Archive for December, 2008
Wallpaper The Series : ant’ique
December 17th, 2008. Published under Blogger Invitation, City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Livingplace >>, Material, Shopping Guide >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. No Comments.
Share post:

ลวดลายของ Wallpaper นี้มองเผินๆอาจไม่แตกต่างจากลวดลาย ที่เราจะเห็นได้ในบ้านที่ต้องการตกแต่งแบบภูมิฐาน แต่เมื่อมองเข้าไปในรายละเอียดจะพบว่าลวดลายประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นประกอบกันขึ้นจากมดจำนวนมาก
http://www.gamplusfratesi.com/
—————————————————-
Contributor : วิษณุ อ๋องสกุล
*ภาพและที่มา : designboom
Share post:
Wallpaper The Series : Greenwalls
December 17th, 2008. Published under Blogger Invitation, City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Furniture >>, Livingplace >>, Material, Shopping Guide >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. No Comments.
Share post:

หากเราต้องการอาศัยอยู่กับธรรมชาติจริงๆ Green Wall อาจเป็นทางเลือกหนึ่งของคุณ วัสดุที่ใช้ทำ Wallpaper นี้ไม่ได้ทำจากกระดาษแต่เป็นพืชจริงๆ ที่ปูอยู่เต็มพื้นที่ แนวคิดนี้อาจไม่เหมาะกับประเทศไทยที่มีความชื้นสูงอยู่แล้วนะครับ
—————————————————-
Contributor : วิษณุ อ๋องสกุล
*ภาพและที่มา : designboom
Share post:
Wallpaper The Series : Surrealien
December 17th, 2008. Published under Blogger Invitation, City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Livingplace >>, Material, News >>, Shopping Guide >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. 1 Comment.
Share post:

Wallpaper ที่ออกแบบส่วนมากแล้วไม่เกี่ยวข้องกับรูปทรงของสถาปัตยกรรมภายในห้อง แต่ด้วยการสร้างลวดลายที่ดูเหนือจริง โดยทำให้ลวดลายสัมพันธ์กับกรอบรูป ประตู สวิทช์ หรือแม้กระทั่งแสงสว่างจะทำให้ห้องเปลี่ยนแปลงให้เกิดบรรยากาศที่เหนือจริงขึ้น สำหรับผมแล้วเป็นแนวคิดที่น่าทดลองทำดูเลยครับ คงทำให้ห้องมีมิติที่น่าสนใจ
http://www.surrealien.de/
—————————————————-
Contributor : วิษณุ อ๋องสกุล
*ภาพและที่มา : designboom
Share post:
Wallpaper The Series : Timorous Beasties
December 16th, 2008. Published under Blogger Invitation, City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Livingplace >>, Material, Shopping Guide >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. 2 Comments.
Share post:

Wallpaper ชิ้นนี้นักออกแบบ Alistair Mcauley และ Paul Simmons ก่อตั้งบริษัท Timorous Beasties ในปี 1990 พวกเขาสร้างผลงานด้านสิ่งทอไว้หลากหลาย รวมถึงงานออกแบบลวดลาย Wallpaper ลวดลายของพวกเขาใช้การพิมพ์ลายแบบร่วมสมัย การออกแบบของพวกเขามองดูผิวเผินเหมือนกับลวดลายแบบ traditional แต่เมื่อมองลึกเข้าไปจะเห็นเนื้อหาของภาพที่สะท้อนมุมมองของสังคม เช่น ลวดลายของคนจรจัด , คนที่กำลังถูกปล้นในที่สาธารณะ งานของพวกเขาเรียกว่า
” William Morris on acid”
ความเห็นผมแล้วผลงานนี้ไม่ได้เน้นการใช้งานหรือความสวยงาม แต่เป็นเหมือนงานศิลปะที่เน้นการประชด ประชันสังคมได้อย่างเจ็บแสบหากเราใช้ลวดลายแบบนี้ในสถานที่ที่ทำงานของผู้คน ที่ต้องการกระตุ้นเตือนจิตสำนึก ก็น่าจะเป็นแนวคิดสำหรับประยุกต์ใช้ได้ต่อไปนะครับ
(สำหรับประวัติของ William Morris อ่านได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/William_Morris ครับ)
—————————————————-
Contributor : วิษณุ อ๋องสกุล
*ภาพและที่มา : designboom
Share post:
Wallpaper The Series : The Family
December 16th, 2008. Published under Blogger Invitation, City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Livingplace >>, Material, Shopping Guide >>, Small Space Living, Tips & Trics >>. 1 Comment.
Share post:

นักออกแบบภาพ Graphic อย่าง Lisa bengtsson ออกแบบลวดลาย ‘The Family’ โดยทำผนังเป็นลวดลายกรอบรูป เพื่อใส่ภาพสมาชิกในครอบครัว เธอได้แรงบันดาลใจจากผนังบ้านในยุโรปที่นิยมแขวนภาพเขียนของคนในครอบครัวไว้เต็มผนัง ลวดลายนี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถจัดเรียงรูปภาพของตนเองในกรอบต่างๆ ได้อย่างอิสระ ผมชอบแนวคิดนี้ตรงทีประหยัดดีครับ และยังช่วยให้เราอยากเอาภาพของครอบครัวออกมาจัด มากกว่าเก็บไว้แล้วนานๆจึงจะนำออกมารำลึกครั้ง
—————————————————-
Contributor : วิษณุ อ๋องสกุล
*ภาพและที่มา : designboom
Share post:
Wallpaper The series : Tic Tock
December 15th, 2008. Published under Blog, Blogger Invitation, City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Designer 's Experience, Livingplace >>, Material, Small Space Living. 1 Comment.
Share post:

Tic Tock l ในมุมมองของเด็กแล้ว ผนังนั้นเปรียบเสมือนผ้าใบขนาดใหญ่ที่รอให้พวกเขาลงสี ผู้ปกครองต้องต่อสู้กับความจริงข้อนี้มาตลอด Tik Tock เป็นลวดลายนาฬิกาแขวนผนังรูปร่างต่างๆมากมาย ภาพเหล่านั้นเป็นลายเส้นสีขาวและดำ รอให้เด็กๆมาลงสีสันตามลวดลายที่เขียนไว้ ผมชอบวิธีคิดที่มองว่า Wallpaper ไม่ใช่สินค้าสำเร็จรูปที่ซื้อมาติดแล้วก็ห้ามเด็กมาแกะหรือวาด กล่าวคือเรามักคอยต้องระแวงหรือดูแลรักษามากกว่าผนังทาสีธรรมดา แต่นักออกแบบท่านนี้ทำให้ผนังกลับมาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์และเป็นมิตรกับจินตนาการของเด็กได้ครับ
—————————————————-
Contributor : วิษณุ อ่องสกุล
*ภาพและที่มา : designboom
Share post:
Wallpaper The Series : Calenda
December 15th, 2008. Published under Blog, Blogger Invitation, City Living >>, Designer >>, Designer 's Experience, Livingplace >>, Material, News >>, Small Space Living. No Comments.
Share post:

Calenda l Christiaan Postma นักออกแบบชาว dutch ซึ่งออกแบบให้ wallpaper มีหน้าที่เป็นเหมือนปฎิทินขนาดใหญ่ เพื่อให้ผนังเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงตารางชีวิตที่ยุ่งเหยิงของเราในปัจจุบัน ซึ่งได้มีช่องว่างให้เขียนตารางงานได้ตลอดทั้งปี ส่งผลให้เห็นความแตกต่างด้านเวลาในหนึ่งปี ความเห็นส่วนตัวของผมชื่นชมวิธีคิดของนักออกแบบท่านนี้นะครับ เพราะการแสดงตารางชีวิตของตนเองทั้งปีให้เห็นนั้น มีส่วนช่วยให้เรามองเห็นภาวะตัวตนของตัวเราเองได้มากขึ้น เพียงแต่การออกแบบของเขาค่อนข้างซื่อ ยังไม่เหมาะกับการใช้ประดับพื้นที่ครับ
————————————————
Contributor : วิษณุ อ่องสกุล
*ภาพและที่มา : designboom
Share post:
WallPaper The Series
December 14th, 2008. Published under Blog, Blogger Invitation, City Living >>, Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>. 1 Comment.
Share post:

“อาจารย์เก่ง” (วิษณุ อ๋องสกุล) ’บล็อกเกอร์รับเชิญ’ ของ ‘บล็อก(รอ)เก้อ’ แห่งนี้ ล่าสุดอาจารย์มีเรื่องดีๆที่ได้ไปเสาะแสวงหามา โดยแปลผ่านมุมมองของนักออกแบบ แล้วเรียบเรียงเรื่องราวผ่านขบวนการสันดาบแยกย่อยเพื่อเอามาเล่าสู่กันฟัง
“Wallpaper” ของแต่งบ้านใกล้ๆตัวและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เชื่อว่าแทบทุกบ้านน่าจะต้องมีแปะไว้ที่ฝาบ้านกับแทบทั้งนั้น —
ยกเว้นที่บ้านผม … (ฮา)
แต่คราวนี้ “อาจารย์เก่ง” ของเราขอเม้าท์ยาวๆหน่อย ว่ากันเป็นซีรี่ส์เลยก็ว่าได้ เป็นการเสนออีกมุมมองที่ว่าด้วย
“นักออกแบบในปัจจุบันได้ทำให้ Wallpaper นั้นเปลี่ยนแปลงความหมายและประโยชน์ใช้สอยให้มากมายหลากหลายขึ้น”
และเพื่ออรรถรสในการอ่านและน่าติดตามกว่า (แบบยาวๆ) ก็เลยขออนุญาติแยกส่วน สลายขั้วออกเป็นเรื่องๆ เป็นกลุ่ม-ก๊ก เป็นตอนๆแบบ CSI กันจะดีกว่า .. น้านน ว่างั้น
**–**
สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ขอใช้ ‘เอกสิทธิ์’ ยกมือ พิ้นที่ให้กับ Wallpaper ซีรีส์เรื่องนี้ไปเลยแล้วกัน — วันนี้ขอแค่เกริ่น .. พรุ่งนี้มาว่ากันต่อในตอนแรกครับ
“…Wallpaper เป็นวัสดุที่ใช้ในการตกแต่งภายใน โดยประโยชน์ใช้สอยของ Wallpaper นั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลยตั้งแต่เริ่มใช้ในยุคRenaissance ในยุโรป ในยุคแรกนั้นใช้เพื่อทดแทนผ้าประดับที่ทอเป็นลายดอกไม้ บนผนังซึ่งมีราคาแพงเพื่อให้มีความต่อเนื่องของลวดลายด้วยการใช้กระดาษหลายๆชิ้นมาเรียงต่อกัน ปัจจุบัน Wallpaper นั้นถูกพัฒนาด้านลวดลายและสี แม้กระทั่งระยะกว้างเพื่อให้คลอบคลุมผนังได้ในระยะที่กว้างขึ้น กระทั่งพัฒนาเป็นแผ่นม้วน ในปัจจุบัน Wallpaper ได้เปลี่ยนแปลงเป้าหมายและวัตถุดิบในการผลิต…”
Enjoy yourself with your Design
——————————————-
Author : MiMD : บล้อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Share post:
อุปกรณ์ข้างขอบเตียง : Habitual Bedside Table
December 9th, 2008. Published under City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Furniture >>, Small Space Living. 6 Comments.
Share post:

ปกติจะติดนิสัยเสียอยู่อย่าง คือชอบอ่านหนังสือก่อนนอน อ่านแล้วเหมือนได้กินยานอนหลับ มันจะเคลิ้มมม..เจ้าเปลือกตาด้านบนเริ่มขยับลงมาจุมพิตหาน้องถุงขอบตาด้านล่าง ถ่างให้ตายยังไง มันก็ไม่ยอม
Stephane de Sousa ได้ออกแบบ “Habitual Bedside Table” อุปกรณ์ข้างขอบเตียงตัวนี้ ถูกออกถูกใจผมเป็นแม่นแท้ ครั้นเมื่อปฐมแรกที่แลเห็น
ที่บอกว่าถูกทั้งอกและใจนั้นก็เพราะ ‘ฟังก์ชั่น’ การใช้งานของมันเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับส่วนออกแบบ ที่ขั้นพาดหน้าหนังสือเอาไว้อ่านต่อในคราวหน้ากันลืม– ส่วนรูปร่างหน้าตานั้น ผมว่ามันดูออกจะเชยๆและแสนซื่อไปสักหน่อยในเรื่องของความงามและทันสมัย
จะเอาไว้วาง แว่นตา รูปป้า นาฬิกาปลุก หรือจะเป็นที่แอบซุกแอบซ่อน FHM ไว้คลายเหงา คอยเร่งเร้ากำเดาในรูจมูก — ก็ไม่ว่ากัน
Enjoy Yourself With Your Design
————————————————
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
ข้อมูลและภาพ : http://www.coroflot.com
Share post:
5 วิธีการเก็บข้อมูลเพื่องานออกแบบ
December 4th, 2008. Published under Designer >>, Designer 's Experience, My Stuff >>, News >>, Outing >>. No Comments.
Share post:
เมื่อต้นเดือนตุลาฯที่ผ่านมา ผมมีโอกาสเข้าร่วมสังเกตการณ์เวิร์คช้อบที่ TCDC ในฐานะ Blogger กับ งานชุมนุมทางความคิดประจำปี Creativities Unfold, Bangkok 2008 งานนี้ถือว่าเป็นงานวัดประจำปีของที่นี้เลยก็ว่าได้ และได้จัดติดต่อกันปีนี้เป็นปีที่สาม ส่วนกิจกรรมหลักของงานในวันแรกนั้น ถือว่าเป็นไฮไลท์ของงานอันหนึ่งคือการทำ WorkShop
นีน่า แวง (Nina wang) และ อัลเท เซลเดล (Altay Sendil) ผู้เชี่ยวชาญด้านศึกาพฤติกรรมมนุษย์จาก “IDEO” เป็น Speakers และทำ WorkShop ให้กับผู้เข้าร่วมที่สนใจและนักออกแบบในวันนั้น ภายใต้หัวข้อ “Human Factors”
5 ข้อพื้นฐานที่ได้มาในวันนั้น บอกได้เลยว่ามีคุณค่ามากสำหรับใช้เป็น เหตุผล การสร้างโจทย์ในการตั้งคำถาม เพื่อวิเคราะห์เจาะลึกเข้าถึงต้นต่อของการออกแบบ ไม่วาจะเป็นการออกแบบในแขนง-คะน้าใดๆก็ตาม..!!
[1] Tell me about the time when l บอกหน่องหน่อยได้มั้ย … บอกหน่อยได้มั้ย ?? เป็นการตั้งคำถามสัมภาษณ์ทั่วไปเกี่ยวกับการใช้งานด้าน’พฤติกรรม’ ล้วนๆ เช่น ถ้าเราต้องการจะออกแบบ ‘ร้านอาหาร’ เราจะสอบถามผู้ใช้บริการกลุ่มเป้าหมายของเราอย่างไรได้บ้าง ขอยกตัวอย่างคำถาม เช่น ปกติคุณทานอาหารเช้าหรือเปล่า ? กลางวันคุณชอบทานก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวมากกว่ากัน ? การศึกษาวิจัยสิ่งเหล่านี้ถึงจะดูเหมือนไม่มีอะไร เป็นการสัมภาษณ์อะไรที่พื้นๆมาก แต่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญนะครับ เมื่อนำประกอบกันครบทั้งห้าข้อแล้วคุณจะเห็นพลานุภาพของมัน
[2] Why..Why..Why..Why..Why.. l ทำไม?-ทำไม?-ทำไม?-ทำไม?-ทำไม? เป็นการตั้งคำถามถึงเหตุผลไปเรื่อยๆ แนวซอกแซก ซึมซน ล้วงลึกเข้าไป เพื่อให้ได้ข้อมูลใน ‘เชิงลึก’ DEEP INSIDE เพื่อที่เราจะได้ทราบถึงพฤติกรรมอะไรกันแน่ !?!… ที่กระตุ้นการใช้งานจากเบื้องลึกก้นบึ้งในใจทีแท้จริงของผู้ใช้งานในสถานที่นั้นๆที่เราจะต้องออกแบบ เช่น
Q : ทำไมคุณถึงเลือกที่จะนั่งโต๊ะริมผนังด้านใน ?
A : เพื่ออยากได้ความเป็นส่วนตัว
Q : ทำไมถึงต้องการความเป็นส่วนตัว ?
A : ไม่ชอบให้ใครมอง หรือเดินผ่านเวลาทานอาหาร
Q : ทำไมถึงไม่ชอบให้ใครมอง ?
A : กลัวจะเผลอไม่สุภาพเวลาทาน ทำให้เสียบุคลิก
Q : ทำไมถึงกลัวเสียบุคลิกด้วยล่ะ ?
A : กลัวจะไม่สวย
Q : ทำไมถึงกลัวไม่สวย ?
A : ไม่สวยแล้วทำให้ขาดความมั่นใจ และที่สำคัญกลัวแฟนไม่รัก
ข้อนี้แนะนำว่าอย่าใช้บ่อย เฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะอาจจะไม่ปลอดภัยกับผู้ทำวิจัยได้ มันนำรำคาญ และพานจะโดน….เอาซะ
[3] Show me l ขอดูได้มั้ยจ๊ะ?? .. กับข้อนี้จะทำให้เราเห็นภาพพฤติกรรมได้ชัดเจนมาก และอาจจะทำให้เห็นพฤติกรรมส่วนอื่นๆ ที่มจะเป็นข้อมูลสำหรับในการออกแบบในผลิตภัณฑ์อื่นๆด้วยก็ได้ เช่น เก้าอี้ , ช้อน-ส้อม เป็นต้น นอกจากแค่การออกแบบร้านอาหารเท่านั้น
ให้สังเกตและเก็บรายละเอียดว่าผู้เข้าร่วมทำวิจัยนั้นมี ‘พฤติกรรม’ และ ‘ปฎิกิริยา’ เช่นใดกับสิ่งเร้ารอบๆ ในระหว่างนั่งรออาหารไปจนกระทั่งทานเสร็จเรียบร้อย
[4] Think Aloud l คิดดังๆ!! เป็นการที่ให้ผู้เข้าร่วมทำวิจัยเข้าไปอยู่ในสถานะการณ์จริง สถานที่จริง แล้วยิงคำถามไปเรื่อยๆ เช่น เห็นอะไร รู้สึกอย่างไรบ้าง อึดอัดมั้ย ชอบ-ไม่ชอบหน้าพนักงานเสริฟด้วยหรือเปล่า แล้วให้ตอบออกมาพูดออกมาเรื่อยๆทั้งสิ่งละอันพันละน้อย ไม่เว้นแม้กระทั่งไข่จิ้งจก มือตบพันธมิตร ตีนตบ-นปช. เป็นต้น
[5] Ask Naive Questions l ถามอะไรซื่อบื่อๆ?? .. ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าบางทีกับคำถามที่ไม่น่าถาม หรือบางคนถามแล้วอาจจะโดนตอกกลับหงายกลับมาว่า ถามอะไรโง่ๆ..!! ถามเหมือนเด็กถามทำนองนั้น นึกถึงรายการเกมส์โชว์ที่มีเด็กๆเป็นผู้เล่นและ กับการ ‘ตอบคำถาม’ และการ ‘ตั้งข้อสงสัย’ ของเด็กๆเหล่าว่า บางที่เรา(ผู้ใหญ่)ถึงกับทึ่งและแอบคิดในใจไปด้วยว่า เออ!! มันคิดแบบนี้ได้ยังไงนะ
การทำวิจัยด้วยการตั้งคำถามประเภทนี้จะทำให้เราได้ข้อมูลแบบที่แปลกและแตกต่างอยู่ไม่น้อย เช่น ทำไมต้องดื่มกาแฟตอนเช้า ? คุณอาจจะตอบว่า เพราะจะทำให้ไม่ง่วง หรือ เพราะมันทำดูดีมีรสนิยม บลา..บลา.. บลา..etc. คำตอบจากหลายๆเหตุผลจากคำถามแบบนี้ เหล่านี้คือข้อมูลที่บ่งบอกแนวทางการตั้งโจทย์เพื่อ ‘แก้ปัญหา’ และ ‘ตอบสนอง’ ให้กับงาน ‘ดีไซน์’ ทั้งสิ้น
ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเกินไปใช่มั๊ยครับ ? แกนนำทั้ง 5 คน วิธีการทั้ง 5 ข้อนี้สามารถนำไปใช้ได้กับทุกๆงานออกแบบและกับทุกๆไอเดีย โมเดลธุรกิจ ตามแต่ใจคุณต้องการ เก็บข้อมูลจากการวิจัยได้แล้ว ทำให้เห็นภาพและหนทางแห่งเป้าหมายได้ชัดเจนแจ๋มแจ๋วใสขึ้นกว่าเดิมเป็นไหนๆ
ที่เหลือก็อยู่ที่ฝีมือแล้วละครับ … ว่าจะยิง “เข้าเป้า” หรือจะยิง “เข้าป่า” อิอิ
Enjoy Yourself With Your Design
—————————————————-
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ -ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
*ภาพและข้อมูลบางส่วน : TCDC



