips & Trics >>, Workplace >>. No Comments.
Share post:
เรื่องใหญ่(มาก) อีกเรื่องที่กลับมาให้โลกเราต้องพูดถึงอีกครั้งในปีสองปีหลังนี้ คงนี้ไม่พ้นเรื่อง “โลกร้อน” หรือ “โกลบอล วอร์มมิ่ง” แม้กระทั่งในองค์กร สำนักงานต่างๆก็ต้องหันกลับมามอง และสนใจแสดงความรับผิดชอบร่วมกัน น่าชื่นชมสำหรับองค์กร สำนักงานใดๆในโลกนี้ที่กล้าลุกขึ้นยืน ยืดอก พกถุง(กาวเกง) อวดศักดาและเป่าประกาศว่า ต่อไปนี้(ตู)นี้แหละจะจัดการสังคายนาองค์กรเสียใหม่ให้ไฉไล แจ่มแจ๋ว “เขียว” กว่าเดิม
ว่ากันว่า(mimd ก็ว่าด้วยคน) แม้ในงานออกแบบภายใน ก็มีส่วนสำคัญที่จะมีส่วนร่วมกับศึกใหญ่ครั้งนี้เพื่อปกป้องโลกใบนี้ด้วยคน คอนเซ็บวิธีคิดและการนำมาใช้ในการออกแบบออฟฟิสให้เป็น “สำนักงานสีเขียว” (Green Office) นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายๆอย่าง mimd อยากจะยกตัวอย่างบางส่วนของการนำมาใช้ในการออกแบบ เผื่อจะเป็นไอเดียสำหรับคุณๆที่กำลังสนใจจะปรับปรุงออฟฟิสใหม่ให้ หล่อ เท่ห์ ยืดอก คุยกับใครได้อย่างมั่นใจในจิตสำนึกที่ทันสมัยกว่าใครเขา
………..
สูตรนี้มี ๔ R (ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับสูตร ๔ P ของวิชาการตลาด)
R ที่ ๑ – REDUCE คือการลดปริมาณของการใช้พลังงาน การเลืกใช้หลอดไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน เครื่องปรับอากาศเบอร์ห้า
R ที่ ๒ – RECYCLE คือการเลือกใช้วัสดุตกแต่ง ที่สามารถนำกลับไปผ่านขบวนการผลิตเพื่อนำกลับมาใช้ได้ใหม่ได้อีก(หลายๆ)ครั้ง
R ที่ ๓ – REUSED คือการเลือกใช้ วัสดุตกแต่ง หรือเฟอร์นิเจอร์เดิมที่มีอยู่แล้ว มาใส่ตะกร้าล้างน้ำ ขัดสีฉวีวรรณ เสียใหม่ให้ใช้ได้นานๆ
R ที่ ๔ – RETHINKING คือสิ่งที่สำคัญที่สุดใน ๔ R นี้ คือคิดใหม่ ปรับเปลี่ยนทัศนคติให้ความสำคัญเรื่องการใช้ทรัพยากรในสำนักงานอย่างคุ้มค่า คุ้มราคา
“GLOBAL WARMING” เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่ “เรื่องใหม่” แต่มันก็สำคัญพอที่จะเป็น “เรื่องใหญ่” ได้สำหรับเราทุกๆคน
คราวหน้ามาว่ากันต่อ ในรายละเอียดของความ“เขียว” กันครับ

………
EnjoyYourself With Your Design
Author : mimd
Share post:
สังเวียนนี้ใหญ่พอๆกับสนามฟุตบอล
February 26th, 2008. Published under My Stuff >>, Workplace >>. 3 Comments.
Share post:

“OFFICE SPACE“ พื้นที่เกือบๆ 5,000 ตารางเมตร นี่ถ้าเป็น “มวย” … ก็คงเทียบรุ่นต่อยกับ “สนามฟุตบอล” ได้เลยนะ ขนาดก็คงจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับ “This Is Anfield” ของเหล่า The Kop ละมั่ง..?
