interiorSiam.com

: MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Archive for 'My Stuff >>'

ตามติด MiMD ทุกที่ ทุกเวลา : By Twitter

July 16th, 2009. Published under Blog, Designer >>, My Stuff >>. 1 Comment.

Share post:

HDtw

ถ้านับเวลากันก็ปีกว่าแล้วครับ ที่จิ๊บจิ๊บเจื้อยแจ้วกับเจ้านกน้อย  Twitter

ชั่วโมงนี้หากใครยังไม่รู้จัก “ทวิตเตอร์” ก็อาจจะโดนสัพยอกบอกว่าเชยก็เป็นได้ — แค่เหย้าหยอกดอกนะเจ้า..ฮา!

เพื่อนๆบล็อก  interiorSiam.com คงจะคุ้นหน้าตากันบ้างแล้วกับข้อความอัพเดท twiiter  ของผมทางด้านขวามือของหน้าบล็อกนี้  ”ตามติด MiMD ทุกที่ ทุกเวลา”  (ลองเหลือบไปดูอีกซักครั้งก็ได้จ๊ะ)

หากใครยังไม่สันทัดกรณีขออนุญาติอีกทีแล้วกัน “ทวิตเตอร์” ก็คือ  ”ไมโคร บล็อกกิ้ง” (Micro blogging)  ความหมายก็ตามตัว  ”บล็อกเล็กๆ” เป็น Social Media อีกตัวหนึ่ง หากเอาความรู้จักแบบล้วงลึก ผมมีลิงค์จากผู้สันทัดกรณีตัวจริงแนะนำไว้ให้ตอนท้ายครับ

วันนี้พูดได้เต็มปาก(ผ่านหน้ากากอนามัย)ได้ว่า  ผมใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางสื่อสารออนไลน์กับโลก ‘ทุกวัน’  ไม่ว่าจะทำอะไร  ที่ไหน อย่างไร คิดอะไร อยากบ่น อยากบอก ทั้ง “เรื่องงาน” และ “เรื่องส่วนตัว” (อิอิ..บ้างเรื่อง) และโดยเฉพาะอัพเดทบล็อก(เล็กๆ)  ให้ข้อมูลข่าวสาร  ไอเดียง่ายๆสำหรับการออกแบบตกแต่ง งานออกแบบที่น่าสนใจต่างๆตามแบบฉบับของ interiorSiam.com  เป็นแบบข้อความสั้นๆไม่เกิน 140 ตัวอักษร

ทำให้ผมสามารถอัพเดทได้อยู่เรื่อยๆในแต่ละวัน วันละหลายๆรอบ และเรายังสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนไอเดียดีๆกันได้ตลอดเวลา

tweet

อยากชวนเพื่อนๆมาร่วมแชร์ความคิด แลกเปลี่ยนไอเดียและรู้จักกันมากยิ่งขึ้น โดยเพื่อนๆเข้าไปสมัครที่  www.twitter.com  เมื่อได้ Account แล้วก็เข้ามา Follow ผมได้ที่  www.twitter.com/MiMD เป็นอันเสร็จเรียบร้อยใช้เวลาไม่ทันนกกระจอกกินน้ำ (จิ๊บๆ..จริงๆ)

twitter ทำให้เราได้รับโอกาสของข้อมูลข่าวสารกับผู้คนบนโลกในทุกๆวงการ (ตอนนี้ผมมีเพื่อนที่ Following 402 คน และเพื่อนที่ Follow ผมอยู่ 379 คน) ทั้งนักการเมือง สถาปนิก บริษัท องค์กรความรู้ต่างๆทั่วโลก ดารา นักร้อง ฯลฯ

ลองดิ..แล้วเราจะรู้จักกันมากขึ้น

Enjoy Yourself  With Your  TWEET !!!   :)

——————————————————————————–

Author :  MiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์  ออนไลน์

** โอกาสหน้าจะพาเพื่อนๆ Twitter  มาอวดครับ  :)

Share post:

ซ่อนแสงไว้ข้างใน ซ่อนไฟไว้ในหลืบ

July 14th, 2009. Published under City Living >>, Designer 's Experience, Equipment >>, Livingplace >>, My Stuff >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. 5 Comments.

Share post:

ceiling light

Entry นี้ผมแวะเขียนระหว่างทางเดินทางกลับจากไปพรีเซ็นต์งานที่ต่างจังหวัด
ระหว่างที่ขับรถกลับ ผมนึกย้อนถึงประเด็นที่น่าสนใจอยู่อีกประเด็นหนึ่งที่น่าจะเอามาเล่าสู่กันฟังได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่เราใช้เวลาในการพูดคุยกันพอสมควรระหว่างการประชุมของบ่ายวันนั้น

“การออกแบบและกำหนดแสงสว่างภายใน”

ตีลังกายันได้เลยว่า ‘บรรยากาศ’ เป็นเรื่องสำคัญ ไม่แพ้งานในส่วนไหนๆในงาน interior เคยแปลกใจมั้ยครับว่า ทำไมบ้านบางบ้าน ร้านบางร้าน ยลแรกมองเข้าไปแล้วแทบจะไม่มีอะไรเลย เรียบ แบนเป็นจอLCD  แต่ทำไมเมื่อเปิดไฟขึ้นมาแล้วกลับรู้สึกเหมือนเป็นคนละที ดูมีมิติ มีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

“อินไดเร็ค ไลท์” (Indirect Light) เป็นแสงที่ดูจะเหมาะสมและคู่ควรกับการนำมาใช้งานและตกแต่งบรรยากาศของห้องนอนและส่วนพักผ่อนมากที่สุด เพราะติดตั้งง่าย ราคาไม่สูง (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพและชนิดของหลอด)  เราสามารถเลือกใช้ได้หลากหลายประเภทของหลอดครับ ทั้งหลอดไฟทั่วๆไปตามท้องตลาดทั้ง หลอดใส้ หลอดฟลูออเรสเซ็นต์ หลอดไฟเบอร์ออฟติค แต่แสงที่สร้างบรรยากาศได้นุ่มนวลสำหรับการพักผ่อนแบบนี้แล้วควรใช้แสงเหลืองนวลแบบ Warm White

ถามว่า..ทำไม?

แสงแบบนี้เป็นแสงที่เกิดจากการสะท้อนของแสงและกระจายออกมารอบๆ (การกระจายของแสงขึ้นอยู่กับวัสดุที่กระทบ)  พูดง่ายๆก็คือว่าเป็นแสงที่เปล่งออกมาโดยการบังหลอดและดวงโคมเอาไว้ไม่ให้เห็นหลอด เพื่อไม่ให้แยงตารบกวน ลดความเกรี้ยวกราดของแสง เพิ่มความนุ่มนวลให้บรรยากาศในเวลาพักผ่อนนอนหลับและหลับนอน

บริเวณตำแหน่งที่เรามักจะออกแบบแสงอินไดเร็ค ไลท์ ไว้ใช้งานนั้นเช่น บริเวณหัวเตียง ใต้เตียง พิ้นที่ยกระดับ ใต้ตู้ ผนังตกแต่ง เหนือโต๊ะแต่งตัว ฝ้าเพดานที่เล่นระดับ หรือจะเป็นทางเดินระหว่างห้องนอนและห้องน้ำ(กรณีที่ห้องนอนและห้องน้ำอยู่ในส่วนที่ต่อเนื่องกัน) เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนคนที่นอนข้างๆ

หากต้องการอยากจะใช้แสงไฟแบบอินไดเร็ค ไลท์ในพื้นที่ในส่วนอื่นๆของบ้านนั้น อันนี้ก็ไม่ได้ผิดกฏหมู่กฏหมายแต่ประการใด ลองขอคำปรึกษาผู้ออกแบบเพื่อความเหมาะสมและให้ได้ตรงกับจุดประสงค์การใช้งาน

Enjoy Yourself with Your Design   :)

—————————————————————————————-

Author :  MiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

* Credits Image   :   Prandina

Share post:

Designer size “S” ในโลกดิจิตอล

June 8th, 2009. Published under Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>. 4 Comments.

