interiorSiam.com

: MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Archive for 'Livingplace >>'

พร็อพ..พอเพียง

October 2nd, 2008. Published under City Living >>, Designer >>, Designer 's Experience, Livingplace >>, My Stuff >>, News >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. 3 Comments.

ถ้า “ลูกตีนเป็ดน้ำ” หล่น คุณจะทำอย่างไร..??

ก็เก็บซิครับ..!!!   –  ผมเก็บเลยครับ..ถึงใครจะมองผ่านแบบไม่เห็นค่า

ผมเจอมันหล่นเกลื่อนอยู่ที่สวนของโครงการหน้าหมู่บ้านผมเอง จำได้ว่าคุ้นๆนะกับเจ้าลูกผลไม้ชนิดนี้ ไม่แน่ใจว่ามันกินได้หรือเปล่า แต่ที่รู้ๆมันมักจะถูกนำไปวางเป็น “พร็อพ” (Prop) ในการตกแต่งบ้าน วางประดับตามโต๊ะ ข้างตู้ ใต้เตียง ทั้งห้องนอนหรือแม้กระทั่งในห้องน้ำ ลองเปิดดูตามหนังสือตกแต่งบ้านจะผ่านตาอยู่บ่อย stylist ชอบเอามาใช้ในการจัด prop

เป็นสินค้าส่งออกของไทยอีกชนิดหนึ่ง เคยเห็นวางขายทั้งที่สวนจตุจักร และบนห้างหรูๆ ส่วนมากฝรั่งจะชอบ ดูดีและเข้ากับงานตกแต่งได้ทั้งแบบโมเดิร์น และไม่เดิร์น  ~~ ห้าลูกที่ได้มาผมจัดการลอกเปลือกแห้งๆของมันออกจนเกลี้ยง ตามต่อด้วยการใช้แปรงขนนิ่มๆ ถูเบาๆทำความสะอาดตามซอกเสี้ยน-ของผิวผล (ความสวยงามอยู่ตรงซอกและเสี้ยนนี้ล่ะครับ) เสร็จแล้วเอาไปตากแดด พึ่งลมให้แห้ง(สนิท)

แห้งแล้วหาที่วางเลย วางประกอบบนโต๊ะอาหาร บานหน้าต่าง หลังชักโครก ตามใจปราถนา แค่นี้ก็ได้ของแต่งบ้านแบบไม่ต้องเสียตังส์ซักบาท   เหมาะกับเศรษฐกิจในช่วงนี้เลยมั้ยครับ ??

เป็นไปได้แนะนำให้ปลูกไว้ใช้เองในบริเวณบ้านเลยครับ  ปลูกเอง ใช้เอง พึ่งพาตนเอง ไม่ต้องซื้อหา เป็นไอเดีย   “แต่ง(บ้าน)อย่างพอเพียง”  (Sufficiency Decoration)

เขียนเรื่องนี้แล้วนึกถึง ‘แพท’ [ Patsonic.com ] ของเรา  ~~  ‘แพท’ เขาเป็นมนุษย์ตึกครับ อยู่คอนโดฯแสนสะดวกสบาย เวลามาคอมเม้นต์ที่บล็อกนี้แพทชอบบอกว่า “โหยยย..พี่..อยากแต่ง(บ้าน)อย่างนี้เหมือนกัน แต่ติดปัญหาเรื่องงบฯ”  พี่แนะนำเลยครับแพท .. “ต้นตีนเป็ดน้ำ” เหลือใช้-ขายได้ด้วย!!  .. ส่วนที่จะปลูกนั้น แพทลองขอที่นิติฯคอนโดฯเอาเองนะ ..พี่ไม่เกี่ยว …. :) 

Enjoy Yourself With Your Design  ….  :)

—————————————————

Author  :  MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

: Related posts :

เก้าอี้ที่ไม่สวยเอาเสียเลย

September 30th, 2008. Published under Commercial >>, Designer >>, Furniture >>, Livingplace >>, Material, Product Design. 1 Comment.

ส่วนใหญ่สาเหตุส่วนใหญ่ที่ผมจะสะดุดตากับอะไรสักอย่างนั้น มันมักจะมีที่มาและสาเหตุอยู่สองอย่าง

อย่างแรก “สวย”  อย่างที่สอง “แปลก”

เก้าอี้ตัวนี้เล่นเอาผมสะดุดตาขึ้นมาเหมือนกัน ไม่ได้มาจากทั้งสองสาเหตุ แต่เป็นที่สาเหตุที่สาม (ผมขอเพิ่ม)

คือ  “ไม่สวย”  (ตัดเรื่องวัสดุและฟังก์ชั่นออกไป)

ถึงแม้ว่าคุณ Ian Giles Mason ดีไซน์เนอร์ผู้ออกแบบ จะขนขวายหานวัตกรรมใหม่ๆของวัสดุและลูกเล่นต่างๆมาใส่เป็นแนวการออกแบบให้กับเก้าอี้  ‘SIX’  ตัวนี้ก็ตาม  กับความมันวาวแต่โปร่งแสง(บ้าง)ของวัสดุ ‘โครเมี่ยม’ (Chrome) ที่ผลิตขึ้นมาพิเศษ  และเส้นสายที่ทักทอเพื่อเป็นโครงสร้างของเก้าอี้ ที่บางทีมองๆไปทำให้นึกถึง ‘รังผึ้ง’ และ ’หอไอเฟล’ ที่ปารีส (เขาว่าอย่างนั้น..อันนี้ผมเห็นด้วย)

รกและเยอะไปในรายละเอียด  ทั้ง ‘เหลี่ยม’ ของรูปทรง (Form)  และ ‘เหลี่ยม’ ของลวดลาย (Pattern) วัสดุ

ออ..มีอีกอย่างครับ ใต้ที่นั่งของเก้าอี้มีซ่อนหลอดไฟเป็นสีสันให้เก้าอี้ด้วย — ไปกันใหญ่ ???

..00..

เรื่องวัสดุผมให้  “A”  แต่เรื่องความงามและน่าใช้ผมให้ “F”  (เป็นทัศนะและรสนิยมส่วนตัว)

หรืออาจจะเป็นไปได้มั้ยครับว่า..เพราะผมไม่ค่อยชอบ “เหลี่ยม”

………. Enjoy Yourself With Your Design    :)

————————————————————–

Author  :  MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

*ภาพและข้อมูล :  Ian Giles Mason

: Related posts :

ได้หน้า..อย่าลืมหลัง

September 22nd, 2008. Published under City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Designer 's Experience, Equipment >>, Livingplace >>, Material, Tips & Trics >>. 8 Comments.

photo by karenebiggs

แม้นว่าร้อยทั้งร้อยของบ้านช่องห้องหอที่มีอยู่ จะไม่ได้ใช้ wallpaper เพื่อการตกแต่งภายในทั้งหมด แต่เชื่อว่านับจากนี้ไป wallpaper จะเข้ามาจุ้นจ้านมีบทบาทในบ้านของคุณๆมากขึ้นกว่าเดิมแหง่ๆ –

ด้วยปัจจัย (ติดตั้ง)รวดเร็ว - (ปรับเปลี่ยน)ง่าย- (จ่าย)สบาย..สบาย 

ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ผมเห็น เวลาที่จะเลือก wallpaper (เอง) เกือบร้อยทั้งร้อย(อีกแล้ว) จะมีวิธีตัดสินใจเลือกโดยจะเรียงลำดับ เช่น

~ ‘สีสัน’ —-> ’ลวดลาย’ —-> ‘เนื้อวัสดุ’ —-> และตบท้ายด้วย ‘ราคา’ 

~ ‘ราคา’ ก่อนเลย —-> ’เนื้อวัสดุ’ —-> ‘ลวดลาย’ —-> และตบท้ายด้วย ‘สีสัน’ 

อาจจะสลับกลับกันไปมาระหว่างก่อน-หลัง ต่างจากนี้บ้าง แต่ก็จะวนเวียนอยู่เหตุผลเหล่านี้ทั้งสิ้น  นั้นแค่(เพียง)ด้าน “หน้า” (Top Surface) เพียงด้านเดียวของ wallpaper เท่านั้น –  

แล้ว “หลัง” ล่ะ ..!??!  

นั้นล่ะครับ ..ที่ผมอยากจะเสริม

wallpaper ที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปส่วนใหญ่ จะมี  “หลัง” (Backing) หมายถึงส่วนที่ใช้แนบเนื้อยึดเกาะกับผนังนั้นเอง จะมีอยู่ 2 ชนิดคือ ‘หลังที่เป็นกระดาษ’ และ ‘หลังที่เป็นผ้า’   

แตกต่างกันที่ราคา การยึดเกาะ และอายุการใช้งาน wallpaperที่หลังเป็นกระดาษนั้น ราคาจะย่อมเยาว์ และมีให้เลือกหลากหลายกว่า wallpaper แบบหลังผ้า เหมาะเลยครับถ้าคุณเป็นคนที่เบื่อง่าย ชอบปรับเปลี่ยนบรรยากาศสไตล์ตกแต่งห้องอยู่บ่อยๆ รวมทั้งงานร้านค้า ดิสเพลย์ ต่างๆ เพราะทั้งราคาและอายุการใช้งานก็น่าจะโอเค

ส่วน wallpaper แบบหลังผ้านั้น ยังไงๆในความเห็นของผมก็ต้องบอกว่าดีกว่าแน่นอนในเรื่องคุณภาพและการใช้งาน ถ้าคุณไม่ต้องการสิ้นเปลืองกับการที่จะต้องมาดูแล ปรับเปลี่ยน wallpaper อยู่เรื่อยๆ โอกาสพองบวมจากความชื้นก็มีน้อยกว่า เพิ่มเงินอีกซักนิด คิดว่าคุ้มกว่า แต่ถ้ามีอุสรรคของเรื่องงบประมาณก็ต้องเลือกอย่างแรกไปก่อนก็สวยได้ (ไม่เสียหาย)

คราวหน้าเวลาเข้าร้าน wallpaper ถ้าเลือก “หน้า” ได้แล้ว — อย่าลืมพลิกกลับ - จับดูด้าน “หลัง” ด้วยแล้วกัน  

อ้าว..!! .. สบู่หล่น — ขออนุญาติก้มเก็บสบู่ก่อนนะครับ .. อิอิ  ( Just kidding .. 55 )

Enjoy Yourself With Your Design …   :)

————————————————————–

Author :  MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

: Related posts :

IKEA กับโฆษณา(แฝง)บนแผ่นฟิล์ม

September 12th, 2008. Published under City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Designer 's Experience, Furniture >>, Livingplace >>, News >>, Product Design, Retail Design >>. No Comments.

………

เวลาที่เรานั่งดูหนังไม่ว่าจะดูที่บ้านด้วย (E)TV ของเรา  หรือจะออกไปดูข้างนอกที่  EGV ของเขาก็ตามที  หลายครั้งเรามักจะเห็น การพยายามจงใจวางสินค้าให้ตำตา(ผู้ชม) ด้วยโฆษณาแฝง

ไม่ว่าจะเป็นฉากลีลาเดินเตะกระป๋อง “โค๊ก” (สินค้าน้ำดำกระป๋องแดง) ด้วยอารมณ์รักคุดของบุรุษที่อยู่บนโลกที่ไม่ค่อยจะน่าอยู่ซักเท่าไหร่ หยุดและเหม่อมองที่หน้าร้าน  ชายสี่หมี่เกี๊ยว  (แบรนด์สินค้าที่เป็นสัญญลักษณ์ของแหล่งชุมชน) อย่างพอดิบพอดี

หรือจะเป็นยานยนต์ติดล้อ Chevlolet ที่สามารถแฝงตัวแปลงร่าง กลายเป็นหุ่นยนต์พิทักษ์โลกอย่างในหนัง  Transformers  (แว่วมาว่าซัมเมอร์หน้า ภาค 2 มาแน่)

ที่นี้ลองกลับมาดูอีกทีซิว่า อย่างในวงการออกแบบภายใน ทั้งผู้ผลิตและผู้ออกแบบ หรือวงการออกแบบผลิตภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์สำหรับตกแต่งบ้านนั้น มันจะมี “โฆษณาแฝง” อย่างนี้ที่ว่ามาบ้างหรือเปล่า !???

เจอจนได้ !! 

FIGHT CLUB  พอจะจำหนังเรื่องนี้ได้บ้างหรือเปล่าครับ  หนังแนวดราม่าที่น่าดูและน่าสะสมเรื่องหนึ่ง ของผู้กำกับ David Fincher เมื่อ 9 ปีก่อน (1999)   ที่ได้ Actors เกรด A ขวัญใจแม่ยก มาเล่นคู่กันทั้ง Edward Norton และ Brad Pitt ( แฮ่ม..นึกถึงละครช่อง5 ที่ออกอากาศตอนนี้ขึ้นมาทันใด ‘พี่กัปตัน’ กับ ‘พี่มอส’ ของผม ต่อยกันทั้งเรื่องเหมือนกัน อิอิ )

IKEA แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ Knock Down แบบ DIY ชื่อดังที่มีขายกันทั่วโลก ขยันออกโฆษณา ทำพีอาร์กันเป็นว่าเล่น ไม่ละเว้นเช่นกันที่จะขอแฝง-ขอแทรก เข้าไปเป็นฉากเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรูในหนังเรื่องนี้ ส่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มีอยู่ทั่วโลก

เป็นซีนที่พระเอกของเรานั้นเลือกเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน ด้วยความที่เป็นนักธุรกิจที่งานนั้นยุ่งเหลือเกิน แต่ก็สะดวกสบายง่ายมากกับการเลือกตกแต่งบ้านจากแคตตาล๊อก ยกหูโทรสั่งได้เลยทางโทรศัพท์

แฮ่ม .. อะไรมันจะชงเข้าทาง IKEA ไปหมด ซะขนาดน๊านนน…น..นน   :)

 

———————————————–

Author  :  MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

: Related posts :

i-Freeze : อาร์มแชร์นุ่มๆ..นั่งนานระวังจะแข็ง!!

September 6th, 2008. Published under Designer >>, Furniture >>, Livingplace >>, Material, Product Design, Shopping Guide >>. 2 Comments.

ถ้าพูดถึง “Iceberg” (ภูเขาน้ำแข็ง) คุณจะนึกถึงอะไร !??

หนุ่มน้อยแฟนบอล “The Gunner” เจ้าปืนใหญ่อาร์เซนอลแห่งกรุงลอนดอน คงต้องขอกระโกนข้ามอัฒจรรย์ฝั่งเจ้าบ้านมาให้เข้าหูดังๆว่า ก็ต้องนึกถึงเจ้าของฉายา “The Iceberg” อดีตศูนย์หน้าดาวยิงนัมเบอร์เท็น(10) ที่เป็นตำนานอีกคนของเขา “เดนนิส เบิร์กแคมพ์” (Dennis Bergcamp) ผู้ที่ชาตินี้จะไม่ยอมเหิรหาวก้าวขึ้นเครื่องบินเป็นอันขาด

สาวใหญ่ผู้คลั่งไคล้แผ่นฟิล์มฮอลลีวู้ด ที่เคยซาบซึ้งตรึงใจกับคู่รักอมตะนิรันด์กาลระหว่าง ‘แจ็ค’ กับ ‘โรส’ คงอยากจะยืนกลางแขนแอ่นอกตะโกนก้องที่หัวเรือ ร้องออกมาว่า แน่นอนค่ะ..ก็ต้องนึกถึง ภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมาที่เป็นต้นเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมตำนานรักแบบบ้านๆกับ “ชู้รักเรือล่ม” (Taitanic) นะซิ

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ถ้าพูดถึง “Iceberg” ก็ อยากจะแนะนำและให้ขอให้นึกถึงฝีมือและผลงานออกแบบของคนไทยอีกซักคนเพิ่มเข้าไปด้วย

ผมกำลังหมายถึง  จิตริน จินตปรีชา  (Jitrin Jintaprecha)  

ดีไซน์เนอร์ชายไทยผู้ที่ออกแบบ  อาร์มแชร์ i-Freeze  ตัวนี้

เท่าที่ได้อ่านจากคำอธิบายถึงที่มาของความคิดและแรงกำเนิดของการออกแบบ จนให้เกิดเป็นรูปทรงของอาร์มแชร์ตัวนี้มันมาจากรูปทรงของ “Arctic Iceberg” ภูเขาน้ำแข็งแห่งขั้วโลกเหนือ

จำได้ว่าเคยลองนั่งเจ้าก้อนน้ำแข็งเรืองแสงตัวนี้มาแล้วเหมือนกันครับ ที่ Lamptitude สาขาทองหล่อ  ผมนั่งมอง i-Freeze อยู่นานสองนาน ก็รู้สึกว่ามันเย็นๆ หนาวๆก้นขึ้นมาเหมือนกัน อารมณ์ยังกับนั่งทับอยู่บนก้อนน้ำแข็งยังไงยังงั้น

ด้วยเส้นสายของการทักทอวัสดุที่เรียกว่า Nylon / PE ในการออกแบบและขึ้นรูปทรง ทำให้เกิดเหลี่ยมมุมขององศาที่ดูแล้วแปลกตาไปอีกแบบ เป็นก้อนแข็งๆเพื่อให้ดูเหมือน Iceberg ซึ่งก็ให้ความรู้สึกมั่นคงดี แต่ด้วยความแข็งอย่างเดียวก็อาจจะดูแล้วโดดเดี่ยวไปซะหน่อย (ผม)ตีความเอาเองว่าผู้ออกแบบก็เลยเพิ่มความนุ่มสบายและฟังก์ชั่นการใช้งาน ด้วยเบาะนั่ง หมอนอิง และผ้าหุ้มที่ค่อนข้างหนานุ่มเต็มตัว ประกอบกันอย่างลงตัว ครบทั้ง Concept Design และ Function Design

Gimmick อีกอย่างที่เป็นเสน่ห์ ให้น่าสนใจยิ่งขึ้นก็คือว่า มีการซ่อนหลอดไฟไว้ด้านในของอาร์มแชร์ตัวนี้ด้วย ลองนึกภาพตามกันไปนะครับว่า เวลาค่ำคืนที่ต้องการพักผ่อน นั่งนิ่งๆ(Freeze) เงียบๆ แล้วปิดไฟในห้องให้หมด เหลือเพียงแสงไฟสลัวๆรอบๆตัวจาก “i-Freeze” ตัวนี้ตัวเดียวก็เพียงพอ … โอ มั้ยครับ !?? –

Enjoy Yourself With Your Design  :)

_______________________________________________

AuthorMiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

ขอบคุณข้อมูลและภาพ  :  www.jitrin.com

*i-Freeze was selected as “2005 Hot One Hundred” by ELLE Decoration Thailand.

: Related posts :

เตาไทยไร้ควัน(โขมง)

August 29th, 2008. Published under Blogger Invitation, Equipment >>, Livingplace >>, Tips & Trics >>. 3 Comments.

เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้ เห็น  MiMD นำงานที่เป็น อ่างล้างมือ แบบเรียบง่าย เท่ห์ และกลับสู่ธรรมชาติ (Back to the Origin) มาให้ได้ยลโฉมกัน

เราเลยนึกขึ้นได้ว่า บ้านเราก็มีงานที่เป็น ไอเดียจาก “ภูมิปัญญาท้องถิ่น”  อยู่มากมายเหมือนกัน  หากเราจะดูเฉพาะในส่วนของการออกแบบภายนอกของ ”หน้าตา”  และ “วัสดุ”  แล้ว อาจจะดูไม่ได้ทันสมัยสุดเดิ้นมากนัก แต่ว่าสำหรับฟังก์ชั่น (Function) การใช้งาน และการเก็บรักษาพลังงานความร้อนแล้ว  รับรองได้ว่าเกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่ากับการรอคอย (ถึงจะไม่ได้เปิดปุ๊บติดปั๊บเหมือนเตาแก๊ซก็ตาม)  แถมเท่ห์ไม่แพ้ของนอก แน่นอนค่ะ

งานนี้เราไปเห็นจากต่างจังหวัด ไม่ใกล้ไม่ไกลนะคะ เมืองมะขามหวานบ้านเรานี่เอง
เผอิญว่าได้ไปทำบุญที่วัดมาค่ะ เราก็นำหน่อไม้สดที่เก็บจากสวนไปด้วย
ไปถึงทางคุณป้า คุณยายก็จัดแจงเตรียมต้มหน่อไม้เพื่อทานเป็นเครื่องเคียงกับอาหารคาวกันใหญ่

แล้วก็เหลือบไปเห็นเตาที่ต้มหน่อไม้ หน้าตาประหลาดดีค่ะ เป็นเตาที่ใช้ฟืนและถ่านแบบโบราณ แต่นำมาประยุกต์ค่ะ โดยหลักๆแล้วเตายังคงรูปทรงกลมเป็นหลักในการให้ความร้อนแก่ภาชนะ เนื่องจากรูปทรงกลมๆนี่แหล่ะค่ะที่เก็บอุณหภูมิความร้อนได้ดีที่สุด (สังเกตจากบ้านของชาวเอสกิโมดูนะคะว่าไม่มีรูปแบบอื่นเลยนอกจากทรงกลม) แล้วก็ทำเตาให้ยาวออกไปรับกับท่อที่ต่อยาวขึ้นไปบนหลังคา เพื่อไม่ให้มีควันลอยออกมาให้รำคาญเราด้วย .. เลยเก็บภาพมาฝากกัน พอหอมปากหอมคอ ค่ะ

ถ้าใครชอบใจ ในยุคน้ำมันแพง ค่าน้ำ ค่าไฟขึ้นราคา (ไม่นับรวมที่ได้ใช้ฟรี 6 เดือนสำหรับคนใช้น้อยนะคะ) ก็ลองนำไปประยุกต์ใช้ที่บ้านดูได้นะคะ

อ้อ! หากใครมีบ้านพักตากอากาศตามต่างจังหวัด ที่บางท่านอาจจะมีไว้พักผ่อน อาจจะลองประยุกต์ใช้เพื่อให้ได้บรรยากาศการพักผ่อนเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติโดยแท้ค่ะ

*ปล. งานออกแบบไอเดียที่ทันสมัย ก็ไม่ได้จำเป็นว่าหน้าตาทันสมัยด้วยเสมอไป ใช่มั้ยคะ

—————————————–

Contributor  :  Barby

Posted  :  MiMD

: Related posts :

ค่าแบบที่จ่าย..จะได้อะไร?

August 28th, 2008. Published under Designer >>, Designer 's Experience, Livingplace >>, My Stuff >>. No Comments.

ต้องขอบคุณ John Redtor ที่ทำให้ผมต้องเปลี่ยนใจกับการ ShutDown คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ เพื่อที่จะหนีขึ้นเตียง(นอน)  แล้วก็ต้องพลิกตัว กลับใจนั่งลงเขียนบล็อกเรื่องนี้ต่ออีกครั้ง หลังจากที่ผมร่างหัวข้อนี้ทิ้งค้างไว้มาหลายวันพอดู 

เนื่องจากว่า เมื่อกี้ผมแวะเข้าไปอ่านที่บล็อกของเขา ที่ว่าด้วยเรื่อง “ทฤษฏีที่ว่าด้วยเมื่อมาถึงกลางทาง

ระหว่างทางที่ยาวนานและต้องอดทนเพื่อเป้าหมาย ของอาชีพดีไซน์เนอร์ใครๆก็มองว่า คุณเท่ห์ คุณสวยงาม คุณดูดี คุณมีรายได้ที่ง่ายดาย  แต่ Sorry นั้นมันเป็นสิ่งที่คุณเห็นแค่เพียงผิวเผิน กับการที่ได้มาซึ่งค่าแบบ หรือที่ผมมักจะเรียกมันว่า

“ค่าบริการวิชาชีพนักออกแบบภายใน” 

แต่ข้างในและแต่ละขั้นนตอนนั้นกว่าจะมา มันก็ยากเย็นแสนเข็นยิ่งนัก ไม่ต่างอะไรกับพี่ๆที่เขารับจ้างแบกกระสอบข้าวสารขึ้นเรือที่คลองเตย

เพียงแต่ว่าที่บ่าของผมและเพื่อนๆร่วมอาชีพนั้นมันไม่ได้แบกกระสอบเหมือนพี่เขาเท่านั้นเอง …

เริ่มกันตั้งแต่การที่ต้องแบกรับกับการสร้างความเชื่อมั่น วางใจ ให้ได้ก่อนเหนือสิ่งอื่นใด  การที่ต้องเข้าไปสำรวจพื้นที่ไซต์งาน วัดขนาดของอาคาร ปีนผนัง มุดตามซอก คลานเข้าหลืบ กับ “ทุกอย่างที่เป็นจริง” เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานก่อนการออกแบบ เพื่อให้ได้ความงามและเกิดประโยชน์ใช้สอยสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้

อาจจะต้องขออนุญาติเล่าข้ามขั้นตอนในการทำงานของดีไซน์เนอร์ ในส่วนของงานเขียนภาพ Perspective ในแบบของ 3D สวยๆ วาดแปลนงามๆ เพราะส่วนนี้ยังไงๆแล้วมันต้องมีอยู่แล้วไม่ขอพูดถึง แต่อยากจะพูดถึงในส่วนของ “งานที่มองไม่เห็น” ซะมากกว่า

ยอมรับได้กับการที่ต้องแก้ไข ปรับปรุง เพื่อความลงตัวและเหมาะสมที่สุด แต่ต้องอยู่บนมาตรฐานแห่งวิชาชีพของการออกแบบ อย่างมีจรรยาบรรณ มีมากมีน้อยในแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน (ผมไม่เถียง..!!)

ตรวจสอบ ช่วยให้คำแนะนำและช่วยแก้ปัญหาให้คำปรึกษาในระหว่างการก่อสร้าง โดยคำนึงถึงพื้นฐานความถูกต้องตามหลักวิชาการออกแบบและความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง โดยที่จะพยายามไม่ให้กระทบกระเทือน หรือส่งผลถึงเรื่องงบประมาณให้น้อยที่สุด

รองรับกับบางอย่างที่เป็นความเชื่อ ความศัทราในความเป็นปัจเจกของแต่ละคน เพื่อที่จะประสานให้ลงตัวที่สุด ทั้งเจ้าของงาน ผู้รับเหมา ซับไพลเออร์ ซินแส่ แม่ยาย คนขายประกัน พันธมิตร ที่จะท้วงติงและร้องทักมา (ไม่เชื่ออย่าลบลู่ .. มีจริงๆ) เพื่อประคับประคองให้ถึงเป้าหมายแบบแฮปปี้ ดีพร้อม (แค่รองรับและประคับประคองเท่านั้นนา .. ส่วนจะทำได้หรือทำตามนั้นเป็นอีกเรื่อง..แล้วค่อยมาดูกัน) .. - ยิ้มเถอะ  

Enjoy Yourself With Your Design   :)

————————————

Author MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

: Related posts :

“อาร์น จาคอบเซ่น” กับ ความบังเอิญที่ไม่ได้ตั้งใจ

July 28th, 2008. Published under Commercial >>, Designer >>, Furniture >>, Livingplace >>, Outing >>, Product Design, Shopping Guide >>. No Comments.

ประเด็นก็คือ  “ไม่มีอะไร..แค่อยากเล่าถึงอีกด้านที่ซ่อนตัวอยู่ในความบังเอิญ..ก็เท่านั้น..!??!”

บ่ายวานวันอาทิตย์ไปเดินทัศนา หาโลกทัศน์ใหม่ๆที่  “พารากอน” (ไฮโซ..ซะ!)  ตั้งใจจะไปนั่งฟังสัมนาเรื่อง blog ของ “DekAds”

บังเอิญแบบไม่ได้ตั้งใจ ระหว่าง “ฆ่าเวลา” เพื่อ “รอเวลา”  แวะร้านขายเฟอร์นิเจอร์ แต่กลับได้หนังสือมาอ่านเล่มนึงครับ …

” ชีวิตและผลงาน ของ อาร์น จาคอบเซ่น : Arne Jacobsen(แปลและเรียบเรียงโดย กัลยา ตัยติยาสวัสดิกุล)

ถ้าใครไม่คุ้นชื่อนี้ … แนะนำให้นึกภาพเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ตามครับ

l Ant Chair (1952) l Egg Chair (1958) l Swan Chair (1958) l   หรือคลิกลิงค์ดูก็จะชัดขึ้น

บนชั้น 4 ของ สยาม พารากอน ภายในห้องสัมนาที่ผมเข้าฟัง  ปรากฏที่ “ก้น” ของพิธีกรและวิทยากรทั้ง 6 ท่านบนเวที นั้นนั่งทับอยู่บนเก้าอี้   “Swan Chair”  ในขณะเดียวกัน ที่ในมือผมนั้นก็ถือหนังสือเล่มที่ว่านี้อยู่พอดี

ผมมอง “เก้าอี้” ที่ “ก้น” ของพิธีกร สลับกับ “หนังสือ” ที่ผมถือในมือ (ต้องขออภัยท่านที่อยู่บนเวที่ด้วยที่ “ความบังเอิญ” ของผมไปรบกวนสรีระบางส่วนของท่านโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้)

ผมมองสลับไปมาอย่างนั้นอยู่ซักพัก มุมปากของผมทั้งสองข้างก็ขยับยืดขึ้นไปด้านบน  แม้มันจะทำให้ริ้วร่องของผิวหนังข้างหางตาเป็นร่องลึกและถี่ขึ้นบ้าง .. ผมก็ยอม (ตีนกา..ช่างมันเถอะ!!)

ผมยิ้มด้วย “เหตุ” ของความที่ไม่ได้ตั้งใจ  เป็น “ผล” ให้สิ่งสองสิ่งนี้มาเจอกันโดยมิได้นัดหมายในสถานที่เดียวกัน

…….. ..  .  .     .

เพิ่งรู้เหมือนกันว่า บางเรื่องของความ “บังเอิญ” มันก็ “น่ารัก” ได้เกินความคาดหมาย

*ทำรู้จักกับ Arne Jacobsen

————————————————-

Author MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

*ภาพเก้าอี้จาก  :  http://www.designcraft.net.au

: Related posts :

เลือกม่านให้หน้าต่าง

July 24th, 2008. Published under City Living >>, Furniture >>, Livingplace >>, Material, Small Space Living, Tips & Trics >>. No Comments.

เขียนเรื่องเกี่ยวกับ “ผ้าม่าน” ไปเมื่อวันก่อน เห็นมีคุณๆผู้อ่านแอบเข้ามากอบ มาโกย เอาไปใช้เป็นไอเดียไว้แต่งบ้านกัน ผมเองก็ชื่นใจปานได้กินน้ำแข็งใสใส่น้ำแดง ราดด้วยแยมบลูเบอร์รี่

มาวันนี้ .. มีของแถมเพิ่มให้อีกหนึ่งดอก เอากันให้ใกล้เข้าไปอีก ชิดเข้าไปในระยะเผาขน ถึงบานประตู-หน้าต่าง แบบวัดรอบเอว วัดระยะ และส่วนสูง เรียกว่าจัด “Fitting By Taylor Made” กันเลย  

เผื่อเสาร์อาทิตย์นี้จะได้แวะไปที่ร้านผ้าม่านกันครับ  :)

หากว่าบานประตู-หน้าต่างดูแล้วมีขนาด “กว้าง” อยู่แล้ว (สังเกตได้จากการเทียบสัดส่วนกับผนังด้านนั้นๆ หรือขนาดของห้อง)  “สมควร” เป็นอย่างยิ่งครับที่จะเลือกใช้ผ้าม่านที่มีลวดลายในแนวตั้ง และก็ “มิควร” เป็นอย่างยิ่งเช่นกันที่จะใช้ผ้าม่านผืนใหญ่ผืนเดียว เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้ห้องนั้นดูอึดอัด ยังจะทำให้รู้สึกว่าฝ้าเพดานนั้นดูจะเป็น “สาละวันเตี้ยลง” เข้าไปด้วย 

หากว่าบานหน้าต่างเป็นแนว “ทรงสูง” เช่น ช่องแสงตรงโถงบันไดตามบ้านจัดสรรทั่วๆไป ก็ให้หลีกเลี่ยงผ้าม่านลวดลายแนวตั้งเช่นกัน เลือกใช้แนวนอน และให้เผื่อขอบของผ้าม่านให้กว้างกว่าขอบของหน้าต่างไว้ด้วยทั้งสองด้าน ทั้งนี้ก็ต้องเปรียบเทียบสัดส่วนขนาดของพื้นที่และผนังของบริเวณนั้นๆด้วย 

ส่วนหน้าต่างที่มีขนาด “เล็กและแคบ” ขอเลยครับ .. ว่าอย่าเลือกใช้ม่านที่มีลายหรือดอกใหญ่ เพราะยิ่งจะทำให้หน้าต่างดูเล็กและแคบลงไปอีก (เหมือนช้างพยายามจะขี่ม้า ยังไงไม่รู้!)

สรุปก็คือว่า ให้คำนึงถึง “รูปทรง”  “เส้นสาย” และ “สัดส่วน”  รวมเข้าไปเป็นองค์ประกอบช่วยในการออกแบบและจัดวางด้วย

ลองดูนะครับ !

Enjoy Yourself With Your Design   :)

—————————————

Author  : MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

ภาพ  :  anne

: Related posts :

“SMS” บนกระเบื้องบุผนัง !??!

July 22nd, 2008. Published under Bathroom, City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Livingplace >>, Material, Product Design, Tips & Trics >>. 3 Comments.

“สัมผัสได้เมื่อไฟดับ  รับเห็นได้เมื่อไฟมา”  ฮ่าฮา ..ไม่ใช่สโลแกนใดๆของกระเบื้องเจ้าตัวนี้หรอก  ผมแค่ลองคิดขึ้นมาเล่นๆ ตามที่เกิดภาพไอเดียในหัวกะบาลเท่านั้น .. :)

“SMS” บนกระเบื้องอันนี้อย่าได้เข้าใจผิด ยังไงๆมันก็ไม่เกี่ยวกับ “ชินคอร์ป” “ซีพี” หรือ “เทเลนอร์”  เพราะ ”ช๊อทเมสเซสซ์” อันนี้มันขึ้นอยู่กับคุณเองว่าจะเอาไปใช้อันใด (ดูภาพแล้วจะ..อ๋อ!)

“Pun Collection” ออกแบบโดย  “Stefano Pirovano” ให้กับแบรนด์  “Ascot Ceramiche” แบรนด์กระเบื้องชั้นดีจากอิตาลี

ปูด นูน เว้า โค้ง น่าสัมผัสจัดมาไว้ให้ใช้ เหมาะมากกับการตกแต่งสถานที่สาธารณะ (Public Area) ทั่วไป  นอกจากจะงามเนี๊ยบแล้ว เอาไปแปะข้างฝาไว้มีต้องกลัวหลง(ทาง) บอกทั้ง ตำแหน่ง (Position) และทิศทาง (Signage Direction)

เป็นไอเดียให้คิดต่อ และนำไปพัฒนาใช้ได้เป็นอย่างดี

Enjoy Yourself With Your Design    :)

————————————–

AuthorMiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

ข้อมูลและภาพ :  http://trendir.com

: Related posts :

เลือกม่านให้เหมาะกับห้อง

July 22nd, 2008. Published under City Living >>, Livingplace >>, Material, Small Space Living, Tips & Trics >>. 3 Comments.

คิดว่าคงไม่ต้องสาธยายอธิบายความกันก็ให้เมื่อยตุ้มกันนะครับสำหรับ “หน้าที่ใช้สอยหลัก” ของ “ผ้าม่าน”  คิดว่าทุกๆคน คงจะทราบกันดีอยู่แล้ว ว่ากันตามเนื้อผ้ากันเลยดีกว่า

เคยกำเนิดเกิดคำถามกันบ้างหรือเปล่าครับ กับการ “เริ่มต้น” ในการ “เลือกผ้าม่าน” สำหรับบ้านแสนรักหลังละหลายล้านของเรา 

แฮ่ม..!! เชื่อแน่ๆว่าต้องมีบ้าง 

เอ่….!! เราจะเริ่มต้นตรงไหน และจะเลือกอย่างไงดีหนอ…!??!

เอ่….!! แล้วแต่ละห้องนี้มันควรจะเป็นม่านแบบไหน … เนื้อผ้าที่เหมาะมันควรจะเป็นเยี่ยงไรดี …  !??!

ว่ากันเป็นห้องๆเลยแล้วกัน …

ห้องรับแขก-ห้องอาหาร ~~  ทั้งสองห้องนี้ส่วนมากจะมีพื้นที่ต่อเนื่องกันเป็นส่วนใหญ่ (ในที่นี้ขอพูดถึงส่วนใหญ่..ส่วนน้อยนั้นขอว่ากันเป็นเคสๆไป) ว่ากันว่าทั้งสองห้องนี้ต้องโชว์ต้องอวดกันซักหน่อย  แขกไป ไทยมา ฝรั่งแวะ ก็ปลื้มกันได้ ควรเป็นผ้าที่ดูหรูหรา ราคาตามกำลัง(ซื้อ)  ผ้ากำมะหยี่ ผ้าทอ ผ้าไหม หรือผ้าซาตินเงาวาวหน่อย ก็ดูเข้าท่าตามสไตล์คลาสสิค ร่วมสมัยได้  ผ้าพิมพ์ลายดอกไม้ธรรมชาติ ก็ดูจะเหมาะเข้ากับสไตล์โรแมนติก คันทรี่ ไวท์วินเทจ ได้เป็นอย่างดี   ส่วนผ้าทอเนื้อละเอียด ลวดลายเรียบนิ่งสงบเสงี่ยมเจียมตัว ก็ดูจะเหมาะกับโมเดิร์น สไตล์ ได้เหมือนกัน ที่สำคัญสีนั้นให้เรียบเข้าไว้วางใจได้ดีกว่า  ส่วนจะเพิ่มม่านโปร่งสำหรับช่วงเวลากลางวันอีกซักชั้นนั้นก็จะดี เพราะจะได้ช่วยลดแสงสะท้อน และกรองไอแดดเข้าบ้านได้อีกทาง   

ห้องทำงาน ~~  ห้องนี้เผื่อไว้ให้เป็นออปชั่น สำหรับใครที่มีห้องทำงานไว้ที่บ้าน ห้องทำงานนี้อาจจะต้องการแสงสว่างมากเป็นพิเศษ มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประเภทของงานที่ทำ ควรเป็นผ้าที่เปิด-ปิด และปรับแสงได้สะดวกๆ จะเป็นมู่ลี่หรือเป็นผ้าอันนี้ก็แล้วแต่สไตล์ของการออกแบบของห้องเป็นหลัก แถมให้อีกนิดถ้าเป็นผ้าก็อย่าเลือกเนื้อผ้าที่หนาจนเกินไป

ห้องนอน ~~ ห้องนี้ดูออกจะเป็นส่วนตัวที่สุดแล้วครับ ค่อนข้างจะมิดชิด ผ้าก็จะเนื้อหนามากขึ้นหน่อย เนื้อแน่นๆ กันแสงทะลุผ่านได้ค่อนข้างดี อาจจะเพิ่มผ้าทึบรองหลังผ้าม่านอีกชั้น (Back Out) ก็ดีครับ กันแสงและสะท้อนทั้งความร้อนและแสงได้เป็นอย่างดี

ห้องน้ำ - ห้องเก็บของ ~~ เออ.!! ทั้งสองห้องนี้เอาไว้ก่อนแล้วกันนะครับ .. คิดยังไม่ออก ไม่ค่อยมีประสบการณ์  :(

 

Enjoy Yourself With Your Design   :)

————————————–

Author  :  MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ  - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์ 

ภาพ  :  marcus hansson

: Related posts :

เลือกม่านให้บ้านหลังใหม่

July 21st, 2008. Published under City Living >>, Designer >>, Livingplace >>, Material, Tips & Trics >>, Uncategorized >>. 2 Comments.

สำหรับผมแล้ว “พี่ป๊อบ” เป็นพี่ที่น่ารักคนหนึ่งครับ .. เสียดายที่ผมรักแก “แบบอย่างว่า” ไม่ได้ซะแล้ว .. เดี่ยวจะพาลทำให้สถาบันครอบครัวของเราทั้งสอง มีอันต้องขึ้นหน้าหนึ่งสยามกีฬา สยามดารา  และอาจจะลามกันไปใหญ่ให้ต้องเปิดโรงแรมแถลงข่าว เล่าความในใจ … (เอาล่ะ..พอแล้วแค่ขำๆ.. :) )

“พี่ป๊อบ” ซื้อบ้านหลังใหม่ใหญ่กว่าเดิม และน่าอยู่มากครับ ผมแอบได้ไปเยี่ยมเยือนและสัมผัสมาแล้วเรียบร้อย ตามคำเชิญ

ช่วงนี้กำลังเข้าด้าย เข้าเข็ม ดูพี่แกมุ่งมั่นและยุ่งอยู่กับการตกแต่งบ้านหลังใหม่นี้พอดู  แถมหลังๆได้ยินแกพึมพัมๆอยู่เหมือนกันว่า

“บ้านนี้มัน บานนน..น.น..จริงๆ ” 

คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์และได้เป็นไอเดียไปประยุกต์และปรับให้เข้ากับสไตล์และความชอบของคุณๆได้บ้างในการตกแต่ง แต่ถ้าอ่านแล้วคิดว่ามันไม่เข้าท่าเอาซะเลย ก็อย่าไปสนใจมันครับ คิดเสียว่า ผมกับพี่ป๊อบคุยกันเสียงดังและใกล้(หู)ไปหน่อย … ..  :)   

1. ห้องนอนเจ้าแก้ม เป็นเฟอร์สีขาวล้วน เตียง 4 ฟุตพร้อมที่นอนชุดเครื่องนอน ตู้เสื้อผ้า 2 ใบ โต๊ะทำงานแบบ L shape พร้อมชั้นวางหนังสือ ของคงมาส่งไม่เกินสิ้นเดือนนี้ สีขาวล้วนๆ จุดสามจุด (เพราะฉนั้น) อยากให้หน่องช่วยไกด์เรื่องม่านว่าน่าจะสีอะไรดี (ช่างม่านจะเข้ามาวันและเลือกสี วันพฤหัสนี้)

>> เท่าที่ฟังจากพี่สไตล์น้องแก้มแล้ว ผมว่าใช้ม่านพับสีดำก็ได้นะครับ  ดูเป็น Modern Vintage ดี  จะมีแทรกสีแดง-เทาบ้างก็ได้ แต่ขอให้สีพื้นหลักเป็นสีดำ ส่วนลวดลายนั้นควรเป็นธรรมชาติลายเล็กๆ ไม่ควรเลือกลายใหญ่เพราะว่าขนาดของห้องแล้วอาจจะไม่เหมาะสมครับ (ไม่ต้องกลัวนะครับสำหรับม่านสีดำ พอมีของอื่นๆจัดวางเข้ารวมกันในห้องแล้ว ถึงสีมันก็จะตัดกัน แต่ก็ดูแบบกลมกลืนได้ และมีสไตล์ที่ชัดเจนดีครับ ) 

2. ห้องนอนใหญ่ (ห้องพี่เอง) ได้แค่ตู้เสื้อผ้า 2.4เมตร บานเฟี้ยม 4 บาน 2 บานกลางเป็นกระจก ของ SB สี Wenge ที่เหลือยังไม่ได้อะไรเลย ห้องนี้มีปัญหาอยู่ที่ว่า โครงการออกแบบให้หันหัวเตียงไปทางหน้าต่าง ซึ่งมีความห่างระหว่างหน้าต่าง 2 บาน เพียง 170 ซม.ขอบหน้าต่างสูงจากพื้น 91 ซม. ดังนั้นพี่จะต้องหาเตียงที่มีหัวเตียงสูงไม่เกิน 90 ซม. ที่เจอไม่ถูกใจพี่ไก่ ที่ถูกใจก็ไม่ได้ตามขนาด ยังคงต้องหาต่อไป แต่ทางออกอีกทางนึงคือว่าจะซื้อเป็นฐานรองเดียงแล้วระหว่างช่องหน้าต่างอาจจะหาอะไรมาประดับเป็นหัวเตียง เช่นไม้สักแกะสลัก รูปภาพ หรือแม้กระทั่ง Wallpaper ที่แป็นลายสีตัดกับ Wall เดิม อาจจะรบกวนหน่องด้วยเผื่อมี idea อะไรเพิ่มเติม ถ้าได้เป็นไม้แปะหัวเตียงอย่างด้านล่าง จะแจ่มเพราะอยากได้ห้องนอนไม้ๆ

>> ถ้าพี่ชอบไม้แกะติดหัวเตียง ลองไอเดียนี้ดูก็ได้ครับ ผนังด้านหัวเตียงจะต้องเน้นๆหน่อย ทาสีหรือเลือกวอลล์เปเปอร์ที่มีสีเข้มๆ ประมาณสีแดงปนน้ำตาล หรือสีประมาณสีเปลือกมังคุดเข้ม แล้วไม้แกะถ้าพี่ชอบสีของไม้ก็อาจจะทาสีเคลือบไม้ที่เป็นแบบกึ่งเงากึ่งด้าน และอีกไอเดียหนึ่งคือทาสีเข้มๆเกือบดำแล้วปิดทองทับลงไป ก็จะดูเด่นกับผนังหัวเตียง เมื่อตัดกับสีของผนัง ดูขลังยามค่ำคืน ให้ความรู้สึกสงบดีครับ
 
ส่วนผ้าม่านนั้น ใช้แบบมีราวม่านก็น่าจะเข้าที เลือกผ้าฝ้าย หรือเลือกผ้าที่มีผิวสัมผัสเห็นเส้นใยธรรมชาติแบบชัดเจน เส้นใยการทอใหญ่ๆหน่อย สีควรเป็นสีอ่อนๆ ขาวๆ

3. บริเวณรับแขก โซฟา L shape ส่งเรียบร้อยสีน้ำตาลไหม้เป็นขนลายในตัวแบบวงๆ โต๊ะกลางเป็นไม้ปูกระจก ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ออกเชยๆ แต่หลงซื้อมาได้ไงไม่รู้ แล้วก็ชุดวางทีวีไม้เต็งตามรู้ด้านล่าง LSB 4207 ได้ของวันพฤหัสนี้ โต๊ะกลางก็ประมาณ LTC 2204
4. ชุดทานข้าวไปสอยโต๊ะจาก Winner มาเป็น Top กระจก ขาและที่วางของใต้กระจกเป็นสีไม้ Midnight Oak.  เก้าอี้ 4 ตัวเป็นไม้ยางบุผ้า ของ index ไม้ยางทำสีเดียวกับโต๊ะ ผ้าสีเหลืองครีม ทั้งที่นั่งและพนัก ส่งวันพฤหัสเหมือนกัน  ยังไงวางแล้วจะถ่ายรูปส่งมาให้อีกที

ถึงตอนนี้คงพอจะมองภาพออกบ้าง เลยอยากถามว่า ม่าน น่าจะเป็ฯสีอะไรดีหว่า พื้น ลาย ชั้นเดียว หรือม่านโปร่งอีกชั้น เห้อ บ้าน นี่ บานนนน จริงๆ

>> ชั้นล่างโทนสีเฟอร์นิเจอร์ใกล้เคียงห้องนอนใหญ่ แต่คิดว่าน่าจะสร้างบรรยากาศแบบสบายๆกว่า เลือกใช้ม่านสองชั้นก็ดีครับ ส่วนสีนั้นก็น่าจะเป็น ขาว-ครีม ผิวสัมผัส ลื่นๆ เงาๆนิดหน่อยก็ได้ครับ(เล็กน้อย..พอ!)  เมื่อโดนแสงมันให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวได้ดี ในตอนกลางวัน และเช็ดทำความสะอาดง่าย

————————————-

Author  :  MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

ภาพ  :  Andreslazaro

: Related posts :

ค่อยๆพัก ค่อยๆพิง..ไปกับเก้าอี้ตัวนี้ “Slow Chair”

July 11th, 2008. Published under Commercial >>, Designer >>, Furniture >>, Livingplace >>, Product Design, Shopping Guide >>. No Comments.

 

ฟังแค่ชื่อ Slow Chair ”  ก็ให้นึกถึงความรู้สึกแบบผ่อนคลาย อยากเอนกายให้หายเหนื่อยในเร็วพลัน

(อื่มมม!!..มันต้องช้าๆสิ..Slow.. Slow..) 

ถ้าเราได้พินิจและวิเคราะห์ หลังจากได้ดู Video Ads เรื่องนี้แล้วเราจะได้เห็นถึงขั้นตอนหรือที่มาที่ไปคร่าวๆของเก้าอี้พักผ่อนตัวนี้ได้เป็นอย่างดีครับ…ว่า

มันน่า ………….. ซะจริงๆ  (เว้นช่องว่างไว้ให้คุณเติมความรู้สึกของคุณเอง..)

คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด แต่ออกมาเมื่อปีที่แล้ว (2007) โดยสองศรีพี่น้องตราไก่ชาวฝรั่งเศส  Romon & Erwan Bouroullec ”  ที่ได้เกาสมอง(สองหัว)ออกแบบให้กับ  VITRA ” แบรนด์จัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์สุดเท่ห์ ระดับนาๆชาติ ที่ใครๆหลายคนรู้จักกันดี โดยเฉพาะผู้ที่มีรสนิยมหลงไหลไปกับกับงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในแบบเดิร์นๆ (ต้องกระเป๋าตุงๆด้วยนะครับ..ขอบอก)  เพราะ Vitra จะขายเฉพาะของที่ออกแบบโดย “ดีไซน์เนอร์” มีชื่อเท่านั้น .. (แฮ่ม!!..ผมเองก็มีชื่อเหมือนกัน ทำไมไม่จ้างผมออกแบบบ้าง.หุหุ.??)

Enjoy Yourself With Your Design   :)

————————————-

Author  :  MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

*** ปล. ถ้าสนใจสินค้าของ Vitra ที่บ้านเราน่าจะมีตัวแทนอยู่ครับ ลองติดต่อที่ “Decor Mart” ซอยทองหล่อ ดูนะครับ

: Related posts :

สีครับ..เท่าไหร่ถึงจะพอ?

July 10th, 2008. Published under Equipment >>, Livingplace >>, Material, Tips & Trics >>. No Comments.

ไหนๆก็ไหลมาเรื่อง “สี” แล้ว ก็ขอเบิ้ลอีกซักเรื่องแล้วกันนะครับ

“สี” ของห้อง คือเรื่องหลักที่แทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับการตกแต่งห้องๆนั้น ไม่ว่าคุณจะให้ดีไซน์เนอร์ช่วยออกแบบให้ หรือว่าจะออกแบบและทำเองแบบ DIY ก็ตามเถอะ   สมัยนี้ผู้ผลิตสีทั้งหลายก็พยายามเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ไม่เหมือนสมัยก่อนที่จะต้องอาศัยช่างหรือผู้รับเหมาเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น การคำนวณปริมาณของการใช้สีในแต่ละห้อง หรือจะแค่เพียงผนังบางด้านเท่านั้น

TOA ผู้ผลิตสีที่คุ้นชื่อกันเป็นอย่างดีกับคนไทย เขาสร้างสูตรสำเร็จรูปสำหรับการคำนวณปริมาณการใช้สีไว้ให้ลูกค้าได้ใช้ประกอบกับการเลือกประเภทของสีสำหรับการใช้งาน ในลักษณะพื้นผิวที่แตกต่างกันไป สูตรการคำนวณที่ว่านั้น สะดวกและง่ายมากครับ คุณแค่กรอกรายละเอียดขนาดของห้อง กว้าง-ยาว-สูง / ลักษณะของพื้นผิว / ประเภทและเกรดของสีตามการใช้งาน แค่นี้คุณก็จะทราบได้เลยครับว่า ต้องซื้อสีในปริมาณเท่าใด รวมทั้งราคาที่จะต้องจ่าย .. ง่ายมั้ยครับ

เราลองไปดูกันเลยดีกว่า    คำนวณปริมาณการใช้สีและราคา >>

Enjoy Youself With Your Design   :)

—————————————-

Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Thank You Image  :  TOA

: Related posts :

“ครูสี”..ที่ไม่มีปริญญา

July 9th, 2008. Published under City Living >>, Livingplace >>, Tips & Trics >>. 1 Comment.

“ช่างอ๊อด” กับ “MiMD” ไม่ได้เป็นญาติ หรือ เป็นพันธมิตรที่ร่วมตั้งวงสังสรรค์ในวันว่างยามเย็นกันซักเท่าไหร่  แต่ “ช่างอ๊อด” ถือว่าเป็น “ครู” คนหนึ่ง เป็น “พันธมิตรคิดงาน” กันซะมากกว่า เกล็ดเล็ก เกล็ดน้อย ที่ดีไซน์เนอร์ต้องเรียนรู้จากของจริง ประสบการณ์และความรู้ที่ต้องแลกด้วยความอดทน ยอม “เหม็น” และ “เมา” ได้กับกลิ่นทินเนอร์ที่ฟุ้งกระจายไปทั่วไซต์งาน — ไม่ต่างอะไรกับการนั่งตบตากีล่า 5 ช๊อตติดๆกันที่หน้าบาร์เพลงแจ๊ซแถวอนุสาวรีย์ชัยฯ (อย่าลืม!.บีบมะนาวราดลงลูกกระเดือกแล้วเลียเกลือบนฝ่ามือตามด้วย..!!)

เมื่อหลายร้อยชั่วโมงที่ผ่านมา เจอกับ “ช่างอ๊อด” ที่ไซต์งาน เป็นขั้นตอนของกา