interiorSiam.com

: MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Archive for 'Blogger Invitation'

Wallpaper The Series : Greenwalls

December 17th, 2008. Published under Blogger Invitation, City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Furniture >>, Livingplace >>, Material, Shopping Guide >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. No Comments.

Share post:

หากเราต้องการอาศัยอยู่กับธรรมชาติจริงๆ Green Wall อาจเป็นทางเลือกหนึ่งของคุณ วัสดุที่ใช้ทำ Wallpaper นี้ไม่ได้ทำจากกระดาษแต่เป็นพืชจริงๆ ที่ปูอยู่เต็มพื้นที่ แนวคิดนี้อาจไม่เหมาะกับประเทศไทยที่มีความชื้นสูงอยู่แล้วนะครับ

—————————————————-

Contributor วิษณุ อ๋องสกุล

*ภาพและที่มา  :  designboom

Share post:

Wallpaper The Series : Surrealien

December 17th, 2008. Published under Blogger Invitation, City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Livingplace >>, Material, News >>, Shopping Guide >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. 1 Comment.

Share post:

Wallpaper ที่ออกแบบส่วนมากแล้วไม่เกี่ยวข้องกับรูปทรงของสถาปัตยกรรมภายในห้อง แต่ด้วยการสร้างลวดลายที่ดูเหนือจริง โดยทำให้ลวดลายสัมพันธ์กับกรอบรูป ประตู สวิทช์ หรือแม้กระทั่งแสงสว่างจะทำให้ห้องเปลี่ยนแปลงให้เกิดบรรยากาศที่เหนือจริงขึ้น สำหรับผมแล้วเป็นแนวคิดที่น่าทดลองทำดูเลยครับ คงทำให้ห้องมีมิติที่น่าสนใจ

http://www.surrealien.de/

—————————————————-

Contributor :  วิษณุ อ๋องสกุล

*ภาพและที่มา  :  designboom

Share post:

Wallpaper The Series : Timorous Beasties

December 16th, 2008. Published under Blogger Invitation, City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Livingplace >>, Material, Shopping Guide >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. 2 Comments.

Share post:

Wallpaper ชิ้นนี้นักออกแบบ Alistair Mcauley และ Paul Simmons ก่อตั้งบริษัท Timorous Beasties ในปี 1990 พวกเขาสร้างผลงานด้านสิ่งทอไว้หลากหลาย รวมถึงงานออกแบบลวดลาย Wallpaper ลวดลายของพวกเขาใช้การพิมพ์ลายแบบร่วมสมัย การออกแบบของพวกเขามองดูผิวเผินเหมือนกับลวดลายแบบ traditional แต่เมื่อมองลึกเข้าไปจะเห็นเนื้อหาของภาพที่สะท้อนมุมมองของสังคม เช่น ลวดลายของคนจรจัด , คนที่กำลังถูกปล้นในที่สาธารณะ งานของพวกเขาเรียกว่า

” William Morris on acid”

ความเห็นผมแล้วผลงานนี้ไม่ได้เน้นการใช้งานหรือความสวยงาม แต่เป็นเหมือนงานศิลปะที่เน้นการประชด ประชันสังคมได้อย่างเจ็บแสบหากเราใช้ลวดลายแบบนี้ในสถานที่ที่ทำงานของผู้คน ที่ต้องการกระตุ้นเตือนจิตสำนึก ก็น่าจะเป็นแนวคิดสำหรับประยุกต์ใช้ได้ต่อไปนะครับ

(สำหรับประวัติของ William Morris อ่านได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/William_Morris ครับ)

—————————————————-

Contributor :  วิษณุ อ๋องสกุล

*ภาพและที่มา  :  designboom

Share post:

Wallpaper The Series : The Family

December 16th, 2008. Published under Blogger Invitation, City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Livingplace >>, Material, Shopping Guide >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. 1 Comment.

Share post:

นักออกแบบภาพ Graphic อย่าง Lisa bengtsson ออกแบบลวดลาย ‘The Family’ โดยทำผนังเป็นลวดลายกรอบรูป เพื่อใส่ภาพสมาชิกในครอบครัว เธอได้แรงบันดาลใจจากผนังบ้านในยุโรปที่นิยมแขวนภาพเขียนของคนในครอบครัวไว้เต็มผนัง ลวดลายนี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถจัดเรียงรูปภาพของตนเองในกรอบต่างๆ ได้อย่างอิสระ ผมชอบแนวคิดนี้ตรงทีประหยัดดีครับ และยังช่วยให้เราอยากเอาภาพของครอบครัวออกมาจัด มากกว่าเก็บไว้แล้วนานๆจึงจะนำออกมารำลึกครั้ง

—————————————————-

Contributor :  วิษณุ อ๋องสกุล

*ภาพและที่มา  :  designboom

Share post:

Wallpaper The series : Tic Tock

December 15th, 2008. Published under Blog, Blogger Invitation, City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Designer 's Experience, Livingplace >>, Material, Small Space Living. 1 Comment.

Share post:

Tic Tock l ในมุมมองของเด็กแล้ว ผนังนั้นเปรียบเสมือนผ้าใบขนาดใหญ่ที่รอให้พวกเขาลงสี ผู้ปกครองต้องต่อสู้กับความจริงข้อนี้มาตลอด Tik Tock เป็นลวดลายนาฬิกาแขวนผนังรูปร่างต่างๆมากมาย ภาพเหล่านั้นเป็นลายเส้นสีขาวและดำ รอให้เด็กๆมาลงสีสันตามลวดลายที่เขียนไว้  ผมชอบวิธีคิดที่มองว่า Wallpaper ไม่ใช่สินค้าสำเร็จรูปที่ซื้อมาติดแล้วก็ห้ามเด็กมาแกะหรือวาด กล่าวคือเรามักคอยต้องระแวงหรือดูแลรักษามากกว่าผนังทาสีธรรมดา แต่นักออกแบบท่านนี้ทำให้ผนังกลับมาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์และเป็นมิตรกับจินตนาการของเด็กได้ครับ

—————————————————-

Contributor :  วิษณุ อ่องสกุล

*ภาพและที่มา  :  designboom

Share post:

Wallpaper The Series : Calenda

December 15th, 2008. Published under Blog, Blogger Invitation, City Living >>, Designer >>, Designer 's Experience, Livingplace >>, Material, News >>, Small Space Living. No Comments.

Share post:

Calenda l Christiaan Postma นักออกแบบชาว dutch ซึ่งออกแบบให้ wallpaper มีหน้าที่เป็นเหมือนปฎิทินขนาดใหญ่ เพื่อให้ผนังเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงตารางชีวิตที่ยุ่งเหยิงของเราในปัจจุบัน ซึ่งได้มีช่องว่างให้เขียนตารางงานได้ตลอดทั้งปี ส่งผลให้เห็นความแตกต่างด้านเวลาในหนึ่งปี ความเห็นส่วนตัวของผมชื่นชมวิธีคิดของนักออกแบบท่านนี้นะครับ เพราะการแสดงตารางชีวิตของตนเองทั้งปีให้เห็นนั้น มีส่วนช่วยให้เรามองเห็นภาวะตัวตนของตัวเราเองได้มากขึ้น เพียงแต่การออกแบบของเขาค่อนข้างซื่อ ยังไม่เหมาะกับการใช้ประดับพื้นที่ครับ

————————————————

Contributor :  วิษณุ อ่องสกุล

*ภาพและที่มา  :  designboom

Share post:

WallPaper The Series

December 14th, 2008. Published under Blog, Blogger Invitation, City Living >>, Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>. 1 Comment.

Share post:

“อาจารย์เก่ง” (วิษณุ อ๋องสกุล) ’บล็อกเกอร์รับเชิญ’ ของ ‘บล็อก(รอ)เก้อ’ แห่งนี้ ล่าสุดอาจารย์มีเรื่องดีๆที่ได้ไปเสาะแสวงหามา โดยแปลผ่านมุมมองของนักออกแบบ แล้วเรียบเรียงเรื่องราวผ่านขบวนการสันดาบแยกย่อยเพื่อเอามาเล่าสู่กันฟัง

“Wallpaper”  ของแต่งบ้านใกล้ๆตัวและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เชื่อว่าแทบทุกบ้านน่าจะต้องมีแปะไว้ที่ฝาบ้านกับแทบทั้งนั้น —

ยกเว้นที่บ้านผม … (ฮา)

แต่คราวนี้ “อาจารย์เก่ง” ของเราขอเม้าท์ยาวๆหน่อย ว่ากันเป็นซีรี่ส์เลยก็ว่าได้ เป็นการเสนออีกมุมมองที่ว่าด้วย

“นักออกแบบในปัจจุบันได้ทำให้ Wallpaper นั้นเปลี่ยนแปลงความหมายและประโยชน์ใช้สอยให้มากมายหลากหลายขึ้น”

และเพื่ออรรถรสในการอ่านและน่าติดตามกว่า (แบบยาวๆ)  ก็เลยขออนุญาติแยกส่วน สลายขั้วออกเป็นเรื่องๆ เป็นกลุ่ม-ก๊ก เป็นตอนๆแบบ CSI กันจะดีกว่า .. น้านน ว่างั้น   :)  **–**

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ขอใช้ ‘เอกสิทธิ์’ ยกมือ พิ้นที่ให้กับ Wallpaper ซีรีส์เรื่องนี้ไปเลยแล้วกัน — วันนี้ขอแค่เกริ่น .. พรุ่งนี้มาว่ากันต่อในตอนแรกครับ

“…Wallpaper เป็นวัสดุที่ใช้ในการตกแต่งภายใน โดยประโยชน์ใช้สอยของ Wallpaper นั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลยตั้งแต่เริ่มใช้ในยุคRenaissance ในยุโรป ในยุคแรกนั้นใช้เพื่อทดแทนผ้าประดับที่ทอเป็นลายดอกไม้ บนผนังซึ่งมีราคาแพงเพื่อให้มีความต่อเนื่องของลวดลายด้วยการใช้กระดาษหลายๆชิ้นมาเรียงต่อกัน ปัจจุบัน Wallpaper นั้นถูกพัฒนาด้านลวดลายและสี แม้กระทั่งระยะกว้างเพื่อให้คลอบคลุมผนังได้ในระยะที่กว้างขึ้น กระทั่งพัฒนาเป็นแผ่นม้วน ในปัจจุบัน Wallpaper ได้เปลี่ยนแปลงเป้าหมายและวัตถุดิบในการผลิต…”

Enjoy yourself with your Design   :)

——————————————-

Author : MiMD : บล้อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Share post:

Primo Posto : ไอเดียอิตาลีที่เขาใหญ่

October 31st, 2008. Published under Blogger Invitation, Commercial >>, Outing >>, Retail Design >>. 2 Comments.

Share post:

วันเสาร์ที่อากาศดีอย่างวันนี้ไม่ได้มีมานานแล้ว ผมและครอบครัวตัดสินใจเดินทางไปเที่ยวที่ Primo Posto ซึ่งผมได้รับเมล์ที่บรรยายถึงบรรยากาศของร้านที่ตกแต่งเหมือนอยู่ในประเทศอิตาลี่ เมื่อหลายเดือนก่อนภาพที่ส่งมาให้ผมนั้น ทำให้ผมถึงกับเคลิ้มไปกับสถาปัตยกรรมและการออกแบบตกแต่งภายในที่เต็มไปด้วยรายละเอียด

ยังจำความรู้สึกหลังจากที่รู้ว่าภาพที่ส่งมาให้นั้นเป็นร้านอาหารที่ อยู่ในประเทศไทยอีกทั้งยังอยู่ใกล้เพียงเขาใหญ่ ซึ่งสามารถเดินทางไปถึงได้ในหนึ่งชั่วโมงผมและครอบครัว วางแผนเดินทางไปรับประทานอาหารเที่ยงที่ร้าน Dairy Home ซึ่งตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 144 จากกรุงเทพไปสระบุรี บรรยากาศที่นี่เป็นกันเอง และอาหารก็อร่อย เราเดินทางต่อ โดนใช้เส้นทางจาก Dairy Home ผมและครอบครัวไม่ได้พกแผนที่ที่ตั้งของ Primo Posto มาด้วย ผมจำทางไปที่ร้านได้จากที่อ่านในเว็บ เราขับรถต่อมากว่าสิบกิโลเมตร ก็ยังไม่มีป้ายบอกทางผมและครอบครัวคิดจะกลับรถ เพราะคิดว่าหลงทางหรือเลี้ยวผิดทาง เพราะระยะทางที่วิ่งไปทั้งไกลและลึกเข้าไปในหุบเขา แต่เราก็อุ่นใจเมื่อเห็นป้ายบอกทางแรก ซึ่งทั้งหมดมีเพียงสองป้ายก็ถึงหน้าร้าน

ชมบรรยากาศการตกแต่งได้ที่นี้

ภาพที่เห็นคือร้านที่สวยงามเหมือนในภาพถ่าย เพียงแต่ขนาดของร้านที่เล็กกว่าที่คิดไว้มาก ที่ร้านมีแขกเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องส่วนนึงกำลังถ่ายภาพตามมุมต่างๆอย่างสนุกสนาน พนักงานต่างมีอัธยาศัยดี พนักงานคนหนึ่งต้องคอยรับโทรศัพท์เพื่อบอกทางเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน ให้กับแขกที่ต้องการเดินทางมาที่นี่

ผมรีบพา “พอใจ” เข้าไปเลือกไอศครีมที่อยู่ในร้านเพราะช่วงบ่ายของวันแดดยังจ้าและอากาศค่อนข้างร้อน โต๊ะที่ตั้งอยู่ภายในร้านทั้งหมด ถูกจัดเรียงไว้อย่างสวยงาม “แทบทุกโต๊ะต่างมีมุมที่สวยงาม” เมื่อถ่ายภาพออกมา เป็นการใช้ “งานออกแบบตกแต่งภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ” เรามองเห็นได้จากสีหน้าของคนที่เข้ามาใช้บริการในร้านที่ต่างประทับใจกับบรรยากาศที่ถูกจัดวางไว้อย่างมีระดับ อากาศที่สดชื่นกับแสงแดดที่สดใส ช่วยให้แสงและเงาช่วยเพิ่มบรรยากาศของร้านให้น่าหลงไหลยิ่งขึ้นเราเริ่มเดินสำรวจรอบๆร้าน

ผมประทับใจในการออกแบบของร้านที่ไม่ทิ้งแม้กระทั่งด้านหลังของอาคาร เพราะยังมีมุมร้านกาแฟที่น่านั่งจิบกาแฟมองไร่องุ่นที่อยู่ด้านหลัง ก็สัมผัสบรรยากาศที่ดูสงบกว่าด้านหน้าร้านได้

มีภาพ Plan คร่าวๆของร้าน ที่ผม Sketch เก็บไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นส่วนต่างๆของร้านที่ให้บริการ จำนวนของโต๊ะไม่ได้ถูกต้อง ตามที่แสดงนะครับ เพียงแต่ผมไม่ได้ใช้บริการส่วนของร้านกาแฟซึ่งมีบรรยากาศที่น่านั่งเพราะคิดว่าในร้านมีเพียงบริการอาหารและไอศกรีมเท่านั้น

สุดท้ายผมออกจากร้านประมาณบ่ายสองโมง แวะ Out-let Village แล้วเดินทางกลับถึงกรุงเทพ ก่อนหกโมงนับว่าเป็นการเดินทางที่ไม่เหนื่อย อีกทั้งยังสนุกสนานกันได้ทั้งครอบครัวครับ

หากใครมีเวลาว่างอยากเชิญให้ลองไปสัมผัสบรรยากาศดู เวลาทำการของร้าน Primo Posto จะเปิดทำการ
เฉพาะวัน ศุกร์-อาทิตย์ เท่านั้น
หมายเลขติดต่อ Primo Posto : 084-035-8544

—————————————————————-

Contributor : วิษณุ อ๋องสกุล

Share post:

เทศกาลปล่อยแสง (Ploy-Saeng)

October 23rd, 2008. Published under Blogger Invitation, My Stuff >>, News >>, Outing >>. 1 Comment.

Share post:

หากว่าใครว่างๆผ่านไปแถวพร้อมพงศ์ ขอแนะนำให้ขึ้นไปที่ชั้น 6 ของ ดิ เอ็มโพเรียม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์นะคะ ช่วงนี้มีเทศกาลปล่อยแสง หรือ คิด / ทำ / กิน (เทศกาลงานแสดงความคิดสร้างสรรค์) ณ ห้องนิทรรศการ 2, TCDC ค่ะ ซึ่งครั้งนี้จัดเป็นครั้งแรกและงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของงาน Creative Thailand ที่ต้องการ ให้เป็นพื้นที่อิสระสำหรับทุกคนที่มีไอเดียทำมาหากินได้ (Practical Idea) โดยผลงานที่นำเสนอนั้นผ่านหลัก 3 ข้อ ได้แก่

1) การคิด (Inspiration) – why

2) การทำ (Practical process) – how

3)จุดขาย (Attraction) – wow

ผลงานที่โดดเด่น มีแนวคิดของตัวเอง ซึ่งไอเดียนั้นตอบโจทย์พร้อมกระบวนการผลิต ออกมาเป็นผลงานสุดว้าวและสามารถที่จะขายได้จริงได้ถูกนำมาเสนอในงานนี้ นอกจากนี้ยังมีผลงานสร้างสรรค์จากกว่า 12 คนคัดสรร ซึ่งเป็นผู้นำทางความคิดสร้างสรรค์ มาโชว์ผลงานในนี้ด้วย อาทิ ป๊อด โมเดิร์นด๊อก ผู้สร้างวงดนตรีไทยให้กลายเป็นแบรนด์ดัง ทองดี ศรีกุลศศิธร ผู้คิดค้นสูตรหมึกพิมพ์จากน้ำมันถั่วเหลือง อั๋น วุฒิศักดิ์ อนรรฆพร ก็อปปี้ไรเตอร์มือรางวัล เจ้าของผลงานการโฆษณารณรงค์เลิกเหล้าของสำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นต้น

งานนี้ใครสนใจมาร่วมชมของดี ไอเดียโดนๆ ไปแวะชมกันได้เค้ามีถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2551 นี้ค่ะ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-664-7667 ต่อ 133, 137 หรือเว็บไซต์ www.tcdc.or.th , www.tcdcconnect.com
งานนี้คนไอเดียบรรเจิดไม่น่าพลาด !! :)

———————————————–

Contributor  :  Barby

*ขอขอบคุณภาพประกอบจาก TCDC

Share post:

เบาๆเสาร์อาทิตย์ : บล็อกกี้-บล็อกเกอร์..เจอกันซะที

October 5th, 2008. Published under Blogger Invitation, Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>, Outing >>, Weekend Stories. No Comments.

Share post:

ในที่สุดเราก็ได้เจอกัน(ซะที) .. เย็นวันอาทิตย์ก่อนได้เจอหน้าเจอตากันแล้วครับ คลาดแคล้วจากการนัดหมายมาร่วมเกือบสามเดือนได้ หุหุ  ด้วยเหตุคือบางคนว่างแต่อีกคนไม่ว่าง เวลาไม่ลงตัวซักที่(จนหลายที) — ผมเอง

“ขอโทษครับ” ผมแยงยิ้มที่มุมปาก เป็นคำทักทายแรกแทนคำว่า ‘สวัสดี’ เมื่อมาถึง (ช้า)

กว่าจะฝ่าสายฝนจากอยุธยามา และเสียเวลากับการกั้นถนนบนโทลล์เวย์ เพื่อรอให้ท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลายผ่านไปก่อน (แถมขึ้นฟรีอีกต่างหาก) 

“บล็อก(รอ)เก้อ” อย่างผมในฐานะเจ้าของบ้าน (interiorSiam.com)  นัดเจอเพื่ออยากจะขอบคุณและทำความรู้จักกัน 

“บล็อกเกอร์” คนแรกและมาถึงก่อนคือ อ.วิษณุ เป็นอาจารย์สอน Interior Design อยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศไทย และมี บทความร่วมแชร์ไอเดียกับเรามาแล้ว  คุยไปได้ไม่นานไฮเนเก้นขวดที่สามกำลังจะถูกเปิด คุณ Barby ”บล็อกกี้” หญิงหนึ่งเดียวของเรา (ขออนุญาติตั้งฉายาเรียกเธอแบบนี้แล้วกันนะ)  ก็ตามมาพร้อมกับความหิวโซจากราชบุรี (ฮา)..แซว

