interiorSiam.com

: MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Archive for 'Designer ‘s Experience'

Designer size “S” ในโลกดิจิตอล

June 8th, 2009. Published under Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>. 4 Comments.

Share post:

“S” ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า  “เล็ก” เพราะคำว่า “เล็ก” หรือ “Small” สำหรับผมแล้วไม่เคยมี…

(แฮ่ม!..ก้มดูแล้ว ไม่มีจริงจริง)    :)

แต่ “S” ในที่นี้คือความบาง  “Slim”  สลิมเพื่อให้เข้ากับยุคดิจิตอล มีดีไซน์เนอร์ชาวฝรั่งหลายคนเคยเขียนและเล่าถึงเรื่องอะไรทำนองนี้ให้ได้ผ่านหูผ่านตามาบ้างหมือนกัน เลยอยากลองนั่งนึกถึงตัวเองดูเหมือนกันว่า ดีไซน์เนอร์ยุคนี้มันช่างสะดวกโยธินกับการทำงานเสียเหลือเกิน ลองมาดูกันบ้างดีกว่าว่า Designer size “S”  อย่างเราๆนั้นมี  ”เครื่องมือ” อะไรบ้างที่จะช่วยในการ “Slim Up” ให้เข้ากับยุคดิจิตอลได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

Labtop l  แน่ยิ่งกว่าแน่ว่ายังไงยังไงแล้วก็ต้องมี  ไม่ว่าคุณจะอยู่แห่งหน อ.บ.ต.ใดๆ เพียงแค่แบตเตอรี่คุณมีไฟ หาที่เหมาะๆแล้วค่อยๆวางก้นลงเบาๆ แบบที่ต้องเกรงอกเกรงใจกับอวัยวะรอบข้างน้องบั้นท้ายเขาด้วย ทั้งโปรแกรม CAD , 3D , Sketch UP ที่คุณต้องใช้ ช่วยได้ในบัดดล หรือว่าจะกำลังนั่งซดคาปูซิโนฟองเต็มปากอยู่ก็ตาม ทำ Proposal , Invoices ไว้เก็บสตางค์ลูกค้าไปพร้อมๆกันได้อย่างสบาย ชิลล .. (ฮา)

The Wireless Internet l  อันนีก็จำเป็นถ้าคุณต้องทำงานแบบ Slim & Mobile จะเป็น WiFi , AirCard , Phone Line ทั้งค้นคว้า คุ้นเขี่ยหาแรงบันดาลใจ หรือค้นหาสถานที่ ไซต์โลเคชั่น ด้วย google map ทั้ง Brows ทั้ง Search เข้าบล็อก interiorSiam.com  ไม่ว่าวันนี้คุณจะอยู่กรุงเทพฯ พรุ่งนี้ต้องบินไปสมุยแล้วต่อเรือข้ามไปพัทยา..ไม่มีปัญหา ขอให้มีสัญญาณและอย่าลืมจ่ายค่าบริการที่ค้างไว้ด้วยล่ะ

3.5″ Portable Harddrive l  ยืดอกพกไว้ดีกว่าครับ BackUp แล้ว  BackUp อีก แล้วก็ BackUp ไว้อีก เชื่อเถอะว่า ฮาร์ดดิสสำรองข้อมูลแบบนี้สำคัญมากๆ คุณก็รู้ว่าข้อมูลและงานแบบที่เก็บไว้นั้นมันสำคัญกับปากกับท้องเราขนาดไหน?  :)

Mobile Phone l  มันไม่ได้เอาไว้แค่โทรหาแฟน รับสายกิ๊ก หลบสายเจ้าหนี้หรือถ่ายคลิปเท่านั้น (Phone in นั้นไม่ต้องก็ได้)  EDGE GPRS WiFi มันช่วยให้เราสะดวกในขณะที่ไม่ได้ออนไลน์ด้วย Labtop หรือในขณะที่ระหว่างเดินทางเอาไว้เช็คเมล์ ตอบเมล์ ลูกค้าหรือผู้รับเหมาสำหรับเรื่องเร่งด่วน เช็ควัสดุ คุณภาพ ราคากับ Supplier

The Website / Weblog l  นี้คืออาวุธลับชิ้นสำคัญที่ดูเหมือนจะเล็กแต่พลานุภาพนั้นใหญ่เหลือหลาย ต้นทุนน้อยแต่มันไปได้ทั่วโลก โดยเฉพาะกับดีไซน์เนอร์ไซส์  ”S” และเหล่า Freelancer ทั้งหลายเพราะพื้นที่เหล่านี้จะเป็นพื้นที่ที่จะทำให้คุณได้ติดต่อสื่อสาร นำเสนอให้ใครๆได้รู่จักกับตัวคุณได้เป็นอย่างดี เวปฟรี บล็อกฟรี มีให้ใช้เยอะลองเลือกหาดูได้ และใช้มันให้เป็น

The Digital Camera l  ทุกๆครั้งเมื่อต้องออกไปไหนต้องพกมันออกไปด้วยเสมอ มันเป็นเครื่องมือในการเก็บบันทึกข้อมูลได้เป็นอย่างดีอีกอย่าง โดยไม่ต้องอ่านและไม่ต้องเขียนแค่ดูก็พอ  ผมใช้มันช่วยทั้งในงานเขียน และในงานออกแบบ ไม่ต้องหรูไม่ต้องแพงแบบโปรฯ(เพราะใช้ไม่เป็น) ขอแค่เชื่อมต่อเข้ากับ Labtop เพื่อส่งสารและเก็บบันทึกไว้ใช้งานได้ก็พอ

The SketchBook l  สมุดสเก็ตช์เล่มนี้เป็นเพียงแค่ของชิ้นเดียว ที่ไม่ได้จัดอยู่ในส่วนประเภทข้าวของเหล่าดิจิตอลที่กล่าวถึงอย่างข้างบนกล่าวถึง  แต่ที่สำคัญและผมแล้วพกมันติดตัวไว้เสมอ และเชื่อว่าคนเพื่อนที่เรียนดีไซน์ในยุคที่ไล่ๆกันคงน่าจะใช้เยอะและพกติดตัวอยู่เหมือนกัน  แต่ไม่แน่ใจว่ากับดีไซน์เนอร์รุ่นน้องๆที่เกิดมมาพร้อมกับยุคดิจิตอลแล้วแล้วเขาใช้กันบ้างหรือเปล่า (ผมเกิดไม่ทัน เพราะดันเกิดก่อน..ฮา)  คิดอะไรได้ คิดอะไรออกก็จะขีดจะเขียนมันเก็บไว้ สะดวก รวดเร็ว และที่สำคัญทุกครั้งที่กลับมาเปิดดูภายหลัง มันทำให้ได้อมยิ้มกับพัฒนาการของตัวเองได้เสมอ

The Accessories l  iPod ? Sunblock ? Heineken ? Vodka ? Sunglasses ? Pocket book ดีๆซักเล่ม ?  เอาไว้นั่งทำงานริมหาดริมทะเลหรือที่ไหนซักแห่ง ที่ที่คุณจะสร้างความคิดและจินตนาการได้อย่างบรรเจิดที่สุด ….. สวัสดี

Bon Voyage

———————————————————

Author :  MiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

*ปล. ไม่ว่าเราจะเป็นดีไซน์เนอร์ไซส์ไหนจะ “เล็ก” หรือ “สลิม”  ก็(ทำ)  “ใหญ่” ได้เหมือนกัน … Cheers!!!

Share post:

downturn is your turn

April 18th, 2009. Published under Books, Designer 's Experience, My Stuff >>. 4 Comments.