– ก่อนนี้ “ออฟฟิส สเปส” ที่ทำมาก็ประมาณซัก “กั๊ก”(ครึ่ง) ของสนามบอลได้
“โปรไฟล์” (Profile) ทีส่งไปให้พิจารณาก่อนหน้านี้กระมัง ถึงได้ผ่านการชั่งน้ำหนัก มีสิทธิ์ขึ้นสังเวียนไปฟาดปาก “ประกวดแบบ” บนสังเวียน(ใหญ่) สังเวียนนี้กับเขา (ขอบคุณครับ) –
มีเวลาคิด “DESIGN CONCEPT” ไปชนกับเขาแค่สี่ห้าวัน แล้วพวกที่เอามาชนกับเรานี้ ก็ตัวใหญ่ๆ เป้งๆ ในไทยแลนด์ทั้งนั้น…(mimd รึจะกลัว..!?)
เอา(วะ)..จะเป็น Urban Design หรือ dwp CitySpace วันศุกร์นี้เราเจอกัน
…..
Author : mimd
Share post:
Home Office..จัดให้ดี..เดี๋ยวมีปัญหา!!! (100 Pageviews)
December 25th, 2007. Published under Workplace >>. 4 Comments.
Share post:

Zoning Managment (การจัดพื้นที่ใช้สอย)
Home+Office = HomeOffice <2 in 1>
ถ้าเขียนเป็นสูตร ก็คงจะเป็นอะไรแบบนี้ล่ะครับ คงพอจะนึกภาพกันออก แล้วมาลองแบ่งพื้นที่การใช้สอยกัน หลักๆโดยทั่วไปก็จะแบ่งเป็น 3 ส่วน
1.Public Zone (ส่วนสาธารณะ)
โดยทั่วไปคือส่วนด้านหน้า ที่คนจากภายนอกเข้าถึงได้ 
>>ส่วนต้อนรับ (Information) เป็นส่วนแรกที่เจอ และส่วนหน้าตาของเราก็ว่าได้ จะสวย จะหล่อ เมื่อแรกเจอก็คือส่วนนี้ และให้ข้อมูลต่างๆเมื่อมีแขกมาเยือน จะรับเช็ค วางบิล หรือท้วงหนี้(อันนี้ตัวใครตัวมันนะ..ฮา)
>>ส่วนพักคอย (Waiting Area) เป็นส่วนที่ต่อเนื่องโดยตรง กับส่วนต้อนรับ ควรจัดที่นั่งพักคอยไว้สำหรับผู้มาติดต่อ อาจจะเป็น Indoor หรือ Outdoor ก็แล้วแต่จุดประสงค์ ความสะดวก แต่ละสไตล์ของการตกแต่งครับ หรืออาจออกแบบเป็นโต๊ะประชุมเล็กๆซัก 3-4 ที่ แบบไม่ค่อยซีเรียสนัก เป็นกันเอง

2.Semi Public Zone (กึ่งสาธารณะ)
เป็นส่วนที่เชื่อมต่อเข้ามาจากส่วน Public Zone ใช้สำหรับเป็นส่วนติดต่อ พูดคุย กันระหว่างผู้มาเยือนกับพนักงาน
>>ห้องประชุม (Meeting Room) ควรจะเป็นห้องที่สามารถ เปิด-ปิด ได้โดยสะดวก เพื่อในกรณีที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น เช่นกั้นด้วยผนังกระจกก็ตอบสนองเรื่องความเป็นสัดส่วนได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัด และก็ควรจะเตรียมอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่ใช้ในการประชุม เช่น ไวท์บอร์ด/TV/จอสไลด์ ฯลฯ
>>ส่วนเอนกประสงค์ (Multifunction) เราจะเห็นอยู่บ่อยๆกับการออกแบบตกแต่งออฟฟิสในสมัยนี้ (Modern) ที่ทำเป็นมุมคาเฟ่(Cafe’) เล็กๆ(ที่ไม่มีนักร้อง..พวงมาลัย..ชายแก่..และไม่ได้ปิดตีสอง..ฮา) ไว้รองรับสำหรับลูกค้าและพนักงาน ถ้าเรามีพื้นที่เพียงพอ เราอาจทำเป็นห้องสมุดเพิ่มไปในนั้นเลยก็ได้ หลากหลายประโยชน์ในพื้นที่นั้น ไม่ว่าจะใช้เป็นที่พักผ่อนพูดคุย หาข้อมูล เอาไว้เปลี่ยนบรรยากาศการโต๊ะทำงานบ้าง (แก้ง่วงได้เหมือนกันนะ..!!)
3.Private Zone (ส่วนตัว)
พูดง่ายๆส่วนนี้ก็คือส่วนของพนักงานนั้นเองครับ (Staff Only) ออฟฟิสส่วนใหญ่จะไม่อนุญาติให้ลูกค้าเข้ามาในส่วนนี้ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ (พวกเส้นหมี่ เส้นเล็ก..ยิ่งไม่ต้องพูดถึง..!)
>>ส่วนทำงาน (Working Area) ควรออกแบบให้มีบรรยากาศให้น่าทำงาน ควรใช้ที่ไม่ฉูดฉาดมากนัก เพื่อวร้างบรรยากาศทำงานให้มีสมาธิ และสดชื่น และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างที่ลืมไม่ได้และต้องวางแผนออกแบบไว้ตั้งแต่แรก คือพวกงานระบบที่รองรับเทคโนโลยีต่างๆในการทำงาน และควรเผื่อขยับขยายในอนาคตไว้ด้วยนะครับ เพื่อที่เวลาใช้งานจะได้สะดวกและไม่เกิดปัญหาในการทำงาน…
>>ที่เก็บเอกสาร (File Storage) นับวันยิ่งทำงานนานขึ้น พวกเอกสารก็ยิ่งมากขึ้นตามปริมาณงาน แม้สมัยนี้การจัดเก็บจะเป็น Soft File กันซะส่วนใหญ่แล้วก็จริง แต่ก็ต้องมีไว้บ้าง อย่างน้อยๆก็ต้องหาที่เก็บพวก Server / PABX
>>ส่วนเตรียมอาหาร (Pantry) อาจจะใช้ร่วมกับห้องครัวของส่วนพัหอาศัยด้วยก็ได้ อันนี้เป็น Private Zone อยู่แล้ว อาจจะแค่เพิ่มโต๊ะ เก้าอี้ไว้เผื่อพนักงาน

………………………………………………………………………………………………………………
Tarntip ถาม >> ทำอย่างไรเราจึงจะรู้ว่าเราเหมาะสมกับงานอะไร???*
ประภาส ตอบ >> ทำแล้วเรามีความสุขหนอ..ทำแล้วคนอื่นมีความสุขหนอ!!!*
*ที่มา : “คุยกับประภาส” โดย นายประภาส ชลศรานนท์*
*มติชน หน้า ๑๔ ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒*
………………………………………………………………………………………………………………
Author : mimd
Share post:
“ประกาศยึดอำนาจ” เอาอารมณ์ทำงานกลับคืนมา!
October 17th, 2007. Published under Workplace >>. No Comments.
Share post:
อีกปัญญาที่ไม่ใช่ตัณหา.(ฮา..เอาหน่อยนะ) ซึ่งเกิดจากความปราถนาของความอยาก อยากสุข อยากสบายของคนทำงานที่บ้าน (Home office) เพราะสบายเกินไป ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ที่เป็นเจ้าของเอง และพนักงานของเราเองด้วย….
”เมื่อเกิดความอัตคัด ขาดแคลนซึ่งอารมณ์แห่งการทำงาน ก็เป็นอันว่าเปิดโอกาสและช่องว่างให้ความขี้เกียจ ความเบื่อหน่าย เสมือนการกินอิ่มเกินจนเรอ..เอออ!.(ขออภัย..ถ้าเรอดังไปหน่อยครับ) ได้เห็นช่องว่างและโอกาสที่เข้ามาทดแทน(อารมณ์การทำงาน) ได้อย่างง่ายดาย และยอมแพ้ได้อย่างราบคราบ…..” ผมมี Tips มาเล่าให้ฟัง เผื่อว่าจะชิงพื้นที่อารมณ์ของการอยากทำงานกลับคืนมา
เปรียบได้กับการทำรัฐประหาร ยึดอำนาจทางอารมณ์ในการทำงานของเรา กลับคืนมาอีกครั้ง…”
++ประกาศ++
(ฉบับที่ ๑/๒๕๕๐)
>>แยกพื้นที่ของส่วนพักอาศัย(Home) และส่วนทำงาน(Office) ออกจากกันให้ชัดเจน อาจจะแบ่งกั้นด้วยผนัง ประตูบานเลื่อน หรืออีกหลายๆอย่างแล้วแต่ลักษณะของสถานที่ และ Function การใช้งาน
>>ถ้าในส่วนทำงาน(Office) มีการเปิดต้อนรับลูกค้าอยู่ตลอดเวลา หรือค่อนข้างบ่อยในแต่ละวัน ควรจะแยกทางเข้า-ออก ของทั้งสองส่วนออกจากกัน เช่น ถ้า Office ในส่วนของ Public Zone อยู่ชั้นล่าง และส่วนพักอาศัยอยู่ชั้นบน ก็ควรจะทำบันไดที่สามารถใช้ขึ้นชั้นบนได้โดยตรงเลย เพื่อความเป็นส่วนตัว และไม่อึดอัดเวลาใช้งานพร้อมๆกัน
>>สร้างบรรยากาศให้รู้สึกคึกคัก สดชื่น กระฉับกระเฉง ในส่วนพื้นที่ทำงาน เช่น การทำช่องเปิดรับแสงแดดจากธรรมชาติภายนอกให้ส่องเข้ามาได้บ้าง การเลือกสีทาผนังบางด้านให้เป็นสีที่กระตุ้นความรู้สึกบ้าง เช่น สีเหลือง ส้ม แดง ฯลฯ หรือจะใช้วอลล์เปเปอร์ที่มีลวดลายกราฟฟิคที่ดูเหมือนมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
>>ควรจัดระเบียบเอกสาร อุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ มีชั้นเก็บของและทำป้ายกำกับบอกหมวดหมู่ต่างๆ ให้เรียบร้อย และเป็นระเบียบ เฉพาะงานก็เครียด และยุ่งอยู่แล้วในแต่ละวัน แล้วต้องมาเจอออฟฟิสรกรุงรัง ไม่เป็นระเบียบเข้าไปอีก มีหวังได้ใช้บริการประกันสังคมเพื่อขอยาแก้ปวดมากินเล่นกันเป็นกำๆแน่ๆ..555..55
>>มีมุมเล็กๆเพื่อเปลี่ยนอริยาบถ จากการทำงานได้บ้าง เช่น มุมกาแฟ นิตยสาร ทีวี เพื่อได้มาแลกเปลี่ยนพูดคุยเรื่องไร้สาระกันได้บ้าง
>>ควรปรับเปลี่ยนการตกแต่งเล็กๆน้อยๆ ของออฟฟิสบ้างเป็นครั้งคราวที่ต่างจากเดิม เช่นเปลี่ยนสีผนังใหม่บ้าง เลือกลายวอลล์เปเปอร์ลายใหม่ เปลี่ยนโคมไฟห้องประชุมที่ดูแตกต่งจากของเดิมอย่างสิ้นเชิง หรือว่าจะเปลี่ยนโต๊ะ-เก้าอี้ทำงานใหม่ๆ ทันสมัยขึ้น
>>สุดท้ายแล้วถ้าลองใช้วิธีข้างต้นที่กล่าวมาแล้วยังไม่ได้ผล…แนะนำให้ไปค้นหาความสดชื่นใหม่ๆได้ ที่นี้ครับ (ฮ่าฮ่า…. ฮา)
….+ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐+…
ผู้ประกาศ : mimd + interiorsiam
“โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง”!!!
…………………………………………………………………..
+เรื่องที่เกี่ยวข้อง+
>> HomeOffice การจัดพื้นที่ใช้สอย (1)
>> HomeOffice การจัดพื้นที่ใช้สอย (2)