น้ำใจและมิตรภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับกับการเหนี่ยวนำให้เรามาแชร์และพบกัน ความคุ้นเคยเกิดขึ้นได้ง่ายดายอย่างน่าแปลกใจกับการได้พุดคุยเจอกันในครั้งแรก

เวลาเดินไปเรื่อยๆ นาฬิกาก็ทำหน้าของมันไป  เชื่อว่ามีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งที่สองตามมาแต่ว่าจะเป็นที่ไหน เมื่อไหร่นั้นเรายังไม่ได้เซ็นสัญญากัน  :)

————————————————-

Author  :  MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์ 

**ปล. อยากร่วมแชร์ไอเดียเขียนบทความร่วมกัน ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ  :)

Share post:

โน้ตบุ๊กรักษ์โลก

September 9th, 2008. Published under Blogger Invitation, Commercial >>, Designer >>, Equipment >>, News >>, Product Design, Shopping Guide >>, Workplace >>. 1 Comment.

Share post:

เดี๋ยวนี้เรามักจะเห็นหน่วยงาน หรือ องค์กรทั้งหลายหันมาใส่ใจกับกระแส “ลดโลกร้อน” กันนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก การรณรงค์ให้ช่วยกันปลูกป่า หรือ ช่วยกันประหยัดพลังงาน เพื่อให้โลกเกือบกลมใบนี้ของพวกเราทุกคนสามารถดำรงอยู่ได้ตามวัฏจักรตามธรรมชาติให้ได้นานที่สุด  ซึ่งไม่เว้นแม้แต่เรื่องเทคโนโลยีและการออกแบบต่างๆก็ต่างมุ่งเน้นไปในทิศทางนี้เช่นกัน

เนื่องจากเรากำลังมองหา “โน้ตบุ๊ก” เครื่องใหม่มาใช้  และแน่นอนว่าต้องเป็นแบบประหยัดพลังงาน ก็เลยบังเอิญได้เข้าไปท่องในเวปไซด์ที่กล่าวถึง  JAPAN Good Design Award  โดยมีผลิตภัณฑ์จาก 15 บริษัทที่ได้รับรางวัล และถูกนำไปแสดงในงาน JAPAN DESIGN 2008 INNOVATION ซึ่งจัดที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี  เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมาค่ะ

พอลองเข้าไปดูผลงานออกแบบจากบริษัทชื่อดังต่างๆจากญี่ปุ่น พลันก็ไปสะดุดกับโน้ตบุ๊กครุ่นหนึ่งเข้า ซึ่งในหมู่ผู้ใช้โน้ตบุ๊กนั้นทราบกันดีว่า ผลิตภัณฑ์ของบริษัทดังกล่าวมีคุณภาพดี และมีความคงทนมากที่สุดรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งได้แก่ ผลิตภัณฑ์จาก บริษัทิ ฟูจิตสึ นั่นเอง

โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ได้ชื่อว่า “วู้ด เชลล์ (Wood Shell)” ค่ะ เนื่องจากกรอบและตัวเครื่องทำด้วยวัสดุชีวภาพ ได้แก่ ไม้ซีดาร์ (forest-thinned cedar) และ พลาสติกที่ย่อยสลายได้ง่ายด้วยกระบวนการทางชีวภาพ วัสดุเหล่านี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากผู้ผลิตสามารถลดการใช้พลาสติกจากปิโตรเคมี (petrochemical-based materials) ลง ซึ่งก็ทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการต่างๆสู่บรรยากาศโลกลดน้อยลงด้วย
 
ภายใต้แนวคิดการออกแบบโดยใช้ นวัตกรรมลดโลกร้อน  ในช่วงเริ่มต้นฟูจิตสึ พัฒนาพลาสติกชีวภาพซึ่งทำมาจากข้าวโพด สำหรับใช้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี และได้ทำการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้พลาสติกชีวภาพในคอมพิวเตอร์
ซึ่งโน้ตบุ๊ก รุ่น FMV-BIBLO NX95Y/D หรือ รุ่น วู้ด เชลล์ นี้ใช้พลาสติกชีวภาพในการผลิตประมาณ 30% ของวัสดุที่เป็นพลาสติกทั้งหมด และได้เริ่มวางขายแล้วในประเทศญี่ปุ่นแล้ว
หากใครสนใจลองหาซื้อมาใช้กันได้นะคะ จะได้ไม่ตกเทรนด์ ?

——————————————————————–

Contributor :  Barby

Posted : MiMD

*ข้อมูลและภาพ  : http://www.jidpo.or.jp/

Share post:

เตาไทยไร้ควัน(โขมง)

August 29th, 2008. Published under Blogger Invitation, Equipment >>, Livingplace >>, Tips & Trics >>. 3 Comments.

Share post:

เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้ เห็น  MiMD นำงานที่เป็น อ่างล้างมือ แบบเรียบง่าย เท่ห์ และกลับสู่ธรรมชาติ (Back to the Origin) มาให้ได้ยลโฉมกัน

เราเลยนึกขึ้นได้ว่า บ้านเราก็มีงานที่เป็น ไอเดียจาก “ภูมิปัญญาท้องถิ่น”  อยู่มากมายเหมือนกัน  หากเราจะดูเฉพาะในส่วนของการออกแบบภายนอกของ ”หน้าตา”  และ “วัสดุ”  แล้ว อาจจะดูไม่ได้ทันสมัยสุดเดิ้นมากนัก แต่ว่าสำหรับฟังก์ชั่น (Function) การใช้งาน และการเก็บรักษาพลังงานความร้อนแล้ว  รับรองได้ว่าเกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่ากับการรอคอย (ถึงจะไม่ได้เปิดปุ๊บติดปั๊บเหมือนเตาแก๊ซก็ตาม)  แถมเท่ห์ไม่แพ้ของนอก แน่นอนค่ะ

งานนี้เราไปเห็นจากต่างจังหวัด ไม่ใกล้ไม่ไกลนะคะ เมืองมะขามหวานบ้านเรานี่เอง
เผอิญว่าได้ไปทำบุญที่วัดมาค่ะ เราก็นำหน่อไม้สดที่เก็บจากสวนไปด้วย
ไปถึงทางคุณป้า คุณยายก็จัดแจงเตรียมต้มหน่อไม้เพื่อทานเป็นเครื่องเคียงกับอาหารคาวกันใหญ่

แล้วก็เหลือบไปเห็นเตาที่ต้มหน่อไม้ หน้าตาประหลาดดีค่ะ เป็นเตาที่ใช้ฟืนและถ่านแบบโบราณ แต่นำมาประยุกต์ค่ะ โดยหลักๆแล้วเตายังคงรูปทรงกลมเป็นหลักในการให้ความร้อนแก่ภาชนะ เนื่องจากรูปทรงกลมๆนี่แหล่ะค่ะที่เก็บอุณหภูมิความร้อนได้ดีที่สุด (สังเกตจากบ้านของชาวเอสกิโมดูนะคะว่าไม่มีรูปแบบอื่นเลยนอกจากทรงกลม) แล้วก็ทำเตาให้ยาวออกไปรับกับท่อที่ต่อยาวขึ้นไปบนหลังคา เพื่อไม่ให้มีควันลอยออกมาให้รำคาญเราด้วย .. เลยเก็บภาพมาฝากกัน พอหอมปากหอมคอ ค่ะ

ถ้าใครชอบใจ ในยุคน้ำมันแพง ค่าน้ำ ค่าไฟขึ้นราคา (ไม่นับรวมที่ได้ใช้ฟรี 6 เดือนสำหรับคนใช้น้อยนะคะ) ก็ลองนำไปประยุกต์ใช้ที่บ้านดูได้นะคะ

อ้อ! หากใครมีบ้านพักตากอากาศตามต่างจังหวัด ที่บางท่านอาจจะมีไว้พักผ่อน อาจจะลองประยุกต์ใช้เพื่อให้ได้บรรยากาศการพักผ่อนเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติโดยแท้ค่ะ

*ปล. งานออกแบบไอเดียที่ทันสมัย ก็ไม่ได้จำเป็นว่าหน้าตาทันสมัยด้วยเสมอไป ใช่มั้ยคะ

—————————————–

Contributor  :  Barby

Posted  :  MiMD

Share post:

ไปรษณีย์หยอดเหรียญ : สวัสดีมาเลเซีย (จบ)

August 10th, 2008. Published under Blogger Invitation, Outing >>, Product Design. 2 Comments.

Share post:

สวัสดีมาเลฯ ตอนจบแล้วจ๊ะ

ห่างหายไปนานนนน..ทีเดียวสำหรับหน้าบ้านนี้..
ไม่ได้ไปไหนหรอกค่ะ ก็ยังคงติดตามอ่านงานของ MiMD อยู่เสมอ เพียงแต่มีเวลาอยู่หน้าคอมพิวเตอร์น้อยลง
ก็เลยไม่ได้เขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราวซักเท่าไหร่..เกือบจำไม่ได้ว่าจะเขียนอะไรส่งมาเป็นตอนที่สามนี้..ถ้าไม่กลับไปดูอัลบั้มรูปของตัวเองแล้วถึงนึกได้ว่าจะเขียนเรื่องอะไร..

 

ลองดูรูปกันก่อนนะคะ..พอจะดูออกกันหรือเปล่าว่าคืออะไร..
อย่างที่เคยบอกค่ะ..ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าหลากหลายเส้นทาง น้ำมันราคาถูก และของในซุปเปอร์ที่ผลิตเองจากภายในประเทศ ทำให้เงินทองไม่ต้องรั่วไหลไปไหนเลยดีมั้ยคะ..

และนี่คือ “ออฟฟิสไปรษณีย์” (Post Office) ที่ไม่ต้องจ้างเจ้าหน้าที่ประจำค่ะ ตั้งอยู่ในสนามบิน ที่จาร์การ์ตาค่ะ

ทุกอย่างคุณสามารถ เลือก และ สั่งได้เหมือนตู้หยอดเหรียญ โดยมีโปรแกรมคำนวณ Stamp ที่ต้องใช้ตามขนาดพัสดุ และ ระยะทางด้วยค่ะ.. เมื่อเขียน.. ห่อ.. และแพคเสร็จเรียบร้อย ก็มีตู้ให้หยอดพัสดุเหล่านี้ข้างๆกันค่ะ

สะดวก ประหยัด และรวดเร็ว ไม่ต้องต่อคิว คอยเจ้าหน้าที่หน้าหงิก สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง และไม่ถูกโกง เวลาไปบางประเทศอย่างที่เคยโดนมาแล้วด้วยค่ะ..

 

หวังว่าคงจะได้เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆกันพอหอมปากหอมคอนะคะ..

คราวหน้าถ้าไปเจอผลงานอะไรที่หน้าสนใจ จะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกค่ะ :)

 

———————————-

Contributor  :  Barby 

Posted  :  MiMD

Share post:

Who are you? Dubai Design สภาพไร้ตัวตนกับงานออกแบบในประเทศดูไบ

July 14th, 2008. Published under Blogger Invitation, Commercial >>, Designer >>, Outing >>. 3 Comments.

Share post:

หากตั้งคำถามว่า มีใครรู้จักนักออกแบบชาวดูไบคนไหนที่มีชื่อเสียงระดับสากลบ้าง ผมก็เป็นคนหนึ่งที่นั่งคิด นอนคิด ก็ยังคิดไม่ออก แต่หากถามว่า “งานออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับสากลในประเทศดูไบ” ผมยังพอบอกชื่อโครงการที่เคยอ่านในนิตยสารหรืออินเตอร์เน็ตได้มากพอดู เช่น

“The Cloud”  โครงการ Resort City ที่สูงจากพื้นดิน 300 เมตร ซ่อนตัวที่พักในก้อนเมฆ ออกแบบโดย “Nadim Karam” ชาวเลบานอน

Palm Island” โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนสร้างเกาะ เป็นรูปต้นปาล์มขนาดยักษ์ มีบ้านพักราคาหลังละหลายสิบล้านบาท ห้างสรรพสินค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย

โรงแรม Burj al Arab” โรงแรมที่มีห้องพัก 202 ห้อง ราคาค่าที่พักขั้นต่ำสุด คืนละ 40,000 บาท

The World“ โครงการพัฒนาพื้นที่ทะเล โดยการถมทะเลเพื่อสร้างเกาะขนาดเล็ก ให้เป็นรูปร่างของแผนที่โลก แยกเกาะต่างๆตามประเทศที่อยู่ในแผนที่ก่อสร้างบ้านพักที่มีมูลค่ามหาศาลไว้ในแต่ละเกาะ

โครงการต่างๆที่ยกตัวอย่างมาตั้งแต่ต้นคงพอบอกได้ว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เริ่มก่อสร้างและก่อสร้างเสร็จแล้วในประเทศดูไบ และยังมีโครงการที่มีขนาดใหญ่และมูลค่าการลงทุนสูง เข้าคิวรอให้คนทั่วโลกเข้ามาลงทุน นักออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลก ต่างก็มีผลงานปรากฏให้เห็นในประเทศนี้มากมาย เช่น “Rem Koolhaas” ที่กำลังเสนอโครงการ Temporary art gallery and theatre

Zaha Hadid” ก็มีโครงการ “Dubai Opera house” ที่ออกแบบร่วมกับ “Patrik Schumacher” ซึ่งนักออกแบบหญิงที่มีสัญชาติอีรักผู้นี้ จะสามารถนำเอกลักษณ์ด้านการออกแบบของตนเองมาใช้อย่างเหมาะสมกับบริบทและวัฒนธรรม
แล้วชาวดูไบมองเห็นเมืองของตนเองที่เป็นเหมือนสนามประลองฝีมือของเหล่านักออกแบบยอดยุทธ์เหล่านี้อย่างไร ที่มาละเลงผลงานเต็มพื้นที่ทั้งในเมืองและพื้นที่ทั่วไปในประเทศของตน นิทรรศการ Dubai Next อาจเป็นคำตอบให้ชาวดูไบได้มองเห็นเมืองของตนในมิติต่างๆได้มากขึ้น

ภาพแสดงพื้นที่ในเมืองหลวงของประเทศ ที่มีโครงการหลากหลายที่กำลังจะเกิดขึ้น

หากมองในมุมมองของนักออกแบบแล้ว ประเทศดูไบคงเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างให้กับความคิดที่แปลกใหม่อีกมาก โครงการเหล่านี้มันน่าจะดึงดูดใจคนได้อย่างหลากหลายอย่างเช่นผม หากมีโอกาสผมคงต้องเดินทางไปทั่วทั้งประเทศดูไบ แม้ไม่ได้เข้าไปใช้พื้นที่ เพียงแค่ได้เดินดูก็ไม่ต่างอะไรกับเดินชมงานศิลปะในหอศิลป์
ผมคิดเอาเองว่าแม้การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่จะน่าสนใจเพียงไร แต่นิทรรศการนี้แสดงให้เห็นว่าชาวดูไบ ยังสงสัยว่างานออกแบบโครงการหลายหมื่นล้าน ที่ทะลักเข้าประเทศของพวกเขานี้ยังขาดสิ่งสำคัญไป นั่นคือ การออกแบบให้เหมาะสมกับบริบทและวัฒนธรรมของชาวดูไบ สิ่งนี้ทำให้ผมคิดเสมอว่านักออกแบบไทยยังมีลู่ทางในการออกแบบ ทั้งผลิตภัณฑ์และงานออกแบบที่ตอบสนองการดำเนินชีวิตของชาวดูไบได้อีกมาก โดยเราต้องเริ่มจากการตั้งคำถามที่ลงลึกถึงวัฒนธรรมของชาวดูไบมากยิ่งขึ้น เช่น

  • ชาวดูไบที่เป็นสตรี ที่นุ่งห่มชุดซานูส จะสะดวกไหมเวลาใช้ห้องน้ำสาธารณะ?
  • เรามีวิธีแก้ปัญหาเรื่องทราย ในบ้านของชาวดูไบได้ด้วยวิธีอะไรบ้าง?
  • การออกแบบตกแต่งภายในที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมของดูไบจริงๆจะเป็นอย่างไร ? ยังต้องมีห้องรับแขกไหม? ต้องมีโซฟาหรือเปล่า?

สำหรับผมในตอนนี้คงคิดประเด็นได้เพียงแค่นี้ ผมอยากทราบว่าเพื่อนๆ ผู้อ่านบทความนี้เคยลองตั้งคำถามกับวัฒนธรรมอิสลามบ้างไหมครับ ลองเสนอความคิดเข้ามาแลกเปลี่ยนกันนะครับ
เพราะผมเชื่อว่า คำถามที่ดีจะนำไปสู่คำตอบด้านการออกแบบที่หลากหลาย ประเด็นนี้เป็นสิ่งสำคัญมากนะครับ เพราะตลาดที่มีกำลังซื้อมากอย่างประเทศตะวันออกกลางยังรอคอยงานออกแบบที่ตอบโจทย์ที่แก้ปัญหาการดำเนินชีวิตของเขา มากกว่าโครงการหลายพันล้านดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแน่.

—————————————

Contributor  : วิษณุ อ๋องสกุล

Posted ByMiMD

ข้อมูลและภาพdesignboom

Share post:

สุขามัธยัสถ์ประหยัด(น้ำ) : สวัสดีมาเลเซีย ๒

July 1st, 2008. Published under Bathroom, Blogger Invitation, Equipment >>, Tips & Trics >>. No Comments.

Share post:

เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา.. งานยุ่งมากมายค่ะว่าจะเขียนตอนที่สองส่งมาให้ MiMD พิจารณาก็ไม่ได้โอกาสเสียที คราวนี้เห็นบทความจาก MiMD เงียบๆไป หลังจากมีเวลาว่างก็เลยช่วยให้ บล็อคนี้ไม่ร้างไปเสียหน่อย..

สืบเนื่องจากตอนที่แล้ว ที่ไปประเทศมาเลเซียมา..เราได้เกริ่นไว้ว่าไอเดียในชีวิตประจำวันที่น่าสนใจที่มาเลเซียยังไม่หมด วันนี้เลยจะมานำเสนอไอเดียของ ห้องน้ำ ที่มาเลเซียให้ฟัง..ส่วนจะน่าสนใจประเด็นไหน เชิญติดตามค่ะ..

ห้องน้ำแรกที่เข้าไปแล้วพบความน่าสนใจได้แก่ ห้องน้ำโรงแรมที่พักค่ะ พบว่า Toilet ในห้องน้ำนั้น มีท่อน้ำเล็กๆโผล่ขึ้นมาตรงโถสำหรับนั่งด้วย แทนที่จะมีสายยางฉีดน้ำอยู่ข้างๆเหมือนบ้านเรา ตอนแรกก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะเคยเจอมาบ้างจากหลายๆประเทศแล้ว [บางที่มีให้เลือกน้ำเย็น หรือ น้ำอุ่น หรือ สายสั้น หรือ ยาว ด้วย]

แต่พอไปเข้าห้องน้ำที่อื่น ปรากฎว่ามีรูปแบบคล้ายๆกัน คือมีท่อต่อออกมา เพื่อเป็นที่ฉีดน้ำสำหรับที่โถนั่งดังกล่าว ก็เลยคิดว่า เอ๊ะ..! โถส้วมแบบนี้มันต้องมีดีสิ เค้าถึงนิยมทำรูปแบบนี้ออกมา..

เมื่อลองพิสูจน์ดูแล้ว..ก็ตระหนักได้ว่า การประกอบท่อน้ำบนโถส้วมแบบนี้ น่าจะเป็นการ ออกแบบเพื่อช่วยประหยัดน้ำ ได้ดีทางหนึ่งเลยทีเดียว.. นอกจากนั้นไม่ทำให้น้ำกระจายเลอะเทอะโถส้วม และห้องน้ำด้วย

แฟนๆ MiMD คิดแบบเดียวกันมั้ยคะ ถ้าอยากให้ช่วยสำนักงาน หรือที่บ้าน ประหยัดค่าน้ำลง ลองดูนะคะ น่าจะได้ผลดีทีเดียวในระยะยาว ไอเดียหลากหลายที่ได้จากประเทศมาเลเซียยังไม่หมดนะคะ ยังมีต่อตอนที่ 3 ต้องติดตามค่ะ..  :)

_______________________________________

Contributors  :  Barby

Share post: