Archive for July, 2008
“อาร์น จาคอบเซ่น” กับ ความบังเอิญที่ไม่ได้ตั้งใจ
July 28th, 2008. Published under Commercial >>, Designer >>, Furniture >>, Livingplace >>, Outing >>, Product Design, Shopping Guide >>. No Comments.
Share post:
ประเด็นก็คือ “ไม่มีอะไร..แค่อยากเล่าถึงอีกด้านที่ซ่อนตัวอยู่ในความบังเอิญ..ก็เท่านั้น..!??!”

บ่ายวานวันอาทิตย์ไปเดินทัศนา หาโลกทัศน์ใหม่ๆที่ “พารากอน” (ไฮโซ..ซะ!) ตั้งใจจะไปนั่งฟังสัมนาเรื่อง blog ของ “DekAds”
บังเอิญแบบไม่ได้ตั้งใจ ระหว่าง “ฆ่าเวลา” เพื่อ “รอเวลา” แวะร้านขายเฟอร์นิเจอร์ แต่กลับได้หนังสือมาอ่านเล่มนึงครับ …
” ชีวิตและผลงาน ของ อาร์น จาคอบเซ่น : Arne Jacobsen ” (แปลและเรียบเรียงโดย กัลยา ตัยติยาสวัสดิกุล)
ถ้าใครไม่คุ้นชื่อนี้ … แนะนำให้นึกภาพเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ตามครับ
l Ant Chair (1952) l Egg Chair (1958) l Swan Chair (1958) l หรือคลิกลิงค์ดูก็จะชัดขึ้น
บนชั้น 4 ของ สยาม พารากอน ภายในห้องสัมนาที่ผมเข้าฟัง ปรากฏที่ “ก้น” ของพิธีกรและวิทยากรทั้ง 6 ท่านบนเวที นั้นนั่งทับอยู่บนเก้าอี้ “Swan Chair” ในขณะเดียวกัน ที่ในมือผมนั้นก็ถือหนังสือเล่มที่ว่านี้อยู่พอดี
ผมมอง “เก้าอี้” ที่ “ก้น” ของพิธีกร สลับกับ “หนังสือ” ที่ผมถือในมือ (ต้องขออภัยท่านที่อยู่บนเวที่ด้วยที่ “ความบังเอิญ” ของผมไปรบกวนสรีระบางส่วนของท่านโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้)
ผมมองสลับไปมาอย่างนั้นอยู่ซักพัก มุมปากของผมทั้งสองข้างก็ขยับยืดขึ้นไปด้านบน แม้มันจะทำให้ริ้วร่องของผิวหนังข้างหางตาเป็นร่องลึกและถี่ขึ้นบ้าง .. ผมก็ยอม (ตีนกา..ช่างมันเถอะ!!)
ผมยิ้มด้วย “เหตุ” ของความที่ไม่ได้ตั้งใจ เป็น “ผล” ให้สิ่งสองสิ่งนี้มาเจอกันโดยมิได้นัดหมายในสถานที่เดียวกัน
…….. .. . . .
เพิ่งรู้เหมือนกันว่า บางเรื่องของความ “บังเอิญ” มันก็ “น่ารัก” ได้เกินความคาดหมาย
*ทำรู้จักกับ Arne Jacobsen
————————————————-
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
*ภาพเก้าอี้จาก : http://www.designcraft.net.au
Share post:
เบาๆเสาร์อาทิตย์ : หายไป 6 ซม.
July 26th, 2008. Published under My Stuff >>, Weekend Stories. 5 Comments.
Share post:
เล่นเอาตกอกตกใจใหญ่เลยครับ…เมื่อเช้า(เสาร์) หลังจากงัวเงียตื่นขึ้นมา ผมพบว่ามัน “หดหาย”
ใช่ครับ..มันหดหายไปตั้ง 6 ซม. จากของเดิมที่เป็นอยู่ (เมื่อวานยังเท่าเดิมอยู่เลย) ส่วนที่หายไป คือในส่วนของความกว้างที่เป็นแนวขนานกับพื้นโลก
“หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ“ ที่ผมใช้เป็นอาหารสมองทุกๆเช้า นั้นแหละครับที่ทำเอาผมตกอกตกใจกับเช้าวันเสาร์ที่ว่า
เพราะว่าในวันนี้ที่ผมเห็นมันโดน “ลดหุ่น” ความกว้างให้เหลือแค่ 30 ซม. หายไปจากของเดิมตั้ง 6 ซม. ถ้าเป็นสาวๆก็คงยิ้มแก้มปริละครับ .. ถ้าลดหุ่นกันได้ขนาดนี้
ผมชอบอ่ะ ..!
ดูมันเพรียวลง แปลกตาและดูทันสมัยขึ้นกว่าเดิม ดูเป็นในแบบลำลองเหมาะกับวันหยุดสบายๆ น่าพกและพับอ่านได้สะดวก ก็ด้วยขนาดที่เล็กลง สมส่วน หุ่นเหมือนนางแบบตามสมัยนิยม
ไม่แน่ใจว่าจะเป็นการออกแบบขนาดแบบนี้ให้เป็นเฉพาะฉบับวันหยุดเสาร์อาทิตย์เท่านั้นหรือเปล่า คงต้องรอดูกันอีกทีในฉบับวันจันทร์อีกที แต่ถ้าจะเป็นไซส์แบบนี้ทุกวันก็ดีนะ … ชอบหุ่นแบบนี้แหละ “เหมาะมือดี”
ดูจากภาพประกอบ ด้านซ้ายเป็นขนาดของฉบับเ่ก่า ส่วนข้างๆด้านขวานั้นเป็นขนาดฉบับใหม่
รู้สึกได้เหมือนนั่งมอง นั่งคุยอยู่กับ สาวสวยหุ่นดี ยังไงไม่รู้ ..
สัดส่วนอันสวยงามและเหมาะมือ ก็ทำให้ใจผมมันหวั่นไหวได้เสมอๆ … หุหุ
__________________________________________
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Share post:
เลือกม่านให้หน้าต่าง
July 24th, 2008. Published under City Living >>, Furniture >>, Livingplace >>, Material, Small Space Living, Tips & Trics >>. 1 Comment.