Share post:

วานนี้ผมพึ่งรำพึงในใจเงียบๆแบบงดออกเสียงให้กับตัวเอง ถึงเรื่องความกังวลใจเกี่ยวกับสถานะการณ์วิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้น จะด้วยความโลภของฝรั่งหรือความเลวร้ายของเหลี่ยมหลอกลวงใดๆก็แล้วแต่ — ช่างมัน ขอมองไปข้างหน้าดีกว่า

เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วเชื่อว่าหลายคนคงได้รับรู้รสชาดอันเผ็ดแสบเผ็ด ร้อนกับวิกฤติเศรษฐกิจ ‘ต้มยำกุ้ง’ ได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นเมนน์คอร์สชามโตที่ไม่ต้องโทรสั่ง แต่จะส่งตรงเดลิเวอร์รี่ให้โดยพี่ไทยกว้างไกลไปทั่วโลก

ผมเองก็คือหนึ่งในนั้น

“DOWNTURN IS YOUR TURN” เป็นคัมภีร์เล่มล่าฯ เล่มที่สาม ของหัวหน้าก๊วนแกะดำ ‘ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์’ และ ‘นฤมล บุญทวีกิจ’ แกะดำตัวแม่ร่วมด้วยช่วยกันเขียน

วันนี้หนังสือเล่มนี้อยู่ในมือผมเรียบร้อยแล้ว โดยพี่บรุษไปรษณีย์เป็นผู้นำพามาเมื่อวันก่อน หนังสือเล่มนี้ไม่มีวางขายตามร้าน ไม่ต้องไปเดินหาให้เมื่อยตุ้ม อยากอ่านต้องสั่งซื้อ โอนสตางค์เสร็จ กระดิกติ่งหูซ้ายพร้อมกับเคลียร์พื้นที่ในหัวกบาลให้ว่างไปพร้อมๆกัน แล้วรอรับได้เลย

ผมเจอคุณประเสร็จประเสริฐที่งานสัมนา Facing The Challenges ที่ TCDC  เมื่อเดือนที่แล้ว ผมคุยและถามด้วยความสงสัยว่า ทำไมต้องราคา 150 บาท ?  ทำไมต้องสั่งซื้อ ? ทั้งสองคำถามมีคำตอบเดียวกันคือ ลูกแกะดำจะได้หนังสือที่ดีแต่ราคาถูกลง

คุณจะเห็นถึงความตั้งใจของการปฏิสนธิเพื่อปรากฏให้เป็นหนังสือเล่มนี้ การใส่ใจในรายละเอียดที่จะ ‘ส่งมอบ’ ถือว่าเป็นการให้เกียรติอย่างหนึ่งที่เป็นสัมผัสแรกที่จะได้รับ  คุณจะเห็นได้ตั้งแต่การออกแบบซองบรรจุเพื่อจัดส่ง ซองและหนังสือถูกออกแบบอย่างตั้งใจให้เป็นชุดเดียวกัน เมื่อไหร่ที่ “DOWNTURN IS YOUR TURN” ได้อยู่ในมือคุณแล้ว คุณจะเข้าใจว่าทำไมผมจึงต้องเก็บหนังสือนี้ไว้ในซอง

150 บาท ถ้าจะนับเป็นเงิน ก็คงราคาพอๆกับค่าดริ๊งแจกน้องๆที่คาริบเบี้ยนแยกแถวเหม่งจ่าย ไม่แพงหรอกครับหากคิดที่จะซื้อแรงบันดาลใจให้กับอนาคตของเราได้บ้าง

ขออนุญาติไม่พูดถึงเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ — เพราะผมไม่สามารถ คุณต้องอ่านเอง

บอกได้แค่ว่า “แกะตัวนี้มีสีดำอยู่สีเดียว … ไม่มีเหลือง ไม่มีแดง”  :)

_______________________________________________________________________

Author  :  MiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

* อยากเห็นหน้าตาและเนื้อหาเพิ่มเติมไปที่  www.blacksheep.co.th

Share post:

แก้วิกฤตด้วยความฟุ่มเฟือย

April 2nd, 2009. Published under Designer 's Experience, Outing >>. 5 Comments.

Share post:

ผมพึ่งกลับมาจากสมุย ไม่ได้ตั้งใจไปเที่ยว..แต่ได้เที่ยว ไม่ได้ตั้งใจไปช็อปปิ้ง..แต่ก็ได้อะไรติดไม้ติดมือมา มีเพื่อนเคยบอกว่าถ้าไปเกาะสมุยที่ลืมมิได้ คือต้องซื้อกาละแมกลับมาเป็นของฝาก

บังเอิญผมมี project ออกแบบสำนักงานไว้สองทีในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่หนึ่งคือที่หาดใหญ่ เป็นงานที่กำลังจะส่งมอบ และโชคดีที่ได้ project ใหม่อีกหนึ่งที่เกาะสมุย เลยถือโอกาสควบสองต่อเนื่องเป็น Business trip ในรอบเดียวกัน

ภาพบางอย่างที่ชัดเจนแบบโดดถีบเข้าที่เบ้าตาผม คือ ความเงียบเหงา ผมจำได้ว่าเมื่อสิบปีก่อนที่ผมเคยมาเยือนหาดใหญ่ในครั้งแรกนั้น ซึ่งครั้งนั้นก็เป็นการมาทำงานเหมือนเช่นครั้งนี้ (เป็นงานตกแต่งบ้านพักอาศัย)  ความคึกคัก กระฉับกระเฉงมันดูคล่องแคล่ว ทั้งผู้คนและร้านค้าธุรกิจมันดูมีชีวิตชีวากว่านี้เยอะ  หรือแม้กระทั่งที่เกาะสมุยเองก็เหอะซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว ก็ยังเงียบเหงากลายเป็นเมืองท่องเี่ที่ยวที่เงียบๆเมืองหนึ่งบนโลกใบนี้เท่านั้นเอง — ต่างจากเดิมเยอะ

ร้านค้าผับบาร์ถูกออกแบบตกแต่งประดับประดาหน้าร้านเพื่อเรียกลูกค้า ด้วยการแขวนป้ายเท่ห์ๆและทันสมัยด้วยคำว่า “ปิดปรับปรุง”  หรือ “เซ้งกิจการ”

จะชาวนาหรือดีไซน์เนอร์ก็ต้องเจอกับวิกฤตบรรยากาศแบบนี้เท่าเทียมถ้วนหน้ากันหมด ไม่อยากให้ใครต้องหดหู่ ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะคอยเตือนสะกิดต่อมตุ่มคิดของเราเอง ได้เวลาที่เราจะได้ขุดควักศักยภาพในตัวเองออกมาใช้กัน

“มองสวนมุม” และ “คิดสวนทาง” ขอจงใช้มันอย่างฟุ่มเฟือยเข้าไว้ เพราะความฟุ่มเฟือยเหล่านี้ไม่ได้สร้างวิกฤตและมลภาวะไว้บนหัวใคร — นอกจากหัวของคุณ

Enjoy Yourself with Your Design   :)

________________________________________________________________

Author : :  MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

** ปล. ต้องการ “เซ้ง” ดีไซน์เนอร์ราคาถูก (กรุณาทิ้งเบอร์ไว้ แล้วผมจะโทรฯกลับโดยเร็วครับ..อิอิ)

Share post:

การออกแบบที่รู้สึกได้..หากแต่จับต้องไม่ได้

March 18th, 2009. Published under Commercial >>, Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>. 7 Comments.

Share post:

จำเป็นด้วยหรือที่งานออกแบบจักต้องให้คุณ(และผม)เอื้อมไปแต๊ะอั๋งหรือจับต้องได้เท่านั้น — (รูปธรรม)

“ไม่จำเป็น…”

ผมเขียน Entry นี้ระหว่างที่นั่งรอรับรถที่เอามาเข้าศูนย์บริการตามระยะเวลาที่สมควรตรวจเช็คเป็นมาตรฐาน

ปกติแล้วผมมาที่ศูนย์ฯนี้ก็เพราะด้วย ‘หน้าที่’(ผู้ใช้) และ ‘ความรัก’(รถ) เท่านั้น  มิได้มาด้วยเพราะกิ๊กสัมพันธ์ทางใจกับช่างหุ่นล่ำกำยำท่านใด หรือสาเหตุอื่นใดนอกไปจากนี้

หากพูดถึงเรื่องการตกแต่งภายใน ที่นี้ก็ไม่มีอะไรให้ต้องพูดถึงให้เปลืองพลังเผาผลาญของร่างกาย เพราะแทบจะพูดได้ว่าไม่ได้ีมีการออกแบบตกแต่งอะไรเลย ง่ายๆคือว่า เรียกช่างมาปูกระเบื้อง กั้นผนัง ติดแอร์ ติดไฟ แล้วเอาเฟอร์นิเจอร์มาวางๆเท่านั้น — จบ!

แต่ตราบใดที่สิ่งที่น่าประทับใจยังคงมีแฝงซ่อนซ้อนกันอยู่ ใยเล่าจะให้เลยเดินผ่านไป — ผมอยากขอใช้คำว่าเป็นการ “ออกแบบเพื่อความประทับใจ” น่าจะดีกว่า เป็นการออกแบบองค์กร (องค์กรมีดีไซน์)

ภายใน Waiting area ที่เตรียมไว้สำหรับลูกค้านั้น นอกจาก ชา กาแฟ น้ำดื่ม น้ำอัดลม ฯลฯ ที่มีเตรียมไว้ให้ลูกค้าแล้ว คงไม่มีอะไรแปลก(ใจ)เท่าใด –  แต่ !!…ที่นี้มีบริการอาหารกลางวันสำหรับลูกค้าด้วยครับ

ก่อนเที่ยงเล็กน้อยผมแปลกใจเมื่อมีเจ้าหน้าที่เดินเข้ามาถามว่า “อาหารเที่ยงจะรับอะไรดี เรามีบริการให้ฟรีสำหรับลูกค้า ??”  ผมไม่ทราบว่าที่อื่นมีหรือเปล่า ตั้งแต่เกิดมาบนโลกด้วยวัยยังไม่ใกล้เกษียณเยี่ยงผมเอง — ยังไม่เคยเจอ

งง??..แบบมินิ ก่อนจะให้คำตอบกลับไปด้วยชื่ออาหารจานที่คิดว่าน่าจะอร่อยและอิ่มได้ในช่วงเวลานี้ ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์โคจรมาตั้งฉากกับกลางกบาลพอดิบพอดี

ผมเห็นปรากฏการณ์ใน ‘การออกแบบ’ ของสองสิ่งที่ ‘ขัดแย้ง’ ในตัวของมันเองสำหรับสถานที่แห่งนี้  คือความขัดแย้งระหว่างการออกแบบที่เป็น “‘รูปธรรม”  และการออกแบบที่เป็น “นามธรรม”

“รูปธรรม” ที่จับต้องได้แต่รู้สึก(ประทับใจ)..ไม่ได้  กับ  “นามธรรม” ที่จับต้องไม่ได้แต่รู้สึก(ประทับใจ)..ได้

แม้ว่าอาหารเี่ที่ยงมื้อนั้นจะเป็นเพียงแค่ข้างกลางวันมื้อนึงที่มีราคาไม่กี่สิบบาท  แต่ผมเชื่อว่ามูลค่าที่เป็น ‘ราคาใจ’ เป็นค่าออกแบบได้มากมายไม่แพ้ใครจริงๆ

Enjoy Yourself With Your Design  :)

——————————————————————-

AuthorMiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

*** ปล.1  ต่อไปรู้แล้วครับว่า ต้องไปเวลาไหนดีถึงจะอิ่ม อิอิ  :)

** ปล. 2  ดีไซน์เนอร์ควรเพิ่มเติมเสนอแนะการออกแบบในลักษณะนี้เพิ่มเข้าไปให้กับลูกค้าด้วยโดยเฉพาะงานี่เป็น Commercial จะเป็นการเพิ่มมูลค่าการสร้างสรร Added Creativity Added ได้เป็นอย่างดีที่เดียวเชียวละคุณ

** Photo Credits  :  Beautiflaw

Share post:

สะท้อนสวน..เข้าบ้าน

March 11th, 2009. Published under Blog, City Living >>, Designer 's Experience, Home & Garden, Livingplace >>, Material, My Stuff >>, Tips & Trics >>. 2 Comments.

Share post:

(7) สะท้อนสวน..เข้าบ้าน
สุดท้าย-ท้ายสุดกับไอเดียซีรี่ย์  “7 วิธีชวนสวนเข้าบ้าน”  ที่ผมเขียนไว้ใน  room  เป็นการดึงสวนเข้าบ้านด้วยการเล่นกับเงาสะท้อน ของวัสดุผิวเงา มันวาวอย่างกระจกเงา เป็นอีกไอเดียที่  “เพิ่มความเขียว”  ภายในบ้านได้ดีทีเดียว – มาดูกันครับ

ด้วยการกรุกระจกเงาที่ผนังฝั่งตรงข้ามกับสวน อาจเลือกกรุเฉพาะส่วนบนของผนัง หรือกรุเต็มผนังสูงถึงฝ้าเพดาน แล้วแต่ความเหมาะสมของห้อง แต่ถ้าไม่ชอบแบบเต็มผนังก็มีอีกทางเลือก  โดยแขวนกรอบรูปแต่ใส่กระจกเงาเข้าไปแทนแล้วแขวนคละขนาดหลายๆกรอบรูป

คุมโทนสีให้เข้ากันและจัดวางตามองค์ประกอบของผนัง แค่นี้ก็สร้างภาพสะท้อนอย่างกับเราดึงสวนเข้ามาไว้ในบ้านยังไงยังงั้นเลย

  • ข้อควรระวัง  
    - พยายามหลีกเลี่ยงการกรุผนังกระจกเงาตรงกันข้ามกันทิศตะวันตกโดยตรง เพราะแสงแดดจะสะท้อนรบกวนได้
    - ระวังอุบัติเหตุจากการเดินชนผนังกระจก อาจหาตู้เตี้ยหรือคอนโซล วางป้องกันบริเวณที่เสี่ยงต่อการเดินชน

Enjoy  Yourself with Your Design  :)

———————————————————-

Author  :  MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Share post:

ทำงานมาก ก็ทำให้โง่ได้

February 27th, 2009. Published under Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>. 1 Comment.

Share post:

ที่จั่วหัวเรื่องไว้ คิดว่าคงไม่ได้เว่อร์จนเกินไป  ช่วงนี้รู้สึกแบบนี้จริงๆ  แต่ยังดีที่มีเวลาให้ได้คิดแบบนี้ได้ ถึงมันจะเป็นแบบแว๊บๆก็เหอะนะ  :)

อะไรดลใจให้ได้สดุดกับความรู้สึกแบบนี้ขึ้นมา

เผอิญเหลือบไปเห็นกองหนังสือ แผ่นพับ นิตยสาร อะไรต่างๆอีกมากมายที่โดนแบบวางทับมันอยู่ข้างๆแบบพอกหางหมู ซึ่งก็ตัวเราเองนั้นล่ะที่กองๆมันเอาไว้ ด้วยเหตุผลเพียงสองอย่าง

คือหนึ่งยัง ‘อ่านไม่จบ’ และสองยัง ‘ไม่ได้อ่าน’

ยามที่เราจำเป็นต้องคลุกหมกหมุ่นอยู่กับงานที่เร่งรีบ การที่จะใช้เวลากับหนังสือพวกนี้ แทบไม่ต้องพูดถึง — ความจำเป็นที่ต้องของทำงานแต่ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ หรือดูทีวี หาความรู้อื่นๆใส่สมองบ้างมันก็ฝ่อได้เหมือนกัน  เหมือนกินอะไรซ้ำๆอยู่ทุกวัน

รู้ ดู อ่าน ของเหล่านี้เหมือนหินที่ช่วยลับความคิดให้แหลมคอ  แว่นที่ช่วยขยายภาพให้ชัดเจน – รู้สึกได้กับตัวเองในตอนนี้

———————————————————

Author :  MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Share post:

อจีรัง คือ โอกาส : นิทรรศการแรก…ที่จะตายต่อหน้าคุณ

February 20th, 2009. Published under Designer 's Experience, Event : Exhibition, My Stuff >>, News >>, Outing >>. 4 Comments.

Share post:

คุณดูแก่ขึ้นเยอะเลยนะครับ…!!”

 …………. ??

คุณนั้นล่ะครับ … คุณผู้อ่านนั้นล่ะครับ …!!

คงไม่ค่อยมีใครชอบหรอกนะ หากจะมีใครหวังดีทักทายกันด้วย ภาษาวาจาแบบนี้ — ความแก่ ความโรยรา เหี่ยวเฉา หย่อนยาน (ทั้งร่างกายและสมรรถภาพ) คงไม่มีใครหนีพ้น ที่พูด(เขียน) มานั้นไม่ได้จะอวดเบ่งเรื่องธรรมะดอกครับ แต่กำลังจะนำเข้าเรื่องนิทรรศการ

“อจีรัง คือ โอกาส” เป็นนิทรรศการที่ถือว่าเป็นนิทรรศการที่ดีมาก นิทรรศการหนึ่งที่ผมเคยสัมผัส ผมตั้งใจไปดูสองครั้ง ครั้งแรกคือเมื่อเริ่มนิทรรศการประมาณช่วงต้นเดือนธันวาปีที่แล้ว ตอนที่มันยังสดและซิง และอีกครั้งคือวันนี้วานนี้ เพราะตั้งใจอยากจะไปดูตอนที่มันจะโรยรา แห้งเหี่ยว และปิดตัวไปในที่สุด  อยากเห็นถึงความต่าง ตาม Concept ของผู้ออกแบบงาน (เข้าใจเองว่าอย่างนั้น)

สิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่แสดงในงาน จะถูกปล่อยวาง ปล่อยทิ้งให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง ความไม่ยั่งยืนในสรรพสิ่ง — แม้แต่ตัวคุณเอง

ภายในนิทรรศการ เราจะได้ชมพบกับแง่มุมความหลากหลายอันมีที่มาจากความเสื่อมสลายของสรรพสิ่ง ควบคู่ไปกับการสอดแทรกช่องทางการสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เกิดจากความอจีรัง โดยนิทรรศการจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 8 ส่วน

ชมฟรี แอร์ฟรี ที่ชั้น 6 เอ็มโพเรี่ยม วันอาทิตย์นี้ (22 กพ. 52) เป็นวันสุดท้าย  ก่อนที่มันจะตายไปต่อหน้าต่อตา  ถ้าว่างอยากให้ไปดูกันครับ (ใช้ภาษีกันให้คุ้มค่า)

บอกได้คำเดียวว่า “ของเค้าดีจริงๆ”

01. อนิจจัง (Anicca) – แสดงให้ผู้เข้าชมเข้าใจถึงสัจธรรมของความเสื่อมสลายและการดับสูญที่ว่า หากจักรวาลอันยิ่งใหญ่ยังสามารถแตกดับได้ ร่างกายของมนุษย์ที่มีอายุขัยเพียงพริบตาของจักรวาลก็คงมีสภาพไม่แตกต่างกัน โดยนำเสนอผ่านเรื่องราวของแสงสว่างจากดวงดาว อันเป็นแสงสว่างในอดีตที่เดินทางมาจากดวงดาวที่ระเบิดและแตกดับไปแล้วหลาย พันล้านปีแสง รวมถึง “หลุมดำ” ที่แม้จะเป็นจุดจบของเอกภพในอดีต แต่ในขณะเดียวกันการระเบิดของหลุมดำก็ก่อกำเนิดระบบสุริยจักรวาลในยุค ปัจจุบันเช่นกัน

02. ความตาย (Death) – แสดงให้ผู้เข้าชมรู้สึกหวาดหวั่นกับความตายของมนุษย์ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่ามนุษย์พยายามหาวิธีต่างๆเพื่อสร้างความสุขและความ สุนทรีให้มากที่สุดในขณะที่ตนเองยังมีชีวิตอยู่ เช่น การเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุนทรียรสในชีวิต โดยสื่อผ่านอาหารนานาชนิด ที่แสดงให้เห็นว่าแม้แต่อาหารที่มนุษย์รับประทานก็ต้องเสื่อมสลายและเน่า เปื่อยไปตามกาลเวลา

03. ความกลัว (Fear) – แสดง ให้เห็นว่ามนุษย์ทุกคนในทุกยุคทุกสมัยล้วนกลัวความตาย และพยายามดิ้นรนให้พ้นจากความเสื่อมสลายอยู่ตลอดเวลา โดยเสนอผ่านประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการการหลีกหนีจากความตายของมนุษย์ในแต่ ละยุคสมัย อาทิ การทำมัมมี่ การโคลนนิ่ง หรือการทำอัญมณีจากอัฐิ เป็นต้น

04. ความงาม (Beauty) – แสดงให้เห็นถึงความพอใจของมนุษย์ที่ต้องการเห็นตนเองดูดีอยู่เสมอ และต้องการคงความงามนั้นไว้ตราบนานเท่านาน จนความพอใจและความสุขจากความเชื่อเหล่านี้ ได้กลายเป็นช่องทางและโอกาสที่ก่อให้เกิดเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความสวย ความงามขึ้นมากมายทั่วโลก อาทิ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว สถานบริการฟิตเนส การทำศัลยกรรม ไปจนถึงประเด็นสังคมที่สื่อมวลชนคือผู้มีอิทธิพลในการสะท้อนและกำหนดรูปแบบ ความงามตามที่คนในสังคมต้องการ พร้อมปิดท้ายด้วยการตั้งคำถามถึง “ความงามที่แท้จริง” ว่าแท้จริงแล้วความงามไม่เคยคงที่ แต่เปลี่ยนแปลงไปตามบรรทัดฐานและสภาพสังคมตามแต่ละยุคสมัยจะกำหนด

05. ฤดูกาล (Season) – แสดงให้เห็นว่าแค่เพียงระยะเวลาสั้นๆในช่วงฤดูกาลหนึ่ง หากมนุษย์รู้จักฉกฉวยและแสวงหาโอกาสจากธรรมชาติและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ก็จะสามารถสร้างให้เกิดเป็นคุณค่าทางเศรษฐกิจได้ เฉกเช่นช่วงเวลาของฤดูกาลดอกซากุระบานในประเทศญี่ปุ่น ที่รัฐบาลญี่ปุ่นมองเห็นโอกาสทางธุรกิจและกำหนดให้ช่วงเวลานี้เป็นวาระแห่ง ชาติ จนกลายเป็นฤดูกาลที่สามารถเรียกเงินจำนวนมหาศาลได้จากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

06. สิ่งแวดล้อม (Environment)
– แสดง ให้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างตามธรรมชาติหรือทัศนียภาพที่ดูสวยงามเพลินตานั้น ล้วนเกิดจากการลงทุนและระบบการจัดการที่ดี ประเทศใดสามารถจัดระเบียบของสิ่งแวดล้อมเพื่อเก็บความทรงจำที่สวยงามเหล่า นี้ไว้ได้ ก็จะสามารถสร้างรายได้เป็นเงินจำนวนมากเข้าประเทศ  เช่น อำเภออัมพวาในประเทศไทย เมืองลี่เจียงในประเทศจีน และเมืองเวนิสในประเทศอิตาลี

07. กระบวนการจัดการความเสื่อม (Freshness Management) – แสดงให้เห็นถึงวิธีที่มนุษย์จัดการกับความเสื่อมสลายของธรรมชาติ โดยนำเสนอผ่านกระบวนการรักษาความสดของดอกไม้ในประเทศเนเธอร์แลนด์ที่สามารถ ส่งดอกไม้ข้ามทวีปไปถึงมือผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที รวมถึงวิธีการอันชาญฉลาดในการนำเข้าดอกไม้จากทั่วโลก จนได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางและผู้นำด้านการส่งออกดอกไม้ระดับโลก เพื่อชี้ช่องทางการทำธุรกิจและกระบวนการจัดการกับความเสื่อมสลายนี้ให้เกิด ขึ้นในประเทศไทย เช่น การปรับปรุงระบบการขนส่งดอกไม้ให้เป็นศูนย์กลางการส่งออก “ใบไม้เขตร้อนชื้น” ในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงการคิดค้นเทคนิคการส่งออกดอกไม้สู่ประเทศต่างๆทั่วโลกโดยการสร้าง มูลค่าเพิ่มจากความคิดสร้างสรรค์

08. มะนาวหยดสุดท้าย (Last Drop)
– เป็นตัวแทนของโอกาสทางธุรกิจที่คนไทยต้องนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ให้ มากที่สุดและโดยเร็วที่สุด ส่วนนี้จะสรุปความคิดรวบยอดให้ผู้เข้าชมนิทรรศการได้นำความรู้และสัจธรรมจาก ความอจีรังที่พบเห็นตลอดทั้งนิทรรศการมาขบคิดและแตกหน่อให้เกิดเป็นไอเดีย ใหม่ๆที่น่าสนใจในการประกอบธุรกิจเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของนิทรรศการ “อจีรัง คือ โอกาส” (Perishable Beauty)

———————————————————————–

Author  :  MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

*ต้นฉบับบทความ   :   TCDC

Share post:

ติดไฟแดง

February 2nd, 2009. Published under Designer 's Experience, My Stuff >>, News >>, Uncategorized >>. 6 Comments.

Share post:

แวะมาทักทายบอกกล่าวกันก่อนว่า ไม่ได้แอบหายหรือหนีไปเดินโบกธงกับม๊อบที่ไหน !!

แต่ที่มาสาย …

เพราะมัวยุ่งวุ่นวายและเร่งด่วนกับเรื่องปากท้องสัมมาชีพอยู่มากมาย ขออนุญาตส่งข่าวและขอประทานโทษ คุณๆ เพื่อนๆ ของ interiorSiam.com ที่เมลล์มาคุยขอคำปรึกษาในเรื่องต่างๆทั้งเรื่องตกแต่ง หรือจะเป็นเรื่องเรียนเรื่องรักของน้องๆก็แล้วแต่

ที่ผมติดค้างคาเอาไว้ — ใกล้เค็มได้ที่แล้ว (ยิ้ม)

ว่ารออีกนิด .. (รักแล้วรอหน่องหน่อย) แล้วจะรีบตอบกลับในเร็ววัน

เออ..ออ.!! รถมันติดอ่ะครับ เลยมาสาย — (ข้ออ้างทั้งปี… แล้วมันเกี่ยวมั้ย..?? )

—————————————————————–

Author :  MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

ขอบคุณภาพประกอบ  :  roemischzwo

Share post:

20 เรื่องจริงที่เกี่ยวกับ “เซ็กซ์”… แต่ไม่เกี่ยวกับ “ดีไซน์”

January 28th, 2009. Published under Blog, Designer 's Experience, My Stuff >>, Uncategorized >>. 6 Comments.

Share post:

เครียดกันมั้ย … !!???

ถ้าไม่เครียดก็แล้วไป — แต่ถ้าเครียด หรือกำลังวางแผนว่าจะเครียดก่อนล่วงหน้ากับเศรษฐกิจปีนี้  รวมทั้งคุณๆที่โชคดีโชคร้าย เผอิญมีเงินเดือนเกินหมื่นห้าไปอย่างหวุดหวิด ฉิวเฉียด — เครียดเข้าไปอีก (อดได้สองพัน..ฮ่ะฮ่า)

งั้นลองเรื่องแบบนี้ดู — จัดปายยย…

  1. ‘เซ็กซ์’ เป็นขบวนการทางชีวเคมี ที่ไม่แตกต่างจากการรับประทานช็อกโกแลตในปริมาณมากๆ
  2. ผู้ชายจะคิดถึงเรื่อง ‘เซ็กซ์’ ทุกๆ 7 วินาที (นึกว่า 7 ครั้งต่อวินาที)
  3. แต่ละวัน มีกิจกรรมทางเพศเกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 120 ล้านครั้งทั่วโลก
  4. มีอาชีพหนึ่งบนเกาะกวม ที่ผู้ชายจะเดินทางไปยังต่างจังหวัดเพื่อรับจ้างเปิดบริสุทธิ์สาวๆ แถมยังได้เงินอีกด้วย (ลาออกจากงาน ไปเกาะกวมดีกว่า :) )
  5. กิจกรรม ‘เซ็กซ์’ เผาผลาญพลังงานได้มากกว่า 360 กิโลแคโลรีต่อชั่วโมง (อืมม..ลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี)
  6. หนูตัวผู้ และหนูตัวเมีย มีเซ็กซ์กันไม่ต่ำกว่า 20 ตรั้งต่อวัน  (กรุณาอย่าลอกเลียนแบบ อาจถึงตายได้)
  7. 22 % ของวัยรุ่นชาวอเมริกันมีลูกในช่วงวันรุ่น ในขณะที่ในสวิตเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่นมีเพียง 2 % เท่านั้น
  8. ในอินเดีย การซื้อบริการจากโสเภณีนั้นราคาถูกกว่าซื้อถุงยางอนามัยเสียอีก (เหอะ..เศร้า)
  9. เวลาหงษ์กำลังมีความรัก พวกมันจู๋จี๋กันด้วยการเอาหัวติดกัน และกล่าวกันว่ามันจะเป็นคู่กันตลอดไป  (แล้วรู้ได้งัยเนี่ย..??)
  10. ค้างคาวตัวผู้ มีแนวโน้มที่จะเป็นโฮโมเซ๊กซ์ช่วลมากกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดในโลก
  11. อายุการใช้งานของถุงยางอนามัยหลังจากผลิตออกมานั้นประมาณ 2 ปี  (ก่อนใช้..กรุณาดูข้างกล่อง)
  12. คำว่า ‘ยิมเนเซี่ยม’ เป็นรากศัพท์มาจากภาษากรีกโบราณ โดยมีความหมายว่า ‘การแก้ผ้าออกกำลังกาย’
  13. มนุษย์กับปลาโลมาเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 2 ชนิดในโลกที่มีเพศสัมพันธ์กันด้วยความพึงพอใจ
  14. 85 % ของผู้ชายที่ตายด้วยอาการโรคหัวใจกำเริบจากการมีเพศสัมพันธ์ มาจากการมีความสัมพันธ์ลับที่มิใช่กับภรรยา (คงเพราะเสียวทั้งข้างหน้าและเสียวข้าง(สัน)หลัง..อิอิ)
  15. แม่ที่มีลูกมากที่สุดในโลกตามสถิติที่บรรทึกเอาไว้มากที่สุด คือมีลูกถึง 69 คน (อายุยืนน่าดู)
  16. พ่อแม่ที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก คือ อายุ 8 และ 9 ขวบ พวกเขาอยู่ในจีนเมื่อปี 1910
  17. คู่แต่งงานที่มีภาพพวกเขาอยู่ด้วยกันบนเตียงออกอากาศทางโทรทัศน์ในช่วงเวลาไพร์มไทม์ คู่แรกคือ เฟร็ด และ วิลมา ฟลินซ์สโตน
  18. 25 % ของผู้หญิงคิดว่า เงินทำให้ผู้ชายดูเซ็กซี่มากขึ้น  (ฮ่า! คราวหน้าเวลาจะขอเบอร์สาวๆ กรุณาแปะแบงค์พันไว้ที่หน้้าผากด้วยนะ)
  19. จุดสุดยอดในหมู คงอยู่นานราว 30 นาที — (อืมมม..ใช้เวลาได้คุ้ม)
  20. ตัวการ์ตูนย์ โดนัลด์ ดั๊ก เคยโดนแบนในประเทศฟินแลนด์ เพราะมันไม่ใส่กางเกง !  (เอ๊า!!..งั้นพี่ซูปเปอร์แมน .. ผ่าน!!)

———————————————————————-

AuthorMiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

*ที่มา  :  Daily Market  l  กรุงเทพธุรกิจ

*ภาพ  :  cool_colonia

Share post:

หมอฟัน กับ ช่างแบบ

January 26th, 2009. Published under Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>, Weekend Stories. 1 Comment.

Share post:

“” ฟันสวยมากนะค่ะ .. ฟันดีมากๆ นี้ต้องกลับไปขอบคุณคุณแม่นะ..คุณแม่ให้มาดีๆทั้งนั้น ถ้าเป็นรถยนต์ก็รถเบนซ์เลยนะค่ะนี้ ถือว่าเราโชคดีและต้องดูแลรักษาให้ดีๆนะค่ะ “”

ย้อนไปเมื่อวันสิ้นปีพอดิบพอดี ไปทำฟันประจำปีตามปกติครับ — ‘ปกติ’จะทำปีละครั้ง  แต่ถ้าปีไหนไม่ได้ทำก็คือ ‘ไม่ปกติ’

แล้วไง …..???? …..

นอกจากขณะที่คุณหมอกำลังสนุกสนานโสมนัสเอ็นจอยอยู่กับการ ล้วง ควัก เขี่ย ขี้ฟันตามซอกเหงือกหลืบฟันผมอย่างขะมักเขม้น คุณหมอยังใจดีมีโปรโมชั่น ด้วยการส่งเสียงเล่าเรื่องเข้าไปเขย่าขี้หูแถมให้

คุณหมอเล่าว่า วิชาชีพหมอฟันก็คล้ายๆกับดีไซน์เนอร์ คือ ต้องใช้ “ศิลปะ” เช่นกัน — ศิลปะอะไร ?? … ศิลปะอย่างไร ?? (ผมถามในใจ เพราะปากยังอ้าค้างอยู่)

ศิลปะที่ต้อง ‘รู้จัก’ และ ‘เข้าใจ’ ที่จะปฏิสัมพันธ์สื่อสารกับผู้คน โดยเฉพาะกับคนไข้ .. อันนี้สำคัญกับอาชีพ  — คุณหมอเน้นด้วยน้ำเสียง

ต้องรู้ว่าเรากำลังทำหน้าที่อะไร ให้กับใคร และที่สำคัญต้องรู้ว่าคนไข้นั้นเขาต้องการอะไรด้วย

คุณหมอขยับผ่านผ้าปิดปากต่ออีกว่า — ลูกสาวคนโตของคุณหมอก็เรียนออกแบบเหมือนกัน ปัจจุบันเรียนสถาปัตย์จุฬาฯ ตอนสอบเข้าได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งของห้อง — แต่ไม่มีประโยชน์

ไม่มีประโยชน์ยังไง ??  (ผมสงสัยต่อ)

คือเข้ากับคนรอบข้างยาก ปฏิสัมพันธ์น้อย การเชื่อมโยงระหว่างสังคมค่อนข้างห่างไกล มีโลกส่วนตัวสูง “ใช้ศิลปะเป็นเฉพาะในงานที่ทำ แต่สำหรับชีวิตแล้วช่างว่างเปล่า ไร้ซึ่งศิลปะในชีวิต”  หากตราบใดที่ยังคงปรารถนาจะเป็นนักออกแบบที่ดีได้นั้น แต่กลับไม่เคยที่จะเรียนรู้และเข้าใจถึงจิตใจผู้อื่น(ลูกค้า)บ้างแล้วนั้น – มันก็ยาก

ถ้าไม่มีวิสัยที่จะศึกษาและเข้าใจผู้อื่น … แล้วจะไปออกแบบบ้านให้เขาอยู่ได้อย่างไร !!?? — คุณหมอทิ้งปมคำถามไว้ให้คิดกบาลทำงานต่อ

……..

……..

ผมขับรถออกมาพร้อมกับฉีกยิ้มผ่านกระจกมองหลัง … ผมเห็นรถเบนซ์

รถเบนซ์ทั้งสามสิบสองซีกของผม  :)

———————————————————-

AuthorMiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

* Photo Credit  :  guendal

Share post:

ล้มแต่ไม่เลิก : Walk on

January 8th, 2009. Published under Blog, Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>. 1 Comment.

Share post:

ช่วงนี้เริ่มต้นปี พยายามตามเก็บสแปร์ให้หมดครับ  ทยอยเข้าไปสวัสดีปีใหม่ผู้มีพระคุณ คุณๆพระเจ้าลูกค้าทั้งหลายตามลิสต์

ก็ทำตามธรรมเนียมเหมือนเช่นกับทุกๆปี ซึ่งแต่ละปีก็ “ไม่เหมือนกัน”

บางปีก็มีทั้งของขวัญ กระเช้า และการ์ดอวยพร หรือบางปีก็มีแค่การ์ดและเสียงตามสายโทรไปสวัสดี  แล้วแต่สถานะการณ์และสุขภาพของบัญชีว่าจะเดิน “สะพัด” หรือ “สะบัก-สะบอม”

แต่ปีที่่ผ่านมาถือว่าแค่  “สะบัก” แต่ยังไม่ “สะบอม” — ยอดตก!!  ยิงไม่ค่อยเข้าเป้าสักเท่าไหร่ บางทียิงเข้าเป้าแล้วกลับไม่ได้แต้ม (หมายถึงว่า..ไม่ได้ตังส์) ไอ้ที่ว่าจะได้อยู่แล้วบางอันยังมีดึงไว้ ยักกลับอีกต่างหาก — :)

แต่วันนี้ — กับลูกค้า Corporate รายนี้ … ขอยกตัวอย่าง

ผมเคยเข้าไปเสนอตัวและเสนอหน้าอยู่หลายปี ตามติด-ตามตื้ออยู่ “สามปี” (อีกแล้ว)  

สามปีที่ผ่านมา เชื่อมั้ย??  เป็นสามปีที่ผมยังไม่เคยโดนเรียกใช้งานเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ก็ไม่เคยคิดจะหยุด หรือ “เลิกล้ม” ความตั้งใจ — ยอมรับเหมือนกันว่าบางครั้ง บางอารมณ์เคยคิดจะ “เลิก” และ “ลบ” ออกจากลิสต์ไปเลย

แต่วันนี้ .. “เธอตกเป็นของผมแล้วครับ…”

วันนี้ผมเข้าไปสวัสดีปีใหม่กับลูกค้ารายนี้เหมือนเดิมเช่นเคยกับสามปีที่ผ่านมา แต่ตอนเดินกลับออกมาความรู้สึกไม่เหมือนกับสามปีก่อน

เป็นการเดินกลับออกมาพร้อมกับ “รอยยิ้ม” … รอยยิ้มที่ผมจะมอบให้กับตัวผมเอง  :) 

Enjoy Yourself with Your Design  

——————————————————

Author  :  MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Share post:

สามปี..ชีวิตคู่-ชีวิตคี่

January 6th, 2009. Published under Blog, Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>. 1 Comment.

Share post:

ภาพนี้โดนแอบถ่าย(ทีเผลอ)ไว้เมื่อสามปีที่แล้ว วันศุกร์ที่ ๖ มกราคม ๒๕๔๙ — โดยช่างภาพที่ผมจ้างมา

นับจากวันงาน วันนั้นมาถึงวันนี้ก็ “สามปี” ชีวิตคู่พอดิบพอดี หากเปรียบรสชาดของมะม่วง ก็กำลังจะเริ่มเปรี้ยวและมันจวนได้ที..อาจจะมีเข็ดฟันบ้างนิดนิด พอให้ได้หยี่ตากันเล่น — แก้เสียว(ฟัน)

ใช่ครับ วันนี้ครบรอบ “สามปี” วันแต่งงานของผมและเธอ — เธอผู้ที่นำพาความสงบร่มเย็น (ฮา)

หลังจากที่เราได้เซ็นสัญญายอมตกลงว่าจะเป็นของกันและกันได้ไม่นาน — ก็มีเรื่องจนได้..งานเข้า !??!

ชีวิตคู่ของเราก็เริ่มเปลี่ยน ความราบรื่นเหมือนเคยเริ่มหายไป  เมื่อเริ่มมี “มือที่สาม” เข้ามายุ่งเกี่ยวในชีวิตคู่ของเรา — โดยเฉพาะกับตัว “เธอ”

ยิ่งนานวันยิ่งหนักเข้าทุกวัน เราทั้งสองรู้สึกแปลกๆแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ผมสังเกตเห็นได้ชัดเจนว่า “มือที่สาม” ที่ว่านี้ล่ะครับ เป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอเปลี่ยนไป ใช่ครับ..เธอเปลี่ยนไป

เธอเริ่มอ้วน “อ้วน” แล้วก็ “อ๊วก”  — อ๊วก..อ๊วก..อ๊วก!! แถมยังเหม็นหน้าผมเข้าให้อีก

“ฮื่ออ.. เหม็นจัง !!” – เธอสบถ

แต่อย่างไร..ถึงเธอจะชอบอ๊วกและอ้วนขึ้นทุกวัน คือ อ้วน(ทั้ง)วัน – อ๊วก(ทั้ง)คืน — ผมก็อยู่ดูแลข้างๆเธอเสมอ .. (หุหุ..กรุณาอย่าพึ่งอ๊วก..)

และแล้วทุกอย่างก็คลี่คลายในอีกหลายเดือนต่อมา “มือที่สาม” มือที่เข้ามาทำให้ชิวิตคู่ของเราเปลี่ยนไปนั้น ได้ปรากฏตัวออกมาให้เราได้สัมผัสและเจอตัวกันแบบจะจะซักที ..

เขามาแปลกครับ …. เอาหัวโผล่มาก่อน เสื้อผ้าก็ไม่ยอมใส่ แถมร้องเสียงดังโวยวายลั่นห้องอีกต่างหาก — หุหุ ทุกวันนี้ยังร้องอยู่เลยครับ แต่เปลี่ยนเป็นร้องเพลงให้เราฟัง

แล้วความสงบสุขก็กลับคืนสู่ชีวิตคู่ของเราอีกเหมือนเคย  จาก “ชีวิตคู่” สู่ “ชีวิตคี่” – ไม่มีอ้วน-ไม่มีอ๊วก

—————————————————–

Author :  MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ -ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Share post:

บทเรียนที่ถูกส่งต่อ

January 5th, 2009. Published under Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>, News >>. No Comments.

Share post:

ช่างเป็นเรื่องที่บังเอิญจริงๆกับวันนี้ ขณะที่ผมนั่งเขียนบทความเรื่อง บทเรียนนี้..ต้นทุนสูงเหลือเกิน ผมได้รับ Fw. Mail จาก คุณ “กบ-อนันตา” (Web Content Manager : TCDC) ผู้ซึ่งมีเรื่องราวดีๆส่งมาให้ผมได้เปิดกบาลออกจากกะลาอยู่เสมอ — ขอบคุณครับ

ชื่อเรื่องว่า  “สวัสดีความเศร้าที่แตกต่างของปีใหม่ ๒๕๔๘ และ ๒๕๕๒” เป็นการเขียนและส่งต่อถึงทัศนะความคิดเห็นของ “อาจารย์ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์” สถาปนิกชั้นครูผู้รอบรู้และคุ้นหน้าคุ้นเสียงกันดีตามสื่อทีวี-วิทยุต่างๆ  คิดว่ามันมีสาระและย้ำเตือนอะไรบางอย่างให้กับเราได้เป็นดี และน่าจะเชื่อมต่อเนื่องกับเรื่องที่พึ่งเขียนเสร็จไป จึงอยากจะเอามาปันกัน

“”"

อิสานยังเหมือนเดิมเป็นส่วนใหญ่ครับ มีเสน่ห์แบบชนบทเช่นเดิมครับ ผมขับรถ ๒๐๐๐ กม. เดินทางจากกรุงเทพไปนอนตั้งหลักที่ร้อยเอ็ดก่อนจะเริ่มเลียบแม่โขงที่มุกดาหาร แล้วไปนอนต่อที่นครพนม หลังจากนั้นก็เลียบแม่โขงต่อไปที่หนองคาย ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ภูเรือเพื่อนอนในป่าหน้าหนาว

และแล้วความน่าตกใจก็เกิดขึ้นอีกเหมือนเมื่อ ๔ ปีที่แล้วครับ

เมื่อ ๔ ปีที่แล้ว… ในขณะที่กำลังมีชีวิตอย่างสงบในป่า ก็มีโทรศัพท์จากผู้สื่อข่าวหลายแห่งโทรศัพท์เข้ามา หลายแห่งขอสัมภาษณ์สดทางวิทยุ และโทรทัศน์บางสถานีก็เชิญไปออกรายการ  แต่ก็ไปไม่ได้ เพราะตัวติดอยู่ในป่า

เพราะว่าปีนั้นเกิดเหตุการณ์ “ซึนามิ TSUNAMI”

๔ ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว….. ในขณะที่กำลังมีชีวิตอย่างสงบในป่า ก็มีโทรศัพท์จากผู้สื่อข่าวหลายแห่งโทรศัพท์เข้ามา หลายแห่งขอสัมภาษณ์สดทางวิทยุ และโทรทัศน์ บางสถานีก็เชิญไปออกรายการ  แต่ก็ไปไม่ได้ เพราะตัวติดอยู่ในป่า เพราะว่าปีนี้เกิด

เหตุการณ์ “ไฟไหม้ผับเอกมัย ZANTIKA”

ความเหมือนที่แตกต่างของ ๒ เหตุการณ์ต่างวาระก็คือ

ความเหมือน…. ทั้งสองเหตุการณ์ มี “คนตาย” เป็นจำนวนมาก

ความแตกต่าง… เหตุการณ์หนึ่งเกิดเพราะ “ธรรมชาติ” — อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดเพราะ “มนุษย์”

ความเหมือน…. ทั้งสองเหตุการณ์ เกิดตอนมีการ “ฉลอง” กันอยู่

ความแตกต่าง… เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น “ชายหาดต่างจังหวัด”  — อีกเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ “อาคารในเมือง”

ความเหมือน…. ทั้งสองเหตุการณ์มี “สถาปนิก” เข้าไปเกี่ยวข้อง

ความแตกต่าง… เหตุการณ์หนึ่งเป็น “กลุ่มสถาปนิกนิรนาม” ที่รวมตัวกันเข้าไปช่วยอย่างไม่มีเงื่อนไขและไม่ต้องแสดงตัว อีกเหตุการณ์หนึ่งคนที่ทำแบบให้อันตรายเช่นนั้นยังหาตัวจริงไม่พบ เป็น “สถาปนิกนิรนาม”

ยังมีความเหมือนที่แตกต่างกันอีกมากมายของ ๒ เหตุการณ์นี้ แต่ไม่อยากจะเขียนเปรียบอีกแล้ว มันเซ็งจนขำไม่ค่อยออกเหมือนกัน เอาเป็นว่า ผมเองก็พอรู้จักกับ Zantika นี้เหมือนกัน แม้ว่าจะไม่เคยไปหรือว่าเคยเห็นมาก่อน

แต่ที่พอจำได้ก็คือตอนที่มีการรณณรงค์เรื่อง “ความปลอดภัยสุวรรณภูมิ”  จน ๔ สมาคมวิชาชีพฯ วิศวกร – สถาปนิก จัด lecture เรื่องนี้เป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับ และได้พูดเรื่อง “อันตรายจากไฟใหม้ จะมีคนตายมากมาย”  เพราะจะมืด ควัน และหาทางออกไม่ได้ ฯลฯ และวันนั้นเอง ทาง ZANTIKA ก็ประกาศปรับปรุงโฉมใหม่ ทุ่มเงินหลายสิบล้าน จนวิทยากรมีการคุยกันเรื่องความปลอดภัยของ PUB แห่งนี้เหมือนกัน

๒ ปีผ่านไป สุวรรณภูมิถูกพันธมิตรปิด แต่ยังไม่มีคนตาย ..แต่ ZANTIKA ถูกปิดเพราะตัวเอง คนตายไปเยอะแยะ

ข้อพิจารณากรณี ZANTIKA น่ามีการพิจารณาหาให้เจอว่า “จุดตาย” อยู่ที่ใด

๑.. สถาปนิก-วิศวกรออกแบบผิด  คุมงานไม่เป็นไปตามแบบ อันตราย

๒.. คนตกแต่งผิด ใช้วัสดุอันตราย ติดไฟ ไหม้ไฟ ควันพิษ วางของขวางทางหนีไป

๓.. เจ้าของและผู้คุมสถานที่ ปิดทางหนีไฟ ปลดเครื่องสู้ไฟ-เตือนภัย

….. สรุปว่าอาจจะเป็น ข้อใดข้อหนึ่ง หรือทุกข้อเลยก็ได้

….. คนไทยยุคใหม่จะ “ใจร้าย” เสมอ ถ้ามีปัจจัย “ความร่ำรวย” ของตนเข้ามาเกี่ยวข้อง

สวัสดีปีใหม่ครับแบบเศร้าๆครับ เป็นรายงานให้อ่านเป็นส่วนตัวครับ   “”"”

[ ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ ]

————————————————————

Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

** ขอขอบคุณ : อาจารย์ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ – คุณกบ TCDC

Share post:

บทเรียนนี้..ต้นทุนสูงเหลือเกิน

January 5th, 2009. Published under City Living >>, Designer 's Experience, My Stuff >>, News >>. 1 Comment.

Share post:

ปีใหม่ปีนี้มีเรื่องเศร้าส่งท้ายและต้อนรับปี (อีกแล้ว)

ผมมองย้อนกลับไปในช่วงสามสี่ปีหลังมานี้ สังเกตุได้ว่าตั้งแต่วันคริสต์มาสไปจนถึงคืนวันข้ามปี มักจะมีเหตุการณ์ที่น่าเศร้าใจและหดหู่ควบคู่กันไปกับการเฉลิมฉลองของมนุษย์

นับตั้งแต่ปี 2548 กับ “ซึนามิ” จนกระทั่งกับปีนี้ 2552 กับ “ซานติก้า”

แน่นอน — เรื่องราวสุดสลดล่าสุดกับซานติก้า หลายฝ่ายหลายทางก็ต้องหาผู้ที่รับผิดชอบทั้งโดยทางตรงหรือทางอ้อม วิศวกร-สถาปนิก-อินทีเรีย ดีไซน์เนอร์ กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับก็ต้องโดนเพ่งเล็งมองเข้ามาด้วยสายตาที่มีทั้งคำถาม และต้องการความกระจ่าง

ในฐานะของ “ช่างแบบ” ที่ทำมาหากินในแวดวงอาชีพนี้ ไม่ได้จะมาสรุปฟันธง คอนเฟิร์ม(เอาเอง) ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเกิดได้ด้วยสาเหตุใด เพราะนั้นเป็นเรื่องที่เราทั้งหลายต้องรอการสอบสวนและพิจารณาของผู้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโดยตรง

แต่สิ่งหนึ่งบางอย่างที่อยากจะขอเปิดมุมมอง และย้อนกลับมา(คิด)ดูด้านอื่นๆดูบ้าง คงจะ fair ดีถ้ามันจะเป็นส่วนหนึ่งที่เราจะต้องนำเอาไปพิจารณาให้สำเหนียกเพื่อสร้างสำนึกถึงอยู่เสมออย่างเหนียวแน่น นั้นก็คือ

“การใช้งานให้ถูกประเภท” — รองเท้าถูกออกแบบมาเพื่อสวมใส่และป้องกัน ไม่ได้ออกแบบมาไว้เพื่อเคว้งหัวประธานาธิบดีของชนชาติใด (มันถึงเควี้ยงไม่ถูกไง..[ฮา]..)

วัสดุที่ใช้ในการตกแต่งอาคารต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก มีเหตุผลรองรับเสมอสำหรับการเลือกไปใช้ในการตกแต่ง เมื่อพิจารณาจากการเลือกใช้เพื่อให้ตรงตามจุดประสงค์เป้าหมายหลักของการใช้สถานที่ — โฟมหรือฉนวนกันความร้อน ก็ออกแบบมาเพื่อป้องกันการถ่ายเทของอุณหภมิและเสียง เพื่อประโยชน์ในเรื่องของการประหยัดพลังงาน ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันประกายไฟ

แต่ถ้าสาเหตุและที่มาของเรื่องเลวร้ายต่างๆมันเกิดขึ้นจาก “ความคึกคะนอง และความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของมนุษย์”  แล้วละก็

อย่าได้ริอาจไปโทษอย่างอื่นเลยครับ

——————————————————

Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

thanks photo : bloowitt

Share post:

สวัสดีปีฉลุย ๒๕๕๒

December 31st, 2008. Published under Blog, Designer 's Experience, My Stuff >>, Uncategorized >>. 4 Comments.

Share post:

“ปีชวด” กำลังจะผ่านไปในอีกไม่กี่จังหวะการกระดิกของเข็มนาฬิกาคืนนี้ (๓๑ ธันวา)

“ปีฉลู” ที่ผมตั้งใจอยากมอบให้มันเป็นปีที่ “ฉลุย” สำหรับทุกๆคน ก็กำลังยืนรออยู่ข้างสนาม  และพร้อมที่จะถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทนที่ในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า ตามระบบ “โรเทชั่น” ๑๒ นักษัตร ของ ราฟา วันเวลา — ดาราศาสตร์

ใครที่ “ชวด” ในเรื่อง “โชค” ทั้งหลายก็ขอให้ผ่านพ้นไป  และขอให้ปีใหม่ปีนี้นั้นเจอแต่ของดีๆมี “โชคเชี่ยวเชี่ยว” ให้ได้ “ฉลุย” กันเป็นว่าเล่น

ถึงจะมีใครอยากจะก้มลงกราบเท้าเพื่อคอนเฟิร์มและฟันธง ว่าปีหน้า-ปีนี้  “ปีฉลุย” คาดเดาเอาจริงยิงอนาคตได้เลยว่า “เผาจริง” ยิ่งกว่าปี ’๔๐

ขออย่าได้หวั่นไหวใจสั่นเป็นอันขาด — เสียอะไร..เสียไป ที่สำคัญ ใจอย่าเสีย !

ผมเชื่อว่าถ้าเราวางแผนดี ละเอียดและไม่ประมาท สู้ยังไงเราก็แพ้ยาก

ถ้าชอบแบบปลอดภัยไปไม่เสียเที่ยว ก็วางแผนเล่นแบบสั้นๆ-เจาะตามช่อง แต่ต้องขยันขยับ ขยันซอยซักหน่อย — เหนื่อยแต่แน่นอน!

แต่ถ้าชอบชักเร็ว-ไม่ชักช้า ก็โยนยาว (สไตล์บอลไทยไปบอลโลก)  — เร็วแต่ต้องแม่น และวัดดวงเอา!

ขอให้คุณเพื่อนๆ interiorSiam.com ทุกท่าน มีพละพลังกำลังเหลือเฟือเพื่อต่อสู้และต้อนรับกับ “ปีฉลุย” ๒๕๕๒ ได้อย่างมีความสุข สนุกกับความคิดใหม่ๆ สนานกับชีวิตดีๆ มีรอยยิ้มสีเดียวกัน ขยันออกกำลังกาย สุขภาพแข็งแรงด้วยครับ

—————————————————–

AuthorMiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

** Photo : Fariz Azhar

Share post: