Archive for 'Tips & Trics >>'
เลือกหน้าไหนดี
October 10th, 2008. Published under Livingplace >>, Material, Shopping Guide >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. 8 Comments.
o_0
คราวก่อนโชว์ “แผ่นหลัง” เนียนๆ(เขียน)ไปแล้ว คราวนี้ขอต่อที่ “ผิวหน้า” กันดีกว่า
ผิวหน้าวอลล์เปเปอร์นั้นมีความหลากให้เลือกใช้เหมือนกัน แตกต่างกันที่เครื่องปรุงและส่วนผสม พูดง่ายๆก็คือ ‘วัสดุที่ผลิต’ นั้นเอง
ผมลองนั่งนึกและนับดูว่าวอลล์เปเปอร์ที่เราใช้กันส่วนใหญ่นั้นมันมีอะไรและแบบไหนบ้าง เราลองมาดูกันซิว่ามันมี “หน้า”แบบไหนให้เราเลือกบ้าง
หน้าบาง l หน้าแบบนี้มีเยอะครับ — “หน้ากระดาษ” ทั้งรูปแบบ ลวยลาย จับจ่ายสบายกระเป๋า นี้คือข้อได้เปรียบสำหรับหน้าแบบนี้ ข้อเสียเปรียบก็คือ ความอดทน(มีนิด) ความอึด(มีน้อย) ผิวบอบบาง(บ้าง) อาจจะต้องเลือกเอาไปใช้ในที่เบามือเบาไม้กันซักหน่อย
หน้ามัน l หน้ามันอันนี้ไม่ได้เป็นสาเหตุทีทำให้เกิดสิวได้ แต่หน้ามันแบบนี้ของวอลล์เปเปอร์นั้นเป็น “หน้าไวนิล” เคลือบผิวป้องกันทับลงไปอีกทีให้วอลล์เปเปอร์ด้วยฟิล์มพลาสติกบางๆ เปรียบได้ดั่งการเสริมมอยเจอร์ไรเซอร์ และทาซันบล็อคเพื่อปกป้องให้ผิว วอลล์เปเปอร์แบบนี้จะเริ่มพอมี Texture พื้นผิวสัมผัส นูนต่ำ ริ้วร่อง ให้เรารู้สึกได้หลังการลูบไหล้
หน้าใหญ่ l หน้านี้ออกแนวหรูขึ้นครับ ใช้แล้วรู้สึก Proudly (หน้าใหญ่)ได้ – “หน้าผ้า” มีทั้งลวดลายผิวพรรรณที่เกิดจาการพิมพ์และการทอจากเส้นใย รวมถึงผ้าสักหลาดและกำมะยี่ หนานุ่มก็ขึ้นอยู่กับชนิดของเส้นใยหลัก นอกจากจะดูหรูหราราคาไฮโซแล้วยังช่วยในการซับเสียงสะท้อนได้(บ้าง)ด้วยนะ แต่ระวังเรื่องคราบสกปรกนิดหนึ่งเลอะแล้วเอาออกยากฉิบเป๋งงง
หน้าไม้ใส้ระกำ l เออ..แบบนี้ก็เคยเห็น แต่จะเป็นแบบมีเยื้อไม้ไผ่ผสมกับกระดาษหรือพีวีซี ได้ฟีลล์แบบธรรมชาติดี เป็นลายไม้ไผ่สานปิดตามผนังหรือฝ้าเพดาน
หน้าลุ่มๆดอนๆ l คงพอจะนึกภาพกันออกนะครับ กับหน้าแบบนี้ไม่ค่อยจะเรียบเนียนซักเท่าไหร่ออกจะสากๆซะด้วยซ้ำ เช่น “หน้าที่ทำจากแผ่นหนัง(เทียม)” “หน้าเม็ดทราย” ที่ออกแบบมาผสมกันระหว่างวัสดุ 2-3 ชนิดเข้าด้วยกัน ดูดีนะแต่ดูแลยากและราคาแพงเหมือนกัน
ชอบหน้าแบบไหนเลือกได้ตามปรารถนา เลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานเป็นสำคัญ แต่ละอย่างก็มีข้อดีข้อด้อยต่างกันไป
Enjoy Yourself With Your Design
——————————————————
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
**Thank you photo : ghee
: Related posts :
พร็อพ..พอเพียง
October 2nd, 2008. Published under City Living >>, Designer >>, Designer 's Experience, Livingplace >>, My Stuff >>, News >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. 3 Comments.
ถ้า “ลูกตีนเป็ดน้ำ” หล่น คุณจะทำอย่างไร..??
ก็เก็บซิครับ..!!! – ผมเก็บเลยครับ..ถึงใครจะมองผ่านแบบไม่เห็นค่า
ผมเจอมันหล่นเกลื่อนอยู่ที่สวนของโครงการหน้าหมู่บ้านผมเอง จำได้ว่าคุ้นๆนะกับเจ้าลูกผลไม้ชนิดนี้ ไม่แน่ใจว่ามันกินได้หรือเปล่า แต่ที่รู้ๆมันมักจะถูกนำไปวางเป็น “พร็อพ” (Prop) ในการตกแต่งบ้าน วางประดับตามโต๊ะ ข้างตู้ ใต้เตียง ทั้งห้องนอนหรือแม้กระทั่งในห้องน้ำ ลองเปิดดูตามหนังสือตกแต่งบ้านจะผ่านตาอยู่บ่อย stylist ชอบเอามาใช้ในการจัด prop
เป็นสินค้าส่งออกของไทยอีกชนิดหนึ่ง เคยเห็นวางขายทั้งที่สวนจตุจักร และบนห้างหรูๆ ส่วนมากฝรั่งจะชอบ ดูดีและเข้ากับงานตกแต่งได้ทั้งแบบโมเดิร์น และไม่เดิร์น ~~ ห้าลูกที่ได้มาผมจัดการลอกเปลือกแห้งๆของมันออกจนเกลี้ยง ตามต่อด้วยการใช้แปรงขนนิ่มๆ ถูเบาๆทำความสะอาดตามซอกเสี้ยน-ของผิวผล (ความสวยงามอยู่ตรงซอกและเสี้ยนนี้ล่ะครับ) เสร็จแล้วเอาไปตากแดด พึ่งลมให้แห้ง(สนิท)
แห้งแล้วหาที่วางเลย วางประกอบบนโต๊ะอาหาร บานหน้าต่าง หลังชักโครก ตามใจปราถนา แค่นี้ก็ได้ของแต่งบ้านแบบไม่ต้องเสียตังส์ซักบาท เหมาะกับเศรษฐกิจในช่วงนี้เลยมั้ยครับ ??
เป็นไปได้แนะนำให้ปลูกไว้ใช้เองในบริเวณบ้านเลยครับ ปลูกเอง ใช้เอง พึ่งพาตนเอง ไม่ต้องซื้อหา เป็นไอเดีย “แต่ง(บ้าน)อย่างพอเพียง” (Sufficiency Decoration)
เขียนเรื่องนี้แล้วนึกถึง ‘แพท’ [ Patsonic.com ] ของเรา ~~ ‘แพท’ เขาเป็นมนุษย์ตึกครับ อยู่คอนโดฯแสนสะดวกสบาย เวลามาคอมเม้นต์ที่บล็อกนี้แพทชอบบอกว่า “โหยยย..พี่..อยากแต่ง(บ้าน)อย่างนี้เหมือนกัน แต่ติดปัญหาเรื่องงบฯ” พี่แนะนำเลยครับแพท .. “ต้นตีนเป็ดน้ำ” เหลือใช้-ขายได้ด้วย!! .. ส่วนที่จะปลูกนั้น แพทลองขอที่นิติฯคอนโดฯเอาเองนะ ..พี่ไม่เกี่ยว …. :)
Enjoy Yourself With Your Design ….
—————————————————
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
: Related posts :
ได้หน้า..อย่าลืมหลัง
September 22nd, 2008. Published under City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Designer 's Experience, Equipment >>, Livingplace >>, Material, Tips & Trics >>. 8 Comments.
photo by karenebiggs
แม้นว่าร้อยทั้งร้อยของบ้านช่องห้องหอที่มีอยู่ จะไม่ได้ใช้ wallpaper เพื่อการตกแต่งภายในทั้งหมด แต่เชื่อว่านับจากนี้ไป wallpaper จะเข้ามาจุ้นจ้านมีบทบาทในบ้านของคุณๆมากขึ้นกว่าเดิมแหง่ๆ –
ด้วยปัจจัย (ติดตั้ง)รวดเร็ว - (ปรับเปลี่ยน)ง่าย- (จ่าย)สบาย..สบาย
ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ผมเห็น เวลาที่จะเลือก wallpaper (เอง) เกือบร้อยทั้งร้อย(อีกแล้ว) จะมีวิธีตัดสินใจเลือกโดยจะเรียงลำดับ เช่น
~ ‘สีสัน’ —-> ’ลวดลาย’ —-> ‘เนื้อวัสดุ’ —-> และตบท้ายด้วย ‘ราคา’
~ ‘ราคา’ ก่อนเลย —-> ’เนื้อวัสดุ’ —-> ‘ลวดลาย’ —-> และตบท้ายด้วย ‘สีสัน’
อาจจะสลับกลับกันไปมาระหว่างก่อน-หลัง ต่างจากนี้บ้าง แต่ก็จะวนเวียนอยู่เหตุผลเหล่านี้ทั้งสิ้น นั้นแค่(เพียง)ด้าน “หน้า” (Top Surface) เพียงด้านเดียวของ wallpaper เท่านั้น –
แล้ว “หลัง” ล่ะ ..!??!
นั้นล่ะครับ ..ที่ผมอยากจะเสริม
wallpaper ที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปส่วนใหญ่ จะมี “หลัง” (Backing) หมายถึงส่วนที่ใช้แนบเนื้อยึดเกาะกับผนังนั้นเอง จะมีอยู่ 2 ชนิดคือ ‘หลังที่เป็นกระดาษ’ และ ‘หลังที่เป็นผ้า’
แตกต่างกันที่ราคา การยึดเกาะ และอายุการใช้งาน wallpaperที่หลังเป็นกระดาษนั้น ราคาจะย่อมเยาว์ และมีให้เลือกหลากหลายกว่า wallpaper แบบหลังผ้า เหมาะเลยครับถ้าคุณเป็นคนที่เบื่อง่าย ชอบปรับเปลี่ยนบรรยากาศสไตล์ตกแต่งห้องอยู่บ่อยๆ รวมทั้งงานร้านค้า ดิสเพลย์ ต่างๆ เพราะทั้งราคาและอายุการใช้งานก็น่าจะโอเค
ส่วน wallpaper แบบหลังผ้านั้น ยังไงๆในความเห็นของผมก็ต้องบอกว่าดีกว่าแน่นอนในเรื่องคุณภาพและการใช้งาน ถ้าคุณไม่ต้องการสิ้นเปลืองกับการที่จะต้องมาดูแล ปรับเปลี่ยน wallpaper อยู่เรื่อยๆ โอกาสพองบวมจากความชื้นก็มีน้อยกว่า เพิ่มเงินอีกซักนิด คิดว่าคุ้มกว่า แต่ถ้ามีอุสรรคของเรื่องงบประมาณก็ต้องเลือกอย่างแรกไปก่อนก็สวยได้ (ไม่เสียหาย)
คราวหน้าเวลาเข้าร้าน wallpaper ถ้าเลือก “หน้า” ได้แล้ว — อย่าลืมพลิกกลับ - จับดูด้าน “หลัง” ด้วยแล้วกัน
อ้าว..!! .. สบู่หล่น — ขออนุญาติก้มเก็บสบู่ก่อนนะครับ .. อิอิ ( Just kidding .. 55 )
Enjoy Yourself With Your Design …
————————————————————–
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
: Related posts :
เตาไทยไร้ควัน(โขมง)
August 29th, 2008. Published under Blogger Invitation, Equipment >>, Livingplace >>, Tips & Trics >>. 3 Comments.
เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้ เห็น MiMD นำงานที่เป็น อ่างล้างมือ แบบเรียบง่าย เท่ห์ และกลับสู่ธรรมชาติ (Back to the Origin) มาให้ได้ยลโฉมกัน
เราเลยนึกขึ้นได้ว่า บ้านเราก็มีงานที่เป็น ไอเดียจาก “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” อยู่มากมายเหมือนกัน หากเราจะดูเฉพาะในส่วนของการออกแบบภายนอกของ ”หน้าตา” และ “วัสดุ” แล้ว อาจจะดูไม่ได้ทันสมัยสุดเดิ้นมากนัก แต่ว่าสำหรับฟังก์ชั่น (Function) การใช้งาน และการเก็บรักษาพลังงานความร้อนแล้ว รับรองได้ว่าเกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่ากับการรอคอย (ถึงจะไม่ได้เปิดปุ๊บติดปั๊บเหมือนเตาแก๊ซก็ตาม) แถมเท่ห์ไม่แพ้ของนอก แน่นอนค่ะ
งานนี้เราไปเห็นจากต่างจังหวัด ไม่ใกล้ไม่ไกลนะคะ เมืองมะขามหวานบ้านเรานี่เอง
เผอิญว่าได้ไปทำบุญที่วัดมาค่ะ เราก็นำหน่อไม้สดที่เก็บจากสวนไปด้วย
ไปถึงทางคุณป้า คุณยายก็จัดแจงเตรียมต้มหน่อไม้เพื่อทานเป็นเครื่องเคียงกับอาหารคาวกันใหญ่
แล้วก็เหลือบไปเห็นเตาที่ต้มหน่อไม้ หน้าตาประหลาดดีค่ะ เป็นเตาที่ใช้ฟืนและถ่านแบบโบราณ แต่นำมาประยุกต์ค่ะ โดยหลักๆแล้วเตายังคงรูปทรงกลมเป็นหลักในการให้ความร้อนแก่ภาชนะ เนื่องจากรูปทรงกลมๆนี่แหล่ะค่ะที่เก็บอุณหภูมิความร้อนได้ดีที่สุด (สังเกตจากบ้านของชาวเอสกิโมดูนะคะว่าไม่มีรูปแบบอื่นเลยนอกจากทรงกลม) แล้วก็ทำเตาให้ยาวออกไปรับกับท่อที่ต่อยาวขึ้นไปบนหลังคา เพื่อไม่ให้มีควันลอยออกมาให้รำคาญเราด้วย .. เลยเก็บภาพมาฝากกัน พอหอมปากหอมคอ ค่ะ
ถ้าใครชอบใจ ในยุคน้ำมันแพง ค่าน้ำ ค่าไฟขึ้นราคา (ไม่นับรวมที่ได้ใช้ฟรี 6 เดือนสำหรับคนใช้น้อยนะคะ) ก็ลองนำไปประยุกต์ใช้ที่บ้านดูได้นะคะ
อ้อ! หากใครมีบ้านพักตากอากาศตามต่างจังหวัด ที่บางท่านอาจจะมีไว้พักผ่อน อาจจะลองประยุกต์ใช้เพื่อให้ได้บรรยากาศการพักผ่อนเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติโดยแท้ค่ะ
*ปล. งานออกแบบไอเดียที่ทันสมัย ก็ไม่ได้จำเป็นว่าหน้าตาทันสมัยด้วยเสมอไป ใช่มั้ยคะ
—————————————–
Contributor : Barby
Posted : MiMD
: Related posts :
3 วิธีในการคิดค่าบริการวิชาชีพออกแบบตกแต่งภายใน
August 16th, 2008. Published under Designer >>, My Stuff >>, Tips & Trics >>. 6 Comments.
แล้วค่าออกแบบ..คิดยังไงค่ะ .. !??!
มักจะเป็นคำถามที่สำคัญชนิดที่ลืมและพลาดไม่ได้ ซึ่งก็จะโดนถามในช่วงแรกๆของการสนทนาเสมอๆก่อนที่จะเข้าประเด็นของเนื้องานด้วยซ้ำ (จริงมั้ย ?? .. เป็นปกติเช่นกัน ระหว่างแป้ง “ตรางู” กับ “ม่องเล่ยะ” นอกจากความชอบแล้ว ผมก็ต้องดูราคามันด้วยเสมอก่อนซื้อ)
เป็นคำถามที่ “ผู้ตอบ”(ดีไซน์เนอร์) เข้าใจถึง “ผู้ถาม”(ลูกค้า) ได้ไม่ยาก ~~ แน่นอนครับถ้าหากคุณกำลังจะตกแต่งบ้าน คุณก็คงจะไม่มานั่งลงตรงหน้าพร้อมกับส่งยิ้มที่มุมปากข้างซ้าย ก่อนจะถามว่า …
คุณคิดว่าอุณหภูมิสุงสุดของวันนี้จะอยู่ที่กี่องศาค่ะ !?? หรือ .. เออ..คุณคิดว่า สมรักษ์ คำสิงห์ จะได้เหรียญทองโอลิมปิก 2008 ที่ปักกิ่ง กลับมาอีกครั้งมั้ยครับ !?? .. (ออ..ลืมไปสมรักษ์ติดภาระกิจร้านหมูกะทะ จนไม่สามารถปลีกตัวไปได้ …
)
จากประสบการณ์(ของผม) โดยทั่วๆไปที่ใช้กันอยู่ก็ประมาณ 3 วิธี
วิธีที่ 1 ~~ แบบนี้เป็นมาตรฐานที่นิยมใช้กันเป็นส่วนใหญ่ คือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาค่าตกแต่ง หรืออยู่ที่ประมาณ 10 % ของมูลค่างาน อาจจะบวก-ลบได้นิดหน่อย 2-3 % อยู่ที่ความยากง่าย รายละเอียดในขั้นตอนของการทำงาน(ออกแบบ) รวมทั้งสไตล์ของลูกค้าในงานนั้นๆด้วยนะ :)
วิธีที่ 2 ~~ คิดเป็นแบบต่อตารางเมตรของพื้นที่ออกแบบตกแต่ง ส่วนราคาต่อตารางเมตรจะเท่าใดนั้นหนอ ก็ต้องมาดูกันอีกว่า เป็นงานประเภทใด และปริมาณของพื้นที่มากน้อยแค่ไหน เพราะราคาค่าออกแบบนั้น งานบ้านและที่พักอาศัย หรือจะเป็นงานออกแบบออฟฟิสนั้น ก็จะคิดกันคนละเรตราคา อยู่ที่หลักร้อยกลางๆจนถึงหลักพัน
วิธีที่ 3 ~~ แบบเหมารวม ก็จะประเมินจาก เวลาของการทำงาน(Man Hour) + ค่าใช้จ่ายต่างๆ (Overhead) + กำไร (Profit) ส่วนมากแบบนี้จะเลือกใช้กับงานเล็กๆที่ไม่ใหญ่มาก เพราะถ้าคิดโดยแบบที่1และ2 อาจจะไม่คุ้มกับการทำงาน
ทั้งสามแบบนั้นเป็นหลักมาตรฐานแนวทางที่ใช้กันอยู่โดยส่วนใหญ่ เพื่ออ้างอิงและประเมินเป็น “ค่าบริการออกแบบวิชาชีพตกแต่งภายใน” ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับดีไซน์เนอร์แต่ละคน บริษัทแต่ละบริษัท ถ้าดีไซน์เนอร์หรือบริษัทที่ใหญ่หน่อย มีชื่อเสียงแล้ว ราคาค่าบริการก็จะสูงกว่ามาตรฐานทั่วไปก็เป็นเรื่องธรรมดา อาจจะอยู่ที่ 12.5 % ไปจนถึง 15 % เลยก็ได้
ในทางตรงกันข้าม สำหรับดีไซน์เนอร์ที่เป็นฟรีแลนซ์ และเป็นงานออกแบบทั่วๆไปไม่ซับซ้อนและยุ่งยากมาก ราคาก็อาจจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 8.5 % - 7.5 % หรือก็เป็นได้เหมือนกัน
ราคาของ “ค่าบริการวิชาชีพ” (Profesional Fee) สำหรับดีไซน์เนอร์ นั้นก็เป็น “แค่ส่วนหนึ่ง” ในการเลือกพิจารณา ยังมีอีกหลายส่วนที่ต้องดูประกอบด้วย อย่าดูเฉพาะที่ “ราคาถูก(ใจ)” เพียงอย่างเดียว
ถ้าต้องการ “ถูกและดี“ ขอแนะนำที่ “ฟู๊ดแลนด์” ครับ มีทุกสาขาเปิดตลอด 24 ชม. แถมอร่อยอีกต่างหากนะร้านนี้
Enjoy Youself With Your Design :)
——————————————
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Photo by : Thomieh
: Related posts :
เลือกม่านให้หน้าต่าง
July 24th, 2008. Published under City Living >>, Furniture >>, Livingplace >>, Material, Small Space Living, Tips & Trics >>. No Comments.
เขียนเรื่องเกี่ยวกับ “ผ้าม่าน” ไปเมื่อวันก่อน เห็นมีคุณๆผู้อ่านแอบเข้ามากอบ มาโกย เอาไปใช้เป็นไอเดียไว้แต่งบ้านกัน ผมเองก็ชื่นใจปานได้กินน้ำแข็งใสใส่น้ำแดง ราดด้วยแยมบลูเบอร์รี่
มาวันนี้ .. มีของแถมเพิ่มให้อีกหนึ่งดอก เอากันให้ใกล้เข้าไปอีก ชิดเข้าไปในระยะเผาขน ถึงบานประตู-หน้าต่าง แบบวัดรอบเอว วัดระยะ และส่วนสูง เรียกว่าจัด “Fitting By Taylor Made” กันเลย
เผื่อเสาร์อาทิตย์นี้จะได้แวะไปที่ร้านผ้าม่านกันครับ
หากว่าบานประตู-หน้าต่างดูแล้วมีขนาด “กว้าง” อยู่แล้ว (สังเกตได้จากการเทียบสัดส่วนกับผนังด้านนั้นๆ หรือขนาดของห้อง) “สมควร” เป็นอย่างยิ่งครับที่จะเลือกใช้ผ้าม่านที่มีลวดลายในแนวตั้ง และก็ “มิควร” เป็นอย่างยิ่งเช่นกันที่จะใช้ผ้าม่านผืนใหญ่ผืนเดียว เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้ห้องนั้นดูอึดอัด ยังจะทำให้รู้สึกว่าฝ้าเพดานนั้นดูจะเป็น “สาละวันเตี้ยลง” เข้าไปด้วย
หากว่าบานหน้าต่างเป็นแนว “ทรงสูง” เช่น ช่องแสงตรงโถงบันไดตามบ้านจัดสรรทั่วๆไป ก็ให้หลีกเลี่ยงผ้าม่านลวดลายแนวตั้งเช่นกัน เลือกใช้แนวนอน และให้เผื่อขอบของผ้าม่านให้กว้างกว่าขอบของหน้าต่างไว้ด้วยทั้งสองด้าน ทั้งนี้ก็ต้องเปรียบเทียบสัดส่วนขนาดของพื้นที่และผนังของบริเวณนั้นๆด้วย
ส่วนหน้าต่างที่มีขนาด “เล็กและแคบ” ขอเลยครับ .. ว่าอย่าเลือกใช้ม่านที่มีลายหรือดอกใหญ่ เพราะยิ่งจะทำให้หน้าต่างดูเล็กและแคบลงไปอีก (เหมือนช้างพยายามจะขี่ม้า ยังไงไม่รู้!)
สรุปก็คือว่า ให้คำนึงถึง “รูปทรง” “เส้นสาย” และ “สัดส่วน” รวมเข้าไปเป็นองค์ประกอบช่วยในการออกแบบและจัดวางด้วย
ลองดูนะครับ !
Enjoy Yourself With Your Design
—————————————
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
ภาพ : anne
: Related posts :
“SMS” บนกระเบื้องบุผนัง !??!
July 22nd, 2008. Published under Bathroom, City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Livingplace >>, Material, Product Design, Tips & Trics >>. 3 Comments.

“สัมผัสได้เมื่อไฟดับ รับเห็นได้เมื่อไฟมา” ฮ่าฮา ..ไม่ใช่สโลแกนใดๆของกระเบื้องเจ้าตัวนี้หรอก ผมแค่ลองคิดขึ้นมาเล่นๆ ตามที่เกิดภาพไอเดียในหัวกะบาลเท่านั้น ..
“SMS” บนกระเบื้องอันนี้อย่าได้เข้าใจผิด ยังไงๆมันก็ไม่เกี่ยวกับ “ชินคอร์ป” “ซีพี” หรือ “เทเลนอร์” เพราะ ”ช๊อทเมสเซสซ์” อันนี้มันขึ้นอยู่กับคุณเองว่าจะเอาไปใช้อันใด (ดูภาพแล้วจะ..อ๋อ!)
“Pun Collection” ออกแบบโดย “Stefano Pirovano” ให้กับแบรนด์ “Ascot Ceramiche” แบรนด์กระเบื้องชั้นดีจากอิตาลี
ปูด นูน เว้า โค้ง น่าสัมผัสจัดมาไว้ให้ใช้ เหมาะมากกับการตกแต่งสถานที่สาธารณะ (Public Area) ทั่วไป นอกจากจะงามเนี๊ยบแล้ว เอาไปแปะข้างฝาไว้มีต้องกลัวหลง(ทาง) บอกทั้ง ตำแหน่ง (Position) และทิศทาง (Signage Direction)

เป็นไอเดียให้คิดต่อ และนำไปพัฒนาใช้ได้เป็นอย่างดี
Enjoy Yourself With Your Design
————————————–
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
ข้อมูลและภาพ : http://trendir.com
: Related posts :
เลือกม่านให้เหมาะกับห้อง
July 22nd, 2008. Published under City Living >>, Livingplace >>, Material, Small Space Living, Tips & Trics >>. 3 Comments.
คิดว่าคงไม่ต้องสาธยายอธิบายความกันก็ให้เมื่อยตุ้มกันนะครับสำหรับ “หน้าที่ใช้สอยหลัก” ของ “ผ้าม่าน” คิดว่าทุกๆคน คงจะทราบกันดีอยู่แล้ว ว่ากันตามเนื้อผ้ากันเลยดีกว่า
เคยกำเนิดเกิดคำถามกันบ้างหรือเปล่าครับ กับการ “เริ่มต้น” ในการ “เลือกผ้าม่าน” สำหรับบ้านแสนรักหลังละหลายล้านของเรา
แฮ่ม..!! เชื่อแน่ๆว่าต้องมีบ้าง
เอ่….!! เราจะเริ่มต้นตรงไหน และจะเลือกอย่างไงดีหนอ…!??!
เอ่….!! แล้วแต่ละห้องนี้มันควรจะเป็นม่านแบบไหน … เนื้อผ้าที่เหมาะมันควรจะเป็นเยี่ยงไรดี … !??!
ว่ากันเป็นห้องๆเลยแล้วกัน …
ห้องรับแขก-ห้องอาหาร ~~ ทั้งสองห้องนี้ส่วนมากจะมีพื้นที่ต่อเนื่องกันเป็นส่วนใหญ่ (ในที่นี้ขอพูดถึงส่วนใหญ่..ส่วนน้อยนั้นขอว่ากันเป็นเคสๆไป) ว่ากันว่าทั้งสองห้องนี้ต้องโชว์ต้องอวดกันซักหน่อย แขกไป ไทยมา ฝรั่งแวะ ก็ปลื้มกันได้ ควรเป็นผ้าที่ดูหรูหรา ราคาตามกำลัง(ซื้อ) ผ้ากำมะหยี่ ผ้าทอ ผ้าไหม หรือผ้าซาตินเงาวาวหน่อย ก็ดูเข้าท่าตามสไตล์คลาสสิค ร่วมสมัยได้ ผ้าพิมพ์ลายดอกไม้ธรรมชาติ ก็ดูจะเหมาะเข้ากับสไตล์โรแมนติก คันทรี่ ไวท์วินเทจ ได้เป็นอย่างดี ส่วนผ้าทอเนื้อละเอียด ลวดลายเรียบนิ่งสงบเสงี่ยมเจียมตัว ก็ดูจะเหมาะกับโมเดิร์น สไตล์ ได้เหมือนกัน ที่สำคัญสีนั้นให้เรียบเข้าไว้วางใจได้ดีกว่า ส่วนจะเพิ่มม่านโปร่งสำหรับช่วงเวลากลางวันอีกซักชั้นนั้นก็จะดี เพราะจะได้ช่วยลดแสงสะท้อน และกรองไอแดดเข้าบ้านได้อีกทาง
ห้องทำงาน ~~ ห้องนี้เผื่อไว้ให้เป็นออปชั่น สำหรับใครที่มีห้องทำงานไว้ที่บ้าน ห้องทำงานนี้อาจจะต้องการแสงสว่างมากเป็นพิเศษ มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประเภทของงานที่ทำ ควรเป็นผ้าที่เปิด-ปิด และปรับแสงได้สะดวกๆ จะเป็นมู่ลี่หรือเป็นผ้าอันนี้ก็แล้วแต่สไตล์ของการออกแบบของห้องเป็นหลัก แถมให้อีกนิดถ้าเป็นผ้าก็อย่าเลือกเนื้อผ้าที่หนาจนเกินไป
ห้องนอน ~~ ห้องนี้ดูออกจะเป็นส่วนตัวที่สุดแล้วครับ ค่อนข้างจะมิดชิด ผ้าก็จะเนื้อหนามากขึ้นหน่อย เนื้อแน่นๆ กันแสงทะลุผ่านได้ค่อนข้างดี อาจจะเพิ่มผ้าทึบรองหลังผ้าม่านอีกชั้น (Back Out) ก็ดีครับ กันแสงและสะท้อนทั้งความร้อนและแสงได้เป็นอย่างดี
ห้องน้ำ - ห้องเก็บของ ~~ เออ.!! ทั้งสองห้องนี้เอาไว้ก่อนแล้วกันนะครับ .. คิดยังไม่ออก ไม่ค่อยมีประสบการณ์
Enjoy Yourself With Your Design
————————————–
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
ภาพ : marcus hansson
: Related posts :
เลือกม่านให้บ้านหลังใหม่
July 21st, 2008. Published under City Living >>, Designer >>, Livingplace >>, Material, Tips & Trics >>, Uncategorized >>. 2 Comments.
สำหรับผมแล้ว “พี่ป๊อบ” เป็นพี่ที่น่ารักคนหนึ่งครับ .. เสียดายที่ผมรักแก “แบบอย่างว่า” ไม่ได้ซะแล้ว .. เดี่ยวจะพาลทำให้สถาบันครอบครัวของเราทั้งสอง มีอันต้องขึ้นหน้าหนึ่งสยามกีฬา สยามดารา และอาจจะลามกันไปใหญ่ให้ต้องเปิดโรงแรมแถลงข่าว เล่าความในใจ … (เอาล่ะ..พอแล้วแค่ขำๆ..
)
“พี่ป๊อบ” ซื้อบ้านหลังใหม่ใหญ่กว่าเดิม และน่าอยู่มากครับ ผมแอบได้ไปเยี่ยมเยือนและสัมผัสมาแล้วเรียบร้อย ตามคำเชิญ
ช่วงนี้กำลังเข้าด้าย เข้าเข็ม ดูพี่แกมุ่งมั่นและยุ่งอยู่กับการตกแต่งบ้านหลังใหม่นี้พอดู แถมหลังๆได้ยินแกพึมพัมๆอยู่เหมือนกันว่า
“บ้านนี้มัน บานนน..น.น..จริงๆ ”
คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์และได้เป็นไอเดียไปประยุกต์และปรับให้เข้ากับสไตล์และความชอบของคุณๆได้บ้างในการตกแต่ง แต่ถ้าอ่านแล้วคิดว่ามันไม่เข้าท่าเอาซะเลย ก็อย่าไปสนใจมันครับ คิดเสียว่า ผมกับพี่ป๊อบคุยกันเสียงดังและใกล้(หู)ไปหน่อย … .. :)
1. ห้องนอนเจ้าแก้ม เป็นเฟอร์สีขาวล้วน เตียง 4 ฟุตพร้อมที่นอนชุดเครื่องนอน ตู้เสื้อผ้า 2 ใบ โต๊ะทำงานแบบ L shape พร้อมชั้นวางหนังสือ ของคงมาส่งไม่เกินสิ้นเดือนนี้ สีขาวล้วนๆ จุดสามจุด (เพราะฉนั้น) อยากให้หน่องช่วยไกด์เรื่องม่านว่าน่าจะสีอะไรดี (ช่างม่านจะเข้ามาวันและเลือกสี วันพฤหัสนี้)
>> เท่าที่ฟังจากพี่สไตล์น้องแก้มแล้ว ผมว่าใช้ม่านพับสีดำก็ได้นะครับ ดูเป็น Modern Vintage ดี จะมีแทรกสีแดง-เทาบ้างก็ได้ แต่ขอให้สีพื้นหลักเป็นสีดำ ส่วนลวดลายนั้นควรเป็นธรรมชาติลายเล็กๆ ไม่ควรเลือกลายใหญ่เพราะว่าขนาดของห้องแล้วอาจจะไม่เหมาะสมครับ (ไม่ต้องกลัวนะครับสำหรับม่านสีดำ พอมีของอื่นๆจัดวางเข้ารวมกันในห้องแล้ว ถึงสีมันก็จะตัดกัน แต่ก็ดูแบบกลมกลืนได้ และมีสไตล์ที่ชัดเจนดีครับ )
2. ห้องนอนใหญ่ (ห้องพี่เอง) ได้แค่ตู้เสื้อผ้า 2.4เมตร บานเฟี้ยม 4 บาน 2 บานกลางเป็นกระจก ของ SB สี Wenge ที่เหลือยังไม่ได้อะไรเลย ห้องนี้มีปัญหาอยู่ที่ว่า โครงการออกแบบให้หันหัวเตียงไปทางหน้าต่าง ซึ่งมีความห่างระหว่างหน้าต่าง 2 บาน เพียง 170 ซม.ขอบหน้าต่างสูงจากพื้น 91 ซม. ดังนั้นพี่จะต้องหาเตียงที่มีหัวเตียงสูงไม่เกิน 90 ซม. ที่เจอไม่ถูกใจพี่ไก่ ที่ถูกใจก็ไม่ได้ตามขนาด ยังคงต้องหาต่อไป แต่ทางออกอีกทางนึงคือว่าจะซื้อเป็นฐานรองเดียงแล้วระหว่างช่องหน้าต่างอาจจะหาอะไรมาประดับเป็นหัวเตียง เช่นไม้สักแกะสลัก รูปภาพ หรือแม้กระทั่ง Wallpaper ที่แป็นลายสีตัดกับ Wall เดิม อาจจะรบกวนหน่องด้วยเผื่อมี idea อะไรเพิ่มเติม ถ้าได้เป็นไม้แปะหัวเตียงอย่างด้านล่าง จะแจ่มเพราะอยากได้ห้องนอนไม้ๆ
>> ถ้าพี่ชอบไม้แกะติดหัวเตียง ลองไอเดียนี้ดูก็ได้ครับ ผนังด้านหัวเตียงจะต้องเน้นๆหน่อย ทาสีหรือเลือกวอลล์เปเปอร์ที่มีสีเข้มๆ ประมาณสีแดงปนน้ำตาล หรือสีประมาณสีเปลือกมังคุดเข้ม แล้วไม้แกะถ้าพี่ชอบสีของไม้ก็อาจจะทาสีเคลือบไม้ที่เป็นแบบกึ่งเงากึ่งด้าน และอีกไอเดียหนึ่งคือทาสีเข้มๆเกือบดำแล้วปิดทองทับลงไป ก็จะดูเด่นกับผนังหัวเตียง เมื่อตัดกับสีของผนัง ดูขลังยามค่ำคืน ให้ความรู้สึกสงบดีครับ
ส่วนผ้าม่านนั้น ใช้แบบมีราวม่านก็น่าจะเข้าที เลือกผ้าฝ้าย หรือเลือกผ้าที่มีผิวสัมผัสเห็นเส้นใยธรรมชาติแบบชัดเจน เส้นใยการทอใหญ่ๆหน่อย สีควรเป็นสีอ่อนๆ ขาวๆ
3. บริเวณรับแขก โซฟา L shape ส่งเรียบร้อยสีน้ำตาลไหม้เป็นขนลายในตัวแบบวงๆ โต๊ะกลางเป็นไม้ปูกระจก ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ออกเชยๆ แต่หลงซื้อมาได้ไงไม่รู้ แล้วก็ชุดวางทีวีไม้เต็งตามรู้ด้านล่าง LSB 4207 ได้ของวันพฤหัสนี้ โต๊ะกลางก็ประมาณ LTC 2204
4. ชุดทานข้าวไปสอยโต๊ะจาก Winner มาเป็น Top กระจก ขาและที่วางของใต้กระจกเป็นสีไม้ Midnight Oak. เก้าอี้ 4 ตัวเป็นไม้ยางบุผ้า ของ index ไม้ยางทำสีเดียวกับโต๊ะ ผ้าสีเหลืองครีม ทั้งที่นั่งและพนัก ส่งวันพฤหัสเหมือนกัน ยังไงวางแล้วจะถ่ายรูปส่งมาให้อีกที
ถึงตอนนี้คงพอจะมองภาพออกบ้าง เลยอยากถามว่า ม่าน น่าจะเป็ฯสีอะไรดีหว่า พื้น ลาย ชั้นเดียว หรือม่านโปร่งอีกชั้น เห้อ บ้าน นี่ บานนนน จริงๆ
>> ชั้นล่างโทนสีเฟอร์นิเจอร์ใกล้เคียงห้องนอนใหญ่ แต่คิดว่าน่าจะสร้างบรรยากาศแบบสบายๆกว่า เลือกใช้ม่านสองชั้นก็ดีครับ ส่วนสีนั้นก็น่าจะเป็น ขาว-ครีม ผิวสัมผัส ลื่นๆ เงาๆนิดหน่อยก็ได้ครับ(เล็กน้อย..พอ!) เมื่อโดนแสงมันให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวได้ดี ในตอนกลางวัน และเช็ดทำความสะอาดง่าย
————————————-
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
ภาพ : Andreslazaro
: Related posts :
สีครับ..เท่าไหร่ถึงจะพอ?
July 10th, 2008. Published under Equipment >>, Livingplace >>, Material, Tips & Trics >>. No Comments.
ไหนๆก็ไหลมาเรื่อง “สี” แล้ว ก็ขอเบิ้ลอีกซักเรื่องแล้วกันนะครับ

“สี” ของห้อง คือเรื่องหลักที่แทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับการตกแต่งห้องๆนั้น ไม่ว่าคุณจะให้ดีไซน์เนอร์ช่วยออกแบบให้ หรือว่าจะออกแบบและทำเองแบบ DIY ก็ตามเถอะ สมัยนี้ผู้ผลิตสีทั้งหลายก็พยายามเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ไม่เหมือนสมัยก่อนที่จะต้องอาศัยช่างหรือผู้รับเหมาเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น การคำนวณปริมาณของการใช้สีในแต่ละห้อง หรือจะแค่เพียงผนังบางด้านเท่านั้น
TOA ผู้ผลิตสีที่คุ้นชื่อกันเป็นอย่างดีกับคนไทย เขาสร้างสูตรสำเร็จรูปสำหรับการคำนวณปริมาณการใช้สีไว้ให้ลูกค้าได้ใช้ประกอบกับการเลือกประเภทของสีสำหรับการใช้งาน ในลักษณะพื้นผิวที่แตกต่างกันไป สูตรการคำนวณที่ว่านั้น สะดวกและง่ายมากครับ คุณแค่กรอกรายละเอียดขนาดของห้อง กว้าง-ยาว-สูง / ลักษณะของพื้นผิว / ประเภทและเกรดของสีตามการใช้งาน แค่นี้คุณก็จะทราบได้เลยครับว่า ต้องซื้อสีในปริมาณเท่าใด รวมทั้งราคาที่จะต้องจ่าย .. ง่ายมั้ยครับ
เราลองไปดูกันเลยดีกว่า คำนวณปริมาณการใช้สีและราคา >>
Enjoy Youself With Your Design
—————————————-
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Thank You Image : TOA
: Related posts :
“ครูสี”..ที่ไม่มีปริญญา
July 9th, 2008. Published under City Living >>, Livingplace >>, Tips & Trics >>. 1 Comment.

“ช่างอ๊อด” กับ “MiMD” ไม่ได้เป็นญาติ หรือ เป็นพันธมิตรที่ร่วมตั้งวงสังสรรค์ในวันว่างยามเย็นกันซักเท่าไหร่ แต่ “ช่างอ๊อด” ถือว่าเป็น “ครู” คนหนึ่ง เป็น “พันธมิตรคิดงาน” กันซะมากกว่า เกล็ดเล็ก เกล็ดน้อย ที่ดีไซน์เนอร์ต้องเรียนรู้จากของจริง ประสบการณ์และความรู้ที่ต้องแลกด้วยความอดทน ยอม “เหม็น” และ “เมา” ได้กับกลิ่นทินเนอร์ที่ฟุ้งกระจายไปทั่วไซต์งาน — ไม่ต่างอะไรกับการนั่งตบตากีล่า 5 ช๊อตติดๆกันที่หน้าบาร์เพลงแจ๊ซแถวอนุสาวรีย์ชัยฯ (อย่าลืม!.บีบมะนาวราดลงลูกกระเดือกแล้วเลียเกลือบนฝ่ามือตามด้วย..!!)
เมื่อหลายร้อยชั่วโมงที่ผ่านมา เจอกับ “ช่างอ๊อด” ที่ไซต์งาน เป็นขั้นตอนของการเก็บรายละเอียดของงานสีในขั้นตอนสุดท้ายก่อน และได้พูดคุยกันอย่างเมามันส์ (เพราะกลิ่นทินเนอร์) – “ช่างอ๊อด” แกไม่รู้ตัวหรอกครับ ว่าแกกำลังทำหน้าที่เป็น “ครู” เพราะเรื่องที่แกบอกเล่าด้วยสีหน้านิ่งสนิทนั้น ฟังดูแบบเฉียดๆ มันเป็นแค่เรื่อง “จิ๊บๆ”
“จิ๊บๆ” ขนาดที่ว่าไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะบรรจุไว้ในหลักสูตรของการเรียนการสอนของวิชาอินทีเรีย แต่เชื่อผมเถอะครับว่า..คุณมีโอกาสได้ใช้มันแน่ๆ…
ถ้าผนังมันเปื้อนพวกรอยกระดาษกาว กาวสองหน้า หรือเป็นคราบๆบางๆนั้น ใช้แค่ฟองน้ำชุบน้ำอุ่นหมาดๆเช็ดเบาๆก็พอ — แต่ถ้าพวกคราบน้ำมัน คราบอาหารนั้น ก็เคยลองใช้น้ำสบู่อุ่นๆ หรือพวกน้ำยาเช็ดทำความสะอาดที่มีขายทั่วไปตามโลตัส โฮมโปร ลองเช็ดดูก็ออกนะ.. — ส่วนไอ้ที่เอาออกยากๆนั้นเป็นพวกรอย ดินสอสี ปากกาเมจิก สีเทียนที่เด็กๆชอบเขียนกันนั้น ลองใช้โซดาไฟผสมกับน้ำ เช็ดถูดู ถ้ายังไม่ออก อาจจะต้องลองใช้ยาสีฟันลงเข้าไปช่วยอีกแรง (ไม่แน่ใจว่าต้องใช้สูตรเกลือด้วยหรือเปล่า..?? อันนี้ก็ต้องลอง..หุหุ)
Enjoy Youself With Your Design
———————————
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
ภาพประกอบ : koosha
: Related posts :
สุขามัธยัสถ์ประหยัด(น้ำ) : สวัสดีมาเลเซีย ๒
July 1st, 2008. Published under Bathroom, Blogger Invitation, Equipment >>, Tips & Trics >>. No Comments.
เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา.. งานยุ่งมากมายค่ะว่าจะเขียนตอนที่สองส่งมาให้ MiMD พิจารณาก็ไม่ได้โอกาสเสียที คราวนี้เห็นบทความจาก MiMD เงียบๆไป หลังจากมีเวลาว่างก็เลยช่วยให้ บล็อคนี้ไม่ร้างไปเสียหน่อย..
สืบเนื่องจากตอนที่แล้ว ที่ไปประเทศมาเลเซียมา..เราได้เกริ่นไว้ว่าไอเดียในชีวิตประจำวันที่น่าสนใจที่มาเลเซียยังไม่หมด วันนี้เลยจะมานำเสนอไอเดียของ “ห้องน้ำ” ที่มาเลเซียให้ฟัง..ส่วนจะน่าสนใจ “ประเด็นไหน” เชิญติดตามค่ะ..
ห้องน้ำแรกที่เข้าไปแล้วพบความน่าสนใจได้แก่ ห้องน้ำโรงแรมที่พักค่ะ พบว่า Toilet ในห้องน้ำนั้น มีท่อน้ำเล็กๆโผล่ขึ้นมาตรงโถสำหรับนั่งด้วย แทนที่จะมีสายยางฉีดน้ำอยู่ข้างๆเหมือนบ้านเรา ตอนแรกก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะเคยเจอมาบ้างจากหลายๆประเทศแล้ว [บางที่มีให้เลือกน้ำเย็น หรือ น้ำอุ่น หรือ สายสั้น หรือ ยาว ด้วย]
แต่พอไปเข้าห้องน้ำที่อื่น ปรากฎว่ามีรูปแบบคล้ายๆกัน คือมีท่อต่อออกมา เพื่อเป็นที่ฉีดน้ำสำหรับที่โถนั่งดังกล่าว ก็เลยคิดว่า เอ๊ะ..! โถส้วมแบบนี้มันต้องมีดีสิ เค้าถึงนิยมทำรูปแบบนี้ออกมา..
เมื่อลองพิสูจน์ดูแล้ว..ก็ตระหนักได้ว่า การประกอบท่อน้ำบนโถส้วมแบบนี้ น่าจะเป็นการ “ออกแบบเพื่อช่วยประหยัดน้ำ” ได้ดีทางหนึ่งเลยทีเดียว.. นอกจากนั้นไม่ทำให้น้ำกระจายเลอะเทอะโถส้วม และห้องน้ำด้วย
แฟนๆ MiMD คิดแบบเดียวกันมั้ยคะ ถ้าอยากให้ช่วยสำนักงาน หรือที่บ้าน ประหยัดค่าน้ำลง ลองดูนะคะ น่าจะได้ผลดีทีเดียวในระยะยาว ไอเดียหลากหลายที่ได้จากประเทศมาเลเซียยังไม่หมดนะคะ ยังมีต่อตอนที่ 3 ต้องติดตามค่ะ..
_______________________________________
Contributors : Barby
: Related posts :
ทำไมต้อง “สอง”
June 26th, 2008. Published under Bathroom, City Living >>, Livingplace >>, Tips & Trics >>. No Comments.
บางคนอาจจะเคยสงสัยและเคยเห็นผ่านตากันบ้างนะครับว่า ทำไมดีไซน์เนอร์ต้องออกแบบ “อ่างล้างหน้า” ไว้ในห้องน้ำถึงสองชุด
ส่วนใหญ่แล้วที่ต้องมีไว้สองชุดนั้น ก็จะเป็นใน “ห้องน้ำส่วนตัว” ที่ใช้กันแค่ “เราสอง” เช่น ห้องน้ำที่อยู่ภายในห้องนอน ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวก และความต้องการในการใช้งานในเวลาพร้อมๆกัน ประหยัดเวลา ไม่ต้องรอ
และเป็นความต้องพิเศษเสริมเพิ่มขึ้นมาให้สำหรับเจ้าของบ้าน บางคู่และบางคน ที่ต้องการการเป็นส่วนตัวและอนามัยเป็นหลัก รวมถึงพวกข้าวของเครื่องใช้ เครื่องสำอางส่วนตัวนั้น จะได้หยิบจำ ป้ายตา ทาหน้า ได้ง่ายยิ่งขึ้น ของใช้ส่วนตัวสมัยนี้ มีแยกแยะกันระหว่าง His - Her ให้ใช้กันหลากหลาย จะได้แยกส่วนให้ชัดเจน
ถ้าหากคุณมีพื้นที่เพียงพอ และต้องการความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ปรึกษาและขออนุมัติกับคนที่นอนข้างๆของคุณดูก่อนนะครับ..ว่า เขา-เธอ จะอนุญาติให้คุณมี “สอง” ได้หรือเปล่า ??
..แค่อ่างล้างหน้าก็พอ ไม่ต้องรวมถึงชักโครก..หรอกครับ !!!
Enjoy Yourself With Your Design
____________________________________
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
ภาพสวยประกอบเรื่อง : Yves Janse
: Related posts :
5 ไอเดีย “เพิ่มสุข ปลดทุกข์”
May 20th, 2008. Published under Bathroom, City Living >>, Livingplace >>, Tips & Trics >>. 2 Comments.
อึดอัดบ้างมั้ยครับ เวลาที่ต้องอยู่ในห้องน้ำนานๆ ??น่าจะพอช่วย “เพิ่มสุข” ในระหว่าง “ปลดทุกข์” กันได้บ้างละนะสำหรับทั้ง 5 ไอเดียที่ว่า .. ลองดูนะครับ
ทั้งที่จุดประสงค์ที่เข้ามาก็เพื่อต้องการจะ ”ปลดทุกข์” แท้ๆ ไฉนยังต้องทนกับความรู้สึกอึดอัดเพียงนี้
ชื่อว่าคงมีหลายๆคนเวลาที่เข้าห้องน้ำ อาจจะเคยรู้สึกบ้างหรือรู้สึกเป็นประจำกับข้อความอย่างบรรทัดข้างบนที่ว่าไว้ วันนี้เลยอยากจะขอเอาใจคุณๆที่กำลังคิดจะปรับปรุงหรือตกแต่งที่ “ปลดทุกข์” ในเคหะสถานส่วนตัว ให้หายอึดอัดกันเสียที
โดยเฉพาะคุณๆที่อาศัยอยู่ คอนโดมิเนียม Size “S” และ Size “M” ทั้งหลาย เราลองมาดูไอเดียที่ว่านี้กันครับ
1. การเลือกใช้ “ผิว” ของวัสดุสำหรับ “พื้นและผนัง” นอกจากเราจะเลือกจากปัจจัยพื้นฐานในเรื่องของ รสนิยมและงบประมาณแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงต่อไปที่เราควรจะเลือกใช้ ให้เลือกชนิดที่มีผิวเคลือบมันวาว ทั้งผนังและพื้น(ส่วนแห้ง) นอกจากจะทำความสะอาดง่ายแล้วยังช่วยให้เกิดการสะท้อนของแสงสว่างได้ดีอีกด้วย
2. ”สี” ของ “วัสดุและสุขภัณฑ์” ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะเลือกใช้โทนสีทีแตกต่างและตัดกันอย่างรุนแรง (ห้องน้ำครับ..ไม่ใช่แท็กซี่มิเตอร์ !!) เลือกโทนสีสว่างเหมือนกัน ดูแล้วกลมกลืนเป็นเรื่องเดียวกันยิ่งดี สีขาว สีครีม สะอาดตา ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดแน่ๆ ที่สำคัญอย่าให้โดดหรือเด่นออกมาแข่งกันเป็นใช้ได้
3. ”ลวดลาย” ของวัสดุ ไม่ว่าจะเป็น หิน กระเบื้องเซรามิค กระเบื้องแก้ว โมเสค ไม่ควรมีลวดลาย ประเภทที่มีลายดอก ลูกชมพู่ หรือว่าลูกแตงโม เก็บไว้ที่อื่นจะดีกว่า
4. หา “กระจกเงา” บานใหญ่ๆมาช่วยก็จะดีครับ เอาให้ใหญ่กว่าปกติหน่อย เช่น ตรงอ่างล้างหน้า หรือจะกรุเป็นหน้าบานสำหรับตู้เก็บของในห้องน้ำ
5. เลือกใช้ “สุขภัณฑ์ชนิดเข้ามุม” หากจำเป็นกับพื้นที่ใช้งานไม่เพียงพอจริงๆ อาจจะไมค่อยสะดวกบ้างกับการใช้งาน แต่ถ้าเลือกใช้บ้างชิ้นรวมเข้าไปด้วยก็จะช่วยให้โล่งกว่าเดิมขึ้นมาได้อีก เช่น โถปัสสาวะชาย ใช้แบบเข้ามุมก็จะให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวดีเหมือนกันครับ
Enjoy Yourself With Your Design
______________________________________
ภาพ : http://flickr.com/photos/hellopoe : http://flickr.com/photos/dmarcus