Share post:
เขียนเรื่องเกี่ยวกับ “ผ้าม่าน” ไปเมื่อวันก่อน เห็นมีคุณๆผู้อ่านแอบเข้ามากอบ มาโกย เอาไปใช้เป็นไอเดียไว้แต่งบ้านกัน ผมเองก็ชื่นใจปานได้กินน้ำแข็งใสใส่น้ำแดง ราดด้วยแยมบลูเบอร์รี่
มาวันนี้ .. มีของแถมเพิ่มให้อีกหนึ่งดอก เอากันให้ใกล้เข้าไปอีก ชิดเข้าไปในระยะเผาขน ถึงบานประตู-หน้าต่าง แบบวัดรอบเอว วัดระยะ และส่วนสูง เรียกว่าจัด “Fitting By Taylor Made” กันเลย
เผื่อเสาร์อาทิตย์นี้จะได้แวะไปที่ร้านผ้าม่านกันครับ
หากว่าบานประตู-หน้าต่างดูแล้วมีขนาด “กว้าง” อยู่แล้ว (สังเกตได้จากการเทียบสัดส่วนกับผนังด้านนั้นๆ หรือขนาดของห้อง) “สมควร” เป็นอย่างยิ่งครับที่จะเลือกใช้ผ้าม่านที่มีลวดลายในแนวตั้ง และก็ “มิควร” เป็นอย่างยิ่งเช่นกันที่จะใช้ผ้าม่านผืนใหญ่ผืนเดียว เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้ห้องนั้นดูอึดอัด ยังจะทำให้รู้สึกว่าฝ้าเพดานนั้นดูจะเป็น “สาละวันเตี้ยลง” เข้าไปด้วย
หากว่าบานหน้าต่างเป็นแนว “ทรงสูง” เช่น ช่องแสงตรงโถงบันไดตามบ้านจัดสรรทั่วๆไป ก็ให้หลีกเลี่ยงผ้าม่านลวดลายแนวตั้งเช่นกัน เลือกใช้แนวนอน และให้เผื่อขอบของผ้าม่านให้กว้างกว่าขอบของหน้าต่างไว้ด้วยทั้งสองด้าน ทั้งนี้ก็ต้องเปรียบเทียบสัดส่วนขนาดของพื้นที่และผนังของบริเวณนั้นๆด้วย
ส่วนหน้าต่างที่มีขนาด “เล็กและแคบ” ขอเลยครับ .. ว่าอย่าเลือกใช้ม่านที่มีลายหรือดอกใหญ่ เพราะยิ่งจะทำให้หน้าต่างดูเล็กและแคบลงไปอีก (เหมือนช้างพยายามจะขี่ม้า ยังไงไม่รู้!)
สรุปก็คือว่า ให้คำนึงถึง “รูปทรง” “เส้นสาย” และ “สัดส่วน” รวมเข้าไปเป็นองค์ประกอบช่วยในการออกแบบและจัดวางด้วย
ลองดูนะครับ !
Enjoy Yourself With Your Design
—————————————
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
ภาพ : anne
Share post:
“SMS” บนกระเบื้องบุผนัง !??!
July 22nd, 2008. Published under Bathroom, City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Livingplace >>, Material, Product Design, Tips & Trics >>. 3 Comments.
Share post:

“สัมผัสได้เมื่อไฟดับ รับเห็นได้เมื่อไฟมา” ฮ่าฮา ..ไม่ใช่สโลแกนใดๆของกระเบื้องเจ้าตัวนี้หรอก ผมแค่ลองคิดขึ้นมาเล่นๆ ตามที่เกิดภาพไอเดียในหัวกะบาลเท่านั้น ..
“SMS” บนกระเบื้องอันนี้อย่าได้เข้าใจผิด ยังไงๆมันก็ไม่เกี่ยวกับ “ชินคอร์ป” “ซีพี” หรือ “เทเลนอร์” เพราะ ”ช๊อทเมสเซสซ์” อันนี้มันขึ้นอยู่กับคุณเองว่าจะเอาไปใช้อันใด (ดูภาพแล้วจะ..อ๋อ!)
“Pun Collection” ออกแบบโดย “Stefano Pirovano” ให้กับแบรนด์ “Ascot Ceramiche” แบรนด์กระเบื้องชั้นดีจากอิตาลี
ปูด นูน เว้า โค้ง น่าสัมผัสจัดมาไว้ให้ใช้ เหมาะมากกับการตกแต่งสถานที่สาธารณะ (Public Area) ทั่วไป นอกจากจะงามเนี๊ยบแล้ว เอาไปแปะข้างฝาไว้มีต้องกลัวหลง(ทาง) บอกทั้ง ตำแหน่ง (Position) และทิศทาง (Signage Direction)

เป็นไอเดียให้คิดต่อ และนำไปพัฒนาใช้ได้เป็นอย่างดี
Enjoy Yourself With Your Design
————————————–
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
ข้อมูลและภาพ : http://trendir.com
Share post:
เลือกม่านให้เหมาะกับห้อง
July 22nd, 2008. Published under City Living >>, Livingplace >>, Material, Small Space Living, Tips & Trics >>. 10 Comments.
Share post:
คิดว่าคงไม่ต้องสาธยายอธิบายความกันก็ให้เมื่อยตุ้มกันนะครับสำหรับ “หน้าที่ใช้สอยหลัก” ของ “ผ้าม่าน” คิดว่าทุกๆคน คงจะทราบกันดีอยู่แล้ว ว่ากันตามเนื้อผ้ากันเลยดีกว่า
เคยกำเนิดเกิดคำถามกันบ้างหรือเปล่าครับ กับการ “เริ่มต้น” ในการ “เลือกผ้าม่าน” สำหรับบ้านแสนรักหลังละหลายล้านของเรา
แฮ่ม..!! เชื่อแน่ๆว่าต้องมีบ้าง
เอ่….!! เราจะเริ่มต้นตรงไหน และจะเลือกอย่างไงดีหนอ…!??!
เอ่….!! แล้วแต่ละห้องนี้มันควรจะเป็นม่านแบบไหน … เนื้อผ้าที่เหมาะมันควรจะเป็นเยี่ยงไรดี … !??!
