Archive for 'Event : Exhibition'
เฟอร์นิเจอร์เดินโชว์บนแคทวอร์ค : Furniture Fashion
August 24th, 2009. Published under Commercial >>, Designer >>, Event : Exhibition, Furniture >>, Material, News >>, Orther Design. No Comments.

โลกดีไซน์มันไร้ขีดจำกัดจริงๆนี้คือเสน่ห์ของ Creativity ใน Design ใครก็ตามที่ได้หลงไหล หรือหลงหลุดเข้ามาก็ยากที่ออกจากโลกแบบนี้ได้
อาร์ตติสและนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ผู้ที่มีชื่อในทะเบียนบ้านว่า Pablo Reinoso ปล่อยของลองคิดด้วยการผสมผสานระหว่างความงามของงานเฟอร์นิเจอร์ด้วยเส้นสายแบบธรรมชาติกับงานออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้า
อย่าไปสนใจและมองถึงประโยชน์ใช้สอยให้มันมากนัก และไม่ต้องคอยคิดเพื่อตอบคำถามว่า “มีแล้วแล้วกินอิ่มหรือเปล่า ?? ”
วิสัชณาว่า “เปล่า” – เพราะมันไม่ใช่
นี้ไม่ใช่วิถีคิดจากโจทย์ Form Followed Function แต่มันตลบกลับหัวคิดในวิถีแบบ Function Followed Form ด้วย Arts ผสานกับFurnitures ดูแล้วได้แรงบันดาลใจ ดูเพื่อเรียนรู้เจริญปัญญา ให้ดูที่งานไม่ได้ให้ดูนมนางแบบเน๊อะ!
Enjoy Yourself with Your design
———————————————————————————————–
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
World Design Capital Seoul 2010
April 27th, 2009. Published under Commercial >>, Designer >>, Event : Exhibition, News >>. 1 Comment.
ไม่รู้ว่าการที่ส่งแน่งน้อยสาวสวยหมวยเน๊ะ! อย่าง Girl’s Generation ออกมาขย่มต่อมอารมณ์ของหนุ่มๆให้ได้ซู๊ดดปากเล่นกันช่วงนี้จะเป็นหนึ่งในแผนการโปรโมทด้วยหรือเปล่า?
แต่ที่แน่ๆมันทำให้คนได้หันมาสนใจและอยากรู้จักความเป็นเกาหลีมากยิ่งขึ้น
เคยคาบมาคุยให้ฟังแล้วครั้ง กับการประกาศตัวขอเป็น เมืองหลวงแห่งการออกแบบโลกปี 2010 และนี้เป็นอีกหนึ่งสื่อที่ Seoul ต้องการแจ้งข่าวส่งสารเพื่อตอกย้ำให้เราได้สัมผัสกับความภาคภูมิใจของพวกเขา
——————————————————-
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
** เพิ่มเติม
อจีรัง คือ โอกาส : นิทรรศการแรก…ที่จะตายต่อหน้าคุณ
February 20th, 2009. Published under Designer 's Experience, Event : Exhibition, My Stuff >>, News >>, Outing >>. 1 Comment.
…………. ??
คุณนั้นล่ะครับ … คุณผู้อ่านนั้นล่ะครับ …!!
คงไม่ค่อยมีใครชอบหรอกนะ หากจะมีใครหวังดีทักทายกันด้วย ภาษาวาจาแบบนี้ — ความแก่ ความโรยรา เหี่ยวเฉา หย่อนยาน (ทั้งร่างกายและสมรรถภาพ) คงไม่มีใครหนีพ้น ที่พูด(เขียน) มานั้นไม่ได้จะอวดเบ่งเรื่องธรรมะดอกครับ แต่กำลังจะนำเข้าเรื่องนิทรรศการ
“อจีรัง คือ โอกาส” เป็นนิทรรศการที่ถือว่าเป็นนิทรรศการที่ดีมาก นิทรรศการหนึ่งที่ผมเคยสัมผัส ผมตั้งใจไปดูสองครั้ง ครั้งแรกคือเมื่อเริ่มนิทรรศการประมาณช่วงต้นเดือนธันวาปีที่แล้ว ตอนที่มันยังสดและซิง และอีกครั้งคือวันนี้วานนี้ เพราะตั้งใจอยากจะไปดูตอนที่มันจะโรยรา แห้งเหี่ยว และปิดตัวไปในที่สุด อยากเห็นถึงความต่าง ตาม Concept ของผู้ออกแบบงาน (เข้าใจเองว่าอย่างนั้น)
สิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่แสดงในงาน จะถูกปล่อยวาง ปล่อยทิ้งให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง ความไม่ยั่งยืนในสรรพสิ่ง — แม้แต่ตัวคุณเอง
ภายในนิทรรศการ เราจะได้ชมพบกับแง่มุมความหลากหลายอันมีที่มาจากความเสื่อมสลายของสรรพสิ่ง ควบคู่ไปกับการสอดแทรกช่องทางการสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เกิดจากความอจีรัง โดยนิทรรศการจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 8 ส่วน
ชมฟรี แอร์ฟรี ที่ชั้น 6 เอ็มโพเรี่ยม วันอาทิตย์นี้ (22 กพ. 52) เป็นวันสุดท้าย ก่อนที่มันจะตายไปต่อหน้าต่อตา ถ้าว่างอยากให้ไปดูกันครับ (ใช้ภาษีกันให้คุ้มค่า)
บอกได้คำเดียวว่า “ของเค้าดีจริงๆ”
01. อนิจจัง (Anicca) – แสดงให้ผู้เข้าชมเข้าใจถึงสัจธรรมของความเสื่อมสลายและการดับสูญที่ว่า หากจักรวาลอันยิ่งใหญ่ยังสามารถแตกดับได้ ร่างกายของมนุษย์ที่มีอายุขัยเพียงพริบตาของจักรวาลก็คงมีสภาพไม่แตกต่างกัน โดยนำเสนอผ่านเรื่องราวของแสงสว่างจากดวงดาว อันเป็นแสงสว่างในอดีตที่เดินทางมาจากดวงดาวที่ระเบิดและแตกดับไปแล้วหลาย พันล้านปีแสง รวมถึง “หลุมดำ” ที่แม้จะเป็นจุดจบของเอกภพในอดีต แต่ในขณะเดียวกันการระเบิดของหลุมดำก็ก่อกำเนิดระบบสุริยจักรวาลในยุค ปัจจุบันเช่นกัน
02. ความตาย (Death) – แสดงให้ผู้เข้าชมรู้สึกหวาดหวั่นกับความตายของมนุษย์ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่ามนุษย์พยายามหาวิธีต่างๆเพื่อสร้างความสุขและความ สุนทรีให้มากที่สุดในขณะที่ตนเองยังมีชีวิตอยู่ เช่น การเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุนทรียรสในชีวิต โดยสื่อผ่านอาหารนานาชนิด ที่แสดงให้เห็นว่าแม้แต่อาหารที่มนุษย์รับประทานก็ต้องเสื่อมสลายและเน่า เปื่อยไปตามกาลเวลา
03. ความกลัว (Fear) – แสดง ให้เห็นว่ามนุษย์ทุกคนในทุกยุคทุกสมัยล้วนกลัวความตาย และพยายามดิ้นรนให้พ้นจากความเสื่อมสลายอยู่ตลอดเวลา โดยเสนอผ่านประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการการหลีกหนีจากความตายของมนุษย์ในแต่ ละยุคสมัย อาทิ การทำมัมมี่ การโคลนนิ่ง หรือการทำอัญมณีจากอัฐิ เป็นต้น
04. ความงาม (Beauty) – แสดงให้เห็นถึงความพอใจของมนุษย์ที่ต้องการเห็นตนเองดูดีอยู่เสมอ และต้องการคงความงามนั้นไว้ตราบนานเท่านาน จนความพอใจและความสุขจากความเชื่อเหล่านี้ ได้กลายเป็นช่องทางและโอกาสที่ก่อให้เกิดเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความสวย ความงามขึ้นมากมายทั่วโลก อาทิ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว สถานบริการฟิตเนส การทำศัลยกรรม ไปจนถึงประเด็นสังคมที่สื่อมวลชนคือผู้มีอิทธิพลในการสะท้อนและกำหนดรูปแบบ ความงามตามที่คนในสังคมต้องการ พร้อมปิดท้ายด้วยการตั้งคำถามถึง “ความงามที่แท้จริง” ว่าแท้จริงแล้วความงามไม่เคยคงที่ แต่เปลี่ยนแปลงไปตามบรรทัดฐานและสภาพสังคมตามแต่ละยุคสมัยจะกำหนด
05. ฤดูกาล (Season) – แสดงให้เห็นว่าแค่เพียงระยะเวลาสั้นๆในช่วงฤดูกาลหนึ่ง หากมนุษย์รู้จักฉกฉวยและแสวงหาโอกาสจากธรรมชาติและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ก็จะสามารถสร้างให้เกิดเป็นคุณค่าทางเศรษฐกิจได้ เฉกเช่นช่วงเวลาของฤดูกาลดอกซากุระบานในประเทศญี่ปุ่น ที่รัฐบาลญี่ปุ่นมองเห็นโอกาสทางธุรกิจและกำหนดให้ช่วงเวลานี้เป็นวาระแห่ง ชาติ จนกลายเป็นฤดูกาลที่สามารถเรียกเงินจำนวนมหาศาลได้จากนักท่องเที่ยวทั่วโลก
06. สิ่งแวดล้อม (Environment) – แสดง ให้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างตามธรรมชาติหรือทัศนียภาพที่ดูสวยงามเพลินตานั้น ล้วนเกิดจากการลงทุนและระบบการจัดการที่ดี ประเทศใดสามารถจัดระเบียบของสิ่งแวดล้อมเพื่อเก็บความทรงจำที่สวยงามเหล่า นี้ไว้ได้ ก็จะสามารถสร้างรายได้เป็นเงินจำนวนมากเข้าประเทศ เช่น อำเภออัมพวาในประเทศไทย เมืองลี่เจียงในประเทศจีน และเมืองเวนิสในประเทศอิตาลี
07. กระบวนการจัดการความเสื่อม (Freshness Management) – แสดงให้เห็นถึงวิธีที่มนุษย์จัดการกับความเสื่อมสลายของธรรมชาติ โดยนำเสนอผ่านกระบวนการรักษาความสดของดอกไม้ในประเทศเนเธอร์แลนด์ที่สามารถ ส่งดอกไม้ข้ามทวีปไปถึงมือผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที รวมถึงวิธีการอันชาญฉลาดในการนำเข้าดอกไม้จากทั่วโลก จนได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางและผู้นำด้านการส่งออกดอกไม้ระดับโลก เพื่อชี้ช่องทางการทำธุรกิจและกระบวนการจัดการกับความเสื่อมสลายนี้ให้เกิด ขึ้นในประเทศไทย เช่น การปรับปรุงระบบการขนส่งดอกไม้ให้เป็นศูนย์กลางการส่งออก “ใบไม้เขตร้อนชื้น” ในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงการคิดค้นเทคนิคการส่งออกดอกไม้สู่ประเทศต่างๆทั่วโลกโดยการสร้าง มูลค่าเพิ่มจากความคิดสร้างสรรค์
08. มะนาวหยดสุดท้าย (Last Drop) – เป็นตัวแทนของโอกาสทางธุรกิจที่คนไทยต้องนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ให้ มากที่สุดและโดยเร็วที่สุด ส่วนนี้จะสรุปความคิดรวบยอดให้ผู้เข้าชมนิทรรศการได้นำความรู้และสัจธรรมจาก ความอจีรังที่พบเห็นตลอดทั้งนิทรรศการมาขบคิดและแตกหน่อให้เกิดเป็นไอเดีย ใหม่ๆที่น่าสนใจในการประกอบธุรกิจเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของนิทรรศการ “อจีรัง คือ โอกาส” (Perishable Beauty)
———————————————————————–
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
*ต้นฉบับบทความ : TCDC







ความคิดเห็นล่าสุด