Archive for February, 2009
เขียวสวยด้วยสวนประดิษฐ์
February 27th, 2009. Published under City Living >>, Home & Garden, Livingplace >>, Tips & Trics >>. 2 Comments.
Share post:
5. สร้างสวนประดิษฐ์
หากตารางชีวิตแน่นขนัดทั้งวัน จนยากจะหาเวลาดูแลรักษาสวนสวยได้แล้ว หญ้าเทียมก็เป็นอีกทางเลือกให้กับผู้ที่อยากมีสวนสีเขียวไว้ผ่อนคลายสบายตา ภายในบ้าน นอกจากจะทำเป็นพื้นสนามหญ้าได้ทั้งภายนอกภายในแล้ว ยังสามารถนำมากรุผนังเป็นสวนแนวตั้ง ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ได้ด้วย แต่เรามารู้จักหญ้าเทียมกันก่อน
- หญ้าเทียมมีกี่ประเภท แบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามการใช้งาน คือ หญ้าเทียมสำหรับใช้ทำสนามกีฬา และหญ้าเทียมสำหรับงานภูมิสถาปัตย์ ใช้ในงานตกแต่งสวนและงานตกแต่งภายในต่างๆ
- อยากใช้แต่งห้อง ทำยากไหม การนำมาใช้ตกแต่งภายในไม่ได้ใช้งานหนักเหมือนสนามกีฬา จึงเตรียมพื้นที่และติดตั้งไม่ยุ่งยากนัก
- เตรียมพื้นผิวที่จะติดตั้งให้เรียบและแข็งแรงพอสมควร และทำความสะอาดให้ปราศจากกรวดทราย และแห้งสนิท
- กำหนดขอบเขตที่จะทำการติดตั้ง แล้วทากาวชนิดพิเศษโดยเฉพาะ (ซื้อได้ที่ร้านขายหญ้าเทียม) ทาด้านหลังแผ่นให้ทั่ว ติดลงพื้นที่ที่ต้องการและรอให้แห้งสนิทประมาณ 30-60 นาที ก็พร้อมใช้งานได้เลย
- เลือกหญ้าแบบไหนดีละ เลือกจากระดับความยาวของเส้นหญ้าให้ตรงกับความต้องการ ซึ่งมีความยาวตั้งแต่ 10- 60 มิลลิเมตร
- ระดับความยาว 10 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับงานตกแต่งภายในทั่วไป หรือสนามหญ้าหน้าบ้านและริมระเบียงเล็กๆตามคอนโดมิเนียมที่ต้องการตัดปัญหา เรื่องการดูแล รวมถึงสนามไดรฟ์กอล์ฟ สนามเทนนิส
- ระดับความยาว 25 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับสนามกีฬาฟุตซอล
- ระดับความยาว 50-60 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับสนามกีฬาฟุตบอล แต่ต้องโรยด้วยทรายแห้งและเม็ดยางสีดำเพื่อให้หญ้าตั้งตรง เกิดความนุ่มนวลใกล้เคียงกับธรรมชาติ
- ดูแลรักษายากมั๊ย
- การทำความสะอาดทั่วไป สามารถใช้เครื่องดูดฝุ่น และเช็ดทำความสะอาดได้
- กรณีรอยเปื้อนจากเศษอาหารหรือคลาบคราบสกปรกทั่วไปให้ใช้น้ำสบู่เช็ดทำความสะอาดได้
- หลีกเลี่ยงประกายไฟเพราะหญ้าเทียมผลิตจากวัสดุประเภทเดียวกับพลาสติก
- หากจะติดตั้งควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝุ่นมาก เพราะจะเก็ยเก็บฝุ่นได้มากกว่าพื้นผิวเรียบปกติ
- หญ้าเทียมมีอายุการใช้งานประมาณ 5-8 ปี
——————————————————————–
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
** photo credits : httpwww.flickr.com/photos/84372786@N00
** Let’s pick up
หญ้าเทียมราคาเฉลี่ยประมาณ 900-1,500 บาทต่อตารางเมตร ( บริษัท สกุลไทย จำกัด โทร. 02-881- 7151 www.skulthai.com )
Share post:
ทำงานมาก ก็ทำให้โง่ได้
February 27th, 2009. Published under Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>. 1 Comment.
Share post:
ที่จั่วหัวเรื่องไว้ คิดว่าคงไม่ได้เว่อร์จนเกินไป ช่วงนี้รู้สึกแบบนี้จริงๆ แต่ยังดีที่มีเวลาให้ได้คิดแบบนี้ได้ ถึงมันจะเป็นแบบแว๊บๆก็เหอะนะ
อะไรดลใจให้ได้สดุดกับความรู้สึกแบบนี้ขึ้นมา
เผอิญเหลือบไปเห็นกองหนังสือ แผ่นพับ นิตยสาร อะไรต่างๆอีกมากมายที่โดนแบบวางทับมันอยู่ข้างๆแบบพอกหางหมู ซึ่งก็ตัวเราเองนั้นล่ะที่กองๆมันเอาไว้ ด้วยเหตุผลเพียงสองอย่าง
คือหนึ่งยัง ‘อ่านไม่จบ’ และสองยัง ‘ไม่ได้อ่าน’
ยามที่เราจำเป็นต้องคลุกหมกหมุ่นอยู่กับงานที่เร่งรีบ การที่จะใช้เวลากับหนังสือพวกนี้ แทบไม่ต้องพูดถึง — ความจำเป็นที่ต้องของทำงานแต่ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ หรือดูทีวี หาความรู้อื่นๆใส่สมองบ้างมันก็ฝ่อได้เหมือนกัน เหมือนกินอะไรซ้ำๆอยู่ทุกวัน
รู้ ดู อ่าน ของเหล่านี้เหมือนหินที่ช่วยลับความคิดให้แหลมคอ แว่นที่ช่วยขยายภาพให้ชัดเจน – รู้สึกได้กับตัวเองในตอนนี้
———————————————————
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Share post:
แขวนไว้ใกล้ๆตา
February 23rd, 2009. Published under City Living >>, Home & Garden, Livingplace >>, Outing >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. 1 Comment.
Share post:
(4) แขวนไว้ใกล้ๆตา
มาถึงครึ่งทางกันกว่าๆ กับอีกไอเดีย เป็นที่ 4 ใน ’7 วิธีชวนสวนเข้าบ้าน’
เชิญสำราญบานอุรากันด่อกับอีกไอเดียตกแต่งให้ใกล้ชิดสนิทสนมกับสวนสีเขียวมากขึ้นด้วยการแขวน ส่วนจะแขวนอะไร แขวนอย่างไรนั้นตามมาเลย
- ผนังกรอบรูป แขวนกรอบรูปบานใหญ่ให้ผนัง โดยสมมุติกรอบสี่เหลี่ยมของหน้าต่างบ้านเป็นกรอบรูป และสวนภายนอกที่มองออกไปคือภาพวาดในกรอบนั้น แล้วเพิ่มมิติ Fore Ground ที่เป็นระยะใกล้ตาให้จับต้องได้ ด้วยการทำชั้นไม้เล็กๆไว้ภายนอกให้ต่ำกว่าขอบวงกบล่าง 10-20 เซ็นติเมตร เพื่อบังกระถาง เติมแต่งกรอบหน้าต่างโดยรอบด้วยคิ้วกรอบรูป ก็ดูเหมือนเป็นรูปภาพจริงๆ แถมเป็นการดึงธรรมชาติเข้าใกล้ตัวมากขึ้นด้วย
- ผนังร่มไม้ แขวนไม้เลื้อย ไม้แขวน ริมหน้าต่าง โดยทำตะขอสำหรับแขวนหรือหลังคาระแนงเหนือหน้าต่างให้สูงเหนือกว่าระดับสายตาพอสมควรทำให้ความรู้สึกเหมือนพักผ่อนอยู่ใต้ร่มไม้ แถมยังช่วยกรองฝุ่น กรองแสงที่จะเข้าบ้านได้อีกด้วย
Enjoy Yourself with Your Designs
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Share post:
อจีรัง คือ โอกาส : นิทรรศการแรก…ที่จะตายต่อหน้าคุณ
February 20th, 2009. Published under Designer 's Experience, Event : Exhibition, My Stuff >>, News >>, Outing >>. 4 Comments.
Share post:
…………. ??
คุณนั้นล่ะครับ … คุณผู้อ่านนั้นล่ะครับ …!!
คงไม่ค่อยมีใครชอบหรอกนะ หากจะมีใครหวังดีทักทายกันด้วย ภาษาวาจาแบบนี้ — ความแก่ ความโรยรา เหี่ยวเฉา หย่อนยาน (ทั้งร่างกายและสมรรถภาพ) คงไม่มีใครหนีพ้น ที่พูด(เขียน) มานั้นไม่ได้จะอวดเบ่งเรื่องธรรมะดอกครับ แต่กำลังจะนำเข้าเรื่องนิทรรศการ
“อจีรัง คือ โอกาส” เป็นนิทรรศการที่ถือว่าเป็นนิทรรศการที่ดีมาก นิทรรศการหนึ่งที่ผมเคยสัมผัส ผมตั้งใจไปดูสองครั้ง ครั้งแรกคือเมื่อเริ่มนิทรรศการประมาณช่วงต้นเดือนธันวาปีที่แล้ว ตอนที่มันยังสดและซิง และอีกครั้งคือวันนี้วานนี้ เพราะตั้งใจอยากจะไปดูตอนที่มันจะโรยรา แห้งเหี่ยว และปิดตัวไปในที่สุด อยากเห็นถึงความต่าง ตาม Concept ของผู้ออกแบบงาน (เข้าใจเองว่าอย่างนั้น)
สิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่แสดงในงาน จะถูกปล่อยวาง ปล่อยทิ้งให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง ความไม่ยั่งยืนในสรรพสิ่ง — แม้แต่ตัวคุณเอง
ภายในนิทรรศการ เราจะได้ชมพบกับแง่มุมความหลากหลายอันมีที่มาจากความเสื่อมสลายของสรรพสิ่ง ควบคู่ไปกับการสอดแทรกช่องทางการสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เกิดจากความอจีรัง โดยนิทรรศการจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 8 ส่วน
ชมฟรี แอร์ฟรี ที่ชั้น 6 เอ็มโพเรี่ยม วันอาทิตย์นี้ (22 กพ. 52) เป็นวันสุดท้าย ก่อนที่มันจะตายไปต่อหน้าต่อตา ถ้าว่างอยากให้ไปดูกันครับ (ใช้ภาษีกันให้คุ้มค่า)
บอกได้คำเดียวว่า “ของเค้าดีจริงๆ”
01. อนิจจัง (Anicca) – แสดงให้ผู้เข้าชมเข้าใจถึงสัจธรรมของความเสื่อมสลายและการดับสูญที่ว่า หากจักรวาลอันยิ่งใหญ่ยังสามารถแตกดับได้ ร่างกายของมนุษย์ที่มีอายุขัยเพียงพริบตาของจักรวาลก็คงมีสภาพไม่แตกต่างกัน โดยนำเสนอผ่านเรื่องราวของแสงสว่างจากดวงดาว อันเป็นแสงสว่างในอดีตที่เดินทางมาจากดวงดาวที่ระเบิดและแตกดับไปแล้วหลาย พันล้านปีแสง รวมถึง “หลุมดำ” ที่แม้จะเป็นจุดจบของเอกภพในอดีต แต่ในขณะเดียวกันการระเบิดของหลุมดำก็ก่อกำเนิดระบบสุริยจักรวาลในยุค ปัจจุบันเช่นกัน
02. ความตาย (Death) – แสดงให้ผู้เข้าชมรู้สึกหวาดหวั่นกับความตายของมนุษย์ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่ามนุษย์พยายามหาวิธีต่างๆเพื่อสร้างความสุขและความ สุนทรีให้มากที่สุดในขณะที่ตนเองยังมีชีวิตอยู่ เช่น การเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุนทรียรสในชีวิต โดยสื่อผ่านอาหารนานาชนิด ที่แสดงให้เห็นว่าแม้แต่อาหารที่มนุษย์รับประทานก็ต้องเสื่อมสลายและเน่า เปื่อยไปตามกาลเวลา
03. ความกลัว (Fear) – แสดง ให้เห็นว่ามนุษย์ทุกคนในทุกยุคทุกสมัยล้วนกลัวความตาย และพยายามดิ้นรนให้พ้นจากความเสื่อมสลายอยู่ตลอดเวลา โดยเสนอผ่านประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการการหลีกหนีจากความตายของมนุษย์ในแต่ ละยุคสมัย อาทิ การทำมัมมี่ การโคลนนิ่ง หรือการทำอัญมณีจากอัฐิ เป็นต้น
04. ความงาม (Beauty) – แสดงให้เห็นถึงความพอใจของมนุษย์ที่ต้องการเห็นตนเองดูดีอยู่เสมอ และต้องการคงความงามนั้นไว้ตราบนานเท่านาน จนความพอใจและความสุขจากความเชื่อเหล่านี้ ได้กลายเป็นช่องทางและโอกาสที่ก่อให้เกิดเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความสวย ความงามขึ้นมากมายทั่วโลก อาทิ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว สถานบริการฟิตเนส การทำศัลยกรรม ไปจนถึงประเด็นสังคมที่สื่อมวลชนคือผู้มีอิทธิพลในการสะท้อนและกำหนดรูปแบบ ความงามตามที่คนในสังคมต้องการ พร้อมปิดท้ายด้วยการตั้งคำถามถึง “ความงามที่แท้จริง” ว่าแท้จริงแล้วความงามไม่เคยคงที่ แต่เปลี่ยนแปลงไปตามบรรทัดฐานและสภาพสังคมตามแต่ละยุคสมัยจะกำหนด
05. ฤดูกาล (Season) – แสดงให้เห็นว่าแค่เพียงระยะเวลาสั้นๆในช่วงฤดูกาลหนึ่ง หากมนุษย์รู้จักฉกฉวยและแสวงหาโอกาสจากธรรมชาติและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ก็จะสามารถสร้างให้เกิดเป็นคุณค่าทางเศรษฐกิจได้ เฉกเช่นช่วงเวลาของฤดูกาลดอกซากุระบานในประเทศญี่ปุ่น ที่รัฐบาลญี่ปุ่นมองเห็นโอกาสทางธุรกิจและกำหนดให้ช่วงเวลานี้เป็นวาระแห่ง ชาติ จนกลายเป็นฤดูกาลที่สามารถเรียกเงินจำนวนมหาศาลได้จากนักท่องเที่ยวทั่วโลก
06. สิ่งแวดล้อม (Environment) – แสดง ให้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างตามธรรมชาติหรือทัศนียภาพที่ดูสวยงามเพลินตานั้น ล้วนเกิดจากการลงทุนและระบบการจัดการที่ดี ประเทศใดสามารถจัดระเบียบของสิ่งแวดล้อมเพื่อเก็บความทรงจำที่สวยงามเหล่า นี้ไว้ได้ ก็จะสามารถสร้างรายได้เป็นเงินจำนวนมากเข้าประเทศ เช่น อำเภออัมพวาในประเทศไทย เมืองลี่เจียงในประเทศจีน และเมืองเวนิสในประเทศอิตาลี
07. กระบวนการจัดการความเสื่อม (Freshness Management) – แสดงให้เห็นถึงวิธีที่มนุษย์จัดการกับความเสื่อมสลายของธรรมชาติ โดยนำเสนอผ่านกระบวนการรักษาความสดของดอกไม้ในประเทศเนเธอร์แลนด์ที่สามารถ ส่งดอกไม้ข้ามทวีปไปถึงมือผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที รวมถึงวิธีการอันชาญฉลาดในการนำเข้าดอกไม้จากทั่วโลก จนได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางและผู้นำด้านการส่งออกดอกไม้ระดับโลก เพื่อชี้ช่องทางการทำธุรกิจและกระบวนการจัดการกับความเสื่อมสลายนี้ให้เกิด ขึ้นในประเทศไทย เช่น การปรับปรุงระบบการขนส่งดอกไม้ให้เป็นศูนย์กลางการส่งออก “ใบไม้เขตร้อนชื้น” ในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงการคิดค้นเทคนิคการส่งออกดอกไม้สู่ประเทศต่างๆทั่วโลกโดยการสร้าง มูลค่าเพิ่มจากความคิดสร้างสรรค์
08. มะนาวหยดสุดท้าย (Last Drop) – เป็นตัวแทนของโอกาสทางธุรกิจที่คนไทยต้องนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ให้ มากที่สุดและโดยเร็วที่สุด ส่วนนี้จะสรุปความคิดรวบยอดให้ผู้เข้าชมนิทรรศการได้นำความรู้และสัจธรรมจาก ความอจีรังที่พบเห็นตลอดทั้งนิทรรศการมาขบคิดและแตกหน่อให้เกิดเป็นไอเดีย ใหม่ๆที่น่าสนใจในการประกอบธุรกิจเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของนิทรรศการ “อจีรัง คือ โอกาส” (Perishable Beauty)
———————————————————————–
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
*ต้นฉบับบทความ : TCDC
Share post:
เปิดเชื่อม Function Space
February 16th, 2009. Published under City Living >>, Home & Garden, Livingplace >>, Material, Tips & Trics >>. 5 Comments.
Share post:
*ขอบคุณภาพสวยๆจาก room
(3) เปิดเชื่อม Function Space
ออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายนอกและภายในให้คาบเกี่ยวรุกล้ำทับซ้อนกันบ้าง ทำให้ดูกลมกลืนเสมือนเป็นหนึ่งเดียวกัน หรือว่าอยากได้พื้นที่ดีๆ สำหรับรองรับโอกาสพิเศษ ให้กับปาร์ตี้ส่วนตัวและครอบครัว ทั้งดื่มชิมอิ่มท้องสบายตาด้วยสวนสีเขียวให้สมกับเวลา…สบายๆ
- บ้านพื้นกระจก
ยกระดับพื้นห้องให้สูงขึ้น 0.60-1.00 เมตร แล้วทำบ่อเลี้ยงปลาให้ต่อเนื่องเข้าไปใต้พื้นห้อง ปูพื้นด้วยกระจกนิรภัยหนาอย่างน้อย 20 มิลลิเมตร ก็สามารถมองเห็นฝูงปลาแหวกว่ายอยู่ใต้ฝ่าเท้า ราวกับยืนบนน้ำได้
การดูแลรักษา
- ควรออกแบบพื้นกระจกเป็นแผ่นๆ แยกชิ้นกัน ในขนาดที่จะสามารถยกถอดออกได้ เพื่อเวลาต้องการทำความสะอาดบ่อปลา และแผ่นกระจกด้านล่าง
- ควรเผื่อระยะใต้ท้องพื้นกระจกเพื่อที่คนจะสามารถเข้าไปทำความสะอาดและซ่อมบำรุงได้
- บ้านเปิดรับระเบียง
หากมีพื้นที่พอ ลองทำระเบียงยื่นออกไป 2-3 เมตร แล้วเปิดผนังห้องให้ต่อเนื่องกัน โดยใช้ประตูบานเลื่อนหรือบานเฟี้ยมเพื่อเปิดรับอารมณ์และฟังก์ชั่นเข้าหากันอย่างเต็มที่เสมือนเป็นส่วนเดียวกัน อาจวางเฟอร์นิเจอร์เอาท์ดอร์ไว้นั่งดื่มชิมซักชุด เชิญชวนให้ออกมานั่งเล่น หากขัดสนพื้นที่ไม่มีที่พอสำหรับระเบียงไม่เป็นไร เปลี่ยนผนังทึบให้เป็นผนังกระจกเพื่อเกาะติดชิดวิวกันซะเลย เพิ่มด้วยการทำระแนงไม้ด้านนอกให้ตรงกับช่องเปิด แล้วปลูกไม้เล็ก ไม้เลื้อย ก็ได้พักสายตาให้ดูมีชีวิตชีวาเหมือนนั่งริมสวน
—————————————————————
Enjoy Yourself with Your Design
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Share post:
ใสถึงสวน
February 12th, 2009. Published under City Living >>, Commercial >>, Furniture >>, Home & Garden, Livingplace >>, Material, My Stuff >>, News >>, Outing >>, Tips & Trics >>. 7 Comments.
Share post:
เรายังอยู่กับบทความในซีรี่ย์ “7 วิธีชวนสวนเข้าบ้าน” ที่ผมเขียนไว้ในนิตสาร room กันอยู่นะครับ มาคราวนี้เรากลับมาถึงไอเดียที่สองต่อจาก ไอเดียที่แล้ว ว่าด้วยเรื่อง “ใสใส” ในไอเดียที่แตกต่างต่างกันไป ตามคุณสมบัติของกระจกแต่ละประเภท และความเหมาะสมในการนำเอามาใช้ในงานตกแต่ง ….
(2) ใสถึงสวน
ออกแบบและเพิ่มผนังกระจกใสให้มากขึ้นเพื่อเปิดมุมมองต่อเนื่องเชื่อมกัน สามารถมองเห็นสวนได้ในทุกๆตำแหน่งภายในบ้าน ทั้งห้องน้ำ ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ลองเปิดช่องหน้าต่าง บานประตูด้วยกระจกใสสู้กับธรรมชาติภายนอกดูบ้าง เลือกคุณสมบัติของกระจกแต่ละประเภทตามการใช้งาน ลองดูตัวอย่าง
- ใสแต่ไม่ร้อน
หากห้องหันหน้าเข้าหาแดดโดยตรง โดยเฉพาะทิศตะวันตก และทิศใต้ ทำให้แสงแยงตรงเข้ามา ส่งผลให้อุณหภูมิร้อนขึ้นทั้งคนทั้งห้อง เห็นทีต้องป้องกันเป็นพิเศษไม่อย่างนั้นเหงื่อโชกแน่ๆ
กระจกกันความร้อนและประหยัดพลังงาน
ด้วยคุณสมบัติ โปร่งแสง สะท้อนความร้อน ป้องกันรังสี UV รักษาอุณภูมิภายในห้องเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน แถมยังเป็นกระจกนิรภัยด้วย เช่น กระจก HEAT STOP ที่มีความหนาถึง 24 มิลลิเมตร บรรจุก๊าซเฉื่อยไว้ตรงกลางระหว่างแผ่น คือความพิเศษที่ทำให้ป้องกันความร้อนได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกระจก SE-LITE และ E-LITE ป้องกันความร้อนได้ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ และ 25 เปอร์เซ็นต์ แถมยังป้องกันรังษี UV ได้ถึง 99 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย โดยใช้หลักของการสะท้อนและดูดซับความร้อนไว้ที่ตัวกระจกเอง มีขนาดความหนาตั้งแต่ 6,8,10,12 มิลลิเมตร
- ใสแต่เป็นส่วนตัว
อุตส่าห์ตั้งใจออกแบบให้ ห้องนอน ห้องน้ำ ต่อเนื่องกับสวนแบบเอ๊าท์ดอร์เอาไว้พักผ่อนแบบส่วนตัว แต่เกรงว่าจะมีใครข้างบ้านแอบมอง .. ลอง 2 ไอเดียนี้ดู
กระจกวันเวย์หรือกระจกสะท้อนแสง (Reflective Glass)
เคลือบผิวกระจกด้านนอกด้วยสารโลหะเพื่อป้องกันความร้อนและควบคุมแสง ทำให้เมื่อมองจากด้านนอก จะสะท้อนเหมือนกับกระจกเงา แต่มองจากด้านในเหมือนกระจกใสทั่วไป แล้วยังเลือกกำหนดปริมาณแสงสะท้อนออกและแสงที่ผ่านเข้ามาได้อีกด้วย
มีความหนาให้เลือกตั้งแต่ 3-19 มิลลิเมตร
กระจกใสติดฟิล์มสำหรับตกแต่งอาคาร (Decorative Film)
เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากเปลี่ยนกระจกใหม่ โดยการติดฟิล์มที่เคลือบสารโลหะสะท้อนความร้อนที่ผิวกระจกด้านนอก ก็จะสามารถมองเห็นจากภายในสู่ภายนอกได้ด้านเดียว
ข้อควรระวัง
- แสงสะท้อนจากกระจกและฟิล์มอาจรบกวนเพื่อนบ้าน
- เมื่อใช้กระจกประเภทนี้ ที่อยู่ในด้านส่วนที่มืดกว่าจะมองเห็นอีกด้านได้ชัดเจน ดังนั้นในช่วงกลางคืนหากเปิดไฟภายในห้อง ภายนอกจะมองเข้ามาเห็นได้เช่นกัน
- กระจกบางประเภทหากติดฟิล์มสีเข้มมากไป อาจทำให้กระจกมีโอกาสแตกง่ายขึ้น เนื่องจากการสะสมความร้อนในเนื้อฟิล์ม จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนติดตั้ง
กระจกตัดแสง (NR Glass)
เป็นกระจกใสที่เคลือบสารบางๆหลายชั้นเพื่อเปลี่ยนดัชนีการหักเหของแสง ลดแสงสว่างจ้าบาดตา ช่วยถนอมสายตา ลดเงาสะท้อนรบกวนให้เหลือเพียง 0.5 เปอร์เซ็นต์ ป้องกันรังสี UV ได้อีกด้วย
ข้อควรระวัง แสงสะท้อนจากกระจกและฟิล์มจะรบกวนเพื่อนบ้าน
- ในช่วงกลางคืนหากเปิดไฟภายในเมื่อมองจากภายนอก จะสามารถมองเห็นภายในได้ สรุปคือด้านที่มืดกว่า จะสามารถมองเห็นด้านที่สว่างกว่าได้
- กระจกบางประเภทหากติดตั้งฟิล์มสีเข้มมากไป อาจเกิดการแตกตัวของกระจกมากขึ้น เนื่องจากการสะสมความร้อนในตัวเนื้อฟิล์ม เพราะฉะนั้นก่อนติดตั้งควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
————————————————————————–
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
*ขอบคุณข้อมูล : TGSG
Image Credits : BaoBee
Share post:
7 วิธีชวนสวนเข้าบ้าน : ต่อเนื่องเรื่องวัสดุ
February 9th, 2009. Published under City Living >>, Home & Garden, Livingplace >>, Material, Tips & Trics >>. 1 Comment.
Share post:
รอบนี้ขอมาแบบ “เขียวๆ” .. แต่เกาะเกี่ยวเลี้ยวเข้าในบ้านได้ – เดี๋ยวจะหาว่าเราไม่ “Green”
ตกยุค ตกเทรนด์ ตกเขียว !!
โดยขออนุญาติควักเอาบทความที่ผมเขียนในนิตสาร room กับคอลัมน์ room rescued ซึ่งเป็นคอลัมน์ที่แนะนำ Tips ง่ายๆและให้ความรู้สำหรับที่เราจะนำไปใช้เองได้ในการตกแต่ง
คุณๆที่เป็นแฟนประจำหรือเคยอ่านใน room มาบ้างแล้วก็คิดเสียว่าอ่านเล่นสนุกๆทบทวนเอาแล้วกัน แต่รับรองว่าเวอร์ชั่นที่อยู่ใน interiorSiam.com นี้ จะเนื้อหาท่วงท่าและลีลาแตกต่างจากในหนังสือแน่นอน เพราะเป็นเวอร์ชั่นที่ยังสุกๆ-ดิบๆ medium rare ทียังไม่ได้ผ่านมือ Editor ในขั้นตอนสุดท้ายก่อนส่งโรงพิมพ์
“7 วิธีชวนสาวสวนเข้าบ้าน” นั้นเป็น Tips 7 แบบ 7 ไอเดีย ที่จะเป็นการ “เชื่อมโยงกลมกลืนอย่างต่อเนื่องแบบไร้พรมแดนทั้งข้างนอกและข้างใน” ได้ทั้งประโยชน์ใช้สอยและความงามไปด้วยพร้อมๆกัน
วันนี้เริ่มที่ไอเดียแรกกันก่อนเลยครับกับ “ต่อเนื่องเรื่องวัสดุ” ส่วนที่เหลืออีก 6 ไอเดีย จะรีบทะยอยตามมา … ถ้าไม่ติดไฟแดงเอาเสียก่อน !! .. ENjoy Yourself with Your Designs
………
……..
คงจะดีไม่น้อยหากเราจะมีไอเดียตกแต่งบ้าน จากบ้านที่ดูธรรมดาๆในอารมณ์สามัญประจำวันที่คุ้นเคย เพื่อเตรียมพร้อมรองรับกับการพักผ่อนธรรมชาติของสวนรอบๆบ้านได้ในทุกๆวันเวลาตามต้องการ ด้วยการเชื่อมโยงภายในและภายนอกเข้าหากันแบบ ”ไร้พรมแดน” แถมไอเดียแบบนี้ยังสร้างความคุ้มค่าให้กับการใช้พื้นที่ทั้งภายนอกและภายในเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่องและกลมกลืนได้ด้วย
(1) ต่อเนื่องเรื่องวัสดุ
เลือกใช้วัสดุปูพื้น กรุผนัง งานตกแต่งอื่นๆให้มีความต่อเนื่องกันตั้งแต่ภายนอกจนถึงภายใน อาจเน้นกันที่เนื้อวัสดุทีมีพื้นผิวสัมผัสที่เป็น “ธรรมชาติ” จริงๆ และสร้างความต่อเนื่องกันด้วย เส้นสาย ลวดลายอิสระหรือธรรมชาติก็ยิ่งเหมาะ ด้วยวิธีการดังนี้ …
- สัมผัสผืนผิวไม้ .. ได้อย่างไม่ขาดตอน
สร้างความรู้สึกกันตั้งแต่ปลายเท้าก้าวแรกกันเลย ด้วยการเลือกปูพื้นระเบียงภายนอกด้วยพื้นไม้ แล้วปล่อยให้พื้นผิวธรรมชาติของพื้นไม้ ขยับขยายนำพาพื้นที่ให้ต่อเนื่องเข้าหากัน ด้วยการปูพื้นไม้ให้ต่อเนื่องทั้งจากระเบียงด้านนอก ล่วงล้ำเข้าสู่ภายในอย่างต่อเนื่องเหมือนเป็นผืนเดียวกันจากภายนอกสู่ภายใน - หินกาบ หินทราย เน้นเส้นสาย ลายผนัง
เลือกเล่นเส้นสายที่เว้าโค้ง เพิ่มลาย ‘ผนัง’ กันด้วย หินกาบคละขนาด (จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า) หรือจะลองเป็นหินทรายสีครีมก็ไม่ว่ากัน ด้วยรูปทรงฟรีฟอร์มโน้มนำสายตากันอย่างลื่นไหลจากภายในสู่ภายนอก - วางระแนง ตะแกรงไม้
ระแนงไม้วางแบบตาราง หรือเรียงแถวก็ได้ เว้นระยะห่างกันเล็กน้อยตามความสวยงาม ขอเพียงเลือก สี วัสดุ แพทเทิร์นให้เหมือนกันและต่อเนื่อง
ระแนงภายนอกใช้ประโยชน์เป็นหลังคาโปร่งๆช่วย เบาฝน เบาแดด เสริมลีลาธรรมชาติด้วยสีเขียวครึ้มเข้าไปอีกด้วยม่านบาหลีก็ดูดีร่มรื่นชื่นใจเข้าไปอีก ส่วนระแนงภายในนั้นปล่อยให้ต่อเนื่องเข้ามาเหมือนตั้งใจให้เป็นงานตกแต่งฝ้าเพดานไปในตัว
———————————————————–
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
*Photos Credit : psycho_roy
Share post:
ติดไฟแดง
February 2nd, 2009. Published under Designer 's Experience, My Stuff >>, News >>, Uncategorized >>. 6 Comments.
Share post:

แวะมาทักทายบอกกล่าวกันก่อนว่า ไม่ได้แอบหายหรือหนีไปเดินโบกธงกับม๊อบที่ไหน !!
แต่ที่มาสาย …
เพราะมัวยุ่งวุ่นวายและเร่งด่วนกับเรื่องปากท้องสัมมาชีพอยู่มากมาย ขออนุญาตส่งข่าวและขอประทานโทษ คุณๆ เพื่อนๆ ของ interiorSiam.com ที่เมลล์มาคุยขอคำปรึกษาในเรื่องต่างๆทั้งเรื่องตกแต่ง หรือจะเป็นเรื่องเรียนเรื่องรักของน้องๆก็แล้วแต่
ที่ผมติดค้างคาเอาไว้ — ใกล้เค็มได้ที่แล้ว (ยิ้ม)
ว่ารออีกนิด .. (รักแล้วรอหน่องหน่อย) แล้วจะรีบตอบกลับในเร็ววัน
เออ..ออ.!! รถมันติดอ่ะครับ เลยมาสาย — (ข้ออ้างทั้งปี… แล้วมันเกี่ยวมั้ย..?? )
—————————————————————–
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
ขอบคุณภาพประกอบ : roemischzwo










