Archive for 'Outing >>'
Fabric Innovation 2011
May 21st, 2011. Published under Event : Exhibition, Outing >>, Product Design, Shopping Guide >>. No Comments.
Share post:

สัปดาห์ก่อนผมได้รับโทรศัพท์จาก Crystal Design Center (CDC) ขอให้ interiorSiam.com ช่วยประชาสัมพันธ์งาน Fabric Innovation 2011 ที่จะจัดขึ้นปลายเดือนนี้ระว่างวันที่ 26 พ.ค. 54 – 5 มิ.ย. 54 นี้
ถือเป็นอีเว้นท์อีกงานที่ดูแล้วน่าสนใจและน่าจะเป็นประโยชน์กับแฟนๆหรือบุคคลทั่วไปที่สนใจและกำลังมองหาวัสดุใหม่ๆ เพื่อเป็นไอเดียไปออกแบบตกแต่งบ้านหรือที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็น ผ้าบุ ผ้าม่าน วอลล์เปเปอร์ พรม หรือแม้แต่การทำเวิร์คช้อปสัมมนาที่เป็นแนวโน้มของเทรนด์ออกแบบของวัสดุสิ่งทอที่ใช้ในงานออกแบบตกแต่ง
อยากทราบรายละเอียดของงานเพิ่มเติมได้ที่นี้นะครับ
Share post:
เมื่อหนุ่มดีไซน์กับสาวเดนิมจะกิ๊กกันในโรงแรม | 25 Hours Hotel By Levi’s
July 21st, 2010. Published under Commercial >>, Designer >>, Designer 's Experience, Livingplace >>, Orther Design, Outing >>, Tips & Trics >>. No Comments.
Share post:

ภาพ : www.25hours-hotels.com
ให้คุณนึกถึงยีนส์ คุณจะนึกถึงยีนส์ยี่ห้ออะไร?
………………………………………………………………………………………………………………….
กรุงเทพมหานคร ๒๕๓๑
ให้ผมนึกย้อนกลับไปเมื่อประมาณยี่สิบ++ปีที่แล้ว สมัยที่ยังเป็นนักเรียนอาชีวะนั่งหัดเขียนแบบงูๆปลาๆอยู่ จำได้ว่าถ้าจะใส่ยีนส์ก็ต้องเป็น ‘ ลีวายส์ ‘ เท่านั้น ยิ่งถ้าให้เลือกรุ่นที่จะได้สวมและครอบครองก็ต้องรุ่นเทพเรียกพ่ออย่าง “Levi’s 501″ เป็นแท้และแน่นอน
แฟรงค์เฟิร์ต 2008
25 hours Hotels แบรนด์บูทีคโฮเทลสุดแนวกับตำนานเดนิมบลูยีนส์สีฟ้าอาภรณ์ตลอดการอย่าง Levi Strauss & Co แบรนด์แรกนั้นประกาศแนวทางชัดเจนและเสียงดังแล้วว่า ‘สวยไม่สน ขอแค่เท่ !! ทิ่มใจได้ก็เป็นพอ’ (ฮา) ส่วนแบรนด์หลังต้องการตอกย้ำโลกด้วยภาพลักษณ์ของความเป็น young liftstyle เลือกแล้วว่าชาตินี้หรือชาติหน้าจะขอเจาะไข่แดงกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นเป้าหมายหลัก (new generation)
แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็ไม่ได้หลงลืมตกสำรวจกับเหล่าสาวกกลุ่มเดิมผู้สวามิภักดิ์ต่อแบรนด์เจ้าประจำให้รู้สึกห่างหายและโดดเดี่ยว เพราะลีวายส์ไม่ได้แอบนอกใจแฟนประจำเพียงแค่อยากจะมีกิ๊กใหม่เพิ่มก็เท่านั้น แฮ่มม..ประเดี๋ยวจะหาว่าฟันแล้วทิ้ง
ในมุมมองของผมเอง boutique hotel อย่าง 25 Hours by Levi’s แห่งนี้ ไม่ได้ตอบโจทย์ดังกล่าวด้วยแค่งานออกแบบและตกแต่งเท่านั้น แต่การออกแบบโปรโมชั่นทางการตลาดก็จำเป็นที่ต้องออกแบบให้ชัดเจนตีกรรเชียงคู่กันไปเพื่อให้อินกับเทรนด์ของ ‘กลุ่มเป้า’ ที่หมายปอง
ขอยกตัวอย่าง ถ้าคุณยังวัยทีน walk-in เข้ามาด้วยเส้นรอบปียังไม่เกินวัยเบญจเพส (25) หรือถ้าคุณ drive-in เข้ามาด้วย MINI สปอร์ตสี่ล้อตัวกะเปี๊ยกที่หลายคนหมายปอง(รวมทั้งตัวผม) สิบห้าเปอร์เซนต์คือส่วนลดที่คุณจะได้รับ หากมองในแง่การตลาดด้วยมุมมองกระโหลกกะลาของคนไม่ประสีประสาการตลาดอย่างผม ผมก็มองว่าชัดและฉลาด เพราะพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ลูกค้าคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้จะสร้างแรงดึงดูดจากคนรอบๆข้างให้เข้ามาสัมผัส อยากแต๊ะอั๋งดูบ้าง ช่วยสร้างสังคมเฉพาะกลุ่มแปลกใหม่และภูมิใจในความเป็นปัจเจก
เมื่อหนุ่ม ‘ดีไซน์’ (design) กับสาว ‘เดนิม’ (denim ) ส่งซิกปิ๊งกันเป็นที่เรียบร้อยได้เวลาตามนัดเกี่ยวก้อยเข้าโรงแรม แล้วประสบการณ์แบบบลูยีนส์ของสาวกลีวายส์ก็ได้เวลาตกฟาก ให้แบรนด์และผู้บริโภคได้เกลือกกลั้วคั่วกลิ้งกันอย่างเนื้อแนบเนื้อ
M, L , XL สามไซส์สามขนาดเจ็ดสิบหกห้องพัก ออกแบบด้วยความหลากหลาย ทำให้การตกแต่งของแต่ละห้องไม่เหมือนกัน แต่ทุกฟังก์ชั่นทุกส่วนสัดนั้นไม่ว่าจะเป็น ห้องพัก ล๊อบบี้ ห้องอาหาร แน่นอนว่าทุกๆพื้นที่ความเท่จะถูกควบคุมบรรยากาศด้วยโทนสีฟ้าของบลูยีนส์ที่โชว์ลูกเล่นร่วมกันด้วยน้ำหนักของแต่ละเฉดสี
เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจะดูหรูหราก็ไม่ใช่ จะดูเรียบง่ายก็ไม่เชิง ดูผสมผสานระหว่างของเก่าและใหม่ (fusion) ทั้งเก๋าและเก๋ (funky) แต่คงมีเอกลักษณ์ของตัวตนและกลิ่นไอของเดนิมบลูยีนส์ได้อย่างชัดแจ๋ว (fresh) จากความทึม เท่ แม้อาจจะดูอึดอัดบ้างบางครั้งจากธีมมู๊ดและโทนสี แต่ก็สื่ออารมณ์ได้อย่างไม่ตกคอนเซ็ปของแบรนด์
ประเทศไทย ๒๕๕๓
เครื่องมือสำคัญสำหรับ Co-Branding ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ผลิตภัณฑ์ใด ส่วนตัวผมนั้นคิดว่าหัวใจสำคัญในการดีไซน์นั้นอยู่ที่การเชื่อมต่อ (link) ระหว่างสิ่งสองสิ่งนั้นเข้าด้วยกัน เป็นอารมณ์ที่กลมกลืน เป็นความเนียนว่าจะเนียนแค่ไหน ลุคต้องดี ฟีลก็ต้องได้ (look & feel) ปรากฏการณ์ออกแบบที่เกิดก่อนทำให้เราได้เรียนรู้ ผมว่าอาชีพนักออกแบบรุ่นใหม่เราควรที่จะคิดอะไรที่มันเพิ่มมูลค่าให้กับงานที่ทำตลอดเวลา ไม่ใช่แค่งานที่กองอยู่ต่อหน้าบนโต๊ะทำงาน ดีไซน์เนอร์ยุคนี้หรือมนุษย์ยุคไหนก็ตามก็ควรคิดและควรทำแบบก้าวข้ามให้พ้นออกจากตัวเราเองเสียที
เชื่อว่ามันยาก แต่ก็เชื่อยิ่งกว่าเชื่ออีกละครับว่า..มันจะง่ายถ้าเราได้ฝึกและทำมันบ่อยๆ
——————————————————————————————————————-
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
อ้างอิง :
http://www.25hours-hotels.com/frankfurt2/hotel/gaestezimmer.php
http://www.25hours-hotels.com/company/
http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=7a5d3ee8c5879233
Share post:
แก้วิกฤตด้วยความฟุ่มเฟือย
April 2nd, 2009. Published under Designer 's Experience, Outing >>. 5 Comments.
Share post:
ผมพึ่งกลับมาจากสมุย ไม่ได้ตั้งใจไปเที่ยว..แต่ได้เที่ยว ไม่ได้ตั้งใจไปช็อปปิ้ง..แต่ก็ได้อะไรติดไม้ติดมือมา มีเพื่อนเคยบอกว่าถ้าไปเกาะสมุยที่ลืมมิได้ คือต้องซื้อกาละแมกลับมาเป็นของฝาก
บังเอิญผมมี project ออกแบบสำนักงานไว้สองทีในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่หนึ่งคือที่หาดใหญ่ เป็นงานที่กำลังจะส่งมอบ และโชคดีที่ได้ project ใหม่อีกหนึ่งที่เกาะสมุย เลยถือโอกาสควบสองต่อเนื่องเป็น Business trip ในรอบเดียวกัน
ภาพบางอย่างที่ชัดเจนแบบโดดถีบเข้าที่เบ้าตาผม คือ ความเงียบเหงา ผมจำได้ว่าเมื่อสิบปีก่อนที่ผมเคยมาเยือนหาดใหญ่ในครั้งแรกนั้น ซึ่งครั้งนั้นก็เป็นการมาทำงานเหมือนเช่นครั้งนี้ (เป็นงานตกแต่งบ้านพักอาศัย) ความคึกคัก กระฉับกระเฉงมันดูคล่องแคล่ว ทั้งผู้คนและร้านค้าธุรกิจมันดูมีชีวิตชีวากว่านี้เยอะ หรือแม้กระทั่งที่เกาะสมุยเองก็เหอะซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว ก็ยังเงียบเหงากลายเป็นเมืองท่องเี่ที่ยวที่เงียบๆเมืองหนึ่งบนโลกใบนี้เท่านั้นเอง — ต่างจากเดิมเยอะ
ร้านค้าผับบาร์ถูกออกแบบตกแต่งประดับประดาหน้าร้านเพื่อเรียกลูกค้า ด้วยการแขวนป้ายเท่ห์ๆและทันสมัยด้วยคำว่า “ปิดปรับปรุง” หรือ “เซ้งกิจการ”
จะชาวนาหรือดีไซน์เนอร์ก็ต้องเจอกับวิกฤตบรรยากาศแบบนี้เท่าเทียมถ้วนหน้ากันหมด ไม่อยากให้ใครต้องหดหู่ ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะคอยเตือนสะกิดต่อมตุ่มคิดของเราเอง ได้เวลาที่เราจะได้ขุดควักศักยภาพในตัวเองออกมาใช้กัน
“มองสวนมุม” และ “คิดสวนทาง” ขอจงใช้มันอย่างฟุ่มเฟือยเข้าไว้ เพราะความฟุ่มเฟือยเหล่านี้ไม่ได้สร้างวิกฤตและมลภาวะไว้บนหัวใคร — นอกจากหัวของคุณ
Enjoy Yourself with Your Design
________________________________________________________________
Author : : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
** ปล. ต้องการ “เซ้ง” ดีไซน์เนอร์ราคาถูก (กรุณาทิ้งเบอร์ไว้ แล้วผมจะโทรฯกลับโดยเร็วครับ..อิอิ)
Share post:
แขวนไว้ใกล้ๆตา
February 23rd, 2009. Published under City Living >>, Home & Garden, Livingplace >>, Outing >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. 1 Comment.
Share post:
(4) แขวนไว้ใกล้ๆตา
มาถึงครึ่งทางกันกว่าๆ กับอีกไอเดีย เป็นที่ 4 ใน ’7 วิธีชวนสวนเข้าบ้าน’
เชิญสำราญบานอุรากันด่อกับอีกไอเดียตกแต่งให้ใกล้ชิดสนิทสนมกับสวนสีเขียวมากขึ้นด้วยการแขวน ส่วนจะแขวนอะไร แขวนอย่างไรนั้นตามมาเลย
- ผนังกรอบรูป แขวนกรอบรูปบานใหญ่ให้ผนัง โดยสมมุติกรอบสี่เหลี่ยมของหน้าต่างบ้านเป็นกรอบรูป และสวนภายนอกที่มองออกไปคือภาพวาดในกรอบนั้น แล้วเพิ่มมิติ Fore Ground ที่เป็นระยะใกล้ตาให้จับต้องได้ ด้วยการทำชั้นไม้เล็กๆไว้ภายนอกให้ต่ำกว่าขอบวงกบล่าง 10-20 เซ็นติเมตร เพื่อบังกระถาง เติมแต่งกรอบหน้าต่างโดยรอบด้วยคิ้วกรอบรูป ก็ดูเหมือนเป็นรูปภาพจริงๆ แถมเป็นการดึงธรรมชาติเข้าใกล้ตัวมากขึ้นด้วย
- ผนังร่มไม้ แขวนไม้เลื้อย ไม้แขวน ริมหน้าต่าง โดยทำตะขอสำหรับแขวนหรือหลังคาระแนงเหนือหน้าต่างให้สูงเหนือกว่าระดับสายตาพอสมควรทำให้ความรู้สึกเหมือนพักผ่อนอยู่ใต้ร่มไม้ แถมยังช่วยกรองฝุ่น กรองแสงที่จะเข้าบ้านได้อีกด้วย
Enjoy Yourself with Your Designs
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Share post:
อจีรัง คือ โอกาส : นิทรรศการแรก…ที่จะตายต่อหน้าคุณ
February 20th, 2009. Published under Designer 's Experience, Event : Exhibition, My Stuff >>, News >>, Outing >>. 4 Comments.
Share post:
…………. ??
คุณนั้นล่ะครับ … คุณผู้อ่านนั้นล่ะครับ …!!
