interiorSiam.com

: MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Archive for 'Retail Design >>'

Commercial Space ฉลาดๆ | World Space Creators Awards 2009

March 9th, 2010. Published under Commercial >>, Designer >>, Orther Design, Retail Design >>, Tips & Trics >>. 1 Comment.

Share post:

Winner-of-the-Grand-Prize-in-the-Interior-Design-Category-at-the-2009-World-Space-Creators-Awards-scramble-perspective-by-Yusuke-Hara4-550x393winner_img_2009_1a

สมราคากับรางวัล  Wolrd Space Creators Award 2009 เป็นงานออกแบบ Commercial Space ที่ควรค่าแก่การก้อปปี้(วิธีคิด)ขนาดนัก

Yusuke Hara อวดเก่งเบ่งความคิดที่ติดมันสมองออกมาให้เราได้ยลโฉมกัน กับการออกแบบโพรเจคที่ชื่อว่า  ‘Scramble Perspective’

เป็นงานออกแบบ  Commercial Space ในหนึ่งพื้นที่ แต่สามารถที่จะรองรับความหลากหลายของแบรนด์สินค้า (multiple brands can mix harmony)  ทั้งในด้าน functional | display  | merchandising | branding | Unity

ด้วยแนวคิดที่เกิดจากการพื้นฐานบรรดาลใจมาจากการใช้มุมมอง จุดนำสายคา การลากเส้นในการเขียนภาพ Perspective (การเขียนภาพ 3 มิติที่นักเรียนออกแบบภายในต้องได้เรียนทุกคน)

plan-section-m1_80-550x448

เมื่อพินิจจินตนาการตามแปลนที่ออกแบบไว้แล้วจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าเรา(ผู้ซื้อ) จะยืนอยู่ในมุมไหนของพื้นที่ขายในโซนของแบรนด์ใด ก็จะมองไม่เห็น display ของอีกแบรนด์ที่ต่อเนื่องกัน แต่ถ้าเมื่อใดที่เราก้าวข้ามมาอีกฝากฝั่งพื้นที่ของแบรนด์อีกแบรนด์ที่ต่อเนื่องกัน มันก็เหมือนกับการก้าวข้ามเข้าสู่แบรนด์สินค้าอีกหนึ่งแบรนด์ได้โดยไม่รู้ตัว

บางครั้งบางเวลา คลิกของดีไซน์ก็ดูจะเหมือนกับเส้นผมบังภูเขา แต่ถ้าคิดได้อย่างนี้..ไม่ง่ายหรอกครับ

——————————————————————————————-

Author :   MiMD   :  บล๊อก(รอ)เก้อ — ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

ข้อมูลและภาพ :  archicentral.comwsca.world.co.jp

Share post:

Wallpaper The Series : Light-emitting

December 22nd, 2008. Published under Blogger Invitation, City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Equipment >>, Livingplace >>, Material, News >>, Retail Design >>, Shopping Guide >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. 1 Comment.

Share post:

นักออกแบบชาวดัช อย่าง Jonas samson’s เลือกใช้เทคโนโลยีด้านแสงสว่าง อย่างหลอด LED มาประยุกต์ใช้สร้างลวดลายให้กับผนัง พร้อมกับการให้แสงสว่างแก่ห้อง เป็นอีกแนวคิดที่น่าสนใจและก่อให้เกิดการออกแบบแสง ให้กับห้องในแนวทางใหม่ๆด้วยครับ

—————————————————-

Contributorวิษณุ อ๋องสกุล

*ภาพและที่มา  :  designboom

Share post:

Primo Posto : ไอเดียอิตาลีที่เขาใหญ่

October 31st, 2008. Published under Blogger Invitation, Commercial >>, Outing >>, Retail Design >>. 2 Comments.

Share post:

วันเสาร์ที่อากาศดีอย่างวันนี้ไม่ได้มีมานานแล้ว ผมและครอบครัวตัดสินใจเดินทางไปเที่ยวที่ Primo Posto ซึ่งผมได้รับเมล์ที่บรรยายถึงบรรยากาศของร้านที่ตกแต่งเหมือนอยู่ในประเทศอิตาลี่ เมื่อหลายเดือนก่อนภาพที่ส่งมาให้ผมนั้น ทำให้ผมถึงกับเคลิ้มไปกับสถาปัตยกรรมและการออกแบบตกแต่งภายในที่เต็มไปด้วยรายละเอียด

ยังจำความรู้สึกหลังจากที่รู้ว่าภาพที่ส่งมาให้นั้นเป็นร้านอาหารที่ อยู่ในประเทศไทยอีกทั้งยังอยู่ใกล้เพียงเขาใหญ่ ซึ่งสามารถเดินทางไปถึงได้ในหนึ่งชั่วโมงผมและครอบครัว วางแผนเดินทางไปรับประทานอาหารเที่ยงที่ร้าน Dairy Home ซึ่งตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 144 จากกรุงเทพไปสระบุรี บรรยากาศที่นี่เป็นกันเอง และอาหารก็อร่อย เราเดินทางต่อ โดนใช้เส้นทางจาก Dairy Home ผมและครอบครัวไม่ได้พกแผนที่ที่ตั้งของ Primo Posto มาด้วย ผมจำทางไปที่ร้านได้จากที่อ่านในเว็บ เราขับรถต่อมากว่าสิบกิโลเมตร ก็ยังไม่มีป้ายบอกทางผมและครอบครัวคิดจะกลับรถ เพราะคิดว่าหลงทางหรือเลี้ยวผิดทาง เพราะระยะทางที่วิ่งไปทั้งไกลและลึกเข้าไปในหุบเขา แต่เราก็อุ่นใจเมื่อเห็นป้ายบอกทางแรก ซึ่งทั้งหมดมีเพียงสองป้ายก็ถึงหน้าร้าน

ชมบรรยากาศการตกแต่งได้ที่นี้

ภาพที่เห็นคือร้านที่สวยงามเหมือนในภาพถ่าย เพียงแต่ขนาดของร้านที่เล็กกว่าที่คิดไว้มาก ที่ร้านมีแขกเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องส่วนนึงกำลังถ่ายภาพตามมุมต่างๆอย่างสนุกสนาน พนักงานต่างมีอัธยาศัยดี พนักงานคนหนึ่งต้องคอยรับโทรศัพท์เพื่อบอกทางเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน ให้กับแขกที่ต้องการเดินทางมาที่นี่

ผมรีบพา “พอใจ” เข้าไปเลือกไอศครีมที่อยู่ในร้านเพราะช่วงบ่ายของวันแดดยังจ้าและอากาศค่อนข้างร้อน โต๊ะที่ตั้งอยู่ภายในร้านทั้งหมด ถูกจัดเรียงไว้อย่างสวยงาม “แทบทุกโต๊ะต่างมีมุมที่สวยงาม” เมื่อถ่ายภาพออกมา เป็นการใช้ “งานออกแบบตกแต่งภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ” เรามองเห็นได้จากสีหน้าของคนที่เข้ามาใช้บริการในร้านที่ต่างประทับใจกับบรรยากาศที่ถูกจัดวางไว้อย่างมีระดับ อากาศที่สดชื่นกับแสงแดดที่สดใส ช่วยให้แสงและเงาช่วยเพิ่มบรรยากาศของร้านให้น่าหลงไหลยิ่งขึ้นเราเริ่มเดินสำรวจรอบๆร้าน

ผมประทับใจในการออกแบบของร้านที่ไม่ทิ้งแม้กระทั่งด้านหลังของอาคาร เพราะยังมีมุมร้านกาแฟที่น่านั่งจิบกาแฟมองไร่องุ่นที่อยู่ด้านหลัง ก็สัมผัสบรรยากาศที่ดูสงบกว่าด้านหน้าร้านได้

มีภาพ Plan คร่าวๆของร้าน ที่ผม Sketch เก็บไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นส่วนต่างๆของร้านที่ให้บริการ จำนวนของโต๊ะไม่ได้ถูกต้อง ตามที่แสดงนะครับ เพียงแต่ผมไม่ได้ใช้บริการส่วนของร้านกาแฟซึ่งมีบรรยากาศที่น่านั่งเพราะคิดว่าในร้านมีเพียงบริการอาหารและไอศกรีมเท่านั้น

สุดท้ายผมออกจากร้านประมาณบ่ายสองโมง แวะ Out-let Village แล้วเดินทางกลับถึงกรุงเทพ ก่อนหกโมงนับว่าเป็นการเดินทางที่ไม่เหนื่อย อีกทั้งยังสนุกสนานกันได้ทั้งครอบครัวครับ

หากใครมีเวลาว่างอยากเชิญให้ลองไปสัมผัสบรรยากาศดู เวลาทำการของร้าน Primo Posto จะเปิดทำการ
เฉพาะวัน ศุกร์-อาทิตย์ เท่านั้น
หมายเลขติดต่อ Primo Posto : 084-035-8544

—————————————————————-

Contributor : วิษณุ อ๋องสกุล

Share post:

IKEA กับโฆษณา(แฝง)บนแผ่นฟิล์ม

September 12th, 2008. Published under City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Designer 's Experience, Furniture >>, Livingplace >>, News >>, Product Design, Retail Design >>. 2 Comments.

Share post:

………

เวลาที่เรานั่งดูหนังไม่ว่าจะดูที่บ้านด้วย (E)TV ของเรา  หรือจะออกไปดูข้างนอกที่  EGV ของเขาก็ตามที  หลายครั้งเรามักจะเห็น การพยายามจงใจวางสินค้าให้ตำตา(ผู้ชม) ด้วยโฆษณาแฝง

ไม่ว่าจะเป็นฉากลีลาเดินเตะกระป๋อง “โค๊ก” (สินค้าน้ำดำกระป๋องแดง) ด้วยอารมณ์รักคุดของบุรุษที่อยู่บนโลกที่ไม่ค่อยจะน่าอยู่ซักเท่าไหร่ หยุดและเหม่อมองที่หน้าร้าน  ชายสี่หมี่เกี๊ยว  (แบรนด์สินค้าที่เป็นสัญญลักษณ์ของแหล่งชุมชน) อย่างพอดิบพอดี

หรือจะเป็นยานยนต์ติดล้อ Chevlolet ที่สามารถแฝงตัวแปลงร่าง กลายเป็นหุ่นยนต์พิทักษ์โลกอย่างในหนัง  Transformers  (แว่วมาว่าซัมเมอร์หน้า ภาค 2 มาแน่)

ที่นี้ลองกลับมาดูอีกทีซิว่า อย่างในวงการออกแบบภายใน ทั้งผู้ผลิตและผู้ออกแบบ หรือวงการออกแบบผลิตภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์สำหรับตกแต่งบ้านนั้น มันจะมี “โฆษณาแฝง” อย่างนี้ที่ว่ามาบ้างหรือเปล่า !???

เจอจนได้ !! 

FIGHT CLUB  พอจะจำหนังเรื่องนี้ได้บ้างหรือเปล่าครับ  หนังแนวดราม่าที่น่าดูและน่าสะสมเรื่องหนึ่ง ของผู้กำกับ David Fincher เมื่อ 9 ปีก่อน (1999)   ที่ได้ Actors เกรด A ขวัญใจแม่ยก มาเล่นคู่กันทั้ง Edward Norton และ Brad Pitt ( แฮ่ม..นึกถึงละครช่อง5 ที่ออกอากาศตอนนี้ขึ้นมาทันใด ‘พี่กัปตัน’ กับ ‘พี่มอส’ ของผม ต่อยกันทั้งเรื่องเหมือนกัน อิอิ )

IKEA แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ Knock Down แบบ DIY ชื่อดังที่มีขายกันทั่วโลก ขยันออกโฆษณา ทำพีอาร์กันเป็นว่าเล่น ไม่ละเว้นเช่นกันที่จะขอแฝง-ขอแทรก เข้าไปเป็นฉากเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรูในหนังเรื่องนี้ ส่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มีอยู่ทั่วโลก

เป็นซีนที่พระเอกของเรานั้นเลือกเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน ด้วยความที่เป็นนักธุรกิจที่งานนั้นยุ่งเหลือเกิน แต่ก็สะดวกสบายง่ายมากกับการเลือกตกแต่งบ้านจากแคตตาล๊อก ยกหูโทรสั่งได้เลยทางโทรศัพท์

แฮ่ม .. อะไรมันจะชงเข้าทาง IKEA ไปหมด ซะขนาดน๊านนน…น..นน   :)

 

———————————————–

Author  :  MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Share post:

ตกแต่งภายใน “ผ่าตัดแปลง(ประ)เภท”

June 3rd, 2008. Published under Commercial >>, Material, My Stuff >>, Outing >>, Retail Design >>. 2 Comments.

Share post:

สัปดาห์ที่แล้วแอบแวบไปพัทยามา ไม่ได้ไปเที่ยวดูฝรั่งอาบแดดหรอกนะ แต่ที่เห็นเยอะแยะเต็มไปหมดนี้ ก็จะเป็น “ชายไทย” ที่แปลงร่างเป็น “สาวสวย” กันซะเยอะ  น่าจะเยอะกว่าสาวไทย(จริงๆ) อยู่เหมือนกัน เท่าที่กะประมาณเอาจากความถี่ที่เดินผ่าน สวยครับ สวยจริงๆ บางครั้งยังต้องมองตามเพราะความเพลินของสายตา (แค่มองครับ..ยังไม่กล้าที่จะจินตนาการต่อ :)  ) 

ไปดูสถานที่ และคุยงานครับ

HANAKO TOKYO“  แบรนด์เสริมความงามอีกแบรนด์ที่มีในบ้านเรา กำลังจะเปิดอีกสาขาที่นั้น  แถวพัทยากลาง ปากทาง “Walking Street” ถนนคนเดิน(เที่ยว)สไตล์พัทยานานาชาติ

แปลกใจและคาดไม่ถึงว่า จากร้านเดิมที่เป็น “ร้านขายภาพเขียน” (Art Gallery)  กำลังจะโดน “ผ่าตัดแปลง(ประ)เภท” ให้กลายไปเป็น สถานเสริมความงาม ”Beauty Shop” ซะแล้ว

ตอนแรกแค่คิดว่า เจ้าของเดิมคงปล่อยให้เขาเช่าทำร้าน 

แต่เปล่า..!!!  เปลี่ยนเอง ตั้งใจเอง อยากจะเปลี่ยน(ประ)เภทของการทำมาหากิน ทั้งที่ร้านนี้เปิดมาเป็นสิบปีน่าจะได้(คิดเอาเอง) แต่ยังงัยก็น่าจะเกี่ยวกันบ้าง เพราะเป็นเรื่องสวยๆ งามๆ เหมือนกัน…นั้น !!!

ส่วนตัวแล้วผมชอบโครงสร้างเดิมของอาคาร โดยเฉพาะโครงสร้างของพื้นชั้นบน และจะมองเห็นได้จากชั้นล่าง  งงมั้ยครับ ??? ถ้า..งงง!! ดูภาพประกอบ

เป็นโครงสร้างไม้ ทั้งคาน ตง และพื้น(ชั้นบน) ยกเว้นเสาและผนังเท่านั้นที่เป็นปูน เกิดไอเดียว่าจะเก็บเสน่ห์ของโครงสร้างอาคารแบบเก่า อันนี้ไว้ (ดีกว่า)

แล้วเอาดีไซน์ที่เป็น สมัยใหม่ (Modern) “ผ่าตัด” ใส่เข้าไป  เสริมจมูกด้วยวัสดุที่มีพื้นผิว มันวาว เข้าไปอีกซักหน่อย เพื่อจะได้เกิดเงาภาพสะท้อนให้มีมิติมากขึ้น และสื่อความหมายแบบ “มายา” (Illusion) เข้าไปอีก

เบิ้ลผนังด้านในสุด ด้วยซิลิโคน “ฟองยาง” ให้เกิดระนาบโผล่ขึ้นมาจับต้องได้ และไม่ให้แบนราบจนเกินไป

เน้น “สีดำ” เพื่อความรู้สึก “ลึก-ลับ” น่าค้นหา   แทรกด้วย “สีทอง” บ้างเล็กน้อยเป็น “กิมมิค” (Gimmick) กลเม็ดแห่งความหรูหรา

……..

