interiorSiam.com

: MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

ซ่อนแสงไว้ข้างใน ซ่อนไฟไว้ในหลืบ

July 14th, 2009. Published under City Living >>, Designer 's Experience, Equipment >>, Livingplace >>, My Stuff >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. 5 Comments.

ceiling light

Entry นี้ผมแวะเขียนระหว่างทางเดินทางกลับจากไปพรีเซ็นต์งานที่ต่างจังหวัด
ระหว่างที่ขับรถกลับ ผมนึกย้อนถึงประเด็นที่น่าสนใจอยู่อีกประเด็นหนึ่งที่น่าจะเอามาเล่าสู่กันฟังได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่เราใช้เวลาในการพูดคุยกันพอสมควรระหว่างการประชุมของบ่ายวันนั้น

“การออกแบบและกำหนดแสงสว่างภายใน”

ตีลังกายันได้เลยว่า ‘บรรยากาศ’ เป็นเรื่องสำคัญ ไม่แพ้งานในส่วนไหนๆในงาน interior เคยแปลกใจมั้ยครับว่า ทำไมบ้านบางบ้าน ร้านบางร้าน ยลแรกมองเข้าไปแล้วแทบจะไม่มีอะไรเลย เรียบ แบนเป็นจอLCD  แต่ทำไมเมื่อเปิดไฟขึ้นมาแล้วกลับรู้สึกเหมือนเป็นคนละที ดูมีมิติ มีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

“อินไดเร็ค ไลท์” (Indirect Light) เป็นแสงที่ดูจะเหมาะสมและคู่ควรกับการนำมาใช้งานและตกแต่งบรรยากาศของห้องนอนและส่วนพักผ่อนมากที่สุด เพราะติดตั้งง่าย ราคาไม่สูง (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพและชนิดของหลอด)  เราสามารถเลือกใช้ได้หลากหลายประเภทของหลอดครับ ทั้งหลอดไฟทั่วๆไปตามท้องตลาดทั้ง หลอดใส้ หลอดฟลูออเรสเซ็นต์ หลอดไฟเบอร์ออฟติค แต่แสงที่สร้างบรรยากาศได้นุ่มนวลสำหรับการพักผ่อนแบบนี้แล้วควรใช้แสงเหลืองนวลแบบ Warm White

ถามว่า..ทำไม?

แสงแบบนี้เป็นแสงที่เกิดจากการสะท้อนของแสงและกระจายออกมารอบๆ (การกระจายของแสงขึ้นอยู่กับวัสดุที่กระทบ)  พูดง่ายๆก็คือว่าเป็นแสงที่เปล่งออกมาโดยการบังหลอดและดวงโคมเอาไว้ไม่ให้เห็นหลอด เพื่อไม่ให้แยงตารบกวน ลดความเกรี้ยวกราดของแสง เพิ่มความนุ่มนวลให้บรรยากาศในเวลาพักผ่อนนอนหลับและหลับนอน

บริเวณตำแหน่งที่เรามักจะออกแบบแสงอินไดเร็ค ไลท์ ไว้ใช้งานนั้นเช่น บริเวณหัวเตียง ใต้เตียง พิ้นที่ยกระดับ ใต้ตู้ ผนังตกแต่ง เหนือโต๊ะแต่งตัว ฝ้าเพดานที่เล่นระดับ หรือจะเป็นทางเดินระหว่างห้องนอนและห้องน้ำ(กรณีที่ห้องนอนและห้องน้ำอยู่ในส่วนที่ต่อเนื่องกัน) เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนคนที่นอนข้างๆ

หากต้องการอยากจะใช้แสงไฟแบบอินไดเร็ค ไลท์ในพื้นที่ในส่วนอื่นๆของบ้านนั้น อันนี้ก็ไม่ได้ผิดกฏหมู่กฏหมายแต่ประการใด ลองขอคำปรึกษาผู้ออกแบบเพื่อความเหมาะสมและให้ได้ตรงกับจุดประสงค์การใช้งาน

Enjoy Yourself with Your Design   :)

—————————————————————————————-

Author :  MiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

* Credits Image   :   Prandina

: Related posts :

5 Comments

NoNG  on July 14th, 2009

New blog post: ซ่อนแสงไว้ข้างใน ซ่อนไฟไว้ในหลืบ http://bit.ly/18rLDF

โครงการบ้านเดี่ยว  on July 14th, 2009

ขออนุญาตนำบทความดีๆไปไว้ที่เว็บน่ะครับ ขอบคุณครับ

วิษณุ  on July 19th, 2009

สวัสดีครับคุณหน่องและเพื่อนๆทุกท่าน ผมไม่ได้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นนานแล้ว วันนี้เปิดมาอ่านเห็นประเด็นนี้แล้วอดให้คิดตามไม่ได้ว่าแสงสว่างกับงานออกแบบตกแต่งภายในนั้นเดิมเป็นเสมือนสิ่งที่นักออกแบบทุกคน ต้องคิดเพื่อให้โครงการที่ตนออกแบบได้บรรยากาศอย่างที่ต้องการ แต่การคิดแบบประเมินเหมือนในอดีต กลับไม่เพียงพอ ปัจจุบันเกิดวิชาชีพ “นักออกแบบแสงสว่าง” ผมเองก็มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับนักออกแบบแสงสว่างซึ่งมีเครื่องมือและโปรแกรมในการคำนวณแสงส่ว่าง การกระจายแสง การใช้พลังงาน เพื่อให้โครงการที่เราออกแบบได้บรรยากาศ และควบคุมการใฃ้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมค่าออกแบบแสงสว่างในบางโครงการที่ผมได้ร่วมงาน กลับมีมูลค่ามากกว่าค่าออกแบบตกแต่งภายในเสียอีก ผมเคยนั่งวิเคราะห์กับเพื่อนๆที่ทำงานด้านออกแบบแสงสว่าง ได้ความว่าเพราะการออกแบบแสงสว่างใช้หลักการคิดแบบวิทยาศาสตร์ แสดงให้เห็นผลในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องรบกวนโครงสร้างเดิม เป็นฃุดความรู้ที่ผู้ว่าจ้างไม่สามารถศึกษาเองได้ในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งแตกต่างกับงานออกแบบตกแต่งภายใน ซึ่งปัจจุบันมีเจ้าของโครงการจำนวนไม่น้อยทำการศึกษาด้วยตนเอง มีความรู้เกี่ยวกับสไตล์หรือวัสดุที่ใช้อย่างมีรสนิยม เพียงแต่ยังไม่มีวิธีการถ่ายทอดความคิดกับช่างก่อสร้างเท่านั้น เป็นเหตุให้ผมคิดว่านักออกแบบตกแต่งภายในคงต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพราะการออกแบบแสงสว่างเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความซับซ้อนในวิชาชีพออกแบบ ที่เราต้องทำในหนึ่งโครงการ

MiMD  on July 19th, 2009

สวัสดีครับอาจารย์เก่ง หายไปนานกลับมาครั้งใดก้ให้ทัศนะที่เป็นประโยชน์คับแก้วเช่นเคย
เห็นด้วยหนึ่งกับอาจารย์นะครับว่า Lighting Designer ถือว่าเป็นงานละเอียดอ่อนและจำเป็นอย่างยิ่งกับงาน interior และยิ่งโดยเฉพาะกับงานโปรเจ็คใหญ่ๆ spaceที่ยากแก่การควบคุมองค์ประกอบต่างในงานออกแบบ บางที่เจองานอย่างนี้เราก็เอาไม่อยู่เหมือนกันต้องอาศัย lighting designer แบบนี้เข่ามาช่วยดูกันโดยตรงละครับ
ผมไม่แน่ใจว่าที่บ้านเรามีหลักสูตรการเรียนการสอนเป็นเรื่องเป็นราวโดยตรงกันหรือเปล่า แต่ผมเคยรู้จักรุ่นน้องคนหนึ่งเขาจบ interior design แล้วไปเทคคอร์ส lighting design ต่อที่ออสเตรเลีย ส่วนที่เคยร่วมงานจริงนั้นก็จะเป็นวิศวกรซะมากกว่า เขาจะดูค่าปริมาณของแสงในแต่ละพื้นที่ โดยที่ interior designer อย่างเรานี้เป็นคนบอกอธิบายถึงความต้องการให้กับเขาว่าต้องการบรรยากาศและแสงแบบไหน แล้วเขาก็จะไปคำนวณค่าของแสงและลักษณ์ของดวงโคมและแสงตามที่เราต้องการ แล้วก็ค่อยมาคุยกันในเรื่องของสเปคและความเหมาะสมกันอีกที
ปล.ฝากความระลึกถึงครอบครัวอาจารย์ด้วยนะครับ :)

วิษณุ  on July 21st, 2009

ขอบคุณครับ คุณหน่องพอดีช่วงนี้กำลังเปลี่ยนหลักสูตรและผมทำหน้าที่ดูแลการคิดสรรผลงานนักออกแบบแห่งปี จึงเป็นช่วงเวลาอีกช่วงหนึ่งของชีวิตที่หันหน้าก็งานราษฎร์ หันหลังก็งานหลวงครับ ผมก็เข้ามาอ่านบทความอยู่บ่อยๆนะครับ แต่ไม่ได้เ้ข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นซะนาน
รุ่นพี่ผมเองก็ศึกษาต่อด้าน Lighting จากต่างประเทศกลับมาเปิดบริษัทเฉพาะด้านนี้ครับ เห็นว่าดำเนินกิจการได้ดีมากๆเลยครับแม้ยุคเศรษฐกิจเช่นนี้ก็ตามครับ
ขอให้ครอบครัวคุณหน่องทุกคนแข็งแรงและปลอดภัยจากไข้หวัดที่กำลังนิยมกันอยู่ขณะนี้ด้วยนะครับ

Leave a Comment