คงไม่ค่อยมีใครชอบหรอกนะ หากจะมีใครหวังดีทักทายกันด้วย ภาษาวาจาแบบนี้ — ความแก่ ความโรยรา เหี่ยวเฉา หย่อนยาน (ทั้งร่างกายและสมรรถภาพ) คงไม่มีใครหนีพ้น ที่พูด(เขียน) มานั้นไม่ได้จะอวดเบ่งเรื่องธรรมะดอกครับ แต่กำลังจะนำเข้าเรื่องนิทรรศการ
“อจีรัง คือ โอกาส” เป็นนิทรรศการที่ถือว่าเป็นนิทรรศการที่ดีมาก นิทรรศการหนึ่งที่ผมเคยสัมผัส ผมตั้งใจไปดูสองครั้ง ครั้งแรกคือเมื่อเริ่มนิทรรศการประมาณช่วงต้นเดือนธันวาปีที่แล้ว ตอนที่มันยังสดและซิง และอีกครั้งคือวันนี้วานนี้ เพราะตั้งใจอยากจะไปดูตอนที่มันจะโรยรา แห้งเหี่ยว และปิดตัวไปในที่สุด อยากเห็นถึงความต่าง ตาม Concept ของผู้ออกแบบงาน (เข้าใจเองว่าอย่างนั้น)
สิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่แสดงในงาน จะถูกปล่อยวาง ปล่อยทิ้งให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง ความไม่ยั่งยืนในสรรพสิ่ง — แม้แต่ตัวคุณเอง
ภายในนิทรรศการ เราจะได้ชมพบกับแง่มุมความหลากหลายอันมีที่มาจากความเสื่อมสลายของสรรพสิ่ง ควบคู่ไปกับการสอดแทรกช่องทางการสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เกิดจากความอจีรัง โดยนิทรรศการจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 8 ส่วน
ชมฟรี แอร์ฟรี ที่ชั้น 6 เอ็มโพเรี่ยม วันอาทิตย์นี้ (22 กพ. 52) เป็นวันสุดท้าย ก่อนที่มันจะตายไปต่อหน้าต่อตา ถ้าว่างอยากให้ไปดูกันครับ (ใช้ภาษีกันให้คุ้มค่า)
บอกได้คำเดียวว่า “ของเค้าดีจริงๆ”
01. อนิจจัง (Anicca) – แสดงให้ผู้เข้าชมเข้าใจถึงสัจธรรมของความเสื่อมสลายและการดับสูญที่ว่า หากจักรวาลอันยิ่งใหญ่ยังสามารถแตกดับได้ ร่างกายของมนุษย์ที่มีอายุขัยเพียงพริบตาของจักรวาลก็คงมีสภาพไม่แตกต่างกัน โดยนำเสนอผ่านเรื่องราวของแสงสว่างจากดวงดาว อันเป็นแสงสว่างในอดีตที่เดินทางมาจากดวงดาวที่ระเบิดและแตกดับไปแล้วหลาย พันล้านปีแสง รวมถึง “หลุมดำ” ที่แม้จะเป็นจุดจบของเอกภพในอดีต แต่ในขณะเดียวกันการระเบิดของหลุมดำก็ก่อกำเนิดระบบสุริยจักรวาลในยุค ปัจจุบันเช่นกัน
02. ความตาย (Death) – แสดงให้ผู้เข้าชมรู้สึกหวาดหวั่นกับความตายของมนุษย์ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่ามนุษย์พยายามหาวิธีต่างๆเพื่อสร้างความสุขและความ สุนทรีให้มากที่สุดในขณะที่ตนเองยังมีชีวิตอยู่ เช่น การเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุนทรียรสในชีวิต โดยสื่อผ่านอาหารนานาชนิด ที่แสดงให้เห็นว่าแม้แต่อาหารที่มนุษย์รับประทานก็ต้องเสื่อมสลายและเน่า เปื่อยไปตามกาลเวลา
03. ความกลัว (Fear) – แสดง ให้เห็นว่ามนุษย์ทุกคนในทุกยุคทุกสมัยล้วนกลัวความตาย และพยายามดิ้นรนให้พ้นจากความเสื่อมสลายอยู่ตลอดเวลา โดยเสนอผ่านประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการการหลีกหนีจากความตายของมนุษย์ในแต่ ละยุคสมัย อาทิ การทำมัมมี่ การโคลนนิ่ง หรือการทำอัญมณีจากอัฐิ เป็นต้น
04. ความงาม (Beauty) – แสดงให้เห็นถึงความพอใจของมนุษย์ที่ต้องการเห็นตนเองดูดีอยู่เสมอ และต้องการคงความงามนั้นไว้ตราบนานเท่านาน จนความพอใจและความสุขจากความเชื่อเหล่านี้ ได้กลายเป็นช่องทางและโอกาสที่ก่อให้เกิดเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความสวย ความงามขึ้นมากมายทั่วโลก อาทิ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว สถานบริการฟิตเนส การทำศัลยกรรม ไปจนถึงประเด็นสังคมที่สื่อมวลชนคือผู้มีอิทธิพลในการสะท้อนและกำหนดรูปแบบ ความงามตามที่คนในสังคมต้องการ พร้อมปิดท้ายด้วยการตั้งคำถามถึง “ความงามที่แท้จริง” ว่าแท้จริงแล้วความงามไม่เคยคงที่ แต่เปลี่ยนแปลงไปตามบรรทัดฐานและสภาพสังคมตามแต่ละยุคสมัยจะกำหนด
05. ฤดูกาล (Season) – แสดงให้เห็นว่าแค่เพียงระยะเวลาสั้นๆในช่วงฤดูกาลหนึ่ง หากมนุษย์รู้จักฉกฉวยและแสวงหาโอกาสจากธรรมชาติและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ก็จะสามารถสร้างให้เกิดเป็นคุณค่าทางเศรษฐกิจได้ เฉกเช่นช่วงเวลาของฤดูกาลดอกซากุระบานในประเทศญี่ปุ่น ที่รัฐบาลญี่ปุ่นมองเห็นโอกาสทางธุรกิจและกำหนดให้ช่วงเวลานี้เป็นวาระแห่ง ชาติ จนกลายเป็นฤดูกาลที่สามารถเรียกเงินจำนวนมหาศาลได้จากนักท่องเที่ยวทั่วโลก
06. สิ่งแวดล้อม (Environment) – แสดง ให้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างตามธรรมชาติหรือทัศนียภาพที่ดูสวยงามเพลินตานั้น ล้วนเกิดจากการลงทุนและระบบการจัดการที่ดี ประเทศใดสามารถจัดระเบียบของสิ่งแวดล้อมเพื่อเก็บความทรงจำที่สวยงามเหล่า นี้ไว้ได้ ก็จะสามารถสร้างรายได้เป็นเงินจำนวนมากเข้าประเทศ เช่น อำเภออัมพวาในประเทศไทย เมืองลี่เจียงในประเทศจีน และเมืองเวนิสในประเทศอิตาลี
07. กระบวนการจัดการความเสื่อม (Freshness Management) – แสดงให้เห็นถึงวิธีที่มนุษย์จัดการกับความเสื่อมสลายของธรรมชาติ โดยนำเสนอผ่านกระบวนการรักษาความสดของดอกไม้ในประเทศเนเธอร์แลนด์ที่สามารถ ส่งดอกไม้ข้ามทวีปไปถึงมือผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที รวมถึงวิธีการอันชาญฉลาดในการนำเข้าดอกไม้จากทั่วโลก จนได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางและผู้นำด้านการส่งออกดอกไม้ระดับโลก เพื่อชี้ช่องทางการทำธุรกิจและกระบวนการจัดการกับความเสื่อมสลายนี้ให้เกิด ขึ้นในประเทศไทย เช่น การปรับปรุงระบบการขนส่งดอกไม้ให้เป็นศูนย์กลางการส่งออก “ใบไม้เขตร้อนชื้น” ในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงการคิดค้นเทคนิคการส่งออกดอกไม้สู่ประเทศต่างๆทั่วโลกโดยการสร้าง มูลค่าเพิ่มจากความคิดสร้างสรรค์
08. มะนาวหยดสุดท้าย (Last Drop) – เป็นตัวแทนของโอกาสทางธุรกิจที่คนไทยต้องนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ให้ มากที่สุดและโดยเร็วที่สุด ส่วนนี้จะสรุปความคิดรวบยอดให้ผู้เข้าชมนิทรรศการได้นำความรู้และสัจธรรมจาก ความอจีรังที่พบเห็นตลอดทั้งนิทรรศการมาขบคิดและแตกหน่อให้เกิดเป็นไอเดีย ใหม่ๆที่น่าสนใจในการประกอบธุรกิจเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของนิทรรศการ “อจีรัง คือ โอกาส” (Perishable Beauty)
———————————————————————–
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
*ต้นฉบับบทความ : TCDC
Share post:
ใสถึงสวน
February 12th, 2009. Published under City Living >>, Commercial >>, Furniture >>, Home & Garden, Livingplace >>, Material, My Stuff >>, News >>, Outing >>, Tips & Trics >>. 7 Comments.
Share post:
เรายังอยู่กับบทความในซีรี่ย์ “7 วิธีชวนสวนเข้าบ้าน” ที่ผมเขียนไว้ในนิตสาร room กันอยู่นะครับ มาคราวนี้เรากลับมาถึงไอเดียที่สองต่อจาก ไอเดียที่แล้ว ว่าด้วยเรื่อง “ใสใส” ในไอเดียที่แตกต่างต่างกันไป ตามคุณสมบัติของกระจกแต่ละประเภท และความเหมาะสมในการนำเอามาใช้ในงานตกแต่ง ….
(2) ใสถึงสวน
ออกแบบและเพิ่มผนังกระจกใสให้มากขึ้นเพื่อเปิดมุมมองต่อเนื่องเชื่อมกัน สามารถมองเห็นสวนได้ในทุกๆตำแหน่งภายในบ้าน ทั้งห้องน้ำ ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ลองเปิดช่องหน้าต่าง บานประตูด้วยกระจกใสสู้กับธรรมชาติภายนอกดูบ้าง เลือกคุณสมบัติของกระจกแต่ละประเภทตามการใช้งาน ลองดูตัวอย่าง
- ใสแต่ไม่ร้อน
หากห้องหันหน้าเข้าหาแดดโดยตรง โดยเฉพาะทิศตะวันตก และทิศใต้ ทำให้แสงแยงตรงเข้ามา ส่งผลให้อุณหภูมิร้อนขึ้นทั้งคนทั้งห้อง เห็นทีต้องป้องกันเป็นพิเศษไม่อย่างนั้นเหงื่อโชกแน่ๆ
กระจกกันความร้อนและประหยัดพลังงาน
ด้วยคุณสมบัติ โปร่งแสง สะท้อนความร้อน ป้องกันรังสี UV รักษาอุณภูมิภายในห้องเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน แถมยังเป็นกระจกนิรภัยด้วย เช่น กระจก HEAT STOP ที่มีความหนาถึง 24 มิลลิเมตร บรรจุก๊าซเฉื่อยไว้ตรงกลางระหว่างแผ่น คือความพิเศษที่ทำให้ป้องกันความร้อนได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกระจก SE-LITE และ E-LITE ป้องกันความร้อนได้ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ และ 25 เปอร์เซ็นต์ แถมยังป้องกันรังษี UV ได้ถึง 99 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย โดยใช้หลักของการสะท้อนและดูดซับความร้อนไว้ที่ตัวกระจกเอง มีขนาดความหนาตั้งแต่ 6,8,10,12 มิลลิเมตร
- ใสแต่เป็นส่วนตัว
อุตส่าห์ตั้งใจออกแบบให้ ห้องนอน ห้องน้ำ ต่อเนื่องกับสวนแบบเอ๊าท์ดอร์เอาไว้พักผ่อนแบบส่วนตัว แต่เกรงว่าจะมีใครข้างบ้านแอบมอง .. ลอง 2 ไอเดียนี้ดู
กระจกวันเวย์หรือกระจกสะท้อนแสง (Reflective Glass)
เคลือบผิวกระจกด้านนอกด้วยสารโลหะเพื่อป้องกันความร้อนและควบคุมแสง ทำให้เมื่อมองจากด้านนอก จะสะท้อนเหมือนกับกระจกเงา แต่มองจากด้านในเหมือนกระจกใสทั่วไป แล้วยังเลือกกำหนดปริมาณแสงสะท้อนออกและแสงที่ผ่านเข้ามาได้อีกด้วย
มีความหนาให้เลือกตั้งแต่ 3-19 มิลลิเมตร
กระจกใสติดฟิล์มสำหรับตกแต่งอาคาร (Decorative Film)
เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากเปลี่ยนกระจกใหม่ โดยการติดฟิล์มที่เคลือบสารโลหะสะท้อนความร้อนที่ผิวกระจกด้านนอก ก็จะสามารถมองเห็นจากภายในสู่ภายนอกได้ด้านเดียว
ข้อควรระวัง
- แสงสะท้อนจากกระจกและฟิล์มอาจรบกวนเพื่อนบ้าน
- เมื่อใช้กระจกประเภทนี้ ที่อยู่ในด้านส่วนที่มืดกว่าจะมองเห็นอีกด้านได้ชัดเจน ดังนั้นในช่วงกลางคืนหากเปิดไฟภายในห้อง ภายนอกจะมองเข้ามาเห็นได้เช่นกัน
- กระจกบางประเภทหากติดฟิล์มสีเข้มมากไป อาจทำให้กระจกมีโอกาสแตกง่ายขึ้น เนื่องจากการสะสมความร้อนในเนื้อฟิล์ม จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนติดตั้ง
กระจกตัดแสง (NR Glass)
เป็นกระจกใสที่เคลือบสารบางๆหลายชั้นเพื่อเปลี่ยนดัชนีการหักเหของแสง ลดแสงสว่างจ้าบาดตา ช่วยถนอมสายตา ลดเงาสะท้อนรบกวนให้เหลือเพียง 0.5 เปอร์เซ็นต์ ป้องกันรังสี UV ได้อีกด้วย
ข้อควรระวัง แสงสะท้อนจากกระจกและฟิล์มจะรบกวนเพื่อนบ้าน
- ในช่วงกลางคืนหากเปิดไฟภายในเมื่อมองจากภายนอก จะสามารถมองเห็นภายในได้ สรุปคือด้านที่มืดกว่า จะสามารถมองเห็นด้านที่สว่างกว่าได้
- กระจกบางประเภทหากติดตั้งฟิล์มสีเข้มมากไป อาจเกิดการแตกตัวของกระจกมากขึ้น เนื่องจากการสะสมความร้อนในตัวเนื้อฟิล์ม เพราะฉะนั้นก่อนติดตั้งควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
————————————————————————–
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
*ขอบคุณข้อมูล : TGSG
Image Credits : BaoBee
Share post:
Wallpaper The Series : Scratch-off
December 22nd, 2008. Published under Blogger Invitation, City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Livingplace >>, Material, News >>, Outing >>, Product Design, Shopping Guide >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. No Comments.
Share post:

เป็นอีกแนวคิดที่น่าจะเหมาะกับประเทศไทยครับ นักออกแบบ Linda Florence ใช้เทคนิคปิดทับลวดลายของ Wallpaper ด้วยฟิล์มที่เหมือนกับ ที่ปิดบนแผ่นรหัสเติมเงินของโทรศัพท์ในประเทศไทย แต่ของต่างประเทศจะได้แนวคิดมาจากการขูดสลากกินแบ่ง ในประเทศของเขาครับ โดยใช้เหรียญเป็นเครื่องมือในการขุดค้นหาความสวยงามที่ซ่อนเร้นอยู่ เป็นการเล่นกับความรู้สึกของคนอีกเช่นกันครับ โดยไม่ได้มองว่า Wallpaper เป็นสินค้าสำเร็จรูป
แนวคิดนี้ช่วยสร้างกิจกรรมให้กับผู้ใช้ ให้ค้นหาความสวยงามที่ค่อยๆเผยออกมาตามความต้องการของผู้ใช้เองครับ
—————————————————-
Contributor : วิษณุ อ๋องสกุล
*ภาพและที่มา : designboom
Share post:
5 วิธีการเก็บข้อมูลเพื่องานออกแบบ
December 4th, 2008. Published under Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>, News >>, Outing >>. No Comments.
Share post:
เมื่อต้นเดือนตุลาฯที่ผ่านมา ผมมีโอกาสเข้าร่วมสังเกตการณ์เวิร์คช้อบที่ TCDC ในฐานะ Blogger กับ งานชุมนุมทางความคิดประจำปี Creativities Unfold, Bangkok 2008 งานนี้ถือว่าเป็นงานวัดประจำปีของที่นี้เลยก็ว่าได้ และได้จัดติดต่อกันปีนี้เป็นปีที่สาม ส่วนกิจกรรมหลักของงานในวันแรกนั้น ถือว่าเป็นไฮไลท์ของงานอันหนึ่งคือการทำ WorkShop
นีน่า แวง (Nina wang) และ อัลเท เซลเดล (Altay Sendil) ผู้เชี่ยวชาญด้านศึกาพฤติกรรมมนุษย์จาก “IDEO” เป็น Speakers และทำ WorkShop ให้กับผู้เข้าร่วมที่สนใจและนักออกแบบในวันนั้น ภายใต้หัวข้อ “Human Factors”
5 ข้อพื้นฐานที่ได้มาในวันนั้น บอกได้เลยว่ามีคุณค่ามากสำหรับใช้เป็น เหตุผล การสร้างโจทย์ในการตั้งคำถาม เพื่อวิเคราะห์เจาะลึกเข้าถึงต้นต่อของการออกแบบ ไม่วาจะเป็นการออกแบบในแขนง-คะน้าใดๆก็ตาม..!!
[1] Tell me about the time when l บอกหน่องหน่อยได้มั้ย … บอกหน่อยได้มั้ย ?? เป็นการตั้งคำถามสัมภาษณ์ทั่วไปเกี่ยวกับการใช้งานด้าน’พฤติกรรม’ ล้วนๆ เช่น ถ้าเราต้องการจะออกแบบ ‘ร้านอาหาร’ เราจะสอบถามผู้ใช้บริการกลุ่มเป้าหมายของเราอย่างไรได้บ้าง ขอยกตัวอย่างคำถาม เช่น ปกติคุณทานอาหารเช้าหรือเปล่า ? กลางวันคุณชอบทานก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวมากกว่ากัน ? การศึกษาวิจัยสิ่งเหล่านี้ถึงจะดูเหมือนไม่มีอะไร เป็นการสัมภาษณ์อะไรที่พื้นๆมาก แต่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญนะครับ เมื่อนำประกอบกันครบทั้งห้าข้อแล้วคุณจะเห็นพลานุภาพของมัน
[2] Why..Why..Why..Why..Why.. l ทำไม?-ทำไม?-ทำไม?-ทำไม?-ทำไม? เป็นการตั้งคำถามถึงเหตุผลไปเรื่อยๆ แนวซอกแซก ซึมซน ล้วงลึกเข้าไป เพื่อให้ได้ข้อมูลใน ‘เชิงลึก’ DEEP INSIDE เพื่อที่เราจะได้ทราบถึงพฤติกรรมอะไรกันแน่ !?!… ที่กระตุ้นการใช้งานจากเบื้องลึกก้นบึ้งในใจทีแท้จริงของผู้ใช้งานในสถานที่นั้นๆที่เราจะต้องออกแบบ เช่น
Q : ทำไมคุณถึงเลือกที่จะนั่งโต๊ะริมผนังด้านใน ?
A : เพื่ออยากได้ความเป็นส่วนตัว
Q : ทำไมถึงต้องการความเป็นส่วนตัว ?
A : ไม่ชอบให้ใครมอง หรือเดินผ่านเวลาทานอาหาร
Q : ทำไมถึงไม่ชอบให้ใครมอง ?
A : กลัวจะเผลอไม่สุภาพเวลาทาน ทำให้เสียบุคลิก
Q : ทำไมถึงกลัวเสียบุคลิกด้วยล่ะ ?
A : กลัวจะไม่สวย
Q : ทำไมถึงกลัวไม่สวย ?
A : ไม่สวยแล้วทำให้ขาดความมั่นใจ และที่สำคัญกลัวแฟนไม่รัก
ข้อนี้แนะนำว่าอย่าใช้บ่อย เฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะอาจจะไม่ปลอดภัยกับผู้ทำวิจัยได้ มันนำรำคาญ และพานจะโดน….เอาซะ
[3] Show me l ขอดูได้มั้ยจ๊ะ?? .. กับข้อนี้จะทำให้เราเห็นภาพพฤติกรรมได้ชัดเจนมาก และอาจจะทำให้เห็นพฤติกรรมส่วนอื่นๆ ที่มจะเป็นข้อมูลสำหรับในการออกแบบในผลิตภัณฑ์อื่นๆด้วยก็ได้ เช่น เก้าอี้ , ช้อน-ส้อม เป็นต้น นอกจากแค่การออกแบบร้านอาหารเท่านั้น
ให้สังเกตและเก็บรายละเอียดว่าผู้เข้าร่วมทำวิจัยนั้นมี ‘พฤติกรรม’ และ ‘ปฎิกิริยา’ เช่นใดกับสิ่งเร้ารอบๆ ในระหว่างนั่งรออาหารไปจนกระทั่งทานเสร็จเรียบร้อย
[4] Think Aloud l คิดดังๆ!! เป็นการที่ให้ผู้เข้าร่วมทำวิจัยเข้าไปอยู่ในสถานะการณ์จริง สถานที่จริง แล้วยิงคำถามไปเรื่อยๆ เช่น เห็นอะไร รู้สึกอย่างไรบ้าง อึดอัดมั้ย ชอบ-ไม่ชอบหน้าพนักงานเสริฟด้วยหรือเปล่า แล้วให้ตอบออกมาพูดออกมาเรื่อยๆทั้งสิ่งละอันพันละน้อย ไม่เว้นแม้กระทั่งไข่จิ้งจก มือตบพันธมิตร ตีนตบ-นปช. เป็นต้น
[5] Ask Naive Questions l ถามอะไรซื่อบื่อๆ?? .. ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าบางทีกับคำถามที่ไม่น่าถาม หรือบางคนถามแล้วอาจจะโดนตอกกลับหงายกลับมาว่า ถามอะไรโง่ๆ..!! ถามเหมือนเด็กถามทำนองนั้น นึกถึงรายการเกมส์โชว์ที่มีเด็กๆเป็นผู้เล่นและ กับการ ‘ตอบคำถาม’ และการ ‘ตั้งข้อสงสัย’ ของเด็กๆเหล่าว่า บางที่เรา(ผู้ใหญ่)ถึงกับทึ่งและแอบคิดในใจไปด้วยว่า เออ!! มันคิดแบบนี้ได้ยังไงนะ
การทำวิจัยด้วยการตั้งคำถามประเภทนี้จะทำให้เราได้ข้อมูลแบบที่แปลกและแตกต่างอยู่ไม่น้อย เช่น ทำไมต้องดื่มกาแฟตอนเช้า ? คุณอาจจะตอบว่า เพราะจะทำให้ไม่ง่วง หรือ เพราะมันทำดูดีมีรสนิยม บลา..บลา.. บลา..etc. คำตอบจากหลายๆเหตุผลจากคำถามแบบนี้ เหล่านี้คือข้อมูลที่บ่งบอกแนวทางการตั้งโจทย์เพื่อ ‘แก้ปัญหา’ และ ‘ตอบสนอง’ ให้กับงาน ‘ดีไซน์’ ทั้งสิ้น
ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเกินไปใช่มั๊ยครับ ? แกนนำทั้ง 5 คน วิธีการทั้ง 5 ข้อนี้สามารถนำไปใช้ได้กับทุกๆงานออกแบบและกับทุกๆไอเดีย โมเดลธุรกิจ ตามแต่ใจคุณต้องการ เก็บข้อมูลจากการวิจัยได้แล้ว ทำให้เห็นภาพและหนทางแห่งเป้าหมายได้ชัดเจนแจ๋มแจ๋วใสขึ้นกว่าเดิมเป็นไหนๆ
ที่เหลือก็อยู่ที่ฝีมือแล้วละครับ … ว่าจะยิง “เข้าเป้า” หรือจะยิง “เข้าป่า” อิอิ
Enjoy Yourself With Your Design
—————————————————-
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ -ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
*ภาพและข้อมูลบางส่วน : TCDC
Share post:
เก่าไปใหม่มาที่ทองหล่อ
November 21st, 2008. Published under City Living >>, Commercial >>, Furniture >>, Livingplace >>, News >>, Outing >>, Product Design, Shopping Guide >>. No Comments.
Share post:
หากใครเคยไปแอ่วแถวซอยทองหล่อ คงพอจะจำกันกับ “Play ground” แหล่งช็อปปิ้งของแต่งบ้านและงานดีไซน์สไตล์แนวแนวเอาไว้ Hang Out ฆ่าเวลากันได้ ที่อยู่ประมาณกลางซอยข้างข้าง สน.ทองหล่อ
ตอนนี้โดนรื้อถอดและปรับปรุงใหม่สด ใช้ชื่อว่า “Thonglor Midtown” โชว์รูมสินค้าตกแต่งบ้านระดับไฮเอนด์ ด้วยคอนเซ็ปใหม่ไฉไลว่า “Private Furniture Store” เน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความสะดวกสบาย ไม่แออัดเป็นงานแฟร์ ทั้งที่จอดรถและการต้อนรับดูแลที่พิเศษสุดจริงๆ (เขาว่างั้น)
ยังไม่หนีฟังก์ชั่นเดิมซักเท่าไหร่ ยังเป็นแหล่งช็อปปิ้งของตกแต่งบ้านอยู่เช่นเคย
แต่เปลี่ยนเจ้า(ของ) – และเป้าหมาย (กลุ่มคนซื้อ)
แว่วมาว่า Decor Mart ฝั่งตรงข้ามนั้นก็มีเอี่ยวเกี่ยวด้วย เพื่อต่อยอดและต่อเนื่องพื้นที่ของการขาย แค่คุณเดินข้ามฟากมา..เท่านั้นเอง แล(ะ)ที่นี้จะเน้นและชัดเจนเป็นพื้นที่ของเฟอร์นิเจอร์ครัวนำเข้าโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นอีกไลน์โพรดักซ์ของเขาอยู่แล้ว โดยใช้พื้นที่บนชั้นสามของ Thonglor Midtown เป็นฐานบัญชาการนำเสนอแห่งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ SieMatic จากเยอรมนี, Binova จากอิตาลี, Kohler Kitchens จากอเมริกา
ส่วนที่อยู่ชั้นสองรองลงมานั้น จัดปันพื้นที่ให้เป็นโชว์รูมสินค้าตกแต่งบ้านนำเข้าจากแคนาดานามแบรนด์ว่า EQ3 รวมทั้งสุขภัณฑ์แบรนด์ดัง Kohler พร้อมพื้นที่อีเว้นท์ไว้ให้บริการ ส่วนชั้นล่างสุดกับน้อง วนิลา l สตาร์บั๊กส์ ก็ยังคงอยู่กันครบ เอาไว้คอยต้อนรับให้ชิม-ให้ชม-ให้ชิล..ชิล กันเช่นเคย
ปลายปีอากาศแสนดีแบบนี้ หนีงานแฟร์มาดูของตกแต่งบ้านแบบนี้ ก็เข้าท่าดีไปอีกแบบ
Enjoy Yourself With Your Design
————————————————
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ออนไลน์
Share post:
ไปมาแล้ว
November 8th, 2008. Published under Designer 's Experience, Furniture >>, My Stuff >>, News >>, Outing >>. 3 Comments.
Share post:
เสาร์ที่ผ่านมาไปเอ็กซ์เซอร์ซายส์เดินเบียดคนเล่นในงาน “บ้านและสวนแฟร์ 2008″ ที่เมืองทองมาครับ บอกตรงๆว่านี้คือครั้งแรกของผมกับงานแฟร์ของบ้านและสวน
ปีผ่านๆมาเกิดอาการ พลาด-เผลอ-ลืม ปีนี้ตั้งใจมากกว่าปีก่อน…ก็เลยไม่พลาด
รถติดแล(ะ)คนเยอะมากเน้อ!!…เหอะๆๆ ติดกันตั้งแต่ก่อนจะลงทางด่วนยาวเกือบโลเห็นจะได้ นึกว่ามาดูฟรีคอนเสิร์ตแบบ ‘เบิร์ด..เบิร์ด’
ตั้งใจอยากไปดูนิทรรศการงานประกวดออกแบบบ้านตามคอยเซ็ปของงานที่จัดอยู่ด้านนอก มากกว่างานแฟร์ ลด-แลก-แจก-แถม ที่อยู่ด้านใน และที่ลืมมิได้คือส่วนของ Arts Gallery ที่มีมาแสดงกว่าร้อยชิ้น
สมใจนึกแล(ะ)สมใจอยากครับ
อิ่มเกินจนล้นกับ ‘จำนวน’ และ ‘คุณภาพ’ ของผลงานที่แสดง เสียดายที่มีเวลา(ชื่นชม)น้อยไปหน่อย เลยเก็บได้ไม่ครบหมดทุกชิ้นงาน
วกกลับด้านในของงานแฟร์ สินค้าทั้งเก่า-ใหม่ กระจายเต็มพื้นที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ ไม่เฉพาะแต่ของตกแต่งบ้านเท่านั้น — เชื่อไม่เขื่อครับพี่น้อง !! (ผมคิดในใจ..ขออภัยหากคิดดังไปหน่อย)
ทุกสิ่งที่คุณต้องการในชีวิตประจำวัน..คุณสามารถหาได้จากงานนี้ ไม่เว้นแม้แต่ ‘นาฬิกาข้อมือ’ และ ‘แว่นกันแดด’ (เกี่ยวมั้ย??)
เสียดายที่ปีนี้งบช้อปปิ้งผมปิดซะแล้ว ตั้งใจว่าปีหน้าจะมา ‘บ้านและสวนแฟร์’ อีก
อยากได้ ‘นาฬิกา’ และ ‘แว่นกันแดด’ เท่ห์ๆไว้ใส่เล่นอีกซักอันอ่ะครับ …
Enjoy Yourself With Your Design
——————————————————-
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ – ออนไลน์
** ปล. ขอแค่แซว .. รักดอกจึงหยอกเล่น —
Share post:
องค์กรมีดีไซน์
November 6th, 2008. Published under Commercial >>, My Stuff >>, News >>, Outing >>. 2 Comments.
Share post:
กับแกล้มเคียงข้างกาแฟในเช้าวันนี้ของผม … น่าสนใจครับ !!
แน่นอนว่าพาดหัวข่าวเช้าวันนี้ทั้งหัวสีและหัวไม่สี ข่าวทุกข่าวทั้ง พธม. แล(ะ) นปช. ก็คงต้องหลบให้กับข่าว “บารัค โอบามา” ว่าที่ประธานาธิบดีใหม่ของประชาชีแยงกี้ ที่พี่แกชนะขาดน็อครอบตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทาง
ข้างๆพาดหัวข่าวใหญ่ (โอบามา) ยังมีพาดหัวข่าวรองให้ผมได้ตื่นเต้นและเซอร์ไพรซ์บ้างเล็กน้อย กับหมึกสีดำตัวเขื่องบนหน้าหนึ่ง กรุงเทพธุรกิจ เช้านี้
“..นักวิชาการแนะทางรอด “องค์กรมีดีไซน์” แทนลดคน..”
( แค่จั่วหัวโปรยคำไว้แบบนี้ มีหรือที่มนุษย์เงินเดือนจะไม่สน — ผวา lay-off )
เซอร์ไพรซ์เพราะว่า ตั้งแต่เกิดมาชาตินี้ยังไม่เคยเห็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ฉบับไหนในประเทศไทยที่จะเอาข่าวแบบนี้มาขึ้นหน้าหนึ่ง ส่วนมากร้อยทั้งร้อยจะหลบอยู่หน้าใน
อ่านแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์และเข้าทางพอดี — ขออนุญาติ..นำมาแฉต่อ
‘นักวิชาการ’ และ ‘นักบริหาร’ ธุรกิจแนวหน้าของไทยจากหลายองค์กร ร่วมเป็นวิทยากรบนเวทีงานสัมนาวิชาการ 70 ปี ของคณะพานิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้หัวข้อที่ว่า “องกรณ์มีดีไซน์” (The Corporation Of Design)
“องค์กรมีดีไซน์” (The Corporation Of Design) โมเดลธุรกิจแบบใหม่ของ “รศ.ดร. พิภพ อุดร” นักวิชาการหนึ่งเดียวที่ร่วมสัมนาบนเวที กับการเสนอแนวความคิดเพื่อเป็นหนทางให้กับองค์กรสู้กับวิกฤติเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ ซึ่งโมเดลธุรกิจใหม่นี้ได้มาจากงานค้นคว้าและทำวิจัยกรณีศึกษาจาก 50 บริษัทชั้นนำของโลก เช่น google l Starbucks l Apple l Samsung l Walt Disney
ลองมาดูกันว่า..อะไรบ้างที่ทำให้บริษัทเหล่านี้ยังคงมีอิทธิพล อยู่ยั้ง ยืนยง ประสบความสำเร็จได้
กระบวนการ (Process) l เทคโนโลยี (Technology) l สุนทรียภาพ (Aesthetic) หรือ P-T-A
ซึ่งแต่ละองค์กรธุรกิจก็จะออกแบบส่วนผสมของทั้งสามองค์ประกอบนี้ให้กลมกล่อมแตกต่างกันไปเพื่อการบริหารสินค้าและบริการของตน ใครจะใช้ P มากกว่า A หรือ T มากกว่า P แล้วตามด้วย A
จากสามองค์ประกอบ P-T-A หลัก อาจารย์นำมาออกแบบสูตรเพื่อแยกตามหมวดหมู่ประเภทของธุรกิจไว้ 4 สูตรเตี๋ยวด้วยกัน และเรียกสูตรธุรกิจนี้ว่า “พีระมิดแห่งการดีไซน์” (Design Pyramid) จากสัดส่วนมากไปหาน้อย
P-T-A เหมาะสำหรับกลุ่มธุรกิจขนส่ง
P-A-T เหมาะสำหรับกลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร และสินค้บริโภคที่ขึ้นอยู่กับฤดูกาล
T-P-A เหมาะสำหรับกลุ่มธุรกิจสุขภาพ การเงิน พลังงาน สาธารณูประโภค เทคโนโลยี
A-T-P เหมาะสำหรับกลุ่มธุรกิจสินค้าบริโภคที่ไม่ขึ้นกับฤดูกาล
เป็นการ “ดีไซน์” โครงสร้างธุรกิจเพื่อให้เห็นภาพแล(ะ)แนวทางได้ชัดเจนขึ้น ถึงแม้นว่าจะไม่ไช่เป็นการดีไซน์วัตถุสิ่งของทั่วไปอย่างที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยนึกถึง แต่ก็สื่อให้เห็นได้ถึงซึ่งที่มาแล(ะ)เป็นเหตุผลสนับสนุนนิยามอันเป็นรากเหง้าต้นคอของคำว่า
“ดีไซน์ คือ การแก้ปัญหา (ที่พ่วงด้วยความงาม)” ได้เป็นอย่างดี
ก่อนจาก — ขอฝากด้วยคำคม(ของคนอื่น) ที่ว่า
วันวานเราแข่งขันกันด้วย “ราคา” — วันนี้เราแข่งขันกันด้วย “คุณภาพ” — และวันพรุ่งนี้เราจะแข่งขันกันด้วย “ดีไซน์”
Enjoy Yourself With Your Design
__________________________________________________________________________
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
ขอบคุณข้อมูล : กรุงเทพธุรกิจ
Share post:
Primo Posto : ไอเดียอิตาลีที่เขาใหญ่
October 31st, 2008. Published under Blogger Invitation, Commercial >>, Outing >>, Retail Design >>. 2 Comments.
Share post:
วันเสาร์ที่อากาศดีอย่างวันนี้ไม่ได้มีมานานแล้ว ผมและครอบครัวตัดสินใจเดินทางไปเที่ยวที่ Primo Posto ซึ่งผมได้รับเมล์ที่บรรยายถึงบรรยากาศของร้านที่ตกแต่งเหมือนอยู่ในประเทศอิตาลี่ เมื่อหลายเดือนก่อนภาพที่ส่งมาให้ผมนั้น ทำให้ผมถึงกับเคลิ้มไปกับสถาปัตยกรรมและการออกแบบตกแต่งภายในที่เต็มไปด้วยรายละเอียด
ยังจำความรู้สึกหลังจากที่รู้ว่าภาพที่ส่งมาให้นั้นเป็นร้านอาหารที่ อยู่ในประเทศไทยอีกทั้งยังอยู่ใกล้เพียงเขาใหญ่ ซึ่งสามารถเดินทางไปถึงได้ในหนึ่งชั่วโมงผมและครอบครัว วางแผนเดินทางไปรับประทานอาหารเที่ยงที่ร้าน Dairy Home ซึ่งตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 144 จากกรุงเทพไปสระบุรี บรรยากาศที่นี่เป็นกันเอง และอาหารก็อร่อย เราเดินทางต่อ โดนใช้เส้นทางจาก Dairy Home ผมและครอบครัวไม่ได้พกแผนที่ที่ตั้งของ Primo Posto มาด้วย ผมจำทางไปที่ร้านได้จากที่อ่านในเว็บ เราขับรถต่อมากว่าสิบกิโลเมตร ก็ยังไม่มีป้ายบอกทางผมและครอบครัวคิดจะกลับรถ เพราะคิดว่าหลงทางหรือเลี้ยวผิดทาง เพราะระยะทางที่วิ่งไปทั้งไกลและลึกเข้าไปในหุบเขา แต่เราก็อุ่นใจเมื่อเห็นป้ายบอกทางแรก ซึ่งทั้งหมดมีเพียงสองป้ายก็ถึงหน้าร้าน
ภาพที่เห็นคือร้านที่สวยงามเหมือนในภาพถ่าย เพียงแต่ขนาดของร้านที่เล็กกว่าที่คิดไว้มาก ที่ร้านมีแขกเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องส่วนนึงกำลังถ่ายภาพตามมุมต่างๆอย่างสนุกสนาน พนักงานต่างมีอัธยาศัยดี พนักงานคนหนึ่งต้องคอยรับโทรศัพท์เพื่อบอกทางเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน ให้กับแขกที่ต้องการเดินทางมาที่นี่
ผมรีบพา “พอใจ” เข้าไปเลือกไอศครีมที่อยู่ในร้านเพราะช่วงบ่ายของวันแดดยังจ้าและอากาศค่อนข้างร้อน โต๊ะที่ตั้งอยู่ภายในร้านทั้งหมด ถูกจัดเรียงไว้อย่างสวยงาม “แทบทุกโต๊ะต่างมีมุมที่สวยงาม” เมื่อถ่ายภาพออกมา เป็นการใช้ “งานออกแบบตกแต่งภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ” เรามองเห็นได้จากสีหน้าของคนที่เข้ามาใช้บริการในร้านที่ต่างประทับใจกับบรรยากาศที่ถูกจัดวางไว้อย่างมีระดับ อากาศที่สดชื่นกับแสงแดดที่สดใส ช่วยให้แสงและเงาช่วยเพิ่มบรรยากาศของร้านให้น่าหลงไหลยิ่งขึ้นเราเริ่มเดินสำรวจรอบๆร้าน
ผมประทับใจในการออกแบบของร้านที่ไม่ทิ้งแม้กระทั่งด้านหลังของอาคาร เพราะยังมีมุมร้านกาแฟที่น่านั่งจิบกาแฟมองไร่องุ่นที่อยู่ด้านหลัง ก็สัมผัสบรรยากาศที่ดูสงบกว่าด้านหน้าร้านได้
มีภาพ Plan คร่าวๆของร้าน ที่ผม Sketch เก็บไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นส่วนต่างๆของร้านที่ให้บริการ จำนวนของโต๊ะไม่ได้ถูกต้อง ตามที่แสดงนะครับ เพียงแต่ผมไม่ได้ใช้บริการส่วนของร้านกาแฟซึ่งมีบรรยากาศที่น่านั่งเพราะคิดว่าในร้านมีเพียงบริการอาหารและไอศกรีมเท่านั้น
สุดท้ายผมออกจากร้านประมาณบ่ายสองโมง แวะ Out-let Village แล้วเดินทางกลับถึงกรุงเทพ ก่อนหกโมงนับว่าเป็นการเดินทางที่ไม่เหนื่อย อีกทั้งยังสนุกสนานกันได้ทั้งครอบครัวครับ
หากใครมีเวลาว่างอยากเชิญให้ลองไปสัมผัสบรรยากาศดู เวลาทำการของร้าน Primo Posto จะเปิดทำการ
เฉพาะวัน ศุกร์-อาทิตย์ เท่านั้น
หมายเลขติดต่อ Primo Posto : 084-035-8544
—————————————————————-
Contributor : วิษณุ อ๋องสกุล
Share post:
ชมและช็อปไอเดียตกแต่งบ้าน
October 24th, 2008. Published under City Living >>, Designer >>, Equipment >>, Furniture >>, Livingplace >>, Material, News >>, Outing >>, Shopping Guide >>. 1 Comment.
Share post:
มีเวลานะ .. แต่พยายามคิดหาประเด็นมาเขียนอยู่เหมือนกัน (บางทีการตั้งใจมากๆมันก็ทำให้นึกคิดอะไรไม่ค่อยออกเหมือนนะ..คุณว่ามั้ย?)
โชคดี..รอดตาย
เมื่อวานวันหยุดได้ทีมีเวลาหยิบ room ฉบับตุลาฯล่าสุดขึ้นมาอ่านก่อนนอน ซื้อมาหลายวันแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสได้อ่านเป็นเรื่องเป็นราวซักกะที
เรื่องเขียนของวันนี้อยู่ในแผ่นพับประชาสัมพันธ์ที่เสียบแทรกมากับหนังสือครับ หาใช่เนื้อหาความรู้หลักจากหนังสือไม่
งานนี้สำหรับคุณๆที่กำลังหาของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ วัสดุตกแต่ง และอื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งการตกแต่งสวนพร้อมกับกิจกรรม คอร์ส อบรมแนะนำ workshop เกี่ยวกับความรู้ต่างๆสำหรับไอเดียตกแต่งบ้าน ทั้งฟรีและเสียตังส์ อ้อ!..ในงานยังมีการแสดงผลงานศิลปะจากศิลปินทั้งหน้าใหม่หน้าเก่ากว่าสามร้อยชิ้น (อันนี้น่าสนใจมาก)
บ้านและสวนแฟร์ 2008 ภายใต้คอนเซ็บ “Green home effect” เริ่ม พรุ่งนี้แล้วครับ 28 ตุลาคม – 2 พฤษจิกายน เก้าโมงครึ่งถึงสามทุ่ม เต็มพื้นที่กับทุกตารางนิ้วที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2-3 อิมแพค เมืองทองธานี
ปลายปีแบบนี้มักมีของดีๆมาทิ้งทวนให้เราได้ไอเดียและเสียสตางค์กันอยู่เสมอ ทั้งงาน “BIG” งาน “Home Expo” ต่างๆ ตามกำลังและรสนิยมของใครของมัน
ใครใคร่ซื้อก็ซื้อ — ใครใคร่เสพก็เสพ
สะสมพลังกันหน่อยเพราะมีไอเดียและแรงบัลดาลใจให้เก็บเกี่ยวและเดินชมกันเมื่อยตุ้มแน่
Enjoy Youself With Your Design
————————————————–
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Share post:
เทศกาลปล่อยแสง (Ploy-Saeng)
October 23rd, 2008. Published under Blogger Invitation, My Stuff >>, News >>, Outing >>. 1 Comment.
Share post:
หากว่าใครว่างๆผ่านไปแถวพร้อมพงศ์ ขอแนะนำให้ขึ้นไปที่ชั้น 6 ของ ดิ เอ็มโพเรียม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์นะคะ ช่วงนี้มีเทศกาลปล่อยแสง หรือ คิด / ทำ / กิน (เทศกาลงานแสดงความคิดสร้างสรรค์) ณ ห้องนิทรรศการ 2, TCDC ค่ะ ซึ่งครั้งนี้จัดเป็นครั้งแรกและงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของงาน Creative Thailand ที่ต้องการ ให้เป็นพื้นที่อิสระสำหรับทุกคนที่มีไอเดียทำมาหากินได้ (Practical Idea) โดยผลงานที่นำเสนอนั้นผ่านหลัก 3 ข้อ ได้แก่
1) การคิด (Inspiration) – why
2) การทำ (Practical process) – how
3)จุดขาย (Attraction) – wow
ผลงานที่โดดเด่น มีแนวคิดของตัวเอง ซึ่งไอเดียนั้นตอบโจทย์พร้อมกระบวนการผลิต ออกมาเป็นผลงานสุดว้าวและสามารถที่จะขายได้จริงได้ถูกนำมาเสนอในงานนี้ นอกจากนี้ยังมีผลงานสร้างสรรค์จากกว่า 12 คนคัดสรร ซึ่งเป็นผู้นำทางความคิดสร้างสรรค์ มาโชว์ผลงานในนี้ด้วย อาทิ ป๊อด โมเดิร์นด๊อก ผู้สร้างวงดนตรีไทยให้กลายเป็นแบรนด์ดัง ทองดี ศรีกุลศศิธร ผู้คิดค้นสูตรหมึกพิมพ์จากน้ำมันถั่วเหลือง อั๋น วุฒิศักดิ์ อนรรฆพร ก็อปปี้ไรเตอร์มือรางวัล เจ้าของผลงานการโฆษณารณรงค์เลิกเหล้าของสำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นต้น
งานนี้ใครสนใจมาร่วมชมของดี ไอเดียโดนๆ ไปแวะชมกันได้เค้ามีถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2551 นี้ค่ะ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-664-7667 ต่อ 133, 137 หรือเว็บไซต์ www.tcdc.or.th , www.tcdcconnect.com
งานนี้คนไอเดียบรรเจิดไม่น่าพลาด !!
———————————————–
Contributor : Barby
*ขอขอบคุณภาพประกอบจาก TCDC
Share post:
write @ room
October 7th, 2008. Published under Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>, News >>, Outing >>. 2 Comments.
Share post:
ขอบคุณภาพ : room
เมื่อวานไปที่ อมรินทร์พริ้นติ้ง มาครับ — ไปปิดต้นฉบับกับ room และกระทำการหมกตัวอยู่ที่นั้นตั้งแต่ตะวันขึ้นตอนสาย(โด่งๆๆๆ)ไปจนตะวันตกดินกว่าๆ ..เหอะๆ เล่นเอามึนเหมือนกัน แต่มัน(ส์)ดี — ชอบ
น้องๆที่กองบรรณาธิการทุกคนน่ารักดีครับ โอ๋-ศรายุทธ (คอลัมน์นิสต์ผู้รอบรู้ลึก) — ใหม่-มนตรา (คอลัมน์นิสต์ผู้ช่างสรรหาของดีๆมาโชว์) — จูน (ช่างภาพตาคม) ต้องขอบคุณด้วยที่ช่วยถ่ายภาพสวยๆใส่คอลัมน์ให้พี่ – อ่อ..เกือบลืมอีกคนครับ คุณปุ๋ม-นวลวรรณ(บก.บห.ผู้ที่มีรอยยิ้มติดที่ใบหน้าเธอเสมอ)
กับอีกงานที่เขียนให้ room – ถ้ามีโอกาสได้ผ่านตา ผ่านจมูกบ้างอยากให้คุณๆที่คุ้นเคยกับ interiorSiam.com อยู่แล้ว ลองอ่านดูที่ room อีกทีก็ได้ครับ — ช่วยคอมเม้นต์ให้ฟังด้วยยิ่งดีใหญ่ เพราะลีลาวาจานั้นแตกต่างกับที่นี้แน่นอน
กับคอลัมน์ ”room rescued” ใน room เป็นคอลัมน์ที่จะช่วยเหลือแนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน กับฉบับเดือน พย. 51 นี้เป็นไอเดียชวนสวนเข้าบ้าน เชื่อมโยงระหว่างภายนอกและภายในให้บ้านสดชื่นและน่าอยู่ขึ้น — ไปล่ะ..ขอบคุณครับ
Enjoy Yourself With You Design
—————————————————-
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์




















