<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
		>
<channel>
	<title>Comments on: WallPaper The Series</title>
	<atom:link href="http://www.interiorsiam.com/2008/12/14/wallpaper-series/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.interiorsiam.com/2008/12/14/wallpaper-series/</link>
	<description>: MiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Mon, 13 Dec 2010 10:06:16 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
		<item>
		<title>By: วิษณุ</title>
		<link>http://www.interiorsiam.com/2008/12/14/wallpaper-series/comment-page-1/#comment-772</link>
		<dc:creator>วิษณุ</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2008 02:34:11 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.interiorsiam.com/?p=879#comment-772</guid>
		<description>ขอเสริมอีกนิดครับ จากที่ศึกษาเพิ่มเติมพบว่าการใช้ผ้าพิมพ์ลายประดับผนังในยุด Renaissance ยังหลงเหลือในประเทศอิตาลี่ ซึ่งปัจจุบันได้รับการซ่อมแซมและเก็บรักษาแล้ว ผ้าพิมพ์ลายประดับผนังนั้น ดูแลรักษายากและราคาในการผลิตที่สูงทำให้ได้รับความนิยมในชนชั้นสูง ส่วนWallpaper ที่เป็นกระดาษนั้นก็มีหลักฐานในยุควิคตอเรี่ยน ซึ่่งชาวอังกฤษได้นำเข้าจากประเทศจีน ซึ่งลวดลายในช่วงแรกยังเป็นการเขียนด้วยมือ ใส่กระดาษม้วนยาวครับ
สำหรับการตกแต่งภายในแล้ว Wallpaper คงเป็นนวัตกรรมที่สำคัญสิ่งหนึ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เนื่องจากเดิมทีนับแต่อดีต มนุษย์ใช้การทาสีผนัง ซึ่งยังคงให้ความรู้สึกที่เย็น ไม่ผ่อนคลาย แสงไฟเมื่อต้องผนัง ก็จะมีเงาสะท้อนที่ทำให้บรรยากาศภายในไม่สงบ แต่เมื่อมีการคิดค้้น Wallpaper ทำให้การประดับตกแต่งพื้นที่ภายในห้องต่างๆ เกิดเรื่องราวและบรรยากาศ ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนการแต่งกายเมื่อเราเปลี่ยนเครืองแต่งกายในแต่ละครั้ง เราทำไปเพื่อสื่อสารให้คนภายนอกทราบว่าเราเป็นคนอย่างไร หรือเราต้องการไปทำธุระที่ไหน เช่น เราใส่ชุดดำทั้งชุดเพื่อไปงานศพ เราใส่ชุดสูทเพื่อไปทำธุระที่เป็นพิธีการ Wallpaper ก็ทำให้พื้นที่ภายในบ้านเกิดการสื่อสารกับทั้งผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยี่ยมเยียนไม่ต่างอะไรกับการแต่งกายของเราเลยครับ 
จากการอ่านงานออกแบบของกลุ่มนักออกแบบ Droog ที่เคยออกแบบงานเกี่ยวกับ Wallpaper มีมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจ จากผลการศึกษาการใช้qallpaper ในวัฒนธรรมยุโรป ผู้ใช้Wallpaper จะเปลี่ยนลวดลายทุกๆ 2-3 ปี ซึ่งแตกต่างจากวัฒนธรรมไทย จากประสบการณ์ของผมเองที่พบเห็นWallpaper ในบ้านที่มีอายุมากกว่า 5 ปี และจะเปลี่ยนเมื่อWallpaper นั้นเสื่อมหรือชำรุดมากแล้ว นี่อาจเป็นมุมมองของผมเองนะครับ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อวิธีการใช้Wallpaper ที่แตกต่างกันครับ โดยยุโรปใช้เหมือนการเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย แต่ในสังคมไทยที่เน้นด้านการใช้งานครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอเสริมอีกนิดครับ จากที่ศึกษาเพิ่มเติมพบว่าการใช้ผ้าพิมพ์ลายประดับผนังในยุด Renaissance ยังหลงเหลือในประเทศอิตาลี่ ซึ่งปัจจุบันได้รับการซ่อมแซมและเก็บรักษาแล้ว ผ้าพิมพ์ลายประดับผนังนั้น ดูแลรักษายากและราคาในการผลิตที่สูงทำให้ได้รับความนิยมในชนชั้นสูง ส่วนWallpaper ที่เป็นกระดาษนั้นก็มีหลักฐานในยุควิคตอเรี่ยน ซึ่่งชาวอังกฤษได้นำเข้าจากประเทศจีน ซึ่งลวดลายในช่วงแรกยังเป็นการเขียนด้วยมือ ใส่กระดาษม้วนยาวครับ<br />
สำหรับการตกแต่งภายในแล้ว Wallpaper คงเป็นนวัตกรรมที่สำคัญสิ่งหนึ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เนื่องจากเดิมทีนับแต่อดีต มนุษย์ใช้การทาสีผนัง ซึ่งยังคงให้ความรู้สึกที่เย็น ไม่ผ่อนคลาย แสงไฟเมื่อต้องผนัง ก็จะมีเงาสะท้อนที่ทำให้บรรยากาศภายในไม่สงบ แต่เมื่อมีการคิดค้้น Wallpaper ทำให้การประดับตกแต่งพื้นที่ภายในห้องต่างๆ เกิดเรื่องราวและบรรยากาศ ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนการแต่งกายเมื่อเราเปลี่ยนเครืองแต่งกายในแต่ละครั้ง เราทำไปเพื่อสื่อสารให้คนภายนอกทราบว่าเราเป็นคนอย่างไร หรือเราต้องการไปทำธุระที่ไหน เช่น เราใส่ชุดดำทั้งชุดเพื่อไปงานศพ เราใส่ชุดสูทเพื่อไปทำธุระที่เป็นพิธีการ Wallpaper ก็ทำให้พื้นที่ภายในบ้านเกิดการสื่อสารกับทั้งผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยี่ยมเยียนไม่ต่างอะไรกับการแต่งกายของเราเลยครับ<br />
จากการอ่านงานออกแบบของกลุ่มนักออกแบบ Droog ที่เคยออกแบบงานเกี่ยวกับ Wallpaper มีมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจ จากผลการศึกษาการใช้qallpaper ในวัฒนธรรมยุโรป ผู้ใช้Wallpaper จะเปลี่ยนลวดลายทุกๆ 2-3 ปี ซึ่งแตกต่างจากวัฒนธรรมไทย จากประสบการณ์ของผมเองที่พบเห็นWallpaper ในบ้านที่มีอายุมากกว่า 5 ปี และจะเปลี่ยนเมื่อWallpaper นั้นเสื่อมหรือชำรุดมากแล้ว นี่อาจเป็นมุมมองของผมเองนะครับ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อวิธีการใช้Wallpaper ที่แตกต่างกันครับ โดยยุโรปใช้เหมือนการเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย แต่ในสังคมไทยที่เน้นด้านการใช้งานครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>