ว่ากันเป็นห้องๆเลยแล้วกัน …
ห้องรับแขก-ห้องอาหาร ~~ ทั้งสองห้องนี้ส่วนมากจะมีพื้นที่ต่อเนื่องกันเป็นส่วนใหญ่ (ในที่นี้ขอพูดถึงส่วนใหญ่..ส่วนน้อยนั้นขอว่ากันเป็นเคสๆไป) ว่ากันว่าทั้งสองห้องนี้ต้องโชว์ต้องอวดกันซักหน่อย แขกไป ไทยมา ฝรั่งแวะ ก็ปลื้มกันได้ ควรเป็นผ้าที่ดูหรูหรา ราคาตามกำลัง(ซื้อ) ผ้ากำมะหยี่ ผ้าทอ ผ้าไหม หรือผ้าซาตินเงาวาวหน่อย ก็ดูเข้าท่าตามสไตล์คลาสสิค ร่วมสมัยได้ ผ้าพิมพ์ลายดอกไม้ธรรมชาติ ก็ดูจะเหมาะเข้ากับสไตล์โรแมนติก คันทรี่ ไวท์วินเทจ ได้เป็นอย่างดี ส่วนผ้าทอเนื้อละเอียด ลวดลายเรียบนิ่งสงบเสงี่ยมเจียมตัว ก็ดูจะเหมาะกับโมเดิร์น สไตล์ ได้เหมือนกัน ที่สำคัญสีนั้นให้เรียบเข้าไว้วางใจได้ดีกว่า ส่วนจะเพิ่มม่านโปร่งสำหรับช่วงเวลากลางวันอีกซักชั้นนั้นก็จะดี เพราะจะได้ช่วยลดแสงสะท้อน และกรองไอแดดเข้าบ้านได้อีกทาง
ห้องทำงาน ~~ ห้องนี้เผื่อไว้ให้เป็นออปชั่น สำหรับใครที่มีห้องทำงานไว้ที่บ้าน ห้องทำงานนี้อาจจะต้องการแสงสว่างมากเป็นพิเศษ มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประเภทของงานที่ทำ ควรเป็นผ้าที่เปิด-ปิด และปรับแสงได้สะดวกๆ จะเป็นมู่ลี่หรือเป็นผ้าอันนี้ก็แล้วแต่สไตล์ของการออกแบบของห้องเป็นหลัก แถมให้อีกนิดถ้าเป็นผ้าก็อย่าเลือกเนื้อผ้าที่หนาจนเกินไป
ห้องนอน ~~ ห้องนี้ดูออกจะเป็นส่วนตัวที่สุดแล้วครับ ค่อนข้างจะมิดชิด ผ้าก็จะเนื้อหนามากขึ้นหน่อย เนื้อแน่นๆ กันแสงทะลุผ่านได้ค่อนข้างดี อาจจะเพิ่มผ้าทึบรองหลังผ้าม่านอีกชั้น (Back Out) ก็ดีครับ กันแสงและสะท้อนทั้งความร้อนและแสงได้เป็นอย่างดี
ห้องน้ำ – ห้องเก็บของ ~~ เออ.!! ทั้งสองห้องนี้เอาไว้ก่อนแล้วกันนะครับ .. คิดยังไม่ออก ไม่ค่อยมีประสบการณ์
Enjoy Yourself With Your Design
————————————–
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
ภาพ : marcus hansson
Share post:
เลือกม่านให้บ้านหลังใหม่
July 21st, 2008. Published under City Living >>, Designer >>, Livingplace >>, Material, Tips & Trics >>, Uncategorized >>. 2 Comments.
Share post:
สำหรับผมแล้ว “พี่ป๊อบ” เป็นพี่ที่น่ารักคนหนึ่งครับ .. เสียดายที่ผมรักแก “แบบอย่างว่า” ไม่ได้ซะแล้ว .. เดี่ยวจะพาลทำให้สถาบันครอบครัวของเราทั้งสอง มีอันต้องขึ้นหน้าหนึ่งสยามกีฬา สยามดารา และอาจจะลามกันไปใหญ่ให้ต้องเปิดโรงแรมแถลงข่าว เล่าความในใจ … (เอาล่ะ..พอแล้วแค่ขำๆ..
)
“พี่ป๊อบ” ซื้อบ้านหลังใหม่ใหญ่กว่าเดิม และน่าอยู่มากครับ ผมแอบได้ไปเยี่ยมเยือนและสัมผัสมาแล้วเรียบร้อย ตามคำเชิญ
ช่วงนี้กำลังเข้าด้าย เข้าเข็ม ดูพี่แกมุ่งมั่นและยุ่งอยู่กับการตกแต่งบ้านหลังใหม่นี้พอดู แถมหลังๆได้ยินแกพึมพัมๆอยู่เหมือนกันว่า
“บ้านนี้มัน บานนน..น.น..จริงๆ ”
คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์และได้เป็นไอเดียไปประยุกต์และปรับให้เข้ากับสไตล์และความชอบของคุณๆได้บ้างในการตกแต่ง แต่ถ้าอ่านแล้วคิดว่ามันไม่เข้าท่าเอาซะเลย ก็อย่าไปสนใจมันครับ คิดเสียว่า ผมกับพี่ป๊อบคุยกันเสียงดังและใกล้(หู)ไปหน่อย … ..
1. ห้องนอนเจ้าแก้ม เป็นเฟอร์สีขาวล้วน เตียง 4 ฟุตพร้อมที่นอนชุดเครื่องนอน ตู้เสื้อผ้า 2 ใบ โต๊ะทำงานแบบ L shape พร้อมชั้นวางหนังสือ ของคงมาส่งไม่เกินสิ้นเดือนนี้ สีขาวล้วนๆ จุดสามจุด (เพราะฉนั้น) อยากให้หน่องช่วยไกด์เรื่องม่านว่าน่าจะสีอะไรดี (ช่างม่านจะเข้ามาวันและเลือกสี วันพฤหัสนี้)
>> เท่าที่ฟังจากพี่สไตล์น้องแก้มแล้ว ผมว่าใช้ม่านพับสีดำก็ได้นะครับ ดูเป็น Modern Vintage ดี จะมีแทรกสีแดง-เทาบ้างก็ได้ แต่ขอให้สีพื้นหลักเป็นสีดำ ส่วนลวดลายนั้นควรเป็นธรรมชาติลายเล็กๆ ไม่ควรเลือกลายใหญ่เพราะว่าขนาดของห้องแล้วอาจจะไม่เหมาะสมครับ (ไม่ต้องกลัวนะครับสำหรับม่านสีดำ พอมีของอื่นๆจัดวางเข้ารวมกันในห้องแล้ว ถึงสีมันก็จะตัดกัน แต่ก็ดูแบบกลมกลืนได้ และมีสไตล์ที่ชัดเจนดีครับ )
2. ห้องนอนใหญ่ (ห้องพี่เอง) ได้แค่ตู้เสื้อผ้า 2.4เมตร บานเฟี้ยม 4 บาน 2 บานกลางเป็นกระจก ของ SB สี Wenge ที่เหลือยังไม่ได้อะไรเลย ห้องนี้มีปัญหาอยู่ที่ว่า โครงการออกแบบให้หันหัวเตียงไปทางหน้าต่าง ซึ่งมีความห่างระหว่างหน้าต่าง 2 บาน เพียง 170 ซม.ขอบหน้าต่างสูงจากพื้น 91 ซม. ดังนั้นพี่จะต้องหาเตียงที่มีหัวเตียงสูงไม่เกิน 90 ซม. ที่เจอไม่ถูกใจพี่ไก่ ที่ถูกใจก็ไม่ได้ตามขนาด ยังคงต้องหาต่อไป แต่ทางออกอีกทางนึงคือว่าจะซื้อเป็นฐานรองเดียงแล้วระหว่างช่องหน้าต่างอาจจะหาอะไรมาประดับเป็นหัวเตียง เช่นไม้สักแกะสลัก รูปภาพ หรือแม้กระทั่ง Wallpaper ที่แป็นลายสีตัดกับ Wall เดิม อาจจะรบกวนหน่องด้วยเผื่อมี idea อะไรเพิ่มเติม ถ้าได้เป็นไม้แปะหัวเตียงอย่างด้านล่าง จะแจ่มเพราะอยากได้ห้องนอนไม้ๆ
>> ถ้าพี่ชอบไม้แกะติดหัวเตียง ลองไอเดียนี้ดูก็ได้ครับ ผนังด้านหัวเตียงจะต้องเน้นๆหน่อย ทาสีหรือเลือกวอลล์เปเปอร์ที่มีสีเข้มๆ ประมาณสีแดงปนน้ำตาล หรือสีประมาณสีเปลือกมังคุดเข้ม แล้วไม้แกะถ้าพี่ชอบสีของไม้ก็อาจจะทาสีเคลือบไม้ที่เป็นแบบกึ่งเงากึ่งด้าน และอีกไอเดียหนึ่งคือทาสีเข้มๆเกือบดำแล้วปิดทองทับลงไป ก็จะดูเด่นกับผนังหัวเตียง เมื่อตัดกับสีของผนัง ดูขลังยามค่ำคืน ให้ความรู้สึกสงบดีครับ
ส่วนผ้าม่านนั้น ใช้แบบมีราวม่านก็น่าจะเข้าที เลือกผ้าฝ้าย หรือเลือกผ้าที่มีผิวสัมผัสเห็นเส้นใยธรรมชาติแบบชัดเจน เส้นใยการทอใหญ่ๆหน่อย สีควรเป็นสีอ่อนๆ ขาวๆ
3. บริเวณรับแขก โซฟา L shape ส่งเรียบร้อยสีน้ำตาลไหม้เป็นขนลายในตัวแบบวงๆ โต๊ะกลางเป็นไม้ปูกระจก ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ออกเชยๆ แต่หลงซื้อมาได้ไงไม่รู้ แล้วก็ชุดวางทีวีไม้เต็งตามรู้ด้านล่าง LSB 4207 ได้ของวันพฤหัสนี้ โต๊ะกลางก็ประมาณ LTC 2204
4. ชุดทานข้าวไปสอยโต๊ะจาก Winner มาเป็น Top กระจก ขาและที่วางของใต้กระจกเป็นสีไม้ Midnight Oak. เก้าอี้ 4 ตัวเป็นไม้ยางบุผ้า ของ index ไม้ยางทำสีเดียวกับโต๊ะ ผ้าสีเหลืองครีม ทั้งที่นั่งและพนัก ส่งวันพฤหัสเหมือนกัน ยังไงวางแล้วจะถ่ายรูปส่งมาให้อีกที
ถึงตอนนี้คงพอจะมองภาพออกบ้าง เลยอยากถามว่า ม่าน น่าจะเป็ฯสีอะไรดีหว่า พื้น ลาย ชั้นเดียว หรือม่านโปร่งอีกชั้น เห้อ บ้าน นี่ บานนนน จริงๆ
>> ชั้นล่างโทนสีเฟอร์นิเจอร์ใกล้เคียงห้องนอนใหญ่ แต่คิดว่าน่าจะสร้างบรรยากาศแบบสบายๆกว่า เลือกใช้ม่านสองชั้นก็ดีครับ ส่วนสีนั้นก็น่าจะเป็น ขาว-ครีม ผิวสัมผัส ลื่นๆ เงาๆนิดหน่อยก็ได้ครับ(เล็กน้อย..พอ!) เมื่อโดนแสงมันให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวได้ดี ในตอนกลางวัน และเช็ดทำความสะอาดง่าย
————————————-
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
ภาพ : Andreslazaro
Share post:
เมาๆเสาร์อาทิตย์ : ย้อนศรขอดเกล็ดเข้าพรรษา..สมน้ำหน้าตัวเอง
July 20th, 2008. Published under My Stuff >>, Outing >>, Weekend Stories. No Comments.
Share post:
…………
กลับมาแล้วครับ สวัสดีกรุงเทพฯ …
พึ่งจะผ่านปฏิบัติการ ย้อนศร และ ขอดเกล็ด วันเข้าพรรษามาหมาดๆ เป็นปฏิบัติการที่อยาก “สมน้ำหน้า” ตัวเองนัก
จะว่าเป็น Long Weekend ก็ไม่เชิงที่จะเปิดปากพูดได้เต็มคำนัก เนื่องเพราะว่ามีเว้นวันหยุดไว้วันคือวันศุกร์ แต่สำหรับราชการก็คงไม่เป็นปัญหาดอกเพราะหยุดยาว(กว่าใคร)อยู่แล้ว
ส่วนผู้ที่ทำงานกินเงินเดือนเหมือนกัน ก็คงต้องลาเพิ่ม หรือโดดกันเอง
… MiMD ก็แอบหลบงาน ขอกระโจนออกจากบางกอก ชั่วคราวกับ Long Weekend เข้าพรรษาปีนี้ — ตามธรรมเนียมที่เห็นกันจนชินตากับโครงการรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา” ยังคงแรงชัดทั่วไทยเช่นเดิมตามป้ายระหว่างการเดินทางบนทางหลวงหลักของแผ่นดินที่หันหลังบ่ายหน้าให้เมืองหลวง
เมื่อนานๆเจอกันที แปดปีน่าจะได้ กับเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยคนนี้ที่ไม่ได้เจอกัน แน่นอนที่สุดครับช่วงเวลาแห่งเรื่องราวเก่าๆเมื่อครั้งกระนู้นก็ได้มีโอกาสได้เอาออกมาปัดฝุ่นพูดถึงกันอีกครั้ง
เจ็ดชั่วโมงกับการพูดคุยในบ่ายวันพระวันนั้น คุ้มค่าจริงๆครับกับเวลาแปดปีที่รอคอย (ทั้งที่ไม่เคยคิดถึงมันเลย..) เรื่องคุยนั้นมีประโยชน์และสาระกันมากครับสำหรับเราสองคน ……
“คนสองคนกับแก้วคนละใบ” หากคุยแล้วไม่มีอุปกรณ์ประกอบพวกนี้ด้วย คิดหรือว่ามันจะนั่งคุยกันได้นานขนาดนั้น หุหุ ..
เรื่องที่คุย มีทั้ง “เนื้อ” และ “น้ำ”
“เนื้อ” นั้นมาเป็นจานๆ — ”น้ำ” นั้นมาเป็นขวดๆ
แต่วันนั้นผมอาจจะเน้นที่ “น้ำ” มากไปหน่อยโดยไม่ค่อยจะสนใจ “เนื้อ” ที่เป็นสาระมากกว่าซักเท่าไหร่ กระเพาะของผมมันเลยเกิดอาการไม่พอใจอย่าแรง เพื่อที่จะสั่งสอนว่า อย่าได้ทำเยี่ยงนี้กับสังขารอีกเป็นอันขาด..!! กลางดึกคืนนั้นผมก็ต้องโดนหามเข้าโรงพยาบาลไปนอนให้น้ำเกลือและฉีดยา(น้ำ)อีกสองเข็ม … (น้ำอีกแล้ว.)
“งดเหล้าเข้าพรรษา” กับแคมเปญนี้ผมเห็นด้วยครับ แฮ่ม…แต่ถ้าจะขอเพิ่มคำในสโลแกนนี้อีกซักคำสองคำ ก็น่าจะดีนะ !?!
……..
“งดเหล้าเข้าพรรษา..(เบียร์ด้วย)”
_________________________________________________
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Share post:
เบาๆเสาร์อาทิตย์ : เพื่อนบล็อกเกอร์อีกคน
July 20th, 2008. Published under My Stuff >>, Outing >>, Weekend Stories. No Comments.
Share post:
สองสามวันก่อนผมมีโอกาสได้รู้จักเพื่อน “บล็อกเกอร์” ตัวจริง เสียงจริง อีกคนหนึ่ง ผ่านการแนะนำจาก จอห์น
จอห์นโทรมาชวนในเย็นย่ำค่ำคืนฝนตก ก็อาจจะเป็นเพราะด้วยความใจง่ายเนี่ยเสียยิ่งกระไรของใจเรา จึงตกปากรับคำไปแต่โดยดี เป้าหมายที่เดิมไม่เคยเปลี่ยนสำหรับจอห์น(ร้านนี้อีกแล้ว) ผมตามมาถึงเป็นคนสุดท้าย และจอห์นก็แนะนำให้ผมได้รู้จักกับ “คุณต้น” แห่ง makemany.com บล็อกเกอร์แถวหน้าอีกคน ซึ่ง “คุณต้น” จัดอยู่ในประเภทที่นับหัวได้เลยว่ามีอยู่ไม่กี่คนกับ aStore-Amazon บน website และ weblog ที่ประสบความสำเร็จในบ้านเรา
เขียนบล็อกก็เพื่อนเยอะอย่างนี้แหละครับ เพื่อนจากบล็อกมาพร้อมกับความรู้ทั้งนั้น แต่ละคนก็มีความรู้ความชำนาญกันคนละอย่าง เพื่อนและความรู้ที่ได้มา เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่เหลือยังมีอีกบานจากการเขียนบล็อก
เมื่อ redtor กับ makemany เขามาเจอกัน มาคุยกัน มันก็เสร็จ interiorSiam ซิครับคราวนี้ .. แต่มันใช่อย่างที่คิดละซิ ก็เพราะไอ้เรื่องที่เหล่าเทพเขาคุยกันนี้มันไม่กระดิกหูกระดิกหางกับเราเลย เขาคุยกันเรื่องเทคนิคและวิธีการตามอาชีพของเหล่าเทพที่ระดับ “แอดวานซ์” หาเงิน หารายได้จากการทำ “Blog Marketing” หรือว่าการทำ “SEO” หันกลับมามองตัวเราอีกทีได้แต่นั่งเกาหัว หน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความที่ไม่เก็ท และไม่เคยเข้าใจในสิ่งเหล่านี้เอาซะเลย
คืนนั้นเขาคุยกันเรื่อง “ได้สตางค์” กัน แต่ผมกลับ “เสียสตางส์” และมึนกับ “สติ” อีกนิดหน่อย .. ไปล่ะ
…
…
แท็กซี่ !!!!!
____________________________________
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Share post:
Who are you? Dubai Design สภาพไร้ตัวตนกับงานออกแบบในประเทศดูไบ
July 14th, 2008. Published under Blogger Invitation, Commercial >>, Designer >>, Outing >>. 3 Comments.
Share post:
หากตั้งคำถามว่า มีใครรู้จักนักออกแบบชาวดูไบคนไหนที่มีชื่อเสียงระดับสากลบ้าง ผมก็เป็นคนหนึ่งที่นั่งคิด นอนคิด ก็ยังคิดไม่ออก แต่หากถามว่า “งานออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับสากลในประเทศดูไบ” ผมยังพอบอกชื่อโครงการที่เคยอ่านในนิตยสารหรืออินเตอร์เน็ตได้มากพอดู เช่น

“The Cloud” โครงการ Resort City ที่สูงจากพื้นดิน 300 เมตร ซ่อนตัวที่พักในก้อนเมฆ ออกแบบโดย “Nadim Karam” ชาวเลบานอน

“Palm Island” โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนสร้างเกาะ เป็นรูปต้นปาล์มขนาดยักษ์ มีบ้านพักราคาหลังละหลายสิบล้านบาท ห้างสรรพสินค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย

“โรงแรม Burj al Arab” โรงแรมที่มีห้องพัก 202 ห้อง ราคาค่าที่พักขั้นต่ำสุด คืนละ 40,000 บาท

“The World“ โครงการพัฒนาพื้นที่ทะเล โดยการถมทะเลเพื่อสร้างเกาะขนาดเล็ก ให้เป็นรูปร่างของแผนที่โลก แยกเกาะต่างๆตามประเทศที่อยู่ในแผนที่ก่อสร้างบ้านพักที่มีมูลค่ามหาศาลไว้ในแต่ละเกาะ

โครงการต่างๆที่ยกตัวอย่างมาตั้งแต่ต้นคงพอบอกได้ว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เริ่มก่อสร้างและก่อสร้างเสร็จแล้วในประเทศดูไบ และยังมีโครงการที่มีขนาดใหญ่และมูลค่าการลงทุนสูง เข้าคิวรอให้คนทั่วโลกเข้ามาลงทุน นักออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลก ต่างก็มีผลงานปรากฏให้เห็นในประเทศนี้มากมาย เช่น “Rem Koolhaas” ที่กำลังเสนอโครงการ Temporary art gallery and theatre

“Zaha Hadid” ก็มีโครงการ “Dubai Opera house” ที่ออกแบบร่วมกับ “Patrik Schumacher” ซึ่งนักออกแบบหญิงที่มีสัญชาติอีรักผู้นี้ จะสามารถนำเอกลักษณ์ด้านการออกแบบของตนเองมาใช้อย่างเหมาะสมกับบริบทและวัฒนธรรม
แล้วชาวดูไบมองเห็นเมืองของตนเองที่เป็นเหมือนสนามประลองฝีมือของเหล่านักออกแบบยอดยุทธ์เหล่านี้อย่างไร ที่มาละเลงผลงานเต็มพื้นที่ทั้งในเมืองและพื้นที่ทั่วไปในประเทศของตน นิทรรศการ Dubai Next อาจเป็นคำตอบให้ชาวดูไบได้มองเห็นเมืองของตนในมิติต่างๆได้มากขึ้น

ภาพแสดงพื้นที่ในเมืองหลวงของประเทศ ที่มีโครงการหลากหลายที่กำลังจะเกิดขึ้น
หากมองในมุมมองของนักออกแบบแล้ว ประเทศดูไบคงเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างให้กับความคิดที่แปลกใหม่อีกมาก โครงการเหล่านี้มันน่าจะดึงดูดใจคนได้อย่างหลากหลายอย่างเช่นผม หากมีโอกาสผมคงต้องเดินทางไปทั่วทั้งประเทศดูไบ แม้ไม่ได้เข้าไปใช้พื้นที่ เพียงแค่ได้เดินดูก็ไม่ต่างอะไรกับเดินชมงานศิลปะในหอศิลป์
ผมคิดเอาเองว่าแม้การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่จะน่าสนใจเพียงไร แต่นิทรรศการนี้แสดงให้เห็นว่าชาวดูไบ ยังสงสัยว่างานออกแบบโครงการหลายหมื่นล้าน ที่ทะลักเข้าประเทศของพวกเขานี้ยังขาดสิ่งสำคัญไป นั่นคือ การออกแบบให้เหมาะสมกับบริบทและวัฒนธรรมของชาวดูไบ สิ่งนี้ทำให้ผมคิดเสมอว่านักออกแบบไทยยังมีลู่ทางในการออกแบบ ทั้งผลิตภัณฑ์และงานออกแบบที่ตอบสนองการดำเนินชีวิตของชาวดูไบได้อีกมาก โดยเราต้องเริ่มจากการตั้งคำถามที่ลงลึกถึงวัฒนธรรมของชาวดูไบมากยิ่งขึ้น เช่น
- ชาวดูไบที่เป็นสตรี ที่นุ่งห่มชุดซานูส จะสะดวกไหมเวลาใช้ห้องน้ำสาธารณะ?
- เรามีวิธีแก้ปัญหาเรื่องทราย ในบ้านของชาวดูไบได้ด้วยวิธีอะไรบ้าง?
- การออกแบบตกแต่งภายในที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมของดูไบจริงๆจะเป็นอย่างไร ? ยังต้องมีห้องรับแขกไหม? ต้องมีโซฟาหรือเปล่า?
สำหรับผมในตอนนี้คงคิดประเด็นได้เพียงแค่นี้ ผมอยากทราบว่าเพื่อนๆ ผู้อ่านบทความนี้เคยลองตั้งคำถามกับวัฒนธรรมอิสลามบ้างไหมครับ ลองเสนอความคิดเข้ามาแลกเปลี่ยนกันนะครับ
เพราะผมเชื่อว่า คำถามที่ดีจะนำไปสู่คำตอบด้านการออกแบบที่หลากหลาย ประเด็นนี้เป็นสิ่งสำคัญมากนะครับ เพราะตลาดที่มีกำลังซื้อมากอย่างประเทศตะวันออกกลางยังรอคอยงานออกแบบที่ตอบโจทย์ที่แก้ปัญหาการดำเนินชีวิตของเขา มากกว่าโครงการหลายพันล้านดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแน่.
—————————————
Contributor : วิษณุ อ๋องสกุล
Posted By : MiMD
ข้อมูลและภาพ : designboom
Share post:
เบาๆเสาร์อาทิตย์ : เฮือกนี้..ทั้งใหญ่และยาว
July 13th, 2008. Published under My Stuff >>, Uncategorized >>, Weekend Stories. 4 Comments.
Share post:
ผ่านไปได้อีกอึดใจ(ใหญ่) เลยช่วงเวลาแห่งความอึดอัด วุ่นวายกับการ ปรับ เปลี่ยน แก้(ไข)ปัญหา รวมมิตรให้คิดแบบวาไรตี้
รู้สึกได้ว่า ทุกอย่างที่อยู่ “ภายใน” นั้น มีเวลาเป็นตัวคอยแข่งขันและกติกา … ต้องตามให้ทัน !!
ทุกอย่างที่คลั่งติดอยู่ภายในก็ทะลักพรั่งพรูออกมา หลังจากการถอนหายใจ “เฮิอกใหญ่” อีกครั้ง ครั้งนี้เป็นการได้ถอนหายใจ “เฮือกใหญ่และยาวที่สุด” ในรอบหลายเดือน
ดิบ โล่ง โปร่ง เปลือย – เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้น คล้ายยืนอยู่ที่โล่งแจ้งในชุดยูนิฟอร์มตอนวันเกิด (เปลือยแต่ไม่โป๊)
อยากจะอยู่ใน”ที่” ที่จะถอนหายใจเฮิอกใหญ่และยาวได้แบบไม่จำกัด ก่อนที่จะสูดลมหายใจเข้า “ภายใน” อีกครั้ง — ขอเป็น”ที่” ที่ให้โปรโมชั่นระยะยาวแบบตลอดชีพ (มันไม่มีหรอก..ผมเชื่อ!!)
…..
…..
“ชีวิตผมกำลังจะเปลี่ยนแปลง” …… . . .
ไม่ใช่สิ..!!… . “ผมต่างหาก..ที่จะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงมัน”
———————————–
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Share post:
เบาๆเสาร์อาทิตย์ : อนาคต-รอ-เสน่ห์-อดีต
July 12th, 2008. Published under My Stuff >>, Weekend Stories. No Comments.
Share post:
ถ้าพูดถึง “เทป คลาสเซ็ต” ยังพอจะนึกภาพออกกันบ้างหรือเปล่าครับ.!??
เผื่อจะให้นึกเห็นภาพได้เร็วและง่ายขึ้นบ้าง ขอถามต่อแล้วกันว่า
“คุณฟังเพลงโปรดของคุณด้วย “เทป คลาสเซ็ต” ครั้งสุดท้าย..เมื่อไหร่ ..!??”
น้องๆใน “วัยทีน” ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามที่กฏหมายกำหนด อาจจะ “งงง” และไม่ใคร่จะสนใจถึงเรื่องที่ผมกำลังพูดถึง … กรุณา..คลิกผ่านไปได้ แต่ถ้าเกิดสนใจ ก็อ่านให้จบและขอให้รื่นรมณ์ด้วยกัน …
เช้าวันนี้ (เสาร์) ผมเปิด “ลิ้นชัก” (ที่หน้าตาภายนอกดูคล้ายๆกับ Time Machine ของโดเรมอน) เพื่อหาเอกสารบางอย่าง ที่จำเป็นจะต้องใช้ในวันมะรืนนี้ (จันทร์) ในความหมาย “วันมะรืน” คือ “อนาคต” แต่ในลิ้นชักอันนี้แหละครับ ที่พาผมให้ไปเจอกับ “เทป คลาสเซ็ต” ในความหมายของผมมันคือ “อดีต” มันถูกวางเรียงโดยเอาสันด้านข้างกล่องขึ้นมา ซึ่งพอจะให้ผมมองเห็นตัวอักษร และอ่านมันได้บ้าง หากอยากจะรู้ถึงชื่อนักร้องและชื่ออัลบั้มนั้นขึ้นมา
เลือกและหยิบออกมาได้สองสามชุด เดินหา “เครื่องเล่นเทป คลาสเซ็ต” รอบบ้าน แต่ความโชคดีไม่ค่อยจะอยู่ข้างกายกับคน(เกือบ)ดีๆอย่างผม..ซักเท่าไหร่นัก !! (ยิ้ม) …. ผมไม่สามารถที่เปิดฟังได้ เนื่องด้วยว่า ”มินิ คอมโป” ทั้งเครื่องเก่า(เก็บ) สายพานเสื่อมสภาพ คาดว่าคงโดนทิ้งไว้นานโดยไม่ได้ใช้งาน ส่วนเครื่องใหม่ที่มีอยู่ ผู้ผลิตไม่ได้ออกแบบฟังก์ชั่นไว้เผื่อให้กับ “เทป คลาสเซ็ต” .. เอาละซิ..!!!
ผมออกแรงเสียบเข้าไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในช่องเล็กๆที่ยังเหลือพอบนแผงคอนโซลเครื่องเสียงหน้ารถ หลังจากที่ต้อง(ยอม)ลงทุนเปลืองค่าน้ำมันบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์ เพื่อเปิด “อดีต” แล้วผมก็ได้รับรู้ถึง “เสน่ห์” มันเป็นความรู้สึกบ้างอย่างที่เพิ่มเข้ามา ขึ้นมันเป็น “เสน่ห์” ของ “เทป คลาสเซ็ต” ที่ CD หรือ MP3-4 ไม่สามารถทำได้
มันสอนให้เรารู้จัก “รอ”
รอที่จะรื่นรมณ์ ถ้าอยากย้อนกลับไปฟังเพลงที่ผ่านมา ก็ต้องรอเพื่อ “<<REW ” อยากจะเดินหน้าเพื่อที่จะไปฟังเพลงต่อไป ก็จะต้องรอเพื่อ “FFW >>” เริ่มเห็นเสน่ห์ขึ้นมาบ้างหรือยังครับ
“เสน่ห์” มีอยู่และเกิดขึ้นได้ทั่วไป ทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต และก็ไม่ได้มีอยู่แค่ที่ปลายจวัก หรือ อยู่ที่ลีลาวาจาเท็จ ที่เคลือบไว้ด้วยน้ำเสียงอันออดอ้อนของใครบางคนที่เคยรู้จัก
ท่ามกลางความรื่นรมณ์ของเสียงเพลงจาก “เทป คลาสเซ็ต” ผม “รอ” และยิ้มไปพร้อมกับ ”เสน่ห์” ของ “อดีต”
ผมลืม “อนาคต” ไปเลย … ผมยังหาเอกสารไม่เจอ … แต่ไม่เป็นไร…(ผมคิด)
ผม”รอ”ได้ เย็นนี้จะหามันดูอีกที
————————————
Author : MiMD : บล้อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Share post:
ค่อยๆพัก ค่อยๆพิง..ไปกับเก้าอี้ตัวนี้ “Slow Chair”
July 11th, 2008. Published under Commercial >>, Designer >>, Furniture >>, Livingplace >>, Product Design, Shopping Guide >>. No Comments.
Share post:
ฟังแค่ชื่อ ” Slow Chair ” ก็ให้นึกถึงความรู้สึกแบบผ่อนคลาย อยากเอนกายให้หายเหนื่อยในเร็วพลัน
(อื่มมม!!..มันต้องช้าๆสิ..Slow.. Slow..)
ถ้าเราได้พินิจและวิเคราะห์ หลังจากได้ดู Video Ads เรื่องนี้แล้วเราจะได้เห็นถึงขั้นตอนหรือที่มาที่ไปคร่าวๆของเก้าอี้พักผ่อนตัวนี้ได้เป็นอย่างดีครับ…ว่า
มันน่า ………….. ซะจริงๆ (เว้นช่องว่างไว้ให้คุณเติมความรู้สึกของคุณเอง..)
คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด แต่ออกมาเมื่อปีที่แล้ว (2007) โดยสองศรีพี่น้องตราไก่ชาวฝรั่งเศส ” Romon & Erwan Bouroullec ” ที่ได้เกาสมอง(สองหัว)ออกแบบให้กับ ” VITRA ” แบรนด์จัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์สุดเท่ห์ ระดับนาๆชาติ ที่ใครๆหลายคนรู้จักกันดี โดยเฉพาะผู้ที่มีรสนิยมหลงไหลไปกับกับงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในแบบเดิร์นๆ (ต้องกระเป๋าตุงๆด้วยนะครับ..ขอบอก) เพราะ Vitra จะขายเฉพาะของที่ออกแบบโดย “ดีไซน์เนอร์” มีชื่อเท่านั้น .. (แฮ่ม!!..ผมเองก็มีชื่อเหมือนกัน ทำไมไม่จ้างผมออกแบบบ้าง.หุหุ.??)
Enjoy Yourself With Your Design
————————————-
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
*** ปล. ถ้าสนใจสินค้าของ Vitra ที่บ้านเราน่าจะมีตัวแทนอยู่ครับ ลองติดต่อที่ “Decor Mart” ซอยทองหล่อ ดูนะครับ
Share post:
interiorSiam.com ให้สัมภาษณ์พูดคุยที่ www.tag.in.th
July 10th, 2008. Published under Designer >>, My Stuff >>, News >>. No Comments.
Share post:
หลังจากที่ผลัดผ่อนกับคุณเมย์แห่ง www.tag.in.th กันไปหลายครั้ง และผมก็ดองบทสัมภาษณ์ทิ้งไว้ซะนานจน…!?!
แล้ววันนี้ก็ได้ออกอากาศออนไลน์กันซะที กับการตอบ สัมภาษณ์ (เรียกว่า..พูดคุยกันผ่านตัวหนังสือดีกว่า) แบบสบายๆระหว่าง MiMD กับ tag.in.th ซึ่งเป็นเว็ปไซต์ที่รวบรวม website : weblog : tag ที่น่าสนใจและหลากหลายเรื่องราวชาวประชา
ถือโอกาสบอกกล่าวพีอาร์ประชาสัมพันธ์กับเพื่อนๆที่ interiorSiam.com กันเลยนะครับ หากสนใจอยากรู้เรื่องของชาวบ้าน ว่าผมพูดคุยอะไรกันกับ tag.in.th ในฐานะที่ของ “บล็อกเกอร์” (บล็อก(รอ)เก้อ..ซะมากกว่า..555)
*** ปล. ต้องขออภัยหากจะมีชื่อบุคคลอื่น ที่ผมพาดพิงถึงอยู่บ้าง..นะ
http://www.tag.in.th/interview?show=interiorsiam >>
Enjoy Yourself With Your Design
———————————
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Share post:
สีครับ..เท่าไหร่ถึงจะพอ?
July 10th, 2008. Published under Equipment >>, Livingplace >>, Material, Tips & Trics >>. No Comments.
Share post:
ไหนๆก็ไหลมาเรื่อง “สี” แล้ว ก็ขอเบิ้ลอีกซักเรื่องแล้วกันนะครับ

“สี” ของห้อง คือเรื่องหลักที่แทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับการตกแต่งห้องๆนั้น ไม่ว่าคุณจะให้ดีไซน์เนอร์ช่วยออกแบบให้ หรือว่าจะออกแบบและทำเองแบบ DIY ก็ตามเถอะ สมัยนี้ผู้ผลิตสีทั้งหลายก็พยายามเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ไม่เหมือนสมัยก่อนที่จะต้องอาศัยช่างหรือผู้รับเหมาเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น การคำนวณปริมาณของการใช้สีในแต่ละห้อง หรือจะแค่เพียงผนังบางด้านเท่านั้น
TOA ผู้ผลิตสีที่คุ้นชื่อกันเป็นอย่างดีกับคนไทย เขาสร้างสูตรสำเร็จรูปสำหรับการคำนวณปริมาณการใช้สีไว้ให้ลูกค้าได้ใช้ประกอบกับการเลือกประเภทของสีสำหรับการใช้งาน ในลักษณะพื้นผิวที่แตกต่างกันไป สูตรการคำนวณที่ว่านั้น สะดวกและง่ายมากครับ คุณแค่กรอกรายละเอียดขนาดของห้อง กว้าง-ยาว-สูง / ลักษณะของพื้นผิว / ประเภทและเกรดของสีตามการใช้งาน แค่นี้คุณก็จะทราบได้เลยครับว่า ต้องซื้อสีในปริมาณเท่าใด รวมทั้งราคาที่จะต้องจ่าย .. ง่ายมั้ยครับ
เราลองไปดูกันเลยดีกว่า คำนวณปริมาณการใช้สีและราคา >>
Enjoy Youself With Your Design
—————————————-
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
Thank You Image : TOA
Share post:
“ครูสี”..ที่ไม่มีปริญญา
July 9th, 2008. Published under City Living >>, Livingplace >>, Tips & Trics >>. 1 Comment.
Share post:

“ช่างอ๊อด” กับ “MiMD” ไม่ได้เป็นญาติ หรือ เป็นพันธมิตรที่ร่วมตั้งวงสังสรรค์ในวันว่างยามเย็นกันซักเท่าไหร่ แต่ “ช่างอ๊อด” ถือว่าเป็น “ครู” คนหนึ่ง เป็น “พันธมิตรคิดงาน” กันซะมากกว่า เกล็ดเล็ก เกล็ดน้อย ที่ดีไซน์เนอร์ต้องเรียนรู้จากของจริง ประสบการณ์และความรู้ที่ต้องแลกด้วยความอดทน ยอม “เหม็น” และ “เมา” ได้กับกลิ่นทินเนอร์ที่ฟุ้งกระจายไปทั่วไซต์งาน — ไม่ต่างอะไรกับการนั่งตบตากีล่า 5 ช๊อตติดๆกันที่หน้าบาร์เพลงแจ๊ซแถวอนุสาวรีย์ชัยฯ (อย่าลืม!.บีบมะนาวราดลงลูกกระเดือกแล้วเลียเกลือบนฝ่ามือตามด้วย..!!)
เมื่อหลายร้อยชั่วโมงที่ผ่านมา เจอกับ “ช่างอ๊อด” ที่ไซต์งาน เป็นขั้นตอนของการเก็บรายละเอียดของงานสีในขั้นตอนสุดท้ายก่อน และได้พูดคุยกันอย่างเมามันส์ (เพราะกลิ่นทินเนอร์) – “ช่างอ๊อด” แกไม่รู้ตัวหรอกครับ ว่าแกกำลังทำหน้าที่เป็น “ครู” เพราะเรื่องที่แกบอกเล่าด้วยสีหน้านิ่งสนิทนั้น ฟังดูแบบเฉียดๆ มันเป็นแค่เรื่อง “จิ๊บๆ”
“จิ๊บๆ” ขนาดที่ว่าไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะบรรจุไว้ในหลักสูตรของการเรียนการสอนของวิชาอินทีเรีย แต่เชื่อผมเถอะครับว่า..คุณมีโอกาสได้ใช้มันแน่ๆ…
ถ้าผนังมันเปื้อนพวกรอยกระดาษกาว กาวสองหน้า หรือเป็นคราบๆบางๆนั้น ใช้แค่ฟองน้ำชุบน้ำอุ่นหมาดๆเช็ดเบาๆก็พอ — แต่ถ้าพวกคราบน้ำมัน คราบอาหารนั้น ก็เคยลองใช้น้ำสบู่อุ่นๆ หรือพวกน้ำยาเช็ดทำความสะอาดที่มีขายทั่วไปตามโลตัส โฮมโปร ลองเช็ดดูก็ออกนะ.. — ส่วนไอ้ที่เอาออกยากๆนั้นเป็นพวกรอย ดินสอสี ปากกาเมจิก สีเทียนที่เด็กๆชอบเขียนกันนั้น ลองใช้โซดาไฟผสมกับน้ำ เช็ดถูดู ถ้ายังไม่ออก อาจจะต้องลองใช้ยาสีฟันลงเข้าไปช่วยอีกแรง (ไม่แน่ใจว่าต้องใช้สูตรเกลือด้วยหรือเปล่า..?? อันนี้ก็ต้องลอง..หุหุ)
Enjoy Youself With Your Design
———————————
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ – ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
ภาพประกอบ : koosha