Share post:

“S” ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า  “เล็ก” เพราะคำว่า “เล็ก” หรือ “Small” สำหรับผมแล้วไม่เคยมี…

(แฮ่ม!..ก้มดูแล้ว ไม่มีจริงจริง)    :)

แต่ “S” ในที่นี้คือความบาง  “Slim”  สลิมเพื่อให้เข้ากับยุคดิจิตอล มีดีไซน์เนอร์ชาวฝรั่งหลายคนเคยเขียนและเล่าถึงเรื่องอะไรทำนองนี้ให้ได้ผ่านหูผ่านตามาบ้างหมือนกัน เลยอยากลองนั่งนึกถึงตัวเองดูเหมือนกันว่า ดีไซน์เนอร์ยุคนี้มันช่างสะดวกโยธินกับการทำงานเสียเหลือเกิน ลองมาดูกันบ้างดีกว่าว่า Designer size “S”  อย่างเราๆนั้นมี  ”เครื่องมือ” อะไรบ้างที่จะช่วยในการ “Slim Up” ให้เข้ากับยุคดิจิตอลได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

Labtop l  แน่ยิ่งกว่าแน่ว่ายังไงยังไงแล้วก็ต้องมี  ไม่ว่าคุณจะอยู่แห่งหน อ.บ.ต.ใดๆ เพียงแค่แบตเตอรี่คุณมีไฟ หาที่เหมาะๆแล้วค่อยๆวางก้นลงเบาๆ แบบที่ต้องเกรงอกเกรงใจกับอวัยวะรอบข้างน้องบั้นท้ายเขาด้วย ทั้งโปรแกรม CAD , 3D , Sketch UP ที่คุณต้องใช้ ช่วยได้ในบัดดล หรือว่าจะกำลังนั่งซดคาปูซิโนฟองเต็มปากอยู่ก็ตาม ทำ Proposal , Invoices ไว้เก็บสตางค์ลูกค้าไปพร้อมๆกันได้อย่างสบาย ชิลล .. (ฮา)

The Wireless Internet l  อันนีก็จำเป็นถ้าคุณต้องทำงานแบบ Slim & Mobile จะเป็น WiFi , AirCard , Phone Line ทั้งค้นคว้า คุ้นเขี่ยหาแรงบันดาลใจ หรือค้นหาสถานที่ ไซต์โลเคชั่น ด้วย google map ทั้ง Brows ทั้ง Search เข้าบล็อก interiorSiam.com  ไม่ว่าวันนี้คุณจะอยู่กรุงเทพฯ พรุ่งนี้ต้องบินไปสมุยแล้วต่อเรือข้ามไปพัทยา..ไม่มีปัญหา ขอให้มีสัญญาณและอย่าลืมจ่ายค่าบริการที่ค้างไว้ด้วยล่ะ

3.5″ Portable Harddrive l  ยืดอกพกไว้ดีกว่าครับ BackUp แล้ว  BackUp อีก แล้วก็ BackUp ไว้อีก เชื่อเถอะว่า ฮาร์ดดิสสำรองข้อมูลแบบนี้สำคัญมากๆ คุณก็รู้ว่าข้อมูลและงานแบบที่เก็บไว้นั้นมันสำคัญกับปากกับท้องเราขนาดไหน?  :)

Mobile Phone l  มันไม่ได้เอาไว้แค่โทรหาแฟน รับสายกิ๊ก หลบสายเจ้าหนี้หรือถ่ายคลิปเท่านั้น (Phone in นั้นไม่ต้องก็ได้)  EDGE GPRS WiFi มันช่วยให้เราสะดวกในขณะที่ไม่ได้ออนไลน์ด้วย Labtop หรือในขณะที่ระหว่างเดินทางเอาไว้เช็คเมล์ ตอบเมล์ ลูกค้าหรือผู้รับเหมาสำหรับเรื่องเร่งด่วน เช็ควัสดุ คุณภาพ ราคากับ Supplier

The Website / Weblog l  นี้คืออาวุธลับชิ้นสำคัญที่ดูเหมือนจะเล็กแต่พลานุภาพนั้นใหญ่เหลือหลาย ต้นทุนน้อยแต่มันไปได้ทั่วโลก โดยเฉพาะกับดีไซน์เนอร์ไซส์  ”S” และเหล่า Freelancer ทั้งหลายเพราะพื้นที่เหล่านี้จะเป็นพื้นที่ที่จะทำให้คุณได้ติดต่อสื่อสาร นำเสนอให้ใครๆได้รู่จักกับตัวคุณได้เป็นอย่างดี เวปฟรี บล็อกฟรี มีให้ใช้เยอะลองเลือกหาดูได้ และใช้มันให้เป็น

The Digital Camera l  ทุกๆครั้งเมื่อต้องออกไปไหนต้องพกมันออกไปด้วยเสมอ มันเป็นเครื่องมือในการเก็บบันทึกข้อมูลได้เป็นอย่างดีอีกอย่าง โดยไม่ต้องอ่านและไม่ต้องเขียนแค่ดูก็พอ  ผมใช้มันช่วยทั้งในงานเขียน และในงานออกแบบ ไม่ต้องหรูไม่ต้องแพงแบบโปรฯ(เพราะใช้ไม่เป็น) ขอแค่เชื่อมต่อเข้ากับ Labtop เพื่อส่งสารและเก็บบันทึกไว้ใช้งานได้ก็พอ

The SketchBook l  สมุดสเก็ตช์เล่มนี้เป็นเพียงแค่ของชิ้นเดียว ที่ไม่ได้จัดอยู่ในส่วนประเภทข้าวของเหล่าดิจิตอลที่กล่าวถึงอย่างข้างบนกล่าวถึง  แต่ที่สำคัญและผมแล้วพกมันติดตัวไว้เสมอ และเชื่อว่าคนเพื่อนที่เรียนดีไซน์ในยุคที่ไล่ๆกันคงน่าจะใช้เยอะและพกติดตัวอยู่เหมือนกัน  แต่ไม่แน่ใจว่ากับดีไซน์เนอร์รุ่นน้องๆที่เกิดมมาพร้อมกับยุคดิจิตอลแล้วแล้วเขาใช้กันบ้างหรือเปล่า (ผมเกิดไม่ทัน เพราะดันเกิดก่อน..ฮา)  คิดอะไรได้ คิดอะไรออกก็จะขีดจะเขียนมันเก็บไว้ สะดวก รวดเร็ว และที่สำคัญทุกครั้งที่กลับมาเปิดดูภายหลัง มันทำให้ได้อมยิ้มกับพัฒนาการของตัวเองได้เสมอ

The Accessories l  iPod ? Sunblock ? Heineken ? Vodka ? Sunglasses ? Pocket book ดีๆซักเล่ม ?  เอาไว้นั่งทำงานริมหาดริมทะเลหรือที่ไหนซักแห่ง ที่ที่คุณจะสร้างความคิดและจินตนาการได้อย่างบรรเจิดที่สุด ….. สวัสดี

Bon Voyage

———————————————————

Author :  MiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

*ปล. ไม่ว่าเราจะเป็นดีไซน์เนอร์ไซส์ไหนจะ “เล็ก” หรือ “สลิม”  ก็(ทำ)  “ใหญ่” ได้เหมือนกัน … Cheers!!!

Share post:

downturn is your turn

April 18th, 2009. Published under Books, Designer 's Experience, My Stuff >>. 4 Comments.

Share post:

วานนี้ผมพึ่งรำพึงในใจเงียบๆแบบงดออกเสียงให้กับตัวเอง ถึงเรื่องความกังวลใจเกี่ยวกับสถานะการณ์วิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้น จะด้วยความโลภของฝรั่งหรือความเลวร้ายของเหลี่ยมหลอกลวงใดๆก็แล้วแต่ — ช่างมัน ขอมองไปข้างหน้าดีกว่า

เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วเชื่อว่าหลายคนคงได้รับรู้รสชาดอันเผ็ดแสบเผ็ด ร้อนกับวิกฤติเศรษฐกิจ ‘ต้มยำกุ้ง’ ได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นเมนน์คอร์สชามโตที่ไม่ต้องโทรสั่ง แต่จะส่งตรงเดลิเวอร์รี่ให้โดยพี่ไทยกว้างไกลไปทั่วโลก

ผมเองก็คือหนึ่งในนั้น

“DOWNTURN IS YOUR TURN” เป็นคัมภีร์เล่มล่าฯ เล่มที่สาม ของหัวหน้าก๊วนแกะดำ ‘ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์’ และ ‘นฤมล บุญทวีกิจ’ แกะดำตัวแม่ร่วมด้วยช่วยกันเขียน

วันนี้หนังสือเล่มนี้อยู่ในมือผมเรียบร้อยแล้ว โดยพี่บรุษไปรษณีย์เป็นผู้นำพามาเมื่อวันก่อน หนังสือเล่มนี้ไม่มีวางขายตามร้าน ไม่ต้องไปเดินหาให้เมื่อยตุ้ม อยากอ่านต้องสั่งซื้อ โอนสตางค์เสร็จ กระดิกติ่งหูซ้ายพร้อมกับเคลียร์พื้นที่ในหัวกบาลให้ว่างไปพร้อมๆกัน แล้วรอรับได้เลย

ผมเจอคุณประเสร็จประเสริฐที่งานสัมนา Facing The Challenges ที่ TCDC  เมื่อเดือนที่แล้ว ผมคุยและถามด้วยความสงสัยว่า ทำไมต้องราคา 150 บาท ?  ทำไมต้องสั่งซื้อ ? ทั้งสองคำถามมีคำตอบเดียวกันคือ ลูกแกะดำจะได้หนังสือที่ดีแต่ราคาถูกลง

คุณจะเห็นถึงความตั้งใจของการปฏิสนธิเพื่อปรากฏให้เป็นหนังสือเล่มนี้ การใส่ใจในรายละเอียดที่จะ ‘ส่งมอบ’ ถือว่าเป็นการให้เกียรติอย่างหนึ่งที่เป็นสัมผัสแรกที่จะได้รับ  คุณจะเห็นได้ตั้งแต่การออกแบบซองบรรจุเพื่อจัดส่ง ซองและหนังสือถูกออกแบบอย่างตั้งใจให้เป็นชุดเดียวกัน เมื่อไหร่ที่ “DOWNTURN IS YOUR TURN” ได้อยู่ในมือคุณแล้ว คุณจะเข้าใจว่าทำไมผมจึงต้องเก็บหนังสือนี้ไว้ในซอง

150 บาท ถ้าจะนับเป็นเงิน ก็คงราคาพอๆกับค่าดริ๊งแจกน้องๆที่คาริบเบี้ยนแยกแถวเหม่งจ่าย ไม่แพงหรอกครับหากคิดที่จะซื้อแรงบันดาลใจให้กับอนาคตของเราได้บ้าง

ขออนุญาติไม่พูดถึงเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ — เพราะผมไม่สามารถ คุณต้องอ่านเอง

บอกได้แค่ว่า “แกะตัวนี้มีสีดำอยู่สีเดียว … ไม่มีเหลือง ไม่มีแดง”  :)

_______________________________________________________________________

Author  :  MiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

* อยากเห็นหน้าตาและเนื้อหาเพิ่มเติมไปที่  www.blacksheep.co.th

Share post:

การออกแบบที่รู้สึกได้..หากแต่จับต้องไม่ได้

March 18th, 2009. Published under Commercial >>, Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>. 7 Comments.

Share post:

จำเป็นด้วยหรือที่งานออกแบบจักต้องให้คุณ(และผม)เอื้อมไปแต๊ะอั๋งหรือจับต้องได้เท่านั้น — (รูปธรรม)

“ไม่จำเป็น…”

ผมเขียน Entry นี้ระหว่างที่นั่งรอรับรถที่เอามาเข้าศูนย์บริการตามระยะเวลาที่สมควรตรวจเช็คเป็นมาตรฐาน

ปกติแล้วผมมาที่ศูนย์ฯนี้ก็เพราะด้วย ‘หน้าที่’(ผู้ใช้) และ ‘ความรัก’(รถ) เท่านั้น  มิได้มาด้วยเพราะกิ๊กสัมพันธ์ทางใจกับช่างหุ่นล่ำกำยำท่านใด หรือสาเหตุอื่นใดนอกไปจากนี้

หากพูดถึงเรื่องการตกแต่งภายใน ที่นี้ก็ไม่มีอะไรให้ต้องพูดถึงให้เปลืองพลังเผาผลาญของร่างกาย เพราะแทบจะพูดได้ว่าไม่ได้ีมีการออกแบบตกแต่งอะไรเลย ง่ายๆคือว่า เรียกช่างมาปูกระเบื้อง กั้นผนัง ติดแอร์ ติดไฟ แล้วเอาเฟอร์นิเจอร์มาวางๆเท่านั้น — จบ!

แต่ตราบใดที่สิ่งที่น่าประทับใจยังคงมีแฝงซ่อนซ้อนกันอยู่ ใยเล่าจะให้เลยเดินผ่านไป — ผมอยากขอใช้คำว่าเป็นการ “ออกแบบเพื่อความประทับใจ” น่าจะดีกว่า เป็นการออกแบบองค์กร (องค์กรมีดีไซน์)

ภายใน Waiting area ที่เตรียมไว้สำหรับลูกค้านั้น นอกจาก ชา กาแฟ น้ำดื่ม น้ำอัดลม ฯลฯ ที่มีเตรียมไว้ให้ลูกค้าแล้ว คงไม่มีอะไรแปลก(ใจ)เท่าใด –  แต่ !!…ที่นี้มีบริการอาหารกลางวันสำหรับลูกค้าด้วยครับ

ก่อนเที่ยงเล็กน้อยผมแปลกใจเมื่อมีเจ้าหน้าที่เดินเข้ามาถามว่า “อาหารเที่ยงจะรับอะไรดี เรามีบริการให้ฟรีสำหรับลูกค้า ??”  ผมไม่ทราบว่าที่อื่นมีหรือเปล่า ตั้งแต่เกิดมาบนโลกด้วยวัยยังไม่ใกล้เกษียณเยี่ยงผมเอง — ยังไม่เคยเจอ

งง??..แบบมินิ ก่อนจะให้คำตอบกลับไปด้วยชื่ออาหารจานที่คิดว่าน่าจะอร่อยและอิ่มได้ในช่วงเวลานี้ ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์โคจรมาตั้งฉากกับกลางกบาลพอดิบพอดี

ผมเห็นปรากฏการณ์ใน ‘การออกแบบ’ ของสองสิ่งที่ ‘ขัดแย้ง’ ในตัวของมันเองสำหรับสถานที่แห่งนี้  คือความขัดแย้งระหว่างการออกแบบที่เป็น “‘รูปธรรม”  และการออกแบบที่เป็น “นามธรรม”

“รูปธรรม” ที่จับต้องได้แต่รู้สึก(ประทับใจ)..ไม่ได้  กับ  “นามธรรม” ที่จับต้องไม่ได้แต่รู้สึก(ประทับใจ)..ได้

แม้ว่าอาหารเี่ที่ยงมื้อนั้นจะเป็นเพียงแค่ข้างกลางวันมื้อนึงที่มีราคาไม่กี่สิบบาท  แต่ผมเชื่อว่ามูลค่าที่เป็น ‘ราคาใจ’ เป็นค่าออกแบบได้มากมายไม่แพ้ใครจริงๆ

Enjoy Yourself With Your Design  :)

——————————————————————-

AuthorMiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

*** ปล.1  ต่อไปรู้แล้วครับว่า ต้องไปเวลาไหนดีถึงจะอิ่ม อิอิ  :)

** ปล. 2  ดีไซน์เนอร์ควรเพิ่มเติมเสนอแนะการออกแบบในลักษณะนี้เพิ่มเข้าไปให้กับลูกค้าด้วยโดยเฉพาะงานี่เป็น Commercial จะเป็นการเพิ่มมูลค่าการสร้างสรร Added Creativity Added ได้เป็นอย่างดีที่เดียวเชียวละคุณ

** Photo Credits  :  Beautiflaw

Share post:

สะท้อนสวน..เข้าบ้าน

March 11th, 2009. Published under Blog, City Living >>, Designer 's Experience, Home & Garden, Livingplace >>, Material, My Stuff >>, Tips & Trics >>. 2 Comments.

Share post:

(7) สะท้อนสวน..เข้าบ้าน
สุดท้าย-ท้ายสุดกับไอเดียซีรี่ย์  “7 วิธีชวนสวนเข้าบ้าน”  ที่ผมเขียนไว้ใน  room  เป็นการดึงสวนเข้าบ้านด้วยการเล่นกับเงาสะท้อน ของวัสดุผิวเงา มันวาวอย่างกระจกเงา เป็นอีกไอเดียที่  “เพิ่มความเขียว”  ภายในบ้านได้ดีทีเดียว – มาดูกันครับ

ด้วยการกรุกระจกเงาที่ผนังฝั่งตรงข้ามกับสวน อาจเลือกกรุเฉพาะส่วนบนของผนัง หรือกรุเต็มผนังสูงถึงฝ้าเพดาน แล้วแต่ความเหมาะสมของห้อง แต่ถ้าไม่ชอบแบบเต็มผนังก็มีอีกทางเลือก  โดยแขวนกรอบรูปแต่ใส่กระจกเงาเข้าไปแทนแล้วแขวนคละขนาดหลายๆกรอบรูป

คุมโทนสีให้เข้ากันและจัดวางตามองค์ประกอบของผนัง แค่นี้ก็สร้างภาพสะท้อนอย่างกับเราดึงสวนเข้ามาไว้ในบ้านยังไงยังงั้นเลย

  • ข้อควรระวัง  
    - พยายามหลีกเลี่ยงการกรุผนังกระจกเงาตรงกันข้ามกันทิศตะวันตกโดยตรง เพราะแสงแดดจะสะท้อนรบกวนได้
    - ระวังอุบัติเหตุจากการเดินชนผนังกระจก อาจหาตู้เตี้ยหรือคอนโซล วางป้องกันบริเวณที่เสี่ยงต่อการเดินชน

Enjoy  Yourself with Your Design  :)

———————————————————-

Author  :  MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Share post:

เปิดไฟใส่มิติ

March 9th, 2009. Published under City Living >>, Home & Garden, Livingplace >>, My Stuff >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. 1 Comment.

Share post:

(6) เปิดไฟใส่มิติ 
เพิ่มมิติในยามค่ำคืนให้ชวนมองด้วยการให้แสงสว่างในสวน โดยการเลือกแสงสีเหลืองนวลแบบ Warm White จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้ดีกว่าแสงสีขาว ซึ่งสามารถทำได้ 3 วิธีคือ

  • UP LIGHT   ให้แสงแบบส่องขึ้นด้านบน นิยมติดตั้งบริเวณรอบๆห่างจากโคนต้นไม้ประมาณ 1 ฟุต สามารถปรับองศาได้เพื่อเน้นส่องที่รูปทรงของลำต้น เหมาะกับต้นไม้ใหญ่ที่มีลักษณะลำต้นสวยงาม เช่น หูกระจง  ลีลาวดี ฯลฯ
  • DOWN LIGHT   ให้แสงแบบส่องลงด้านล่าง สามารถติดที่ด้านบนของตัวอาคาร ปรับทิศทางแสงให้ส่องลงมายังต้นไม้เพื่อให้แสงสว่าง และเกิดเงาของกิ่งก้านทอดตัวไปบนพื้นและผนังบ้านดูคล้ายภาพศิลป
  • UNDERWATER LIGHT  เพิ่มแสงสว่างให้กับบ่อเลี้ยงปลา เพื่อเล่นแสงเงากับความเคลื่อนไหวที่เกิดจากแรงกระเพื่อมของผิวน้ำ และเกิดเงาสะท้อนระยิบระยับบนผนังรอบๆ สร้างความรู้สึกเคลื่อนไหวมีชีวิตชีวามากขึ้น

Enjoy Yourself with Your Design  :)

—————————————————–

Author  :  MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Share post:

ทำงานมาก ก็ทำให้โง่ได้

February 27th, 2009. Published under Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>. 1 Comment.

Share post:

ที่จั่วหัวเรื่องไว้ คิดว่าคงไม่ได้เว่อร์จนเกินไป  ช่วงนี้รู้สึกแบบนี้จริงๆ  แต่ยังดีที่มีเวลาให้ได้คิดแบบนี้ได้ ถึงมันจะเป็นแบบแว๊บๆก็เหอะนะ  :)

อะไรดลใจให้ได้สดุดกับความรู้สึกแบบนี้ขึ้นมา

เผอิญเหลือบไปเห็นกองหนังสือ แผ่นพับ นิตยสาร อะไรต่างๆอีกมากมายที่โดนแบบวางทับมันอยู่ข้างๆแบบพอกหางหมู ซึ่งก็ตัวเราเองนั้นล่ะที่กองๆมันเอาไว้ ด้วยเหตุผลเพียงสองอย่าง

คือหนึ่งยัง ‘อ่านไม่จบ’ และสองยัง ‘ไม่ได้อ่าน’

ยามที่เราจำเป็นต้องคลุกหมกหมุ่นอยู่กับงานที่เร่งรีบ การที่จะใช้เวลากับหนังสือพวกนี้ แทบไม่ต้องพูดถึง — ความจำเป็นที่ต้องของทำงานแต่ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ หรือดูทีวี หาความรู้อื่นๆใส่สมองบ้างมันก็ฝ่อได้เหมือนกัน  เหมือนกินอะไรซ้ำๆอยู่ทุกวัน

รู้ ดู อ่าน ของเหล่านี้เหมือนหินที่ช่วยลับความคิดให้แหลมคอ  แว่นที่ช่วยขยายภาพให้ชัดเจน – รู้สึกได้กับตัวเองในตอนนี้

———————————————————

Author :  MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Share post:

อจีรัง คือ โอกาส : นิทรรศการแรก…ที่จะตายต่อหน้าคุณ

February 20th, 2009. Published under Designer 's Experience, Event : Exhibition, My Stuff >>, News >>, Outing >>. 4 Comments.

Share post:

คุณดูแก่ขึ้นเยอะเลยนะครับ…!!”

 …………. ??

คุณนั้นล่ะครับ … คุณผู้อ่านนั้นล่ะครับ …!!

คงไม่ค่อยมีใครชอบหรอกนะ หากจะมีใครหวังดีทักทายกันด้วย ภาษาวาจาแบบนี้ — ความแก่ ความโรยรา เหี่ยวเฉา หย่อนยาน (ทั้งร่างกายและสมรรถภาพ) คงไม่มีใครหนีพ้น ที่พูด(เขียน) มานั้นไม่ได้จะอวดเบ่งเรื่องธรรมะดอกครับ แต่กำลังจะนำเข้าเรื่องนิทรรศการ

“อจีรัง คือ โอกาส” เป็นนิทรรศการที่ถือว่าเป็นนิทรรศการที่ดีมาก นิทรรศการหนึ่งที่ผมเคยสัมผัส ผมตั้งใจไปดูสองครั้ง ครั้งแรกคือเมื่อเริ่มนิทรรศการประมาณช่วงต้นเดือนธันวาปีที่แล้ว ตอนที่มันยังสดและซิง และอีกครั้งคือวันนี้วานนี้ เพราะตั้งใจอยากจะไปดูตอนที่มันจะโรยรา แห้งเหี่ยว และปิดตัวไปในที่สุด  อยากเห็นถึงความต่าง ตาม Concept ของผู้ออกแบบงาน (เข้าใจเองว่าอย่างนั้น)

สิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่แสดงในงาน จะถูกปล่อยวาง ปล่อยทิ้งให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง ความไม่ยั่งยืนในสรรพสิ่ง — แม้แต่ตัวคุณเอง

ภายในนิทรรศการ เราจะได้ชมพบกับแง่มุมความหลากหลายอันมีที่มาจากความเสื่อมสลายของสรรพสิ่ง ควบคู่ไปกับการสอดแทรกช่องทางการสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เกิดจากความอจีรัง โดยนิทรรศการจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 8 ส่วน

ชมฟรี แอร์ฟรี ที่ชั้น 6 เอ็มโพเรี่ยม วันอาทิตย์นี้ (22 กพ. 52) เป็นวันสุดท้าย  ก่อนที่มันจะตายไปต่อหน้าต่อตา  ถ้าว่างอยากให้ไปดูกันครับ (ใช้ภาษีกันให้คุ้มค่า)

บอกได้คำเดียวว่า “ของเค้าดีจริงๆ”

01. อนิจจัง (Anicca) – แสดงให้ผู้เข้าชมเข้าใจถึงสัจธรรมของความเสื่อมสลายและการดับสูญที่ว่า หากจักรวาลอันยิ่งใหญ่ยังสามารถแตกดับได้ ร่างกายของมนุษย์ที่มีอายุขัยเพียงพริบตาของจักรวาลก็คงมีสภาพไม่แตกต่างกัน โดยนำเสนอผ่านเรื่องราวของแสงสว่างจากดวงดาว อันเป็นแสงสว่างในอดีตที่เดินทางมาจากดวงดาวที่ระเบิดและแตกดับไปแล้วหลาย พันล้านปีแสง รวมถึง “หลุมดำ” ที่แม้จะเป็นจุดจบของเอกภพในอดีต แต่ในขณะเดียวกันการระเบิดของหลุมดำก็ก่อกำเนิดระบบสุริยจักรวาลในยุค ปัจจุบันเช่นกัน

02. ความตาย (Death) – แสดงให้ผู้เข้าชมรู้สึกหวาดหวั่นกับความตายของมนุษย์ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่ามนุษย์พยายามหาวิธีต่างๆเพื่อสร้างความสุขและความ สุนทรีให้มากที่สุดในขณะที่ตนเองยังมีชีวิตอยู่ เช่น การเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุนทรียรสในชีวิต โดยสื่อผ่านอาหารนานาชนิด ที่แสดงให้เห็นว่าแม้แต่อาหารที่มนุษย์รับประทานก็ต้องเสื่อมสลายและเน่า เปื่อยไปตามกาลเวลา

03. ความกลัว (Fear) – แสดง ให้เห็นว่ามนุษย์ทุกคนในทุกยุคทุกสมัยล้วนกลัวความตาย และพยายามดิ้นรนให้พ้นจากความเสื่อมสลายอยู่ตลอดเวลา โดยเสนอผ่านประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการการหลีกหนีจากความตายของมนุษย์ในแต่ ละยุคสมัย อาทิ การทำมัมมี่ การโคลนนิ่ง หรือการทำอัญมณีจากอัฐิ เป็นต้น

04. ความงาม (Beauty) – แสดงให้เห็นถึงความพอใจของมนุษย์ที่ต้องการเห็นตนเองดูดีอยู่เสมอ และต้องการคงความงามนั้นไว้ตราบนานเท่านาน จนความพอใจและความสุขจากความเชื่อเหล่านี้ ได้กลายเป็นช่องทางและโอกาสที่ก่อให้เกิดเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความสวย ความงามขึ้นมากมายทั่วโลก อาทิ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว สถานบริการฟิตเนส การทำศัลยกรรม ไปจนถึงประเด็นสังคมที่สื่อมวลชนคือผู้มีอิทธิพลในการสะท้อนและกำหนดรูปแบบ ความงามตามที่คนในสังคมต้องการ พร้อมปิดท้ายด้วยการตั้งคำถามถึง “ความงามที่แท้จริง” ว่าแท้จริงแล้วความงามไม่เคยคงที่ แต่เปลี่ยนแปลงไปตามบรรทัดฐานและสภาพสังคมตามแต่ละยุคสมัยจะกำหนด

05. ฤดูกาล (Season) – แสดงให้เห็นว่าแค่เพียงระยะเวลาสั้นๆในช่วงฤดูกาลหนึ่ง หากมนุษย์รู้จักฉกฉวยและแสวงหาโอกาสจากธรรมชาติและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ก็จะสามารถสร้างให้เกิดเป็นคุณค่าทางเศรษฐกิจได้ เฉกเช่นช่วงเวลาของฤดูกาลดอกซากุระบานในประเทศญี่ปุ่น ที่รัฐบาลญี่ปุ่นมองเห็นโอกาสทางธุรกิจและกำหนดให้ช่วงเวลานี้เป็นวาระแห่ง ชาติ จนกลายเป็นฤดูกาลที่สามารถเรียกเงินจำนวนมหาศาลได้จากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

06. สิ่งแวดล้อม (Environment)
– แสดง ให้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างตามธรรมชาติหรือทัศนียภาพที่ดูสวยงามเพลินตานั้น ล้วนเกิดจากการลงทุนและระบบการจัดการที่ดี ประเทศใดสามารถจัดระเบียบของสิ่งแวดล้อมเพื่อเก็บความทรงจำที่สวยงามเหล่า นี้ไว้ได้ ก็จะสามารถสร้างรายได้เป็นเงินจำนวนมากเข้าประเทศ  เช่น อำเภออัมพวาในประเทศไทย เมืองลี่เจียงในประเทศจีน และเมืองเวนิสในประเทศอิตาลี

07. กระบวนการจัดการความเสื่อม (Freshness Management) – แสดงให้เห็นถึงวิธีที่มนุษย์จัดการกับความเสื่อมสลายของธรรมชาติ โดยนำเสนอผ่านกระบวนการรักษาความสดของดอกไม้ในประเทศเนเธอร์แลนด์ที่สามารถ ส่งดอกไม้ข้ามทวีปไปถึงมือผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที รวมถึงวิธีการอันชาญฉลาดในการนำเข้าดอกไม้จากทั่วโลก จนได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางและผู้นำด้านการส่งออกดอกไม้ระดับโลก เพื่อชี้ช่องทางการทำธุรกิจและกระบวนการจัดการกับความเสื่อมสลายนี้ให้เกิด ขึ้นในประเทศไทย เช่น การปรับปรุงระบบการขนส่งดอกไม้ให้เป็นศูนย์กลางการส่งออก “ใบไม้เขตร้อนชื้น” ในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงการคิดค้นเทคนิคการส่งออกดอกไม้สู่ประเทศต่างๆทั่วโลกโดยการสร้าง มูลค่าเพิ่มจากความคิดสร้างสรรค์

08. มะนาวหยดสุดท้าย (Last Drop)
– เป็นตัวแทนของโอกาสทางธุรกิจที่คนไทยต้องนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ให้ มากที่สุดและโดยเร็วที่สุด ส่วนนี้จะสรุปความคิดรวบยอดให้ผู้เข้าชมนิทรรศการได้นำความรู้และสัจธรรมจาก ความอจีรังที่พบเห็นตลอดทั้งนิทรรศการมาขบคิดและแตกหน่อให้เกิดเป็นไอเดีย ใหม่ๆที่น่าสนใจในการประกอบธุรกิจเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของนิทรรศการ “อจีรัง คือ โอกาส” (Perishable Beauty)

———————————————————————–

Author  :  MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

*ต้นฉบับบทความ   :   TCDC

Share post:

ใสถึงสวน

February 12th, 2009. Published under City Living >>, Commercial >>, Furniture >>, Home & Garden, Livingplace >>, Material, My Stuff >>, News >>, Outing >>, Tips & Trics >>. 7 Comments.

Share post:

เรายังอยู่กับบทความในซีรี่ย์  “7 วิธีชวนสวนเข้าบ้าน” ที่ผมเขียนไว้ในนิตสาร room กันอยู่นะครับ มาคราวนี้เรากลับมาถึงไอเดียที่สองต่อจาก ไอเดียที่แล้ว ว่าด้วยเรื่อง “ใสใส” ในไอเดียที่แตกต่างต่างกันไป ตามคุณสมบัติของกระจกแต่ละประเภท และความเหมาะสมในการนำเอามาใช้ในงานตกแต่ง ….

(2) ใสถึงสวน
ออกแบบและเพิ่มผนังกระจกใสให้มากขึ้นเพื่อเปิดมุมมองต่อเนื่องเชื่อมกัน สามารถมองเห็นสวนได้ในทุกๆตำแหน่งภายในบ้าน ทั้งห้องน้ำ ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ลองเปิดช่องหน้าต่าง บานประตูด้วยกระจกใสสู้กับธรรมชาติภายนอกดูบ้าง เลือกคุณสมบัติของกระจกแต่ละประเภทตามการใช้งาน ลองดูตัวอย่าง

  • ใสแต่ไม่ร้อน
    หากห้องหันหน้าเข้าหาแดดโดยตรง โดยเฉพาะทิศตะวันตก และทิศใต้ ทำให้แสงแยงตรงเข้ามา ส่งผลให้อุณหภูมิร้อนขึ้นทั้งคนทั้งห้อง เห็นทีต้องป้องกันเป็นพิเศษไม่อย่างนั้นเหงื่อโชกแน่ๆ

กระจกกันความร้อนและประหยัดพลังงาน
ด้วยคุณสมบัติ โปร่งแสง สะท้อนความร้อน ป้องกันรังสี UV รักษาอุณภูมิภายในห้องเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน แถมยังเป็นกระจกนิรภัยด้วย เช่น กระจก HEAT STOP ที่มีความหนาถึง 24 มิลลิเมตร บรรจุก๊าซเฉื่อยไว้ตรงกลางระหว่างแผ่น คือความพิเศษที่ทำให้ป้องกันความร้อนได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์    ส่วนกระจก SE-LITE และ E-LITE ป้องกันความร้อนได้ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ และ 25 เปอร์เซ็นต์ แถมยังป้องกันรังษี UV ได้ถึง 99 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย โดยใช้หลักของการสะท้อนและดูดซับความร้อนไว้ที่ตัวกระจกเอง มีขนาดความหนาตั้งแต่ 6,8,10,12 มิลลิเมตร

  • ใสแต่เป็นส่วนตัว
    อุตส่าห์ตั้งใจออกแบบให้ ห้องนอน ห้องน้ำ ต่อเนื่องกับสวนแบบเอ๊าท์ดอร์เอาไว้พักผ่อนแบบส่วนตัว แต่เกรงว่าจะมีใครข้างบ้านแอบมอง  .. ลอง 2 ไอเดียนี้ดู

กระจกวันเวย์หรือกระจกสะท้อนแสง (Reflective Glass)
เคลือบผิวกระจกด้านนอกด้วยสารโลหะเพื่อป้องกันความร้อนและควบคุมแสง ทำให้เมื่อมองจากด้านนอก จะสะท้อนเหมือนกับกระจกเงา แต่มองจากด้านในเหมือนกระจกใสทั่วไป แล้วยังเลือกกำหนดปริมาณแสงสะท้อนออกและแสงที่ผ่านเข้ามาได้อีกด้วย
มีความหนาให้เลือกตั้งแต่ 3-19 มิลลิเมตร

กระจกใสติดฟิล์มสำหรับตกแต่งอาคาร (Decorative Film)
เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากเปลี่ยนกระจกใหม่ โดยการติดฟิล์มที่เคลือบสารโลหะสะท้อนความร้อนที่ผิวกระจกด้านนอก ก็จะสามารถมองเห็นจากภายในสู่ภายนอกได้ด้านเดียว

ข้อควรระวัง
- แสงสะท้อนจากกระจกและฟิล์มอาจรบกวนเพื่อนบ้าน
- เมื่อใช้กระจกประเภทนี้ ที่อยู่ในด้านส่วนที่มืดกว่าจะมองเห็นอีกด้านได้ชัดเจน ดังนั้นในช่วงกลางคืนหากเปิดไฟภายในห้อง ภายนอกจะมองเข้ามาเห็นได้เช่นกัน
- กระจกบางประเภทหากติดฟิล์มสีเข้มมากไป อาจทำให้กระจกมีโอกาสแตกง่ายขึ้น เนื่องจากการสะสมความร้อนในเนื้อฟิล์ม จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนติดตั้ง

กระจกตัดแสง (NR Glass)
เป็นกระจกใสที่เคลือบสารบางๆหลายชั้นเพื่อเปลี่ยนดัชนีการหักเหของแสง ลดแสงสว่างจ้าบาดตา ช่วยถนอมสายตา ลดเงาสะท้อนรบกวนให้เหลือเพียง 0.5 เปอร์เซ็นต์ ป้องกันรังสี UV ได้อีกด้วย

ข้อควรระวัง แสงสะท้อนจากกระจกและฟิล์มจะรบกวนเพื่อนบ้าน
- ในช่วงกลางคืนหากเปิดไฟภายในเมื่อมองจากภายนอก จะสามารถมองเห็นภายในได้  สรุปคือด้านที่มืดกว่า  จะสามารถมองเห็นด้านที่สว่างกว่าได้
- กระจกบางประเภทหากติดตั้งฟิล์มสีเข้มมากไป อาจเกิดการแตกตัวของกระจกมากขึ้น เนื่องจากการสะสมความร้อนในตัวเนื้อฟิล์ม เพราะฉะนั้นก่อนติดตั้งควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ 

 

————————————————————————–

AuthorMiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

*ขอบคุณข้อมูล   :   TGSG

Image Credits  :  BaoBee

Share post:

ติดไฟแดง

February 2nd, 2009. Published under Designer 's Experience, My Stuff >>, News >>, Uncategorized >>. 6 Comments.

Share post:

แวะมาทักทายบอกกล่าวกันก่อนว่า ไม่ได้แอบหายหรือหนีไปเดินโบกธงกับม๊อบที่ไหน !!

แต่ที่มาสาย …

เพราะมัวยุ่งวุ่นวายและเร่งด่วนกับเรื่องปากท้องสัมมาชีพอยู่มากมาย ขออนุญาตส่งข่าวและขอประทานโทษ คุณๆ เพื่อนๆ ของ interiorSiam.com ที่เมลล์มาคุยขอคำปรึกษาในเรื่องต่างๆทั้งเรื่องตกแต่ง หรือจะเป็นเรื่องเรียนเรื่องรักของน้องๆก็แล้วแต่

ที่ผมติดค้างคาเอาไว้ — ใกล้เค็มได้ที่แล้ว (ยิ้ม)

ว่ารออีกนิด .. (รักแล้วรอหน่องหน่อย) แล้วจะรีบตอบกลับในเร็ววัน

เออ..ออ.!! รถมันติดอ่ะครับ เลยมาสาย — (ข้ออ้างทั้งปี… แล้วมันเกี่ยวมั้ย..?? )

—————————————————————–

Author :  MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

ขอบคุณภาพประกอบ  :  roemischzwo

Share post:

20 เรื่องจริงที่เกี่ยวกับ “เซ็กซ์”… แต่ไม่เกี่ยวกับ “ดีไซน์”

January 28th, 2009. Published under Blog, Designer 's Experience, My Stuff >>, Uncategorized >>. 6 Comments.

