การบริหารความรู้สึก
October 15th, 2008. Published under Uncategorized >>. 1 Comment.
Photo : freakdiver
หากจะมีใครสักคนบอกเราว่าการบริหารงานเพื่อให้ได้ “งานที่ดี” นั้นมันต้องประกอบไปด้วย
การบริหาร “คน-คุณภาพ-เวลา”
เชื่อเถอะ ไม่ผิดหรอก…
ไหนๆเชื่อแล้ว..อยากให้ลองเชื่อต่อไปอีกด้วยว่า หนึ่งในนั้นสำคัญที่สุดก็คือ “บริหารคน” — เนื่องว่า “คน” คือผู้ที่จะไปจัดการทั้งคุณภาพและเวลาให้สำเร็จเบ็ดเตล็ดเสร็จโก๋ — ผมเองก็เชื่อเช่นนั้น
และขอเสริม
อีกสิ่ง..ที่ได้พิสูจน์แล้วว่ามันสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนั้นก็คือ “การบริหารความรู้สึก” การบริหารแบบนี้มันต้องสร้างก่อน แล้วค่อยผ่อนส่งต่อฝังลงไปให้ลึกถึงก้นบึ้งของคนจ่ายตังส์ (ลูกค้า) :)
“การบริหารความรู้สึก” What’s that mean ?? ผมไม่ได้เรียน Management มา เลยไม่ทราบว่าในคลาสรูม MBA เขามีสอนหรือเปล่า — แต่ในสมองสองตาของผม คือ การสร้างความรู้สึกที่ดี(มากถึงมากที่สุด) ความวางใจ ยอมรับ เชื่อมั่นศรัทรา ถูกชะตาและ(ชอบ)ขี้หน้าเป็นสำคัญ (อย่าพึ่งขำ..มันมีจริง) – เคยไม่ครับ ?? รู้สึกไม่ชอบขี้หน้าใคร โดยไม่มีเหตุผล
โชคดีอย่าง — มีโอกาสได้นั่ง(บางครั้งก็ยืน)คุยกับพรรคพวกเพื่อนฝูง ทั้งช่างแบบ ผู้รับเหมา เถ้าแก่ หรือแม้แต่เซลล์ขายกระเบื้อง บาง Case หลายคนเคยเจอปัญหาคล้ายๆกัน คือมุ่งมั่นไปที่ คุณภาพ-เวลา เป็นหลัก (ตามสูตร) ส่งมอบงานด้วยปัจจัยและการบริการครบถ้วนสมบูรณ์แบบ แต่ก็ยังส่งงานหรือปิดการขายไม่ได้สักที
กลับกัน..อีก Case ด้วยความรู้สึกที่ดีของลูกค้าตั้งแต่แรก ถึงแม้งานชิ้นนั้นมันจะไม่ Perfect และ Complete อย่างที่เราตั้งไว้ (ซึ่งจริงๆมันควรจะดีกว่านี้ เนื่องด้วยปัจจัยแห่งเวลา) แต่ก็จบและปิดงานได้อย่างไม่ฟกช้ำดำเขียว แถมเลี้ยวซ้ายยังผ่านตลอดเสียด้วยซ้ำ :)
“การบริหารความรู้สึก” ฟังดูกลายๆจะคล้ายกับ “การทำให้ลูกค้าพึงพอใจ” แต่แค่ส่วนหนึ่ง
“การบริหารความรู้สึก” ในมุมมองของ ‘ช่างแบบ’ ไม่ใช่การตามใจลูกค้าไปซะทุกเรื่อง
เพราะ .. “การบริหารความรู้สึก” ไม่ใช่ “การบริการความรู้สึก” ถึงจะเขียนคล้ายแต่ห่างไกลในความหมาย
“บริหาร” และ “บริการ” เหมือนกันซะเมื่อไหร่
ผมเชื่อเยี่ยงนั้นจนหมดหัวใจ
Enjoy Yourself With Your Design
————————————————————–
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์



วิษณุ on October 17th, 2008
ผมเองเมื่อครั้งจบการศึกษาและเริ่มทำงานครั้งแรก ผมเริ่มจากงานที่พักอาศัย เพียงแค่เริ่มพูดคุยกันเท่านั้น ก็รับรู้ความรู้สึกที่แตกต่างและความคาดหวังจากเจ้าของบ้าน ซึ่งผมขอขยายความสักนิดนะครับ ความแตกต่างในที่นี้ได้แก่การพบปะกันนั้น ผมสัมผัสกับความเป็นมิตรที่แตกต่างจากการทำงานในสำนักงาน เมื่อเวลาประชุมกับตัวแทนองค์กรใดๆก็ตามจะมีลักษณะของการทำงานเท่านั้น ส่วนความคาดหวังของเจ้าของโครงการเป็นอีกความรู้สึกที่รับรู้ได้ เพราะบางโครงการเจ้าของบ้านต้องเก็บเงินและวาดฝันถึง spaceที่อยากเข้าไปดำเนินชีวิตทุกวัน
ผมถือว่าสิ่งนี้เป็นความรับผิดชอบของนักออกแบบตกแต่งภายใน ที่จะต้องสร้างความฝัน โดยควบคุมงบประมาณให้เป็นไปได้และใช้งานได้ดี (ซึ่งนับว่าเป็นการบริหารเวลาและทรัพยากรที่ยากทีเดียว)
การทำงานที่พักอาศัยนั้นยากครับ เพราะระยะเวลาต่อหนึ่งโครงการจะนานกว่าสามเดือน ทั้งการออกแบบและก่อสร้าง การบริหารความรู้สึกของเจ้าของบ้านที่ดำเนินไประหว่างการทำงานก็เป็นสิ่งสำคัญครับ นักออกแบบอาจต้องเป็นเครื่องแปลภาษาระหว่าง ช่างก่อสร้างและความต้องการของเจ้าของบ้านให้เป็นภาษาเดียวกัน สุดท้ายนะครับเมื่อโครงการสร้างเสร็จแล้วและเจ้าของบ้านเข้าไปพักอาศัย การบริหารความรู้สึกของนักออกแบบยังจำเป็นนะครับ เพราะอาจต้องเข้าไปช่วยแก้ปัญหาเล็กๆน้อยๆเพื่อปรับปรุงให้งานออกแบบเหมาะสมกับการดำเนินชีวิตของเจ้าของมากที่สุด สุดท้ายนี้ผมมองว่างานออกแบบตกแต่งภายในที่ได้ติดต่อกับเจ้าของบ้านนั้น เป็นงานที่ยาก แต่ก็ได้ประสบการณ์ที่ประทับใจทุกครั้ง เพราะความรู้สึกระหว่างนักออกแบบและเจ้าของบ้าน จะแตกต่างจากความรู้สึกของการติดต่อกับสำนักงานซึ่งมุ่งเน้นผลของงานเท่านั้นครับ