“วัฒนธรรมทับซ้อน” กับการตกแต่งร้าน “แมคโดนัลด์”
April 29th, 2008. Published under Uncategorized >>. 6 Comments.
มีโอกาสได้รับรู้เรื่องราวของอีกซีกโลกหนึ่งโดยบังเอิญ ในขณะที่ผมกำลังนั่งรอ ลูกชาย ที่มาเรียนพิเศษที่ Gymbory Gymboree กับทุกๆเช้าวันอาทิตย์ ที่ต้องมาเป็นปกติทุกๆสัปดาห์ ในเนื้อความของหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นที่ผมใช้มันเป็นตัวช่วยฆ่าเวลาไปพลางๆ สลับกับการคอยดูกิจกรรมข้างในห้องเรียน อ่านจบแล้ว..ทำให้ผมเกิดความคิดฟุ้งซ่าน กระจัดกระจายขึ้นมาหลายๆอย่าง ผมจำต้องจัดการแตกสปอร์และเรียบเรียงความคิดใหม่ตามย่อหน้าถัดลงไปด้านล่างนี้ครับ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า “แมคโดนัลด์” คือ “สัญลักษณ์” อีกอย่างของ “โลกตะวันตก” เป็นตัวแทนหรือฑูตของวัฒนธรรมตะวันตก(อยู่ลึกๆ) ส่วนตัวผมเองนั้นอยากจะเรียกว่าเป็น ”พริตตี้“ (Pretty) ทางวัฒนธรรมอาหารซะมากกว่า เพราะเวลาได้ยินใครพูดถึง “พริตตี้” ขึ้นมาแล้วละก้อ ภาพที่เห็นในอากาศนั้น มันจะเป็นภาพที่ใครๆหลายคนก็คงจะนึกเห็นภาพคล้ายๆกัน คือน่าสนใจ อยากจะมอง ดึงดูด ท้าทายในการเข้าหา และอยากมีประสบการณ์ร่วม (หมายถึง ประสบการณ์กับวัฒนธรรมอาหารแบบใหม่นะ..อย่าคิดมาก!)
เด็กสมัยก่อนกิน “มันต้ม” เป็นของว่าง โรยน้ำตาลทรายแดงบ้าง แล้วแต่ความชอบ …… แต่เด็กสมัยนี้กิน ”มัน(ฝรั่ง)ทอด” จิ้มและจุ่มด้วย “ซอสมะเขือเทศ” (Ketchup) ก่อนจะโยนเข้าปาก .. และถ้าจะถามถึง “มันต้ม” เด็กๆสมัยนี้เขาอาจจะทำหน้างงๆ พร้อมขมวดคิ้วย้อนถามเรากลับมาว่า
…”มันต้ม” มันมีกี่ขาอ่ะครับ ??” (ฮามั้ย..)
นั้นคือ “วัฒนธรรมแรก” ที่แตกสปอร์เป็นความคิดแรกของผม ในแง่ของ การเชื่อมโยง ซึมซับ แบบเนียนๆของ “วัฒนธรรมอาหารการกินแบบตะวันตก” และก็ควรจะต้องยกเครดิตให้เป็นผลงานที่น่าชื่นชมอย่างยอดเยี่ยมของ “พริตตี้” ตัว “M” สีเหลืองตัวนี้
ไม่ใช่เฉพาะแค่ “วัฒนธรรมอาหารการกินแบบตะวันตก” เท่านั้นดอกครับ สปอร์ความคิดอีกอย่างของ “วัฒนธรรมตะวันออก“ ภูมิปัญญา ศาสตร์ความรู้โบราณของจีนในเรื่องของ “ฮวงจุ้ย” ของโลกฝั่งตะวันออกบ้านเรานั้น “ได้เริ่ม” ปรากฏกาย “ทับซ้อน” อยู่ในร่างกายวัฒนธรรมแบบตะวันตกของร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดอย่าง “แมคโดนัลด์” เรียบร้อยแล้วครับโดยเฉพาะสาขาในอเมริกา ยุโรปและในเอเชีย(บางประเทศ) และนี้คือ “วัฒนธรรมที่สอง” ที่ผมว่าถึง

ส่วนของงานออกแบบที่เห็นได้ชัดเจนขึ้น เช่น การตกแต่งที่ใช้โทนสี “เอิร์ทโทน” มากขึ้น เก้าอี้ที่มีพักแขนแบบอีซี่แชร์ เบาะถูกหุ้มด้วยหนังแทนที่จากแต่ก่อนที่จะเป็นเก้าอี้พลาสติก ทำให้นั่งสบายมากขึ้นและสะดวกกว่ารูปแบบเดิม
การเลือกใช้วัสดุ สี ตำแหน่ง และจำนวน(ตัวเลข)ของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆภายในร้าน ถูกกำหนดด้วย “องค์ประกอบพื้นฐานด้วนธาตุทั้งห้าของฮวงจุ้ย คือ ดิน น้ำไฟ เหล็ก และไม้” อย่างร้านแมคโดนัลด์แถวๆชานเมืองของ ลอส แองเจอลิส ใช้ไม้สำหรับตกแต่งเพดานทั้งหมด(ไม้) ใช้เก้าอี้สีเงิน(เหล็ก) และตกแต่งผนังด้วยโทนสีแดง(ไฟ) และจากเดิมมีเก้าอี้ภายในร้านอยู่ 44 ตัว แต่ตามศาสตร์ของฮวงจุ้ยแล้วเลข 4 ถือว่าเป็นสัญญลักษณ์ของความชั่วร้าย จึงตัดสินใจเพิ่มเก้าอี้เข้าไปอีก 1 ตัว เป็น 45 ตัว ถือว่าแก้เคล็ดไป ซึ่งการปรับโฉมดีไซน์ของร้านให้เป็นแบบนี้ มันทำให้ลูกค้ารู้สึกดีขึ้น สนุกขึ้น ทานได้เยอะขึ้น มันก็เกิดผลที่ดีขึ้นกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งจริงๆแล้วลูกค้าที่เข้ามาอาจจะไม่ได้มีความรู้ หรือว่าสนใจในเรื่องของฮวงจุ้ยเลยแม้แต่นิดเดียว :)
______________________________________
วัฒนธรรมเรื่องอาหารการกินของตะวันตก
+
วัฒนธรรมเรื่องศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยของตะวันออก
=
New Design Concept For McDonald’s
______________________________________
……………………………….
*ที่มาข้อมูลดิบๆบางส่วนจาก กรุงเทพธุรกิจ แปรรูป ทำให้สุก จัดแต่งใส่จานพร้อมเสริฟโดย MiMD
Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ-ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์
บทความที่เกี่ยวข้อง :
: Related posts :
6 Comments
PatSonic|Com on May 5th, 2008
เรื่องการรับวัฒนธรรมของคนไทย ไม่รู้จะโทษที่ใคร เด็กเองก็รับกันเอง ผู้ใหญ่ปากเปียกปากแฉะ ก็ไม่เห็นพวกนี้จะสนใจ
ว่าแต่วัฒนธรรมแบบเอเชียๆ นี่ชักจะยิ่งใหญ่เหนือตะัวันตกขึ้นทุกที เพราะส่วนใหญ่เป็นวัฒนธรรมทางจิตวิญญาณซะมากกว่าวัตถุ
ขลุกขลิก on May 8th, 2008
เมื่อตะวันตกพบตะวันออก ต้องใช้ฮวงจุ้ยเข้าเสริม
คุณ MiND มองได้เจ๋งมากๆครับ
ขอคาราวะ 3 จอก
ขลุกขลิก on May 8th, 2008
ขอโทษครับ ที่พิมพ์ชื่อผิด
ต้องเป็น MiMD ถูกมั๊ยครับ
วิษณุ on May 9th, 2008
การทับซ้อนกันของวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ดีนะครับ ในมุมมองของผมเองวัฒนธรรมเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตครับ ในอดีตจะมีการเลื่อนไหล ดูดกลืน แทรกซึมกันตลอดเวลา และสุดท้ายก็จะให้กำเนิดวัฒนธรรมใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ในอดีตการดูดกลืนหรือการเคลื่อนเข้าหากันของวัฒนธรรมเป็นไปโดยอยู่ภายในกรอบของสภาพแวดล้อม วัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกันครับ แต่ปัจจุบันการติดต่อสื่อสารของเราทำให้เกิดการทดลองผสมข้ามโลก ผมมองว่าก็เหมือนกับสิ่งมีชีวิตครับ เช่น ล่อที่เกิดจากม้าและลาผสมกัน ใช้งานได้ง่ายเหมือนลา แข็งแรงเหมือนม้า แต่ไม่สามารถสืบพันธ์หรือจะกล่าวได้ว่าวัฒนธรรมที่เกิดจากการผสมสุดโต่ง บางครั้งก็ไม่สามารถต่อยอดได้
อีกประเด็นที่หากมองว่าวัฒนธรรมเหมือนสิ่งมีชีวิตนะครับ คือ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมเพื่อให้ดำรงอยู่ได้ หากวัฒนธรรมที่เรามักได้พบเจอในนิตยสารหรือสารคดีต่างๆ ที่บอกว่า “วัฒนธรรมเหล่านี้กำลังจะสูญหายไป” นั่นแปลว่า วัฒนธรรมเหล่านั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมหรือเปล่า เกิดเป็นคำถามสองทางว่า ควรอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานดู หรือควรปล่อยให้ดูดกลืนและเปลี่ยนแปลงไปกับวัฒนธรรมใหม่ๆดี (ผมไม่มองว่าวัฒนธรรมจะสูญหายไปนะครับ แต่เชื่อว่าเปลี่ยนแปลงตัวเองได้)
หรือเพื่อนๆมีความคิดเห็นอย่างไร ช่วยสานต่อด้วยครับ
MiMD on May 9th, 2008
สมัยเด็กๆผมจำได้ว่า คุณครูที่โรงเรียนเคยสอนเรื่องความหมายของคำว่า ”วัฒนธรรม” เอาไว้ว่า “วัฒนธรรม คือ ความเจริญงอกงาม” ทุกวันนี้ก็ยังจำได้จนขึ้นใจ..
วัฒนธรรมเกิดจาก ความเชื่อถือ ศรัทรา และถือ ปฏิบัติสืบต่อของ “ผู้คน” ในสังคมแห่งวัฒนธรรมนั้นๆ และผมก็เชื่อและยอมรับได้ถ้าวัฒนธรรมนั้น จะเปลี่ยนไป หรือ ปรับปรุง ตามสภาพของผู้คนในสังคมนั้นๆ
วัฒนธรรมที่ “ดี” หรือ “เลว” ควรจะเก็บเอาไว้ให้ลูกหลานดู เพื่อจะได้เรียนรู้ในทั้งสองส่วน
ผมชื่นชมและขอคารวะ ให้ความคิดเห็นร่วมกัน ที่เป็นความคิดเห็นแบบ “เจริญงอกงาม” ของคุณวิษณุ ช่วยแวะเข้ามาแชร์ไอเดียกันอีกนะครับ











Ong..Busaba on April 30th, 2008
อ๋องว่า.. เดี๋ยวนี้หลายๆอย่างของโลกตะวันออกนั้นได้ ซึมซับ แทรกซึม ผสมผสาน กับซีกโลกตะวันตกได้อย่างลงตัว มิหนำซ้ายังได้รับความนิยม อย่างมากในช่วงหลังๆ ไม่ว่าจะปรากฎในภาพยนต์ หรืองานDesign ต่างๆ..
..
ล่าสุดที่ได้ทราบมา..จากการสำรวจเรื่องการใส่ชุดนักเรียนของเด็กๆชาวตะวันตกบางโรงเรียนได้ทดลองให้เด็กใส่ยูนิฟอร์มเหมือนเด็กๆชาวเรา เพียงแค่ลองให้เด็กสวมเสื้อกั๊กทับชุดไปรเวทแค่นี้ก็ทำให้เด็กนับถือ เชื่อฟังสถาบันและคุณครูมากขึ้น..แต่อันนี้ก้ไม่รู้ใครเลียนแบบใคร เพราะที่เราใส่ชุดนักเรียนกันนานมาก็เอามาจากวัฒนธรรมตะวันตกมิใช่หรือ..เพียงแต่วัฒนธรรมเหล่ามันเปลี่ยนแปลงไวเกินไป (เขียนเอง..งงเอง ?)
..
แต่ที่น่าเป็นห่วงก็ คือ การที่เด็กๆบ้านเราต่างรับเอาวัฒนธรรมที่หลั่งไหลเข้ามาโดยไม่มีผู้ใหญ่ดูแลหรือกลั่นกรองหรือรับมาไม่ทั้งหมด..เช่น การมีเพศสัมพันธ์ก่อนไวอันควร..แต่ไม่มีการป้องกันเหมือนที่ชาติตะวันตกเค้าทำกัน..น่าเป็นห่วงๆๆๆ
..
เอ..วันนี้ทำไมจริงจังกะชีวิตเนีย..สงสัยจะข้าวของทุกอย่างทำท่าจะขึ้นราคา..แย่จังๆๆ ;P