“เรีบบแต่หรู” ~ “น้อยแต่เยอะ..ด้วยความหมาย” (นั่งกัดปากกา แล้วนึกภาพในอากาศ)

จาก  “Art Gallery” กำลังจะโดน “ผ่าตัด แปลง(ประ)เภท” ให้เป็น “Beauty Shop“ กลางเมืองพัทยาเร็วๆนี้ครับ .. ถ้าลูกค้าไม่ปฏิเสธค่าแบบผมซะก่อน .. (ฮา)

__________________________________

Author  :  MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ-ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Share post:

SWAROVSKI ราชาแห่งคริสตัล

March 17th, 2008. Published under Commercial >>, Designer >>, Retail Design >>. No Comments.

Share post:

ไม่ได้แอบ(แฝง)เชียร์ หรือว่าเป็น “พ่อยก” คอยคล้องพวงมาลัยดอกซากุระ ให้แก่ดีไซน์เนอร์ชาวญี่ปุ่นคนนี้แต่ประการใด แต่ที่ต้องเขียนถึงอยู่บ่อยๆก็เพียงเพราะว่า มีดีไซน์ดีๆ แหล่มๆ ออกมาให้ยลอยู่เรื่อยๆ ถ้าจะไม่ให้พูดถึงเลยก็ดูกระไรอยู่

เคยเกริ่นไว้ในบทความก่อนของ โตคูจิน โยชิโอกะ (Tokujin Yoshioka) ไว้บ้างแล้วว่า ในประมาณกลางปีนี้ (2008)   โตคูจินจะสร้างปรากฏการณ์เซอร์ไพร้ บนย่านธุระกิจใหญ่ Ginza กลางกรุง Tokyo กับ Flagship Store ล่าสุดให้กับขาใหญ่ระดับราชาแห่งคริสตัลโลก สวารอฟสกี้” (SWAROVSKI)

เข้าไปอ่านและดูดีไซน์กันครับ >> 

………

Author : mimd : บล็อก(รอ)เก้อ-ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Share post:

“คู่สีตรงกันข้าม”กับร้านกาแฟแถวสาธรในบ่ายวันศุกร์ (เอาต่อให้จบ)

February 24th, 2008. Published under Commercial >>, Retail Design >>, Tips & Trics >>. 2 Comments.

Share post:

Caffe'D'Oroติดค้าง เรื่องนี้ ไว้เมื่อวันศุกร์(สุข..สุข)ที่แล้ว เกือบจะลืมกลับมาเขียนเรื่องนี้ต่อแล้วเชียว ถ้าไม่ได้เพื่อน(บล็อก)พันธุ์แท้ของเราอีกคน (ขออนุญาติไม่เอ่ยนาม)..ท้วงติงมา

กับเรื่องการเลือกใช้ “คู่สีตรงกันข้าม” และ “แผ่นพลาสติกลามิเนต” ในการตกแต่งภายใน โดยถือวิสาสะ(เอง) ยกเอาร้านกาแฟ “Caffe’ D’ Oro” มาคิดวิเคราะห์ ถอดถอนแบบ เป็นหนูทดลอง เคส-สตัดดี้ (Case Study)  จะด้วยความโชคดีหรือโชคซวยก็แล้วแต่ ที่บังเอิญในตอนที่นึกอยากจะเขียนนั้น   mimd นั่งอยู่ในร้านนี้พอดีครับ..ขออนุญาติอย่างไม่เป็นทางการล่ะนะ.. :)

mimd จะไม่ขอคุยถึงหรือคอมเม้นท์ในเรื่องดีไซน์นะจ๊ะ  แต่ขอ “คิด” (มุมมองส่วนตัว)ในส่วนการนำมาใช้ อย่างเฉดสีที่เห็นในภาพด้านบนนั้น  mimd ลองทำเป็น “PANTONE” สีดู และจับมันถอดสีออกมาดูเป็นชิ้นๆ  จากที่เห็นเขาใช้ในร้านนั้นล่ะครับ แต่ว่าเท่าที่พจารณา พินิจดูแล้วสรุปว่า คู่สีหลักนั้นจะเป็นแค่ “ม่วง-เหลือง” เรียกว่าเป็น “พระเอกกับนางเอก” เพราะเขาให้น้ำหนักและปริมาณของพื้นที่เยอะกว่าในส่วนสำคัญๆ และถึงในทางทฤษฏีสีที่มีอยู่ในตำราเขาจะบอกว่า ม่วง-เหลือง เป็นคู่สีตรงกันข้ามกัน  แต่ก็ใช่ว่าจะนำมาใช้และอยู่ร่วมกันไม่ได้นะ คู่สีทั้งสองสามารถอยู่ร่วมกันได้แบบแฮ็ปปี้เอนดิ้งครับ

ส่วนสีอื่นๆ ที่เห็นก็คือสีร่วมประกอบ ทำหน้าที่ ผสมผสานเพื่อให้เกิดความกลมกลืน ลื่นไหล ไปด้วยกันครับ และเป็น็สีส่วนที่สำคัญที่จะเสริมคู่สีหลักเป็นอย่างดี เปรียบได้กับดาราสบทบฝ่ายชายและฝ่ายหญิง..(ประมาณนั้น)  

ในสีทุกสีจะมีคู่สีที่ตรงกันข้ามกันทุกสีครับ เช่น แดง-เขียว  ขาว-ดำ เป็นต้น ลักษณะเด่นที่ในงานตกแต่งที่ดีไซน์เนอร์จะนำเอาคู่สีตรงข้ามกันแบบนี้มาใช้ ส่วนมากก็เพื่อต้องแสดงความ โดดเด่น สะดุดตา กระตุ้น ไม่หยุดนิ่ง เพื่อสร้างการจดจำได้ง่าย และมีอิทธิพลในเรื่องจิตวิทยาของร้านอาหารและเครื่องดื่มประเภทแบบอินเทรนด์ ตามยุคตามสมัยด้วย

laminate.jpg

แผ่นพลาสติกลามิเนต” หรือเรียกสั้นๆว่า “แผ่นลามิเนต” ดีไซน์เนอร์ส่วนใหญ่จะนิยมใช้กันมาก ในส่วนของงานออกแบบที่เป็นประเภท “Commercial” ร้านค้า ร้านอาหาร เนื่องจากว่า ลามิเนตมีจุดเด่นๆ ให้เล่นอยู่หลายอย่างเหมือนกัน ไม่ว่าจะติดตั้งง่าย ใช้เวลาน้อย(เพราะไม่ต้องทำสีผิว) น้ำหนักเบา รองรับรอยขีดข่วนได้ดีกว่าไม้อัดทั่วๆไป มีความหลากหลายและสม่ำเสมอทั้งสีสันและลวดลาย ราคาไม่สูงจนเกินไป แต่ก็ขึ้นอยู่กับเกรดคุณภาพของมัน คือมีตั้งแต่ราคาแปดเก้าร้อยบาท ไปจนถึงหลักหมื่นบาท คิดว่าเพราะจุดเด่นที่ว่านี้ล่ะครับ ถึงเป็นที่นิยมใช้กันมากในงาน Commercial จนกระทั่งรวมไปถึงงานตกแต่ง สำนักงาน โรงพยาบาล แถบเกือบจะทุกที่เลยไม่ว่าจะเป็นที่เมืองไทยบ้านเรา หรือเมืองไหนๆบ้านเค้าก็ตาม

แต่จุดด่อยมันก็มีอยู่บ้างเหมือนกันครับ ใช้ได้ดีเฉพาะ “งานภายในเท่านั้น” จะเอาไปใช้ตกแต่งด้านนอกอาคาร ที่โดนแดด โดนฝน ตรงๆบ่อยอย่าง “สีทนได้…สีทนได้” นั้นคงจะไม่ได้ และไม่ควรเป็นอย่างยิ่งครับ 

ลามิเนตทนไม่ได้…ลามิเนตทนไม่ได้“  (เสียของ!)

…….

Enjoy Yourself With Your Design    :)

Author : mimd

Share post:

“คู่สีตรงกันข้าม”กับร้านกาแฟแถวสาธรในบ่ายวันศุกร์

February 22nd, 2008. Published under My Stuff >>, Retail Design >>, Tips & Trics >>. 1 Comment.

Share post:

doro-1.jpgบ่ายๆวันศุกร์วันนี้ นั่งเขียนบล็อกอยู่ที่ร้านกาแฟครับ  วันนี้ mimd มีประชุมแถวๆถนนสาธร  ช่วงรอเวลานัดอากาศข้างนอกร้อนอบอ้าวแบบนี้ แวะหากาแฟกลั่วลิ้น แก้ง่วงดีกว่า

ร้านกาแฟร้านนี้เขาออกแบบโดยใช้คู่สีสดตัดกัน หรือ “คู่สีตรงกันข้าม” นั้นเอง เป็นอีกไอเดียที่เข้าท่าดีเหมือนกัน — Caffe’ D’Oro ร้านนี้นอกจากรสชาดของกาแฟใช้ได้ หอมเข้าที ก็ถือว่าถูกปาก ถูกคอ mimd ได้เหมือนกัน(รสนิยมส่วนตัว) นั่งนึกเล่นๆระหว่างจิบกาแฟ เลยอยากเขียนถึงการตกแต่งร้านด้วยดีกว่า  

คู่สีที่พูดถึงก็คือ ม่วง-เหลือง วัสดุหลักๆที่ใช้ในการตกแต่งก็จะเป็นพวก “พลาสติกลามิเนต” (Plastic Laminate)ซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ในแวดวงตกแต่งภายในเราจะเรียกมันสั้นๆว่า “แผ่นลามิเนต” คุณๆหลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นกับชื่อของมัน จริงๆแล้วมันก็คือชื่อที่เราเรียกกันติดปากว่า แผ่นฟอร์เมก้า นั้นเองจ๊ะ ซึ่งเป็นชื่อยี่ห้ออีกยี่ห้อหนึ่งของแผ่นพลาสติกลามิเนต  คงคือครือๆกันกับที่เราชอบเรียกชื่อผงซักฟอกว่า “แฟ้บ” นะล่ะครับ

วันนี้เวลาน้อย เดี๋ยวต้องรีบเข้าประชุม  แล้ววันหลังหน้า จะมาสาธยายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เจ้าแผ่นลามิเนต กับการใช้คู่สีตัดกันในการออกแบบตกแต่งร้านกาแฟร้านนี้ให้ฟังต่อครับ…ไปแว้วววว..วว…แว๊บ!  :)

Author : mimd

Share post:

แมคโดนัลด์..เธอเปลี่ยนไปแล้ว

January 17th, 2008. Published under Commercial >>, My Stuff >>, Retail Design >>. 4 Comments.

Share post:

mcdonalds-in-europe.jpg

ภาพของร้าน แมคโดนัลด์ (Mc Donald’s) ที่เห็นอยู่ด้านบนนั้น อาจจะทำให้หลายๆคน(mimd ด้วย) ไม่ค่อยคุ้นหู คุ้นตานัก—ข้อมูลเป็นตัวหนังสือใน trendwatching(dot)com  ที่ mimd ไปอ่านเจอ บอกไว้ว่าปีที่แล้ว ๒๕๕๐ (คศ.2007)  แมคโดนัลด์(Mc Donald’s) หลายๆประเทศในยุโรปมากกว่า 1,280 สาขา เริ่มปรับเปลี่ยนและออกแบบตกแต่งใหม่ โดยเขาใช้คำว่า “รีโมเดลลิ่ง” (Remodeling)  

จากเดิมที่คุ้นตากับ คู่สี เหลือง(Yellow) – แดง(Red) ในการทำ “Design” และ “Branding” นั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้นและได้ผ่านไปแล้วสำหรับวันนี้–วันนี้เราจะสังเกตุเห็นว่า สีแดง ที่เคยมีอยู่นั้น มันค่อยๆเจือจางหายไป และถุกแทนที่ด้วยสีขาว เกิดคู่สีใหม่คือ เหลือง(Yellow) – ขาว(White) แทรกและเสริมด้วยโทนสีเข้ม เช่น ดำ(Black)  น้ำตาล(Brown)  ที่จะช่วยส่งและขับสีเหลืองให้เด่นเป็นพิเศษ 

mimd ขออนุญาติแคะเอาขี้เลื่อย ที่มีอยู่ในกบาลของตัวเอง มาลองคิดวิเคราะห์ถึงที่มาที่ไป และตั้งข้อสังเกตุ(เอาเอง) เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับงานออกแบบ(Design) เป็นความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น(ขอเน้น.!)

–หนึ่งนั้น อาจเป็นเพราะว่า แมคโดนัลด์ต้องการฉีกภาพลักษณ์(Image)ออก “เพื่อให้เห็นถึงความแตกต่าง” จากแบรนด์ฟาสท์ฟู้ดอื่นๆทั่วไปที่เป็นคู่แข่งอยู่ในตลาดที่ใช้คู่สีคล้ายๆกันคือ เหลือง(Yellow) – แดง(Red)

–และสอง ต้องยอมรับว่า หลายปีหลังมานี้ ธุระกิจอาหารประเภทนี้  ถูกชี้หน้าด่าและโจมตีในเรื่องที่ว่า เป็น “อาหารขยะ” หรือจะทับศัพท์ว่า “จั๊งค์ฟู้ด”(JunkFood) ไร้สาระไม่มีประโยชน์ ฉาบฉวย ไม่รับผิดชอบต่อผู้บริโภคในเรื่องสุขภาพ เต็มไปด้วยไขมัน สร้างวัฒนธรรมการบริโภคแบบ Snack Culture จึงอยากจะปรับเปลี่ยนความรู้สึกของผู้บริโภคเสียใหม่ “โดยการจับตัวเอง โยนใส่ตะกร้าล้างน้ำซะ” ใช้การออกแบบและตกแต่งเป็นเครื่งมืออย่างหนึ่งในการสื่อสารภาระกิจอันนี้ ปรับเปลี่ยนสีใหม่ เพื่อสร้างความรู้สึกใหม่ๆ บรรยากาศใหม่ๆ หนีความเป็นอาหารขยะ การใช้สีที่เข้มขึ้น ดำ น้ำตาล ขาว  ดีไซน์ เส้นสายการออกแบบ หนักแน่น นิ่งขึ้นกว่าเดิม ไม่โฉบเฉี่ยวมากเกินไป ดูเป็นหนุ่มที่ดูอบอุ่นขึ้น มีสาระ และน่าเชื่อถือไว้ใจขึ้นกว่าเดิม เพื่อเน้นและกระแทกซ้ำลงไปถึงความแตกต่าง ว่าไม่ได้เป็นร้านอาหารประเภท JunkFood อีกต่อไป

“I’m lovin it”

Enjoy Yourself  with  Your Design.    :)

Author : mimd

Share post:

บิ๊กแมค(McDonald’s) ชิ้นแรกของผม

November 28th, 2007. Published under Commercial >>, My Stuff >>, Retail Design >>. 3 Comments.

Share post:

mc-big-c-ladpraw-2.jpg 

ภาพสเก็ตช์ McDonald’s สาขา Imperial World ลาดพร้าว 

ในที่สุดแมคโดนัลด์สาขาแรก ที่ผมออกแบบ ก็ได้เริ่มขึ้นซะที(ประมาณปี 98-99)…ช่วงบ่ายวันนั้นผมและพี่เบิ้ม(เจ้านาย) มีนัดเข้าประชุมที่ชั้น10 ตึกอัมรินร์ทาวเวอร์ กับผู้ดูแลการออกแบบและก่อสร้างของ McThai เพื่อรับ Brief  สาขาแรกของเราคือสาขา Imperial World ลาดพร้าว (ปัจจุบันก็คือ Big C นั้นเองครับ) 

พี่ฐานันท์(Construction Manager) และ Mr.Rick Helfand(Genaral Manager) ในตอนนั้นเป็นผู้ Brief ให้เราฟัง..ก่อนหน้านั้นแมคโดนัลด์จะเป็นร้านที่มีพื้นที่ใหญ่พอสมควร เน้นการออกแบบที่มี เรื่องราว คอนเซปท์ชัดเจน ลงทุนในการตกแต่งสูง เช่นที่สาขา The Mall (งามวงษ์วาน) การตกแต่งเป็นคอนเซปท์ เรือโจรสลัด    ถือว่าเป็นสาขาที่เตะตามากทีสุดของแมคฯสาขานึงเลยก็ว่าได้ ผมค่อนข้างจะชอบดีไซน์ของสาขานี้มาก (ขอชมดีไซน์เนอร์ผู้ออกแบบ!..ไม่แน่ใจว่าเป็น P49 หรือ Design 103 หรือเปล่า จำไม่ได้จริงๆ)  อาจจะเรียกได้ว่าเป็น Flagship Store ในตอนนั้นเลยก็ว่าได้ครับสำหรับแมคโดนัลด์

ที่ผมชอบเพราะคอนเซปท์ดีไซน์มันชัดเจน มี่เรื่องราวที่ตรงและ Get!! ได้เต็มๆสำหรับกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าก็คือ กลุ่มเด็กๆที่มากันแบบครอบครัว

แต่สำหรับนโยบายใหม่ที่เราจะได้ทำกันต่อไป คือลดขนาดพื้นที่ร้านให้เล็กลง ในขนาดกะทัดลัดและคล่องตัวในการบริหารจัดการของ McThai  ดีไซน์คอนเซปท์ในแบบทันสมัย(Modern)  แต่สิ่งที่ยังต้องมีอยู่และขาดไม่ได้ก็คือ โซนเพลแลนด์(Playland) สำหรับเด็กๆ มีเครื่องเล่น และพื้นที่ให้ทำกิจกรรมเล็กๆเช่น จัดงานวันเกิด สำหรับเพื่อนฝูงและครอบครัว (แมคฯเขารักเด็กอ่ะครับ!..ยิ้ม)

p7-135.jpg

ภาพสเก็ตช์ McDonald’s สาขา Imperial World ลาดพร้าว 

ที่สาขา Imperial World (ลาดพร้าว) งานตกแต่งก่อสร้างเริ่มเข้าตั้งแต่ ตัวอาคารของห้างยังก่อสร้างไม่เสร็จ สภาพที่ไซต์งานในการเข้าไปทำงานค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควร แต่ก็ได้สอนประสบการณ์ และการแก้ปัญหาต่างๆให้ผมได้เรียนรู้ได้เป็นอย่างดี  

Modern Design Concept คือสิ่งที่ เราและ McThai สรุปตรงกัน ผมเลือกที่จะใช้ หินแกรนิต(ดำอาฟริกา)สำหรับทำท็อปเคาน์เตอร์ เพราะว่าความแข็งแรงและความมันเงาของหินสีดำสนิทจะช่วยตัดกับสีที่สดๆ(เหลือง-แดง)ภายในร้านได้เป็นอย่างดี อาหารที่เสริฟจะดูเด่นและสีสดมากขึ้น –ผมเลือกกระเบื้องแกรนิตโต้(ผิวด้าน) เพราะไม่ลื่นเพื่อความปลอดภัยของลุกค้าโดยเฉพาะเด็กๆ และมีความแข็งแกร่งสูงกว่ากระเบื้องเซรามิคทั่วไป สำหรับปูพื้นของร้าน และสลับสีด้วยโมเสคเล็กๆเป็นแพทเทิร์นตามโซนต่างๆ ที่ต้องการแบ่งโซนหรือที่ต้องการเน้น เช่นหน้าเคาน์เตอร์ และยาแนวกระเบื้องด้วยสีดำเพราะจะทำให้พื้นดูไม่สกปรกเหมือนสีขาว–

ผมเลือกท่อสแตนเลสกลม เพื่อให้ดูทันสมัยสำหรับบตกแต่งซุ้มประตูทางเข้า และในส่วนเคาน์เตอร์ทั่วไป–ผมเลือกใช้แผ่นพลาสติกลามิเนตสำหรับสีเหลือง สีแดง ในการตกแต่งผนัง และใช้สีเทา-ดำและไม้สีอ่อนเป็นตัวช่วยเบรกน้ำหนักของสีโดยรวมของร้านอีกที–การให้แสงสว่างค่อนข้างต้องการให้สว่างมากเป็นพิเศษกว่าปกติทั่วไป เพราะจะทำให้บรรยากาศร้านดูไม่เหงาหงอย เลือกใช้แสงแบบ Cool White ผสมกับแสงแบบ Warm White ในอัตราส่วน 70:30 สำหรับแนวหน้าร้านทั้งหมดเพื่อให้ดูสว่างและดูสะอาดตา(เพิ่มความเชื่อมั่นในเรื่องความสะอาดได้ดีครับ!) เลือกใช้แสงแบบ Warm White สำหรับส่วนที่ทานอาหารเพราะแสงแบบนี้จะทำให้อาหารดูน่าทานขึ้นอีกเยอะ  

แล้วทุกอย่างก็ลุล่วงไปด้วยดีครับ สำหรับสาขาแรกของผม พร้อมเปิดตามกำหนด ในวันเปิดร้านก็มีเหลืองานภายนอกที่ต้องเก็บรายละเอียดอีกนิดหน่อย ภาพรวมงานดีไซน์ออกมา ก็ถือว่าพอใจได้ในระดับนึง หลังจากที่นี้แล้ว สาขาที่ 2..3..4..5….6….7…8910 กำลังรอผมอยู่

ขอบคุณ McThai  ขอบคุณพี่เบิ้ม…” I’m lovin’ it “

Author : mimd

p7-136.jpg

ภาพสเก็ตช์ McDonald’s สาขา ถนนจันทร์

p7-133.jpg

ภาพสเก็ตช์ McDonald’s สาขา เอแบค(รามคำแหง)

 

บทความที่เกี่ยวข้อง : McDonald’s “I’m lovin’it”

Share post:

แมคโดนัลด์ “I’m lovin’it”

November 26th, 2007. Published under Commercial >>, My Stuff >>, Retail Design >>. 1 Comment.

Share post:

newdesign_logo.jpg“I’m lovin’it” สโลแกนและแคมเปญใหม่ของ Mc Donald’s ฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกัน ที่เกิดและขยับขยาย สยายปีกในเมืองไทยแล้วกว่าสิบปี อ่านข่าวในหน้าธุระกิจเจอเกือบจะทุกวัน นับตั้งแต่ เดช บุลสุข ผู้เป็นเจ้าของคนก่อนถอยออกไปและขายแมคโดนัลด์ต่อให้กับ เจ้าพ่อธุรกิจไลฟ์สไตล์ เอนเตอร์เทนเม้นต์ คนใหม่ของเมืองไทย วิชา พูลวรลักษณ์ แมคโดนัล ในวันนี้ไม่เหมือนวันก่อน ความเปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้นกับฟาต์สฟู้ดแบรนด์นี้

ผมมีโอกาสได้ออกแบบร้าน McDonald’s อยู่หลายสาขาเหมือนกันในช่วงที่เจ้าของยังชื่อว่า เดช บุลสุข อยากเล่าถึงประสบกาณ์ด้านงานออกแบบตกแต่งร้านดีกว่า ความโชคดีและน่าภูมิใจสำหรับตัวเองในตอนนั้นถือว่าดีมาก ที่เจ้านายไว้วางใจให้รับหน้าที่ดูแลและออกแบบร้านแมคโดนัลทุกสาขาที่เราได้รับมาจาก McThai  เป็นโอกาสที่ดีไซน์เนอร์อย่างผมได้รับประสบการณ์ใหม่กับแบรนด์ระดับนี้

qscv2.jpgการเลือกใช้สี ที่ต้องเน้นสำหรับ Brand Corporate Identity คือสีเหลือง และสีแดง เป็นสีที่โดนกำหนดว่าต้องมี เหมือนกันทั่วโลก ซึ่งก็เป็นเรื่องจิตวิทยาอย่างหนึ่งของร้านอาหารทั่วไปอยู่แล้วเพราะสีเหลือง แดง ส้ม จากการวิจัยพบว่าสีโทนเหล่า มีผลในการกระตุ้นความอยากทานอาหารมากขึ้น ส่วนใหญ่ฟาต์สฟู้ดเกือบทุกแบรนด์จะใช้เป็นสีหลัก หรือไม่ก็ต้องมีสีแบบนี้ในการตกแต่งร้านอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็น KFC หรือ Chesters Grill  ลองสังเกตดูได้ครับ

วัสดุในการตกแต่ง  จะเน้นที่การดูแลรักษา ทำความสะอาดง่าย และคงทนแข็งแรง เป็นหลักใหญ่และซีเรียสมากๆ เนื่องจากการเข้าออกและการหมุนเวียนของลูกค้าค่อนข้างถี่และบ่อย และต้องคอยทำความสะอาดร้านอยู่ทั้งวัน เช่น  หินแกรนิต หินสังเคราะห์(High Pressure) สำหรับปูท็อปเคาน์เตอร์  ปูพื้น  สแตนเลสใช้ในการออกแบบพาร์ทิชั่น(Low Partition) ปิดขอบผนังกันกระแทก ฯลฯ

ระยะเวลาในการตกแต่ง ถือว่าสั้นมากครับถ้าเปรียบเทียบกับเนื้องานออกแบบตกแต่งทั้งหมด แต่ก็เป็นความท้าทายและสนุกมากครับในช่วงนั้น เพราะทุกๆส่วนผู้ร่วมงานล้วนแต่ต้องทำงานแข่งกับเวลาด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งฝ่ายออกแบบ ผู้รับเหมา ฝ่ายติดตั้งระบบครัว ระบบไฟฟ้า ทั้งฝ่ายตรวจสอบของทาง McThai เอง เพราะว่าเวลากำหนดของการเปิดร้านได้ขีดเส้นให้เราไว้แล้ว

ผมเองก็เริ่มสนุก ติดลมแล้วซิครับ แล้ววันหลังถ้านึกอะไรขึ้นได้อีกจะกลับมาเล่าต่อ.“I’m lovin’it “

 

Enjoy Yourself with Your Designs  :)

Author : mimd

Share post: