interiorSiam.com

: MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Archive for 'Designer >>'

เบาๆเสาร์อาทิตย์ : บล็อกกี้-บล็อกเกอร์..เจอกันซะที

October 5th, 2008. Published under Blogger Invitation, Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>, Outing >>, Weekend Stories. No Comments.

ในที่สุดเราก็ได้เจอกัน(ซะที) .. เย็นวันอาทิตย์ก่อนได้เจอหน้าเจอตากันแล้วครับ คลาดแคล้วจากการนัดหมายมาร่วมเกือบสามเดือนได้ หุหุ  ด้วยเหตุคือบางคนว่างแต่อีกคนไม่ว่าง เวลาไม่ลงตัวซักที่(จนหลายที) — ผมเอง

“ขอโทษครับ” ผมแยงยิ้มที่มุมปาก เป็นคำทักทายแรกแทนคำว่า ‘สวัสดี’ เมื่อมาถึง (ช้า)

กว่าจะฝ่าสายฝนจากอยุธยามา และเสียเวลากับการกั้นถนนบนโทลล์เวย์ เพื่อรอให้ท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลายผ่านไปก่อน (แถมขึ้นฟรีอีกต่างหาก) 

“บล็อก(รอ)เก้อ” อย่างผมในฐานะเจ้าของบ้าน (interiorSiam.com)  นัดเจอเพื่ออยากจะขอบคุณและทำความรู้จักกัน 

“บล็อกเกอร์” คนแรกและมาถึงก่อนคือ อ.วิษณุ เป็นอาจารย์สอน Interior Design อยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศไทย และมี บทความร่วมแชร์ไอเดียกับเรามาแล้ว  คุยไปได้ไม่นานไฮเนเก้นขวดที่สามกำลังจะถูกเปิด คุณ Barby ”บล็อกกี้” หญิงหนึ่งเดียวของเรา (ขออนุญาติตั้งฉายาเรียกเธอแบบนี้แล้วกันนะ)  ก็ตามมาพร้อมกับความหิวโซจากราชบุรี (ฮา)..แซว

น้ำใจและมิตรภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับกับการเหนี่ยวนำให้เรามาแชร์และพบกัน ความคุ้นเคยเกิดขึ้นได้ง่ายดายอย่างน่าแปลกใจกับการได้พุดคุยเจอกันในครั้งแรก

เวลาเดินไปเรื่อยๆ นาฬิกาก็ทำหน้าของมันไป  เชื่อว่ามีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งที่สองตามมาแต่ว่าจะเป็นที่ไหน เมื่อไหร่นั้นเรายังไม่ได้เซ็นสัญญากัน  :)

————————————————-

Author  :  MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์ 

**ปล. อยากร่วมแชร์ไอเดียเขียนบทความร่วมกัน ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ  :)

: Related posts :

Creativities Unfold,Bangkok 2008

October 3rd, 2008. Published under Commercial >>, Designer >>, Designer 's Experience, News >>. No Comments.

\

** “นีน่า แวง” กำลังอธิบายวิธีการทำงานของ IDEO

เมื่อวานนี้ (2 ตค.) มาเข้าร่วม Workshop ที่ TCDC ทั้งวันครับ  กับงานที่ชื่อเป็นภาษาฝรั่งว่า Creativities Unfold Bangkok 2008  ”ชุมนุมทางความคิด l สร้างธุรกิจ เชื่อมความคิด โยงวัฒนธรรม” งานมีทั้งหมดสี่วัน 2-5 ตค. งานนี้งานใหญ่ครับ ถือว่าเป็นงานใหญ่ประจำปีของ TCDC ก็ว่าได้ ถ้าเทียบให้เห็นภาพกันแบบชาวบ้านอย่างเราๆก็ประมาณงานกาชาดที่สวนอัมพร หรืองานวัดประจำปีภูเขาทอง

นีน่า แวง & อัลเท เซนดิล จาก IDEO (ไม่ใช่ชื่อเคอนโดฯแถวนี้แน่นอน) เป็น Speaker ดูโอคู่กัน โดยมี “คุณเจท” Speaker อีกหนึ่งหนุ่มคนไทยร่วมแจมด้วย กับหัวข้อ  Research : Understanding People For Design Inspirations

IDEO เป็นบริษัทที่ปรึกษา ทำรีเสิร์ช วิจัยศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ เพื่อเป็นข้อมูลต่อยอดในการออกแบบทุกๆประเภทโดยใช้แนวคิด ‘Human Centered Design’  ถ้าคุณๆอยากจะจ้างมาเป็นที่ปรึกษา(ยกเว้นปัญหาส่วนตัวและหัวใจ) ก็แวะเข้าไปดูรายละเอียดกันเองจ๊ะ

ไฮไลท์ช่วงหนึ่งของงานที่ทำเอาฮาตรึม จากคำถามของ Speaker ที่ว่า  “อะไรคือปรัชญาแนวคิดที่เราต้องทำอาหารและแบ่งปัน” (ประมาณนี้ถ้าแปลไม่ผิด..อิอิ)  มีผู้ร่วม Workshop คนหนึ่งได้แชร์ทัศนะแบบตรงไปตรงมาฝ่าไฟแดงแยกเหม่งจ๋ายขึ้นมาว่า จากพฤติกรรมพื้นฐานของมนุษย์  มี ‘สี่’ ภารกิจที่ไม่อาจปฏิเสธได้ (แต่มักเป็นเรื่องน่าอายเสมอที่จะพูดถึงและรับฟังโดยเฉพาะกับคนไทย) นั้นคือ 

กิน ~ ขี้ ~ Peeeee ~ นอน  คือ ‘สี่’ พฤติกรรมพื้นฐานที่เป็นสาเหตุเกี่ยวข้องกับปรัชญาคำถามนั้น เพราะว่ามนุษย์เราต้อง ‘กิน’ ก่อนถึงจะ ‘ขี้ ‘—> ‘Peeeeee’ —–> และ ‘นอน’ ….เล่นเอา ‘นีน่า แวง’ speaker สาวสวยของเราถึงกับอมยิ้มหน้าแดงเป็นแตงโมเลย….หุหุ เอากะพี่เขาสิ …. :) 

*แว๊บ..แว๊บบบ..ที่บอร์ดหน้างาน เห็นชื่อ ‘นีน่า แวง’ (Speaker) นึกว่า ‘ลีน่า จัง’ .. ตกคลอง!! เอ๊ยย..ตกใจ!! หมดเลยนึกว่ามาผิดงาน (ฮา)

————————————————————

Author  : MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์นอร์ ออนไลน์

: Related posts :

พร็อพ..พอเพียง

October 2nd, 2008. Published under City Living >>, Designer >>, Designer 's Experience, Livingplace >>, My Stuff >>, News >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. 3 Comments.

ถ้า “ลูกตีนเป็ดน้ำ” หล่น คุณจะทำอย่างไร..??

ก็เก็บซิครับ..!!!   –  ผมเก็บเลยครับ..ถึงใครจะมองผ่านแบบไม่เห็นค่า

ผมเจอมันหล่นเกลื่อนอยู่ที่สวนของโครงการหน้าหมู่บ้านผมเอง จำได้ว่าคุ้นๆนะกับเจ้าลูกผลไม้ชนิดนี้ ไม่แน่ใจว่ามันกินได้หรือเปล่า แต่ที่รู้ๆมันมักจะถูกนำไปวางเป็น “พร็อพ” (Prop) ในการตกแต่งบ้าน วางประดับตามโต๊ะ ข้างตู้ ใต้เตียง ทั้งห้องนอนหรือแม้กระทั่งในห้องน้ำ ลองเปิดดูตามหนังสือตกแต่งบ้านจะผ่านตาอยู่บ่อย stylist ชอบเอามาใช้ในการจัด prop

เป็นสินค้าส่งออกของไทยอีกชนิดหนึ่ง เคยเห็นวางขายทั้งที่สวนจตุจักร และบนห้างหรูๆ ส่วนมากฝรั่งจะชอบ ดูดีและเข้ากับงานตกแต่งได้ทั้งแบบโมเดิร์น และไม่เดิร์น  ~~ ห้าลูกที่ได้มาผมจัดการลอกเปลือกแห้งๆของมันออกจนเกลี้ยง ตามต่อด้วยการใช้แปรงขนนิ่มๆ ถูเบาๆทำความสะอาดตามซอกเสี้ยน-ของผิวผล (ความสวยงามอยู่ตรงซอกและเสี้ยนนี้ล่ะครับ) เสร็จแล้วเอาไปตากแดด พึ่งลมให้แห้ง(สนิท)

แห้งแล้วหาที่วางเลย วางประกอบบนโต๊ะอาหาร บานหน้าต่าง หลังชักโครก ตามใจปราถนา แค่นี้ก็ได้ของแต่งบ้านแบบไม่ต้องเสียตังส์ซักบาท   เหมาะกับเศรษฐกิจในช่วงนี้เลยมั้ยครับ ??

เป็นไปได้แนะนำให้ปลูกไว้ใช้เองในบริเวณบ้านเลยครับ  ปลูกเอง ใช้เอง พึ่งพาตนเอง ไม่ต้องซื้อหา เป็นไอเดีย   “แต่ง(บ้าน)อย่างพอเพียง”  (Sufficiency Decoration)

เขียนเรื่องนี้แล้วนึกถึง ‘แพท’ [ Patsonic.com ] ของเรา  ~~  ‘แพท’ เขาเป็นมนุษย์ตึกครับ อยู่คอนโดฯแสนสะดวกสบาย เวลามาคอมเม้นต์ที่บล็อกนี้แพทชอบบอกว่า “โหยยย..พี่..อยากแต่ง(บ้าน)อย่างนี้เหมือนกัน แต่ติดปัญหาเรื่องงบฯ”  พี่แนะนำเลยครับแพท .. “ต้นตีนเป็ดน้ำ” เหลือใช้-ขายได้ด้วย!!  .. ส่วนที่จะปลูกนั้น แพทลองขอที่นิติฯคอนโดฯเอาเองนะ ..พี่ไม่เกี่ยว …. :) 

Enjoy Yourself With Your Design  ….  :)

—————————————————

Author  :  MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

: Related posts :

เก้าอี้ที่ไม่สวยเอาเสียเลย

September 30th, 2008. Published under Commercial >>, Designer >>, Furniture >>, Livingplace >>, Material, Product Design. 1 Comment.

ส่วนใหญ่สาเหตุส่วนใหญ่ที่ผมจะสะดุดตากับอะไรสักอย่างนั้น มันมักจะมีที่มาและสาเหตุอยู่สองอย่าง

อย่างแรก “สวย”  อย่างที่สอง “แปลก”

เก้าอี้ตัวนี้เล่นเอาผมสะดุดตาขึ้นมาเหมือนกัน ไม่ได้มาจากทั้งสองสาเหตุ แต่เป็นที่สาเหตุที่สาม (ผมขอเพิ่ม)

คือ  “ไม่สวย”  (ตัดเรื่องวัสดุและฟังก์ชั่นออกไป)

ถึงแม้ว่าคุณ Ian Giles Mason ดีไซน์เนอร์ผู้ออกแบบ จะขนขวายหานวัตกรรมใหม่ๆของวัสดุและลูกเล่นต่างๆมาใส่เป็นแนวการออกแบบให้กับเก้าอี้  ‘SIX’  ตัวนี้ก็ตาม  กับความมันวาวแต่โปร่งแสง(บ้าง)ของวัสดุ ‘โครเมี่ยม’ (Chrome) ที่ผลิตขึ้นมาพิเศษ  และเส้นสายที่ทักทอเพื่อเป็นโครงสร้างของเก้าอี้ ที่บางทีมองๆไปทำให้นึกถึง ‘รังผึ้ง’ และ ’หอไอเฟล’ ที่ปารีส (เขาว่าอย่างนั้น..อันนี้ผมเห็นด้วย)

รกและเยอะไปในรายละเอียด  ทั้ง ‘เหลี่ยม’ ของรูปทรง (Form)  และ ‘เหลี่ยม’ ของลวดลาย (Pattern) วัสดุ

ออ..มีอีกอย่างครับ ใต้ที่นั่งของเก้าอี้มีซ่อนหลอดไฟเป็นสีสันให้เก้าอี้ด้วย — ไปกันใหญ่ ???

..00..

เรื่องวัสดุผมให้  “A”  แต่เรื่องความงามและน่าใช้ผมให้ “F”  (เป็นทัศนะและรสนิยมส่วนตัว)

หรืออาจจะเป็นไปได้มั้ยครับว่า..เพราะผมไม่ค่อยชอบ “เหลี่ยม”

………. Enjoy Yourself With Your Design    :)

————————————————————–

Author  :  MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

*ภาพและข้อมูล :  Ian Giles Mason

: Related posts :

หกด้าน..สามมิติ

September 26th, 2008. Published under Commercial >>, Designer >>, Designer 's Experience, Workplace >>. 1 Comment.

photo by michael shakes

บนชั้น 25 ของ Emporium Suit เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ผมแวะเข้าไปคุยกับเพื่อนซึ่งเป็นผู้รับเหมาคนหนึ่ง หลังจากผมเสร็จธุระที่ชั้น 13 ของตึกเดียวกัน

ไซต์งานนี้กำลังเร่งมือทำงานกันเต็มที่ ไม่มีใครอยากเสียเวลาหันมามองหน้าหรือเสวนากันด้วยซ้ำ  หน้าตาช่างแต่ละคนเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ .. ตกใจครับ..!  นึกว่า “ช่วงช่วง” กับ “หลินฮุ่ย” แอบหนีมารับจ๊อบไซด์ไลน์ที่กรุงเทพฯ

บอกกับเพื่อน(ในใจ)ว่า .. อืมม โชคดีนะ(มึง) ไซต์นี้เปิดแอร์ทำงานได้ ไม่งั้นน้องหมีมึง ศูนย์พันธุ์แน่ .. (ฮา)  

อะไรคือสาเหตุ !??!  – ทำไมต้องอดหลับ-อดนอนกันขนาดนั้น

ผมคุยกับเพื่อนก็ถึงได้เข้าใจประเด็นเร่งด่วนแบบนี้ จากเดิมตาม Works Schedule สบายครับ..ไม่มีปัญหา แต่ที่ต้องวิ่งเป็นไฟลนก้นนั้น ขออธิบายให้ฟังคร่าวๆก่อนนะครับสำหรับบางท่านอาจจะยังนึกภาพไม่ออก  ปกติเวลาไซต์งานตาม Office Building ส่วนใหญ่จะให้ทำงานเฉพาะช่วงกลางคืน (18.00-6.00) เนื่องจากช่วงกลางวัน เสียง กลิ่น ฝุ่นละออง จะรบกวนออฟฟิสข้างเคียง

ไม่เป็นไร ไม่มีปัญหา เข้าใจดี ข้อกำหนดของไซต์งานแบบนี้เจออยู่บ่อยๆ – (มันคิดก่อนเริ่มงาน)

ใช่ครับ! จะเป็นพระเอกทั้งทีกว่าจะกอดนางเอกได้ก็ต้องมีอุปสรรค  ภายหลังจากเซ็นสัญญา นัดวันส่งมอบงานเรียบร้อย และทุกอย่างได้เตรียมพร้อมตามแผน — พร้อมลุย 

เจ้าหน้าอาคารแจ้งให้ทราบภายหลังว่า ชั้นบน(26)ของไซต์งานนี้(25) เป็นโรงแรม เพราะฉะนั้นอนุญาติให้ทำงานที่มีเสียง กลิ่น และฝุ่นได้เฉพาะช่วงเวลา 18.00 - 20.00 น. เท่านั้น (2ชม./วัน) หลังจากนั้นต้องเบาๆ

ซวยละสิ..!! สัญญาก็เซ็นแล้ว แรงงานและวัสดุก็เตรียมแล้ว – ทุกอย่างจะต้องกลับไปเริ่มต้นที่จุดสตาร์ทใหม่

และ แต่  ”เปลี่ยนวิธีวิ่ง”

ประสบการณ์แบบนี้เป็น Case Study ให้ผมได้เรียนรู้เป็นอย่างดีในเรื่องการ “เคลียร์พื้นที่” เพื่อ “วางแผนงาน”

เคลียร์อย่างไรจะได้ไม่พลาดเป้า !!

Case นี้ทำให้ผมเห็นภาพของถึง “ลูกเต๋า”  คือ  “ต้องมองให้เคลียร์ให้ครบทั้ง  ‘หก’ ด้าน - และ ‘สาม’ มิติ”  คือ บน-ล่าง-ซ้าย-ขวา-หน้า-หลัง

..0–0..

ก่อนกลับออกมา ผมก็ได้แต่ปลอบมันว่า  “เหอะๆ..ขอบใจนะเพื่อน … ’ความลำบาก’ ของมึง  คือ ‘แสงสว่าง’..ของกู”  (ฮา)

Enjoy Youself With Your Design 

**ปล. ลูกเต๋ามันมี ‘หก’(ด้าน)  แต่เราจะเห็นแค่ ‘ห้า’(ด้าน) เท่านั้น..ถ้าเราไม่เคยคิดจะพลิกอีกด้าน(ล่าง) ขึ้นมาดู

—————————————————-

Author  : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

: Related posts :

ได้หน้า..อย่าลืมหลัง

September 22nd, 2008. Published under City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Designer 's Experience, Equipment >>, Livingplace >>, Material, Tips & Trics >>. 8 Comments.

photo by karenebiggs

แม้นว่าร้อยทั้งร้อยของบ้านช่องห้องหอที่มีอยู่ จะไม่ได้ใช้ wallpaper เพื่อการตกแต่งภายในทั้งหมด แต่เชื่อว่านับจากนี้ไป wallpaper จะเข้ามาจุ้นจ้านมีบทบาทในบ้านของคุณๆมากขึ้นกว่าเดิมแหง่ๆ –

ด้วยปัจจัย (ติดตั้ง)รวดเร็ว - (ปรับเปลี่ยน)ง่าย- (จ่าย)สบาย..สบาย 

ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ผมเห็น เวลาที่จะเลือก wallpaper (เอง) เกือบร้อยทั้งร้อย(อีกแล้ว) จะมีวิธีตัดสินใจเลือกโดยจะเรียงลำดับ เช่น

~ ‘สีสัน’ —-> ’ลวดลาย’ —-> ‘เนื้อวัสดุ’ —-> และตบท้ายด้วย ‘ราคา’ 

~ ‘ราคา’ ก่อนเลย —-> ’เนื้อวัสดุ’ —-> ‘ลวดลาย’ —-> และตบท้ายด้วย ‘สีสัน’ 

อาจจะสลับกลับกันไปมาระหว่างก่อน-หลัง ต่างจากนี้บ้าง แต่ก็จะวนเวียนอยู่เหตุผลเหล่านี้ทั้งสิ้น  นั้นแค่(เพียง)ด้าน “หน้า” (Top Surface) เพียงด้านเดียวของ wallpaper เท่านั้น –  

แล้ว “หลัง” ล่ะ ..!??!  

นั้นล่ะครับ ..ที่ผมอยากจะเสริม

wallpaper ที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปส่วนใหญ่ จะมี  “หลัง” (Backing) หมายถึงส่วนที่ใช้แนบเนื้อยึดเกาะกับผนังนั้นเอง จะมีอยู่ 2 ชนิดคือ ‘หลังที่เป็นกระดาษ’ และ ‘หลังที่เป็นผ้า’   

แตกต่างกันที่ราคา การยึดเกาะ และอายุการใช้งาน wallpaperที่หลังเป็นกระดาษนั้น ราคาจะย่อมเยาว์ และมีให้เลือกหลากหลายกว่า wallpaper แบบหลังผ้า เหมาะเลยครับถ้าคุณเป็นคนที่เบื่อง่าย ชอบปรับเปลี่ยนบรรยากาศสไตล์ตกแต่งห้องอยู่บ่อยๆ รวมทั้งงานร้านค้า ดิสเพลย์ ต่างๆ เพราะทั้งราคาและอายุการใช้งานก็น่าจะโอเค

ส่วน wallpaper แบบหลังผ้านั้น ยังไงๆในความเห็นของผมก็ต้องบอกว่าดีกว่าแน่นอนในเรื่องคุณภาพและการใช้งาน ถ้าคุณไม่ต้องการสิ้นเปลืองกับการที่จะต้องมาดูแล ปรับเปลี่ยน wallpaper อยู่เรื่อยๆ โอกาสพองบวมจากความชื้นก็มีน้อยกว่า เพิ่มเงินอีกซักนิด คิดว่าคุ้มกว่า แต่ถ้ามีอุสรรคของเรื่องงบประมาณก็ต้องเลือกอย่างแรกไปก่อนก็สวยได้ (ไม่เสียหาย)

คราวหน้าเวลาเข้าร้าน wallpaper ถ้าเลือก “หน้า” ได้แล้ว — อย่าลืมพลิกกลับ - จับดูด้าน “หลัง” ด้วยแล้วกัน  

อ้าว..!! .. สบู่หล่น — ขออนุญาติก้มเก็บสบู่ก่อนนะครับ .. อิอิ  ( Just kidding .. 55 )

Enjoy Yourself With Your Design …   :)

————————————————————–

Author :  MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

: Related posts :

เบาๆเสาร์อาทิตย์ : น้ำจิ้มแกะดำ

September 15th, 2008. Published under Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>, News >>, Weekend Stories. 10 Comments.

เสาร์สิบสามช่วงบ่ายๆ แอบขออนุญาติคนที่บ้าน ไปฟังและไปดู  “เสวนาวิธีคิดแบบแกะดำ”  มาครับ  งานนี้ไปเดี่ยวๆ เพราะจองได้ที่เดียวแบบฉิวๆเฉียดๆ

ผมโชคดีจองได้ทัน ‘รอบแรก’ คือวันเสาร์ที่ผ่านมา ไม่น่าเชื่อว่าคนจะสนใจเยอะอย่างขนาด(แปลว่า-เยอะมาก)  ส่วนคนที่ช้ากว่าผมก็ได้สิทธิ์นั้นเหมือนกัน คือได้ดู ‘รอบรอง’ และ ‘รอบชิง’ (แปลว่า-รอบสองและรอบสาม) .. [ฮาเถอะ]

งานนี้มีฮา ทำเอาผมนี้อมยิ้มแบบปกปิดอาการเล็กน้อย เซอร์ไพรซ์เอามากๆ งานพึ่งเริ่มได้แค่สิบนาที มีพี่คนหนึ่ง (ไม่มีภาพประกอบ เพราะฉะนั้นช่วยจินตนาการกันเองครับ :) ) นั่งข้างๆด้านขวามือผม .. หลับครับ..!!  

ขอสันนิษฐานสาเหตุเอาไว้สองประเด็น 

(1) ประสาทส่วนหน้าด้านซ้ายตื่นเต้นกับแกะดำมาก จนทำให้เมื่อคืนนอนไม่หลับ  (2) ดีไซน์เนอร์ที่ออกแบบเก้าอี้อันนี้ ได้ออกแบบมาอย่างดีเยี่ยม นั่งสบาย ให้ความรู้สึกเสมือนหนึ่งนอนนุ่มอยู่บนเตียงที่บ้าน ??

วันนี้ขอเสิร์ฟแค่น้ำจิ้มให้ฟังก่อน (เนื่องว่าเวลาน้อย) .. คราวหน้ามีเวลามาว่าต่อครับ  :) 

——————————————————

Author  :  MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

** หมายเหตุ ด้วยจรรยาบรรณของ ‘บล็อก(รอ)เก้อ’  ผมไม่สามารถนำภาพ(ที่แอบถ่าย)ตอนแกหลับ มาเผยแพร่ได้ครับ .. อิอิ **

: Related posts :

IKEA กับโฆษณา(แฝง)บนแผ่นฟิล์ม

September 12th, 2008. Published under City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Designer 's Experience, Furniture >>, Livingplace >>, News >>, Product Design, Retail Design >>. No Comments.

………

เวลาที่เรานั่งดูหนังไม่ว่าจะดูที่บ้านด้วย (E)TV ของเรา  หรือจะออกไปดูข้างนอกที่  EGV ของเขาก็ตามที  หลายครั้งเรามักจะเห็น การพยายามจงใจวางสินค้าให้ตำตา(ผู้ชม) ด้วยโฆษณาแฝง

ไม่ว่าจะเป็นฉากลีลาเดินเตะกระป๋อง “โค๊ก” (สินค้าน้ำดำกระป๋องแดง) ด้วยอารมณ์รักคุดของบุรุษที่อยู่บนโลกที่ไม่ค่อยจะน่าอยู่ซักเท่าไหร่ หยุดและเหม่อมองที่หน้าร้าน  ชายสี่หมี่เกี๊ยว  (แบรนด์สินค้าที่เป็นสัญญลักษณ์ของแหล่งชุมชน) อย่างพอดิบพอดี

หรือจะเป็นยานยนต์ติดล้อ Chevlolet ที่สามารถแฝงตัวแปลงร่าง กลายเป็นหุ่นยนต์พิทักษ์โลกอย่างในหนัง  Transformers  (แว่วมาว่าซัมเมอร์หน้า ภาค 2 มาแน่)

ที่นี้ลองกลับมาดูอีกทีซิว่า อย่างในวงการออกแบบภายใน ทั้งผู้ผลิตและผู้ออกแบบ หรือวงการออกแบบผลิตภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์สำหรับตกแต่งบ้านนั้น มันจะมี “โฆษณาแฝง” อย่างนี้ที่ว่ามาบ้างหรือเปล่า !???

เจอจนได้ !! 

FIGHT CLUB  พอจะจำหนังเรื่องนี้ได้บ้างหรือเปล่าครับ  หนังแนวดราม่าที่น่าดูและน่าสะสมเรื่องหนึ่ง ของผู้กำกับ David Fincher เมื่อ 9 ปีก่อน (1999)   ที่ได้ Actors เกรด A ขวัญใจแม่ยก มาเล่นคู่กันทั้ง Edward Norton และ Brad Pitt ( แฮ่ม..นึกถึงละครช่อง5 ที่ออกอากาศตอนนี้ขึ้นมาทันใด ‘พี่กัปตัน’ กับ ‘พี่มอส’ ของผม ต่อยกันทั้งเรื่องเหมือนกัน อิอิ )

IKEA แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ Knock Down แบบ DIY ชื่อดังที่มีขายกันทั่วโลก ขยันออกโฆษณา ทำพีอาร์กันเป็นว่าเล่น ไม่ละเว้นเช่นกันที่จะขอแฝง-ขอแทรก เข้าไปเป็นฉากเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรูในหนังเรื่องนี้ ส่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มีอยู่ทั่วโลก

เป็นซีนที่พระเอกของเรานั้นเลือกเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน ด้วยความที่เป็นนักธุรกิจที่งานนั้นยุ่งเหลือเกิน แต่ก็สะดวกสบายง่ายมากกับการเลือกตกแต่งบ้านจากแคตตาล๊อก ยกหูโทรสั่งได้เลยทางโทรศัพท์

แฮ่ม .. อะไรมันจะชงเข้าทาง IKEA ไปหมด ซะขนาดน๊านนน…น..นน   :)

 

———————————————–

Author  :  MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

: Related posts :

Convince

September 10th, 2008. Published under Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>. 3 Comments.

photo by Steeev

มีประสบการณ์อีกอย่างที่อยากจะเล่าให้ฟัง สำหรับอาชีพ Interior Designer หรือที่พี่ๆที่เป็นช่างตามต่างจังหวัดชอบเรียกเรานักว่า “ช่างแบบ” (จริงๆแล้วผมชอบมากนะครับสำหรับชื่อนี้ ฟังดูขลังและเหมือนคนมีวิชาน่าเชื่อถือ)

เวลาที่เราจะต้องเอาไอเดียที่คิดและออกแบบไปขาย การนำเสนอ (Presentation) งานนั้นมันก็มีรายละเอียดปลีกย่อยของมัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับงานนั้นๆ ว่ามีลักษณะอย่างไร แรงปรารถนาและความต้องการของทั้งลูกค้าและประโยชน์ใช้สอยนั้นต้องการทำเพื่ออะไร 

แล้วจะทำยังไงดีละ!?? .. ที่จะทำให้เขาซื้อและเขาเชื่อได้ว่า มันจะเป็นไปอย่างที่เราคิดและออกแบบ งานดีๆไอเดียระดับเทพเรียกพี่นั้น “แป๊ก” ให้เห็นมาแล้วก็หลายงาน  ถ้านำเสนอได้ไม่ดี ไม่เคลียร์ และชัดเจน

ห่างกันแค่เส้นยาแดงผ่าแปดเองนะครับ ระหว่าง

“การโน้มน้าวให้เชื่อ” (Convince)  กับ “การโฆษณาชวนเชื่อ” (Propaganda)  แต่สำหรับอย่างหลังนี้ฟังดูเหมือนจะออกไปในทางลบซะมากกว่า

สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งนอกจากไอเดียในการออกแบบของงานจะต้องดีด้วยตัวของมันแล้ว มันก็ต้องสื่อให้ได้ สื่อให้เห็นว่ามันเป็นเยี่ยงนั้นอย่างดีไซน์เนอร์คิดออกมาจริงๆ  มันต้องโน้มน้าว มันต้องดึงดูด มันต้องเตะตา(ยายไม่เกี่ยว..:)) เดี๋ยวจะโดน อิอิ

ต้องอย่าลืมว่า ลูกค้าแต่ละคนมีประสบการณ์ ในการอ่านแบบให้เข้าใจนั้นแตกต่างกัน บางคนใช้เวลาแค่นกกระจอกไม่ทันได้จิบน้ำก็เข้าใจและเห็นภาพอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่บางคนก็มองและอ่านแบบไม่ออกเลย ซึ่งก็ไม่ใช่ความผิดใดๆของเขาเลย

แล้วจะ Convince ด้วยอะไรดีละ !?? นั้นคือคำถามที่จะต้องหาคำตอบต่อไปนับจากบรรทัดต่อไปนี้

- Concept “ต้องโดน”

- อารมณ์ “ต้องใช่”

- ภาพที่นำเสนอ “ต้องสวย” (ช่วยได้เยอะ)

- อธิบาย “ต้องเคลียร์”

- น้ำเสียง “ต้องชัด”

- วาจาต้อง “กระชับ”

- ลีลาประกอบ “ต้องมี”(บ้าง) ถ้าจำเป็น

- ความมั่นใจ “ต้องมีร้อย”

- เหตุผล “ต้องเข้าท่า”

- โกหก “ต้องไม่ทำ”

- สายตา “ต้องจดจ้อง”

- รอยยิ้ม “ต้องมี”

- คำตอบ “ต้องเตรียมไป” (มีถามแน่)

- สุดท้าย..ไอเดีย “ต้องเจ๋ง”

คงยากที่จะเพอร์เฟคได้ซะทั้งหมด และก็ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกๆข้อ (แม้แต่ตัวผมเอง)  แล้วแต่สไตล์และเนื้อหาสถานะการณ์นั้นๆ เพียงแต่มีไว้เป็นแนวทาง ผมไม่ได้บังอาจมาสอนใคร แค่เอาประสบการณ์มาเล่าให้ฟัง อย่างน้อยน้องๆที่เริ่มต้นกับอาชีพหรือกำลังร่ำเรียนอยู่ ก็น่าจะได้ประโยชน์บ้าง.

Enjoy Yourself With Your Design   :)

——————————————-

Author  : MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ-ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

* Thank You Photo  :  Steeev 

: Related posts :

โน้ตบุ๊กรักษ์โลก

September 9th, 2008. Published under Blogger Invitation, Commercial >>, Designer >>, Equipment >>, News >>, Product Design, Shopping Guide >>, Workplace >>. No Comments.

เดี๋ยวนี้เรามักจะเห็นหน่วยงาน หรือ องค์กรทั้งหลายหันมาใส่ใจกับกระแส “ลดโลกร้อน” กันนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก การรณรงค์ให้ช่วยกันปลูกป่า หรือ ช่วยกันประหยัดพลังงาน เพื่อให้โลกเกือบกลมใบนี้ของพวกเราทุกคนสามารถดำรงอยู่ได้ตามวัฏจักรตามธรรมชาติให้ได้นานที่สุด  ซึ่งไม่เว้นแม้แต่เรื่องเทคโนโลยีและการออกแบบต่างๆก็ต่างมุ่งเน้นไปในทิศทางนี้เช่นกัน

เนื่องจากเรากำลังมองหา “โน้ตบุ๊ก” เครื่องใหม่มาใช้  และแน่นอนว่าต้องเป็นแบบประหยัดพลังงาน ก็เลยบังเอิญได้เข้าไปท่องในเวปไซด์ที่กล่าวถึง  JAPAN Good Design Award  โดยมีผลิตภัณฑ์จาก 15 บริษัทที่ได้รับรางวัล และถูกนำไปแสดงในงาน JAPAN DESIGN 2008 INNOVATION ซึ่งจัดที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี  เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมาค่ะ

พอลองเข้าไปดูผลงานออกแบบจากบริษัทชื่อดังต่างๆจากญี่ปุ่น พลันก็ไปสะดุดกับโน้ตบุ๊กครุ่นหนึ่งเข้า ซึ่งในหมู่ผู้ใช้โน้ตบุ๊กนั้นทราบกันดีว่า ผลิตภัณฑ์ของบริษัทดังกล่าวมีคุณภาพดี และมีความคงทนมากที่สุดรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งได้แก่ ผลิตภัณฑ์จาก บริษัทิ ฟูจิตสึ นั่นเอง

โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ได้ชื่อว่า “วู้ด เชลล์ (Wood Shell)” ค่ะ เนื่องจากกรอบและตัวเครื่องทำด้วยวัสดุชีวภาพ ได้แก่ ไม้ซีดาร์ (forest-thinned cedar) และ พลาสติกที่ย่อยสลายได้ง่ายด้วยกระบวนการทางชีวภาพ วัสดุเหล่านี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากผู้ผลิตสามารถลดการใช้พลาสติกจากปิโตรเคมี (petrochemical-based materials) ลง ซึ่งก็ทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการต่างๆสู่บรรยากาศโลกลดน้อยลงด้วย
 
ภายใต้แนวคิดการออกแบบโดยใช้ นวัตกรรมลดโลกร้อน  ในช่วงเริ่มต้นฟูจิตสึ พัฒนาพลาสติกชีวภาพซึ่งทำมาจากข้าวโพด สำหรับใช้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี และได้ทำการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้พลาสติกชีวภาพในคอมพิวเตอร์
ซึ่งโน้ตบุ๊ก รุ่น FMV-BIBLO NX95Y/D หรือ รุ่น วู้ด เชลล์ นี้ใช้พลาสติกชีวภาพในการผลิตประมาณ 30% ของวัสดุที่เป็นพลาสติกทั้งหมด และได้เริ่มวางขายแล้วในประเทศญี่ปุ่นแล้ว
หากใครสนใจลองหาซื้อมาใช้กันได้นะคะ จะได้ไม่ตกเทรนด์ ?

——————————————————————–

Contributor :  Barby

Posted : MiMD

*ข้อมูลและภาพ  : http://www.jidpo.or.jp/

: Related posts :

i-Freeze : อาร์มแชร์นุ่มๆ..นั่งนานระวังจะแข็ง!!

September 6th, 2008. Published under Designer >>, Furniture >>, Livingplace >>, Material, Product Design, Shopping Guide >>. 2 Comments.

ถ้าพูดถึง “Iceberg” (ภูเขาน้ำแข็ง) คุณจะนึกถึงอะไร !??

หนุ่มน้อยแฟนบอล “The Gunner” เจ้าปืนใหญ่อาร์เซนอลแห่งกรุงลอนดอน คงต้องขอกระโกนข้ามอัฒจรรย์ฝั่งเจ้าบ้านมาให้เข้าหูดังๆว่า ก็ต้องนึกถึงเจ้าของฉายา “The Iceberg” อดีตศูนย์หน้าดาวยิงนัมเบอร์เท็น(10) ที่เป็นตำนานอีกคนของเขา “เดนนิส เบิร์กแคมพ์” (Dennis Bergcamp) ผู้ที่ชาตินี้จะไม่ยอมเหิรหาวก้าวขึ้นเครื่องบินเป็นอันขาด

สาวใหญ่ผู้คลั่งไคล้แผ่นฟิล์มฮอลลีวู้ด ที่เคยซาบซึ้งตรึงใจกับคู่รักอมตะนิรันด์กาลระหว่าง ‘แจ็ค’ กับ ‘โรส’ คงอยากจะยืนกลางแขนแอ่นอกตะโกนก้องที่หัวเรือ ร้องออกมาว่า แน่นอนค่ะ..ก็ต้องนึกถึง ภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมาที่เป็นต้นเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมตำนานรักแบบบ้านๆกับ “ชู้รักเรือล่ม” (Taitanic) นะซิ

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ถ้าพูดถึง “Iceberg” ก็ อยากจะแนะนำและให้ขอให้นึกถึงฝีมือและผลงานออกแบบของคนไทยอีกซักคนเพิ่มเข้าไปด้วย

ผมกำลังหมายถึง  จิตริน จินตปรีชา  (Jitrin Jintaprecha)  

ดีไซน์เนอร์ชายไทยผู้ที่ออกแบบ  อาร์มแชร์ i-Freeze  ตัวนี้

เท่าที่ได้อ่านจากคำอธิบายถึงที่มาของความคิดและแรงกำเนิดของการออกแบบ จนให้เกิดเป็นรูปทรงของอาร์มแชร์ตัวนี้มันมาจากรูปทรงของ “Arctic Iceberg” ภูเขาน้ำแข็งแห่งขั้วโลกเหนือ

จำได้ว่าเคยลองนั่งเจ้าก้อนน้ำแข็งเรืองแสงตัวนี้มาแล้วเหมือนกันครับ ที่ Lamptitude สาขาทองหล่อ  ผมนั่งมอง i-Freeze อยู่นานสองนาน ก็รู้สึกว่ามันเย็นๆ หนาวๆก้นขึ้นมาเหมือนกัน อารมณ์ยังกับนั่งทับอยู่บนก้อนน้ำแข็งยังไงยังงั้น

ด้วยเส้นสายของการทักทอวัสดุที่เรียกว่า Nylon / PE ในการออกแบบและขึ้นรูปทรง ทำให้เกิดเหลี่ยมมุมขององศาที่ดูแล้วแปลกตาไปอีกแบบ เป็นก้อนแข็งๆเพื่อให้ดูเหมือน Iceberg ซึ่งก็ให้ความรู้สึกมั่นคงดี แต่ด้วยความแข็งอย่างเดียวก็อาจจะดูแล้วโดดเดี่ยวไปซะหน่อย (ผม)ตีความเอาเองว่าผู้ออกแบบก็เลยเพิ่มความนุ่มสบายและฟังก์ชั่นการใช้งาน ด้วยเบาะนั่ง หมอนอิง และผ้าหุ้มที่ค่อนข้างหนานุ่มเต็มตัว ประกอบกันอย่างลงตัว ครบทั้ง Concept Design และ Function Design

Gimmick อีกอย่างที่เป็นเสน่ห์ ให้น่าสนใจยิ่งขึ้นก็คือว่า มีการซ่อนหลอดไฟไว้ด้านในของอาร์มแชร์ตัวนี้ด้วย ลองนึกภาพตามกันไปนะครับว่า เวลาค่ำคืนที่ต้องการพักผ่อน นั่งนิ่งๆ(Freeze) เงียบๆ แล้วปิดไฟในห้องให้หมด เหลือเพียงแสงไฟสลัวๆรอบๆตัวจาก “i-Freeze” ตัวนี้ตัวเดียวก็เพียงพอ … โอ มั้ยครับ !?? –

Enjoy Yourself With Your Design  :)

_______________________________________________

AuthorMiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

ขอบคุณข้อมูลและภาพ  :  www.jitrin.com

*i-Freeze was selected as “2005 Hot One Hundred” by ELLE Decoration Thailand.

: Related posts :

เบาๆเสาร์อาทิตย์(ติดเกาะ) : ข้ามน้ำข้ามทะเล

August 31st, 2008. Published under Designer >>, My Stuff >>, Outing >>, Weekend Stories. 5 Comments.

13:22 PM :  Aug.Sat.30.2008

ใช้เวลาประมาณ 5 ชม. สำหรับการเดินทางที่มีพระพิรุณ เย็นฉ่ำ เป็นเพื่อนร่วมเดินทางตลอด ร่วมระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตร จากบ้านถึง  “ท่าเรือเฟอร์รี่” (อ่าวธรรมชาติ) เป็นท่าเรือที่จะข้ามไปยังเกาะช้างสำหรับ trip นี้ครับ

ตื่นเต็นบ้างเล็กๆ สำหรับการข้ามน้ำข้ามทะเลแบบนี้ ปกติถ้าไม่จำเป็น จะไม่ค่อยย้อมนั่งเรือข้ามน้ำกว้างๆ เวิ้งว้างอะไรประเภทนี้ แต่ครานี้เมื่อได้เห็นขนาดของเรือ ค่อยหายใจสบายเต็มท้อง

สอบถามหาข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ที่นั้น ทราบว่าเรือเฟอร์รี้แบบนี้สามารถบรรจุรถยนต์ทั่วไปได้ประมาณ 60 คัน/เที่ยว ส่วนคนนั้นไม่ต้องห่วง .. ได้ทีละหลายร้อย

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที จากฝั่งนี้ไปฝั่งนู้น(อ่าวสัปรด)  และจะออกทุกๆ 1 ชม. ค่าโดยสารผมซื้อแบบ ไป-กลับ ครับ สำหรับผู้โดยสาร 120 บาท/คน และรถยนต์ 200 บาท/คัน รวมแล้ว 2 คน กับอีก 1 คัน = 440 บาทพอดิบพอดี

ด้านหลังสุดที่เห็นในภาพนั้น คือ แผ่นดินกลางน้ำ นามว่า “เกาะช้าง” เป้าหมายฝังฝันของเราที่กำลังจะไปเหยียบ(เป็นครั้งแรก)

รถยนต์คันอื่นๆที่เรียงแถวอยู่ข้างหน้ากำลังทะยอยเคลื่อนขึ้นเฟอร์รี่ขนาดใหญ่กันแล้ว เห็นที่จะได้เวลาเคลื่อนขยับตามแล้วละ

ปรู๊ด..ปรู๊ดดดดดด…..ดด……ด….

“แจ็ค” กับ “โรส” กำลังจะขึ้นเรือแล้วครับ  :)

____________________________________________________

Author  :  MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ -ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

: Related posts :

ค่าแบบที่จ่าย..จะได้อะไร?

August 28th, 2008. Published under Designer >>, Designer 's Experience, Livingplace >>, My Stuff >>. No Comments.

ต้องขอบคุณ John Redtor ที่ทำให้ผมต้องเปลี่ยนใจกับการ ShutDown คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ เพื่อที่จะหนีขึ้นเตียง(นอน)  แล้วก็ต้องพลิกตัว กลับใจนั่งลงเขียนบล็อกเรื่องนี้ต่ออีกครั้ง หลังจากที่ผมร่างหัวข้อนี้ทิ้งค้างไว้มาหลายวันพอดู 

เนื่องจากว่า เมื่อกี้ผมแวะเข้าไปอ่านที่บล็อกของเขา ที่ว่าด้วยเรื่อง “ทฤษฏีที่ว่าด้วยเมื่อมาถึงกลางทาง

ระหว่างทางที่ยาวนานและต้องอดทนเพื่อเป้าหมาย ของอาชีพดีไซน์เนอร์ใครๆก็มองว่า คุณเท่ห์ คุณสวยงาม คุณดูดี คุณมีรายได้ที่ง่ายดาย  แต่ Sorry นั้นมันเป็นสิ่งที่คุณเห็นแค่เพียงผิวเผิน กับการที่ได้มาซึ่งค่าแบบ หรือที่ผมมักจะเรียกมันว่า

“ค่าบริการวิชาชีพนักออกแบบภายใน” 

แต่ข้างในและแต่ละขั้นนตอนนั้นกว่าจะมา มันก็ยากเย็นแสนเข็นยิ่งนัก ไม่ต่างอะไรกับพี่ๆที่เขารับจ้างแบกกระสอบข้าวสารขึ้นเรือที่คลองเตย

เพียงแต่ว่าที่บ่าของผมและเพื่อนๆร่วมอาชีพนั้นมันไม่ได้แบกกระสอบเหมือนพี่เขาเท่านั้นเอง …

เริ่มกันตั้งแต่การที่ต้องแบกรับกับการสร้างความเชื่อมั่น วางใจ ให้ได้ก่อนเหนือสิ่งอื่นใด  การที่ต้องเข้าไปสำรวจพื้นที่ไซต์งาน วัดขนาดของอาคาร ปีนผนัง มุดตามซอก คลานเข้าหลืบ กับ “ทุกอย่างที่เป็นจริง” เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานก่อนการออกแบบ เพื่อให้ได้ความงามและเกิดประโยชน์ใช้สอยสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้

อาจจะต้องขออนุญาติเล่าข้ามขั้นตอนในการทำงานของดีไซน์เนอร์ ในส่วนของงานเขียนภาพ Perspective ในแบบของ 3D สวยๆ วาดแปลนงามๆ เพราะส่วนนี้ยังไงๆแล้วมันต้องมีอยู่แล้วไม่ขอพูดถึง แต่อยากจะพูดถึงในส่วนของ “งานที่มองไม่เห็น” ซะมากกว่า

ยอมรับได้กับการที่ต้องแก้ไข ปรับปรุง เพื่อความลงตัวและเหมาะสมที่สุด แต่ต้องอยู่บนมาตรฐานแห่งวิชาชีพของการออกแบบ อย่างมีจรรยาบรรณ มีมากมีน้อยในแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน (ผมไม่เถียง..!!)

ตรวจสอบ ช่วยให้คำแนะนำและช่วยแก้ปัญหาให้คำปรึกษาในระหว่างการก่อสร้าง โดยคำนึงถึงพื้นฐานความถูกต้องตามหลักวิชาการออกแบบและความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง โดยที่จะพยายามไม่ให้กระทบกระเทือน หรือส่งผลถึงเรื่องงบประมาณให้น้อยที่สุด

รองรับกับบางอย่างที่เป็นความเชื่อ ความศัทราในความเป็นปัจเจกของแต่ละคน เพื่อที่จะประสานให้ลงตัวที่สุด ทั้งเจ้าของงาน ผู้รับเหมา ซับไพลเออร์ ซินแส่ แม่ยาย คนขายประกัน พันธมิตร ที่จะท้วงติงและร้องทักมา (ไม่เชื่ออย่าลบลู่ .. มีจริงๆ) เพื่อประคับประคองให้ถึงเป้าหมายแบบแฮปปี้ ดีพร้อม (แค่รองรับและประคับประคองเท่านั้นนา .. ส่วนจะทำได้หรือทำตามนั้นเป็นอีกเรื่อง..แล้วค่อยมาดูกัน) .. - ยิ้มเถอะ  

Enjoy Yourself With Your Design   :)

————————————

Author MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

: Related posts :

3 วิธีในการคิดค่าบริการวิชาชีพออกแบบตกแต่งภายใน

August 16th, 2008. Published under Designer >>, My Stuff >>, Tips & Trics >>. 6 Comments.

…………

แล้วค่าออกแบบ..คิดยังไงค่ะ .. !??! 

มักจะเป็นคำถามที่สำคัญชนิดที่ลืมและพลาดไม่ได้ ซึ่งก็จะโดนถามในช่วงแรกๆของการสนทนาเสมอๆก่อนที่จะเข้าประเด็นของเนื้องานด้วยซ้ำ (จริงมั้ย ?? .. เป็นปกติเช่นกัน ระหว่างแป้ง “ตรางู” กับ “ม่องเล่ยะ” นอกจากความชอบแล้ว ผมก็ต้องดูราคามันด้วยเสมอก่อนซื้อ) 

เป็นคำถามที่ “ผู้ตอบ”(ดีไซน์เนอร์) เข้าใจถึง “ผู้ถาม”(ลูกค้า) ได้ไม่ยาก ~~ แน่นอนครับถ้าหากคุณกำลังจะตกแต่งบ้าน คุณก็คงจะไม่มานั่งลงตรงหน้าพร้อมกับส่งยิ้มที่มุมปากข้างซ้าย ก่อนจะถามว่า …

คุณคิดว่าอุณหภูมิสุงสุดของวันนี้จะอยู่ที่กี่องศาค่ะ !??    หรือ .. เออ..คุณคิดว่า สมรักษ์ คำสิงห์ จะได้เหรียญทองโอลิมปิก 2008 ที่ปักกิ่ง กลับมาอีกครั้งมั้ยครับ !?? .. (ออ..ลืมไปสมรักษ์ติดภาระกิจร้านหมูกะทะ จนไม่สามารถปลีกตัวไปได้ …  :) )

จากประสบการณ์(ของผม) โดยทั่วๆไปที่ใช้กันอยู่ก็ประมาณ 3 วิธี

วิธีที่ 1 ~~ แบบนี้เป็นมาตรฐานที่นิยมใช้กันเป็นส่วนใหญ่ คือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาค่าตกแต่ง หรืออยู่ที่ประมาณ 10 % ของมูลค่างาน  อาจจะบวก-ลบได้นิดหน่อย 2-3 %  อยู่ที่ความยากง่าย รายละเอียดในขั้นตอนของการทำงาน(ออกแบบ) รวมทั้งสไตล์ของลูกค้าในงานนั้นๆด้วยนะ  :)  

วิธีที่ 2 ~~ คิดเป็นแบบต่อตารางเมตรของพื้นที่ออกแบบตกแต่ง  ส่วนราคาต่อตารางเมตรจะเท่าใดนั้นหนอ ก็ต้องมาดูกันอีกว่า เป็นงานประเภทใด และปริมาณของพื้นที่มากน้อยแค่ไหน เพราะราคาค่าออกแบบนั้น งานบ้านและที่พักอาศัย หรือจะเป็นงานออกแบบออฟฟิสนั้น ก็จะคิดกันคนละเรตราคา อยู่ที่หลักร้อยกลางๆจนถึงหลักพัน

วิธีที่ 3 ~~ แบบเหมารวม ก็จะประเมินจาก เวลาของการทำงาน(Man Hour) + ค่าใช้จ่ายต่างๆ (Overhead) + กำไร (Profit) ส่วนมากแบบนี้จะเลือกใช้กับงานเล็กๆที่ไม่ใหญ่มาก เพราะถ้าคิดโดยแบบที่1และ2 อาจจะไม่คุ้มกับการทำงาน

ทั้งสามแบบนั้นเป็นหลักมาตรฐานแนวทางที่ใช้กันอยู่โดยส่วนใหญ่ เพื่ออ้างอิงและประเมินเป็น “ค่าบริการออกแบบวิชาชีพตกแต่งภายใน”  ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับดีไซน์เนอร์แต่ละคน บริษัทแต่ละบริษัท ถ้าดีไซน์เนอร์หรือบริษัทที่ใหญ่หน่อย มีชื่อเสียงแล้ว ราคาค่าบริการก็จะสูงกว่ามาตรฐานทั่วไปก็เป็นเรื่องธรรมดา อาจจะอยู่ที่ 12.5 % ไปจนถึง 15 % เลยก็ได้ 

ในทางตรงกันข้าม สำหรับดีไซน์เนอร์ที่เป็นฟรีแลนซ์ และเป็นงานออกแบบทั่วๆไปไม่ซับซ้อนและยุ่งยากมาก ราคาก็อาจจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 8.5 % - 7.5 %  หรือก็เป็นได้เหมือนกัน

ราคาของ “ค่าบริการวิชาชีพ” (Profesional Fee)  สำหรับดีไซน์เนอร์ นั้นก็เป็น “แค่ส่วนหนึ่ง” ในการเลือกพิจารณา ยังมีอีกหลายส่วนที่ต้องดูประกอบด้วย  อย่าดูเฉพาะที่ “ราคาถูก(ใจ)” เพียงอย่างเดียว 

ถ้าต้องการ “ถูกและดี“ ขอแนะนำที่ “ฟู๊ดแลนด์” ครับ มีทุกสาขาเปิดตลอด 24 ชม. แถมอร่อยอีกต่างหากนะร้านนี้  

Enjoy Youself With Your Design   :)

——————————————

Author  : MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Photo by : Thomieh 

: Related posts :

00:21 AM

August 15th, 2008. Published under Designer >>, My Stuff >>. 2 Comments.

อีก 39 นาทีจะตีหนึ่ง ผมพึ่งเคลียร์งานเสร็จสำหนับค่ำคืนวันนี้  ปิดคอมพิวเตอร์ไปแล้วด้วย กะว่าจะนอนแล้วครับ เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้า(เช่นเคย)

ต้องกลับมามาเปิดเครื่องอีกครั้ง เพราะว่าไม่ค่อยสบายใจ เนื่องว่าไม่ได้เขียน blog มาหลายวันพอดู รู้สึกขาดอะไรไปสักอย่าง  แต่ผมก็หมดแรงและมึนกับตัวเองจนได้  กะว่าจะเขียนเรื่องที่หลายๆคนสงสัย(จากอีเมลล์ที่ส่งเข้ามาถาม) และผมเองก็อยากจะเขียนถึงอยู่พอดีเหมือนกัน

อยากจะเขียน แต่สังขารไม่ตอบสนองกับใจแห่งปรารถนา คิดซะว่าแวะมาทักทายกันก่อน ยังไม่ได้หายไปไหนเ