Share post:

เครียดกันมั้ย … !!???

ถ้าไม่เครียดก็แล้วไป — แต่ถ้าเครียด หรือกำลังวางแผนว่าจะเครียดก่อนล่วงหน้ากับเศรษฐกิจปีนี้  รวมทั้งคุณๆที่โชคดีโชคร้าย เผอิญมีเงินเดือนเกินหมื่นห้าไปอย่างหวุดหวิด ฉิวเฉียด — เครียดเข้าไปอีก (อดได้สองพัน..ฮ่ะฮ่า)

งั้นลองเรื่องแบบนี้ดู — จัดปายยย…

  1. ‘เซ็กซ์’ เป็นขบวนการทางชีวเคมี ที่ไม่แตกต่างจากการรับประทานช็อกโกแลตในปริมาณมากๆ
  2. ผู้ชายจะคิดถึงเรื่อง ‘เซ็กซ์’ ทุกๆ 7 วินาที (นึกว่า 7 ครั้งต่อวินาที)
  3. แต่ละวัน มีกิจกรรมทางเพศเกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 120 ล้านครั้งทั่วโลก
  4. มีอาชีพหนึ่งบนเกาะกวม ที่ผู้ชายจะเดินทางไปยังต่างจังหวัดเพื่อรับจ้างเปิดบริสุทธิ์สาวๆ แถมยังได้เงินอีกด้วย (ลาออกจากงาน ไปเกาะกวมดีกว่า :) )
  5. กิจกรรม ‘เซ็กซ์’ เผาผลาญพลังงานได้มากกว่า 360 กิโลแคโลรีต่อชั่วโมง (อืมม..ลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี)
  6. หนูตัวผู้ และหนูตัวเมีย มีเซ็กซ์กันไม่ต่ำกว่า 20 ตรั้งต่อวัน  (กรุณาอย่าลอกเลียนแบบ อาจถึงตายได้)
  7. 22 % ของวัยรุ่นชาวอเมริกันมีลูกในช่วงวันรุ่น ในขณะที่ในสวิตเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่นมีเพียง 2 % เท่านั้น
  8. ในอินเดีย การซื้อบริการจากโสเภณีนั้นราคาถูกกว่าซื้อถุงยางอนามัยเสียอีก (เหอะ..เศร้า)
  9. เวลาหงษ์กำลังมีความรัก พวกมันจู๋จี๋กันด้วยการเอาหัวติดกัน และกล่าวกันว่ามันจะเป็นคู่กันตลอดไป  (แล้วรู้ได้งัยเนี่ย..??)
  10. ค้างคาวตัวผู้ มีแนวโน้มที่จะเป็นโฮโมเซ๊กซ์ช่วลมากกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดในโลก
  11. อายุการใช้งานของถุงยางอนามัยหลังจากผลิตออกมานั้นประมาณ 2 ปี  (ก่อนใช้..กรุณาดูข้างกล่อง)
  12. คำว่า ‘ยิมเนเซี่ยม’ เป็นรากศัพท์มาจากภาษากรีกโบราณ โดยมีความหมายว่า ‘การแก้ผ้าออกกำลังกาย’
  13. มนุษย์กับปลาโลมาเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 2 ชนิดในโลกที่มีเพศสัมพันธ์กันด้วยความพึงพอใจ
  14. 85 % ของผู้ชายที่ตายด้วยอาการโรคหัวใจกำเริบจากการมีเพศสัมพันธ์ มาจากการมีความสัมพันธ์ลับที่มิใช่กับภรรยา (คงเพราะเสียวทั้งข้างหน้าและเสียวข้าง(สัน)หลัง..อิอิ)
  15. แม่ที่มีลูกมากที่สุดในโลกตามสถิติที่บรรทึกเอาไว้มากที่สุด คือมีลูกถึง 69 คน (อายุยืนน่าดู)
  16. พ่อแม่ที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก คือ อายุ 8 และ 9 ขวบ พวกเขาอยู่ในจีนเมื่อปี 1910
  17. คู่แต่งงานที่มีภาพพวกเขาอยู่ด้วยกันบนเตียงออกอากาศทางโทรทัศน์ในช่วงเวลาไพร์มไทม์ คู่แรกคือ เฟร็ด และ วิลมา ฟลินซ์สโตน
  18. 25 % ของผู้หญิงคิดว่า เงินทำให้ผู้ชายดูเซ็กซี่มากขึ้น  (ฮ่า! คราวหน้าเวลาจะขอเบอร์สาวๆ กรุณาแปะแบงค์พันไว้ที่หน้้าผากด้วยนะ)
  19. จุดสุดยอดในหมู คงอยู่นานราว 30 นาที — (อืมมม..ใช้เวลาได้คุ้ม)
  20. ตัวการ์ตูนย์ โดนัลด์ ดั๊ก เคยโดนแบนในประเทศฟินแลนด์ เพราะมันไม่ใส่กางเกง !  (เอ๊า!!..งั้นพี่ซูปเปอร์แมน .. ผ่าน!!)

———————————————————————-

AuthorMiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

*ที่มา  :  Daily Market  l  กรุงเทพธุรกิจ

*ภาพ  :  cool_colonia

Share post:

หมอฟัน กับ ช่างแบบ

January 26th, 2009. Published under Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>, Weekend Stories. 1 Comment.

Share post:

“” ฟันสวยมากนะค่ะ .. ฟันดีมากๆ นี้ต้องกลับไปขอบคุณคุณแม่นะ..คุณแม่ให้มาดีๆทั้งนั้น ถ้าเป็นรถยนต์ก็รถเบนซ์เลยนะค่ะนี้ ถือว่าเราโชคดีและต้องดูแลรักษาให้ดีๆนะค่ะ “”

ย้อนไปเมื่อวันสิ้นปีพอดิบพอดี ไปทำฟันประจำปีตามปกติครับ — ‘ปกติ’จะทำปีละครั้ง  แต่ถ้าปีไหนไม่ได้ทำก็คือ ‘ไม่ปกติ’

แล้วไง …..???? …..

นอกจากขณะที่คุณหมอกำลังสนุกสนานโสมนัสเอ็นจอยอยู่กับการ ล้วง ควัก เขี่ย ขี้ฟันตามซอกเหงือกหลืบฟันผมอย่างขะมักเขม้น คุณหมอยังใจดีมีโปรโมชั่น ด้วยการส่งเสียงเล่าเรื่องเข้าไปเขย่าขี้หูแถมให้

คุณหมอเล่าว่า วิชาชีพหมอฟันก็คล้ายๆกับดีไซน์เนอร์ คือ ต้องใช้ “ศิลปะ” เช่นกัน — ศิลปะอะไร ?? … ศิลปะอย่างไร ?? (ผมถามในใจ เพราะปากยังอ้าค้างอยู่)

ศิลปะที่ต้อง ‘รู้จัก’ และ ‘เข้าใจ’ ที่จะปฏิสัมพันธ์สื่อสารกับผู้คน โดยเฉพาะกับคนไข้ .. อันนี้สำคัญกับอาชีพ  — คุณหมอเน้นด้วยน้ำเสียง

ต้องรู้ว่าเรากำลังทำหน้าที่อะไร ให้กับใคร และที่สำคัญต้องรู้ว่าคนไข้นั้นเขาต้องการอะไรด้วย

คุณหมอขยับผ่านผ้าปิดปากต่ออีกว่า — ลูกสาวคนโตของคุณหมอก็เรียนออกแบบเหมือนกัน ปัจจุบันเรียนสถาปัตย์จุฬาฯ ตอนสอบเข้าได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งของห้อง — แต่ไม่มีประโยชน์

ไม่มีประโยชน์ยังไง ??  (ผมสงสัยต่อ)

คือเข้ากับคนรอบข้างยาก ปฏิสัมพันธ์น้อย การเชื่อมโยงระหว่างสังคมค่อนข้างห่างไกล มีโลกส่วนตัวสูง “ใช้ศิลปะเป็นเฉพาะในงานที่ทำ แต่สำหรับชีวิตแล้วช่างว่างเปล่า ไร้ซึ่งศิลปะในชีวิต”  หากตราบใดที่ยังคงปรารถนาจะเป็นนักออกแบบที่ดีได้นั้น แต่กลับไม่เคยที่จะเรียนรู้และเข้าใจถึงจิตใจผู้อื่น(ลูกค้า)บ้างแล้วนั้น – มันก็ยาก

ถ้าไม่มีวิสัยที่จะศึกษาและเข้าใจผู้อื่น … แล้วจะไปออกแบบบ้านให้เขาอยู่ได้อย่างไร !!?? — คุณหมอทิ้งปมคำถามไว้ให้คิดกบาลทำงานต่อ

……..

……..

ผมขับรถออกมาพร้อมกับฉีกยิ้มผ่านกระจกมองหลัง … ผมเห็นรถเบนซ์

รถเบนซ์ทั้งสามสิบสองซีกของผม  :)

———————————————————-

AuthorMiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

* Photo Credit  :  guendal

Share post:

ล้มแต่ไม่เลิก : Walk on

January 8th, 2009. Published under Blog, Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>. 1 Comment.

Share post:

ช่วงนี้เริ่มต้นปี พยายามตามเก็บสแปร์ให้หมดครับ  ทยอยเข้าไปสวัสดีปีใหม่ผู้มีพระคุณ คุณๆพระเจ้าลูกค้าทั้งหลายตามลิสต์

ก็ทำตามธรรมเนียมเหมือนเช่นกับทุกๆปี ซึ่งแต่ละปีก็ “ไม่เหมือนกัน”

บางปีก็มีทั้งของขวัญ กระเช้า และการ์ดอวยพร หรือบางปีก็มีแค่การ์ดและเสียงตามสายโทรไปสวัสดี  แล้วแต่สถานะการณ์และสุขภาพของบัญชีว่าจะเดิน “สะพัด” หรือ “สะบัก-สะบอม”

แต่ปีที่่ผ่านมาถือว่าแค่  “สะบัก” แต่ยังไม่ “สะบอม” — ยอดตก!!  ยิงไม่ค่อยเข้าเป้าสักเท่าไหร่ บางทียิงเข้าเป้าแล้วกลับไม่ได้แต้ม (หมายถึงว่า..ไม่ได้ตังส์) ไอ้ที่ว่าจะได้อยู่แล้วบางอันยังมีดึงไว้ ยักกลับอีกต่างหาก — :)

แต่วันนี้ — กับลูกค้า Corporate รายนี้ … ขอยกตัวอย่าง

ผมเคยเข้าไปเสนอตัวและเสนอหน้าอยู่หลายปี ตามติด-ตามตื้ออยู่ “สามปี” (อีกแล้ว)  

สามปีที่ผ่านมา เชื่อมั้ย??  เป็นสามปีที่ผมยังไม่เคยโดนเรียกใช้งานเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ก็ไม่เคยคิดจะหยุด หรือ “เลิกล้ม” ความตั้งใจ — ยอมรับเหมือนกันว่าบางครั้ง บางอารมณ์เคยคิดจะ “เลิก” และ “ลบ” ออกจากลิสต์ไปเลย

แต่วันนี้ .. “เธอตกเป็นของผมแล้วครับ…”

วันนี้ผมเข้าไปสวัสดีปีใหม่กับลูกค้ารายนี้เหมือนเดิมเช่นเคยกับสามปีที่ผ่านมา แต่ตอนเดินกลับออกมาความรู้สึกไม่เหมือนกับสามปีก่อน

เป็นการเดินกลับออกมาพร้อมกับ “รอยยิ้ม” … รอยยิ้มที่ผมจะมอบให้กับตัวผมเอง  :) 

Enjoy Yourself with Your Design  

——————————————————

Author  :  MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Share post:

สามปี..ชีวิตคู่-ชีวิตคี่

January 6th, 2009. Published under Blog, Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>. 1 Comment.

Share post:

ภาพนี้โดนแอบถ่าย(ทีเผลอ)ไว้เมื่อสามปีที่แล้ว วันศุกร์ที่ ๖ มกราคม ๒๕๔๙ — โดยช่างภาพที่ผมจ้างมา

นับจากวันงาน วันนั้นมาถึงวันนี้ก็ “สามปี” ชีวิตคู่พอดิบพอดี หากเปรียบรสชาดของมะม่วง ก็กำลังจะเริ่มเปรี้ยวและมันจวนได้ที..อาจจะมีเข็ดฟันบ้างนิดนิด พอให้ได้หยี่ตากันเล่น — แก้เสียว(ฟัน)

ใช่ครับ วันนี้ครบรอบ “สามปี” วันแต่งงานของผมและเธอ — เธอผู้ที่นำพาความสงบร่มเย็น (ฮา)

หลังจากที่เราได้เซ็นสัญญายอมตกลงว่าจะเป็นของกันและกันได้ไม่นาน — ก็มีเรื่องจนได้..งานเข้า !??!

ชีวิตคู่ของเราก็เริ่มเปลี่ยน ความราบรื่นเหมือนเคยเริ่มหายไป  เมื่อเริ่มมี “มือที่สาม” เข้ามายุ่งเกี่ยวในชีวิตคู่ของเรา — โดยเฉพาะกับตัว “เธอ”

ยิ่งนานวันยิ่งหนักเข้าทุกวัน เราทั้งสองรู้สึกแปลกๆแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ผมสังเกตเห็นได้ชัดเจนว่า “มือที่สาม” ที่ว่านี้ล่ะครับ เป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอเปลี่ยนไป ใช่ครับ..เธอเปลี่ยนไป

เธอเริ่มอ้วน “อ้วน” แล้วก็ “อ๊วก”  — อ๊วก..อ๊วก..อ๊วก!! แถมยังเหม็นหน้าผมเข้าให้อีก

“ฮื่ออ.. เหม็นจัง !!” – เธอสบถ

แต่อย่างไร..ถึงเธอจะชอบอ๊วกและอ้วนขึ้นทุกวัน คือ อ้วน(ทั้ง)วัน – อ๊วก(ทั้ง)คืน — ผมก็อยู่ดูแลข้างๆเธอเสมอ .. (หุหุ..กรุณาอย่าพึ่งอ๊วก..)

และแล้วทุกอย่างก็คลี่คลายในอีกหลายเดือนต่อมา “มือที่สาม” มือที่เข้ามาทำให้ชิวิตคู่ของเราเปลี่ยนไปนั้น ได้ปรากฏตัวออกมาให้เราได้สัมผัสและเจอตัวกันแบบจะจะซักที ..

เขามาแปลกครับ …. เอาหัวโผล่มาก่อน เสื้อผ้าก็ไม่ยอมใส่ แถมร้องเสียงดังโวยวายลั่นห้องอีกต่างหาก — หุหุ ทุกวันนี้ยังร้องอยู่เลยครับ แต่เปลี่ยนเป็นร้องเพลงให้เราฟัง

แล้วความสงบสุขก็กลับคืนสู่ชีวิตคู่ของเราอีกเหมือนเคย  จาก “ชีวิตคู่” สู่ “ชีวิตคี่” – ไม่มีอ้วน-ไม่มีอ๊วก

—————————————————–

Author :  MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ -ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Share post: