interiorSiam.com

: MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Who are you? Dubai Design สภาพไร้ตัวตนกับงานออกแบบในประเทศดูไบ

July 14th, 2008. Published under Blogger Invitation, Commercial >>, Designer >>, Outing >>. 3 Comments.

หากตั้งคำถามว่า มีใครรู้จักนักออกแบบชาวดูไบคนไหนที่มีชื่อเสียงระดับสากลบ้าง ผมก็เป็นคนหนึ่งที่นั่งคิด นอนคิด ก็ยังคิดไม่ออก แต่หากถามว่า “งานออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับสากลในประเทศดูไบ” ผมยังพอบอกชื่อโครงการที่เคยอ่านในนิตยสารหรืออินเตอร์เน็ตได้มากพอดู เช่น

“The Cloud”  โครงการ Resort City ที่สูงจากพื้นดิน 300 เมตร ซ่อนตัวที่พักในก้อนเมฆ ออกแบบโดย “Nadim Karam” ชาวเลบานอน

Palm Island” โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนสร้างเกาะ เป็นรูปต้นปาล์มขนาดยักษ์ มีบ้านพักราคาหลังละหลายสิบล้านบาท ห้างสรรพสินค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย

โรงแรม Burj al Arab” โรงแรมที่มีห้องพัก 202 ห้อง ราคาค่าที่พักขั้นต่ำสุด คืนละ 40,000 บาท

The World“ โครงการพัฒนาพื้นที่ทะเล โดยการถมทะเลเพื่อสร้างเกาะขนาดเล็ก ให้เป็นรูปร่างของแผนที่โลก แยกเกาะต่างๆตามประเทศที่อยู่ในแผนที่ก่อสร้างบ้านพักที่มีมูลค่ามหาศาลไว้ในแต่ละเกาะ

โครงการต่างๆที่ยกตัวอย่างมาตั้งแต่ต้นคงพอบอกได้ว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เริ่มก่อสร้างและก่อสร้างเสร็จแล้วในประเทศดูไบ และยังมีโครงการที่มีขนาดใหญ่และมูลค่าการลงทุนสูง เข้าคิวรอให้คนทั่วโลกเข้ามาลงทุน นักออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลก ต่างก็มีผลงานปรากฏให้เห็นในประเทศนี้มากมาย เช่น “Rem Koolhaas” ที่กำลังเสนอโครงการ Temporary art gallery and theatre

Zaha Hadid” ก็มีโครงการ “Dubai Opera house” ที่ออกแบบร่วมกับ “Patrik Schumacher” ซึ่งนักออกแบบหญิงที่มีสัญชาติอีรักผู้นี้ จะสามารถนำเอกลักษณ์ด้านการออกแบบของตนเองมาใช้อย่างเหมาะสมกับบริบทและวัฒนธรรม
แล้วชาวดูไบมองเห็นเมืองของตนเองที่เป็นเหมือนสนามประลองฝีมือของเหล่านักออกแบบยอดยุทธ์เหล่านี้อย่างไร ที่มาละเลงผลงานเต็มพื้นที่ทั้งในเมืองและพื้นที่ทั่วไปในประเทศของตน นิทรรศการ Dubai Next อาจเป็นคำตอบให้ชาวดูไบได้มองเห็นเมืองของตนในมิติต่างๆได้มากขึ้น

ภาพแสดงพื้นที่ในเมืองหลวงของประเทศ ที่มีโครงการหลากหลายที่กำลังจะเกิดขึ้น

หากมองในมุมมองของนักออกแบบแล้ว ประเทศดูไบคงเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างให้กับความคิดที่แปลกใหม่อีกมาก โครงการเหล่านี้มันน่าจะดึงดูดใจคนได้อย่างหลากหลายอย่างเช่นผม หากมีโอกาสผมคงต้องเดินทางไปทั่วทั้งประเทศดูไบ แม้ไม่ได้เข้าไปใช้พื้นที่ เพียงแค่ได้เดินดูก็ไม่ต่างอะไรกับเดินชมงานศิลปะในหอศิลป์
ผมคิดเอาเองว่าแม้การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่จะน่าสนใจเพียงไร แต่นิทรรศการนี้แสดงให้เห็นว่าชาวดูไบ ยังสงสัยว่างานออกแบบโครงการหลายหมื่นล้าน ที่ทะลักเข้าประเทศของพวกเขานี้ยังขาดสิ่งสำคัญไป นั่นคือ การออกแบบให้เหมาะสมกับบริบทและวัฒนธรรมของชาวดูไบ สิ่งนี้ทำให้ผมคิดเสมอว่านักออกแบบไทยยังมีลู่ทางในการออกแบบ ทั้งผลิตภัณฑ์และงานออกแบบที่ตอบสนองการดำเนินชีวิตของชาวดูไบได้อีกมาก โดยเราต้องเริ่มจากการตั้งคำถามที่ลงลึกถึงวัฒนธรรมของชาวดูไบมากยิ่งขึ้น เช่น

  • ชาวดูไบที่เป็นสตรี ที่นุ่งห่มชุดซานูส จะสะดวกไหมเวลาใช้ห้องน้ำสาธารณะ?
  • เรามีวิธีแก้ปัญหาเรื่องทราย ในบ้านของชาวดูไบได้ด้วยวิธีอะไรบ้าง?
  • การออกแบบตกแต่งภายในที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมของดูไบจริงๆจะเป็นอย่างไร ? ยังต้องมีห้องรับแขกไหม? ต้องมีโซฟาหรือเปล่า?

สำหรับผมในตอนนี้คงคิดประเด็นได้เพียงแค่นี้ ผมอยากทราบว่าเพื่อนๆ ผู้อ่านบทความนี้เคยลองตั้งคำถามกับวัฒนธรรมอิสลามบ้างไหมครับ ลองเสนอความคิดเข้ามาแลกเปลี่ยนกันนะครับ
เพราะผมเชื่อว่า คำถามที่ดีจะนำไปสู่คำตอบด้านการออกแบบที่หลากหลาย ประเด็นนี้เป็นสิ่งสำคัญมากนะครับ เพราะตลาดที่มีกำลังซื้อมากอย่างประเทศตะวันออกกลางยังรอคอยงานออกแบบที่ตอบโจทย์ที่แก้ปัญหาการดำเนินชีวิตของเขา มากกว่าโครงการหลายพันล้านดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแน่.

—————————————

Contributor  : วิษณุ อ๋องสกุล

Posted ByMiMD

ข้อมูลและภาพdesignboom

: Related posts :

3 Comments

PatSonic|Com  on July 17th, 2008

เคยได้ยินมาบ้าง เรื่องงานออกแบบที่ดูไบ มาเห็นภาพจริงๆ เอาวันนี้ (ก่อนหน้ารู้จักแต่ตึกรูปเรือใบเท่านั้น) เมื่อคราวน้ำมันจะหมดประเทศ จุดขายใหม่ของดูไบคือการท่องเที่ยว ชื่นชมวิสัยทัศน์ของเขา หันมาดูตัวเรา ผู้ใหญ่บ้านเราวิสัยทัศน์กว้างไกลมาแต่ไหนแต่เราแล้วล่่ะครับ

SE7EN  on July 20th, 2008

ไอที่สร้างๆยื่นเข้าไปในทะเลก็น่าคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมเหมือนกัน

เคยเห็นรูปเมืองแบบรวมๆแล้วดูแข็งๆไม่มีชีวิตชีวายังไงก็ไม่รู้
อาจจะได้เป็นเมืองท่าเที่ยว
แต่น่าอยู่รึเปล่าไม่รู้

ต้องรอดูตอนสร้างเสร็จก่อนถึงจะตัดสินได้อีกที

MiMD  on July 20th, 2008

ขอร่วมแชร์อย่างนี้แล้วกันครับ

ส่วนตัวแล้วผมไม่ค่อยกังวลกับสถาปัตยกรรมที่กำลังบูมอยู่ในตอนนี้กับดูไบซักเท่าไหร่ อย่างที่ความคิดเห็นของคุณแพทที่ร่วมแสดงไว้ว่า .. จุดขายใหม่ของดูไบก็คือการท่องเที่ยว คูไบต้องการให้คนทั่วทุกมุมโลกมาสัมผัสและต้องการสร้างความหน้าสนใจเพื่อดึงดูด

เป้าหมายของผู้ใช้งานคือความเป็นสากล (Globalization)เพราะฉนั้นงานออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานภายใน อาจจะต้องให้น้ำหนักของความเป็นสากลของผู้ใช้งานมากกว่า ส่วนสำหรับสตรีชาวอาหรับตั้งคำถามไว้นั้น คงจะต้องให้น้ำหนักรองลงมา อยากขอยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เหมือนกับการตั้งโจทย์สำหรับงานออกแบบเพื่ออะไรซักอย่าง อย่างน้อยๆเราก็ขอตังคำถามก่อนละว่า What..Where..For Whom

ส่วนในเรื่องรูปลักษณ์และหน้าตาของงานสถาปัตยกรรมนั้น ผมคิดว่าดีซะอีก ความหลากหลายในไอเดียเกิดขึ้นในทุกๆที อย่าปิดกั้นเพียงเพราะว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครคิดแบบนี้ หรือทำแบบนั้น แต่ว่าขออย่างเดียวพอ ขอให้ออกแบบด้วนความกลมกลืนและเคารพต่อบริบทนั้นๆ

- เราเคยเห็นสถาปัตยกรรมขอม ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนพื้นแผ่นดินไทย ด้วยความเคารพและกราบไหว้
- เรายอมรับและอนุรักษ์อาคารสถาปัตยกรรมแบบอาร์ต เดคโค ตลอดแนวถนนราชดำเนิน ด้วนความภูมิใจและชื่นชม
- เราภูมิใจและยืดอกทุกครั้ง ที่ไปเห็นบ้านทรงไทย ปลุกสร้างอยู่ที่อเมริกาหรือยุโรป
- เราตื่นตาตื่นใจทุกครั้งกับช่วงเวลาเฉลิมฉลองในวาระสำคัญของชาติ กับพระทีนั่งอนันตสมาคม

ตราบใดที่ สามัญสำนึกของผู้คนในที่นั้นๆ (ไม่เฉพาะแต่ดูไบ) ยังคงรู้สึกแนบแน่นและรักษ์ในตัวตนอยู่ ..ผมคิดว่าตรงนี้สำคัญที่สุด

ถ้าหากคิดได้กันแบบนี้ สถาปัตยกรรมจะกี่ร้อยกี่พันแบบในดูไบ จริงๆแล้วมันก็แค่เหล็ก แค่ปูน เท่านั้นเอง :)

Leave a Comment