Archive for October, 2007
มัณฑนากร เดลิเวอร์รี่??
October 31st, 2007. Published under My Stuff >>. 6 Comments.
Share post:
กลยุทธการตลาดตัวใหม่ของ บริษัทผลิตและขายเฟอร์นิเจอร์ แห่งหนึ่ง (ขออนุญาติไม่เอ่ยนาม) เขาบอกว่า”โทรสั่งได้” ส่งตรงมัณฑนากรช่วยออกแบบและจัดวางเฟอร์นิเจอร์ถึงบ้านฟรี กลยุทธนี้เขาให้เรียกว่า “…………………….” (เอ่ยชื่อไม่ได้อีกเหมือนกัน..ฮา) เป็นไงล่ะ ..น่าสนขึ้นมาแล้วซิ!!!
+คิดตาม+
- ประหยัดเวลาในการออกแบบ เพราะเลือกเอาตามแบบที่มีอยู่(Cataloque) แล้ววางตามตำแหน่งของฟังก์ชั่นการใช้งาน
- ประหยัดเงินเพราะว่าออกแบบให้ฟรี ไม่ต้องจ้าง Interior Designer (โดน!!)
- งบไม่บาน มีเท่าไหร่ ได้เท่านั้น เลือกจัดให้ตามงบ
- ได้เห็นหน้าตา ขนาด และสัมผัสวัสดุจริงก่อนตัดสินใจซื้อ(ชอบมาก..ชัวร์)
- มีส่วนช่วยให้มัณฑนากร มีงานทำมากขึ้น (ฮา) เขาบอกเตรียมไว้กว่า 300 คน..อื่อ..ฮือม
+คิดต่าง+
- ประหยัดเวลากว่าจริง..แต่หน้าที่ของ Interior Designer ไม่ได้คิดแค่เลือก(Cataloque) แล้ววางเฟอร์นิเจอร์ให้เข้าที่..บรรยากาศล่ะ แสงสว่างที่เหมาะสมล่ะ สีของผนัง ฟังชั่นการใช้งานของแต่ละบ้าน(ไม่เหมือนกัน)
- ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าวัสดุของเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปบางชนิด มีอายุการใช้งานไม่นานและความคงทนแข็งแรงจำกัด
- ไม่สามารถออกแบบให้ได้ตามสไตล์ความชอบ และแสดงบุคลิก เอกลักษณ์ของเจ้าของบ้านได้อย่างแท้จริงและชัดเจน
- อย่าตกใจ และแปลกใจเป็นอันขาด ถ้างานดีไซน์ตกแต่งภายในของเราจะไปเหมือนบ้านของคนอื่นๆ แม้กระทั่งตู้ เตียง
- จริงๆแล้ว Interior Designer ไม่ใช่ ไม่เหมือน และไม่ได้เป็นแค่ Specification Designer ผู้ที่เพียงแค่เลือก เพื่อให้ได้ยอดขายของสินค้านั้นๆเพิ่มขึ้น แต่ Interior Designer มีหน้าที่และเป้าหมายในงานครอบคลุมมากมายกว่า Specification Designer…หลายขุมนัก (ยิ้ม..ม)
*ไม่มีอะไรถูก และไม่มีอะไรผิด ทุกอย่างอยู่ที่ความพอใจ และไม่พอใจของ(คุณ)…….จริงไหม๊ครับ???
Author : mimd+interiorSiam
Share post:
“TCDC” โศก-กะ-นาด-ตะ-กำ(อำพราง??)
October 30th, 2007. Published under My Stuff >>. 8 Comments.
Share post:
Thailand Creative & Design Center คือชื่อเต็มของ “TCDC” และจากนี้ต่อไป(ไม่นาน) ชื่อนี้ของสถานที่แห่งนี้จะย้ายและเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า Thailand Discovery & Creative Center หรือ “TDCC”
ผมฟังและได้ยินข่าวนี้มาบ้าง แล้วจากหลายๆสื่อ เพียงแต่ยังไม่แน่ใจว่า จริงเท็จแน่นอนเพียงใด เมื่อได้ข้อสรุปและเป็นมติที่ชัดเจนออกมาแล้วจาก สบร. เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2550 ที่ผ่านมา ก็ได้แต่อึ้ง..อึ้งครับอึ้ง..อึ้งกิมกี่
……..
……..
ที่ต้องอึ้งไม่เกี่ยวกับชื่อที่ต้องเปลี่ยน หรือที่ต้องย้ายจากชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรียมไปยังสถานที่ทำการแห่งใหม่คืออาคารจามจุรี สแควร์ (สามย่าน) จะอยู่ที่ไหนและชื่ออะไร คงเป็นเรื่องท้ายๆที่ต้องคำนึงถึง แต่เห็นผลที่ต้องปรับเปลี่ยนต่างหากที่ต้องอึ้ง ที่ต้องคันและอยากพูด(บ้าง) เหตุผลบางส่วนที่ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งของหลายท่านบอกในทำนองที่ว่า เนื่องจาก TCDC ไม่สามารถทำประโยชน์ได้มากมายต่อประชาชน นักออกแบบ และแม้แต่นักเรียน นักศึกษาได้เท่าที่ควร และไม่ได้สร้างนักออกแบบที่ดีและคุมค่ากับค่าใช้จ่ายที่ลงทุนไปของรัฐบาล …เป็นไงครับฟังดูดีไหม๊ครับ?
การสร้างพิพิธภัณฑ์(Museum) การสร้างห้องสมุด(Library) การสร้างสวนสาธารณะ(Park) ในโลกอีกซีกหนึ่งของเรา(ตะวันตก) มองเห็นคุณค่าในทาง นามธรรม ที่จะบังเกิดขึ้นในกับประชาชน และประชากรของเขาเหล่านั้น สิ่งเหล่านี้ไม่ได้สร้างโดยเจตนารมณ์เพื่อให้แข็งแกร่งในเรื่องของ ทุน กำไร เป็นหลัก แต่ถ้าจะได้ตามมาก็เป็นสิ่งที่ดี
แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นที่เหล่าท่านผู้(ยิ่ง)ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ กลับมองไม่เห็น กลับสัมผัสไม่ได้ และไม่เคยเข้าใจเลยแม้แต่ปลายเส้นผม(ยังไม่ต้องเข้าถึงสมองอันพองโตของท่านหรอกครับ!) สิ่งนั้นคือ inspiration & Passion สิ่งนี้คือวัตถุดิบสำหรับสติปัญญา เป็นปุ๋ยที่ดีสำหรับบ่มเพาะมันสมอง และความคิด เพื่อแตกยอดความคิดที่สวยงาม และสมบูรณ์ จากรากสู่ยอด…
>>กรุณาอย่าเอามือที่สาก..สกปรก หัวใจ สมอง และดวงตาอันหยาบกระด้าง ที่ยากจะสัมผัสและมองเห็นของท่าน(บางคน) มาแตะต้อง TCDC เลย..ยย ถ้าหากเหตุผลของท่าน(บางคน)มีเพียงเท่านี้จริงๆ!!!
……….
แล้วคุณคิดยังไงบ้างครับ???
Author : mimd+interiorSiam
Share post:
รู้ร้อน-รู้หนาว..ก่อนเลือกเครื่องทำน้ำร้อน
October 29th, 2007. Published under Equipment >>, Tips & Trics >>. 4 Comments.
Share post:
>>วิธีเลือกขนาดของเครื่องทำน้ำร้อน สำหรับบ้านพักอาศัยนะครับ!!<<
(S) ขนาดประมาณ 3 กิโลวัตต์–>สำหรับ 1 จุด ต่อ 1 เครื่อง คือต้องการติดเฉพาะที่ อุณหภูมิน้ำไม่สูงมากนัก มีสวิซท์เปิด-ปิดที่ตัวเครื่อง และปรับอุณหภูมิน้ำ อุ่นมาก-น้อยที่ตัวเครื่องเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องใช้ก๊อกผสม(เพราะน้ำไม่ร้อนมาก)
(M) ขนาด 6 กิโลวัตต์ขึ้นไป–>ขนาดนี้สามารถแยกเพิ่มจุดได้ 2-3 จุดต่อ 1 เครื่อง ให้อุณหภูมิสูงกว่าอันแรก โดยจะต้องต่อท่อทองแดงไปยังก๊อกตามจุดต่างๆ เช่นอ่างล้างหน้า shower และจะต้องใช้ก็อกผสมด้วยนะครับ ส่วนใหญ่แล้วเครื่องทำน้ำร้อนขนาดนี้มักจะเก็บซ่อนตัวเครื่องไว้ เช่นใต้ฝ้าเพดาน หรือใต้เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าไม่นิยมติดตั้งเพื่อให้เห็นตัวเครื่องซักเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะขนาดที่ดูแล้วเกะกะ เทอะทะขึ้นก็ได้ แต่ถ้าอยากติดโชว์ก็ไม่ว่ากัน แล้วแต่ความต้องการ
(L) ขนาด 8 กิโลวัตต์ขึ้นไป–>สำหรับต้องการกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ขึ้น และหลายจุด เช่นใช้กับ เครื่องล้างจาน เครื่องซักผ้า หรืออ่างอาบน้ำ เมื่อขนาดและกำลังไฟมากขึ้น แน่นอนครับสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมากคือเรื่องการติดตั้งที่ถูกต้อง และเลือกขนาดของสายไฟฟ้า ท่อทองแดง ที่เหมาะสม ห้ามมักง่ายเด็ดขาด ต้องเน้นพิเศษกับช่างที่ติดตั้งด้วยนะครับ
ไม่ว่าเราจะเลือกใช้เครื่องทำน้ำร้อนขนาดใดก็ตาม สิ่งที่ลืมไม่ได้อีกอย่าง ควรมีเครื่องตัดไฟร่วภายในเครื่อง หรือต่อสายดินเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วเอาไว้ด้วยนะครับ…..คราวนี้ก็พอที่จะเลือกและตัดสินใจได้บ้างแล้วซินะ สำหรับคุณๆที่กำลังมองหาเครื่องทำนำร้อนเครื่องใหม่ใว้ใช้ในหนาวนี้ ..enjoy winter
Author : mimd + interiorsiam
*ข้อมูลบางส่วนจาก : การออกแบบระบบท่อภายในอาคาร : วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูประถัมภ์ และ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูประถัมภ์ :
Share post:
ไม่รู้ร้อน-ไม่รู้หนาว!..ขอแค่อุ่นๆก็พอ(เครื่องทำน้ำร้อน-น้ำอุ่น)
October 27th, 2007. Published under Equipment >>. 3 Comments.
Share post:
“เชื่อพี่เถอะ!…พี่น่ะอาบน้ำร้อนมาก่อน”
หลายคนคงคุ้นดี กับประโยคแบบนี้…ยุคนี้ผมว่าแทบทุกบ้านคงมีเครื่องทำน้ำร้อน หรือไม่ก็เครื่องทำน้ำอุ่นกันทั้งนั้น เข้าหน้าหนาวที่ไรมีอันต้องเรียกใช้อยู่ประจำเช้าเย็น บางวันอาจมีทำ O.T. ตอนดึกๆอีกด้วย และก็ไม่ได้มีไว้อาบกันอย่างเดียวซะเมื่อไหร่ บางบ้านใช้สำหรับซักผ้า ล้างจานอีกด้วยนะ
นอกจากงานตกแต่งภายในสำหรับหน้าหนาวที่ผมได้คุยไปบ้างแล้ว ก็อยากจะพูดถึงเรื่องพวกนี้ด้วยซักหน่อยน่าจะเป็นประโยชน์บ้างในชีวิตประจำวันกันนะครับ
โดยทั่วไปแล้วน้ำประปาทีเราใช้กันนั้น เมื่อส่งมาถึงเราแล้วจะเป็นน้ำอุณหภูมิปกติหรือ เรียกว่าน้ำเย็น จริงๆแล้วเครื่องทำน้ำร้อนที่ใช้กันในบ้านเรานั้นมีอยู่หลายแบบ โดยแยกตามแหล่งพลังงานที่ทำน้ำร้อนครับ เช่น ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ใช้แก๊ส ใช้ไฟฟ้า ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป แต่วันนี้ผมจะขอคุยเฉพาะเครื่องที่ใช้ไฟฟ้ากันนะครับ เพราะใช้กันทั่วไปมากกว่าชนิดอื่นๆ
หลักการทำงานของเครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มีอยู่ 2 วิธี และก็เรียกชื่อต่างกันด้วยครับ
เครื่องทำน้ำร้อน –> เมื่อน้ำประปาไหลผ่านเข้าเครื่องแล้ว เครื่องก็จะทำการต้มน้ำให้ร้อน และเก็บความร้อนไว้ตามปริมาณความจุของเครื่อง และจ่ายน้ำออกจากเครื่องนั้นจะต้องต่อท่อมาที่ก๊อกผสมเสมอ (น้ำร้อน-น้ำเย็น) เพื่อให้ได้อุณหภูมิที่เหมาะสมกับการใช้งาน(ประมาณ 35-40 C)โดยทั่วไปน้ำร้อนที่ออกมาก่อนผสม อุณหภูมิจะอยู่ประมาณ 60 C ครับ…
เครื่องทำน้ำอุ่น–> เมื่อประปาไหลผ่านเข้าเครื่องแล้ว ก็จะส่งผ่านขดลวดความร้อน เพื่อให้อุณหภูมิสูงขึ้นตามความต้องการของผู้ใช้ต้องการ แต่เครื่องทำน้ำอุ่นจะมีข้อจำกัดในเรื่องอุณหภูมิที่ต่ำกว่าเครื่องทำน้ำร้อน และติดตั้งได้เฉพาะจุด และไม่สามารถเดินท่อเพื่อแยกไปหลายๆจุดได้ เนื่องจากการต่อสายหรือวาล์วใดๆเพิ่มเติมขึ้นนั้น จะทำให้ขดลวดทำความร้อนตลอดเวลา แม้เราจะเลิกใช้งานและปิดวาล์วแล้วก็ตาม ซึ่งจะทำให้เครื่อง Over Heat และซ๊อตไฟไหม้ได้ครับ..อันตรายครับ!!
วันนี้มีโอกาสได้คุยกันแบบ วิชาการหน่อยนะครับ เพราะว่า เครื่องใช้ไฟฟ้ากับน้ำนี้เจอกันเมื่อไหร่..เป็นเรื่อง(…)ทุกที แล้วคราวหน้าเราจะไปดูวิธีเลือกขนาดและประเภทของเครื่องทำน้ำร้อนกันครับ…
Author : mimd + interiorsiam.com
*ข้อมูลบางส่วนจาก : การออกแบบระบบท่อภายในอาคาร : วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูประถัมภ์ และ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูประถัมภ์ :
Share post:
แต่งบ้านรับลมหนาว ตอน บ้านนอกเข้ากรุง Urban Country
October 25th, 2007. Published under City Living >>. 3 Comments.
Share post:
“แต่งบ้านรับลมหนาว ตอน บ้านนอกเข้ากรุง Urban Country ”
ในหนังสือชื่อ Advance Dictionary English-Thai (Complete&Update) โดย สุวิทย์ หิรัณยกาณฑ์ ได้อธิบายความหมายไว้ว่า
Urban (adj.) ในเมือง Country (n.) มณฑณ ,จังหวัด
Urban Country ผมอยากนำสองคำนี้มารวมกันเพื่อความหมายที่ต่าง สื่อถึงสไตล์การออกแบบตกแต่งอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ผสานผสมในการอยู่ร่วมกัน สำหรับชีวิตการอยู่อาศัยของคนเมือง(ใหญ่)
ชื่อฟังดูเป็นชนบท..บ้านนอก และคือที่มาของเรื่องวันนี้ครับ ..ความเรียบง่าย ตรงไปตรงมา กลมกลืนกินกันเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เหล่านี้คือหัวใจ และเอกลักษณ์เด่นของงานตกแต่งสไตล์นี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของ เครื่องใช้ไม้สอย เฟอร์นิเจอร์มักจะเป็นของที่ ออกแบบ และสร้างขึ้นมาเอง จากพื้นฐานของวัสดุที่มีอยู่ตามท้องถิ่น ประโยชน์ใช้สอยตามต้องการง่ายๆ ไม่ต้องซับซ้อน ซ่อนเงื่อน แต่แฝงไว้ด้วยเสน่ห์ และภูมิปัญญาที่แตกต่าง(เมือง)
>>ไม้ อิฐ กระเบื้องดินเผา ผ้า ลวดลายตามวัฒนธรรมท้องถิ่น อย่างผ้าลายตาราง หลายสก๊อต(แบบตะวันตก) พื้นผิวธรรมชาติที่ไม่ต้องการความเนี้ยบมากถึงมากที่สุด ไม่ต้องการความสมบรูณ์แบบ ปล่อยให้ความเป็นเอกลักษณ์ของวัสดุเหล่านี้ ได้แสดงแสนยานุภาพอย่างเต็มที่ และไม่ขัดขวางซึ่งความงาม
>>สีของอิฐดิน และลวดลายของเนื้อไม้ ผิวสัมผัสของเส้นใยจากการทอของผ้าฝ้ายธรรมชาติ ให้ความรู้สึกถึงความอบอุ่น นุ่มลึก และสงบ การจัดวางโชว์ ข้าวของเครื่องใช้ของตกแต่งเก่าๆ ตั้งแต่รุ่นคุณตา คุณยาย ภาพถ่ายขาวดำ จานชาม แจกัน เป็นต้น ส่วนประกอบเหล่านี้ช่วยเสริมเติม(แต่ง) แล้วจัดวาง รวมพรรคกันกับเฟอร์นิเจอร์แบบสมัยใหม่(modern) ก็ดูจะให้ความรู้สึกอุ่นๆ และมีชีวิตชีวาขึ้นอีกโข
>>ถ้าต้องการบรรยากาศ คันทรีออกแนวหวานๆ ลักษณะเด่นอีกแบบ(ฝรั่งๆตะวันตก) อีกแบบคือ การเลือกใช้ Wallpaper ลวดลายดอกไม้ ต้นไม้ ธรรมชาติ สีสันที่สดใสขึ้น เช่น สีแดง ฟ้า เขียว บนผนังสีขาว เลือกเฟอร์นิเจอร์สีไม้ หรือสีขาว ตามองค์ประกอบที่เหมาะสม
Urban Country Style เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่เลือกได้ตามใจชอบ สำหรับผู้ที่ชอบชื่นความสงบและอบอุ่น สำหรับหนาวนี้ได้ดีทีเดียวเชียวละครับ…
Author : mimd + interiorSiam
……………………………………………………………………………………………………….
+เรื่องที่เกี่ยวข้อง+
>> แต่งบ้านรับลมหนาว The winter has comes
……………………………………………………………………………………………………….
Share post:
แต่งเถอะครับ..หนาวแล้ว!(The winter has comes)
October 21st, 2007. Published under Livingplace >>, Tips & Trics >>. 6 Comments.
Share post:
8.27 am : เช้าวันนี้…เสียงเพลง..make your self comfortable ของสตรีสาวผู้มี เสียงร้อง และผิวสีน่าทาน พาลทำให้นึกถึง Browny Cake ที่มี Hot Chocolate สะบัดๆ ไปมา เป็นTopping แล้วทานกับกาแฟดำ (อะไรจะดำไปซะทุกอย่าง..!!)
สำหรับ American Jazz Idols แห่งวงการ Standard Jazz นามว่า ” Sarah Vaughan ” (1920-1990) คนนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสเปิดฟังเพลงของเธอ หลังจากได้รับความอนุเคราะห์จากน้องชายสุดเลิฟ(ชื่อบ๊อกซิ่ง) ช่วยทำสำเนาเป็นแบบข้อมูลละมุนภัณฑ์(file) เผื่อแพร่มาให้เมื่อหลายวันก่อน…ฟังแล้วอยากเขียนและคุยกับคุณๆเรื่องนี้ครับ…!!
8:53 am : เข้าเรื่อง…สองสามวันที่ผ่านมานี่ ถ้าใครได้ตื่นเช้า คงได้สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของมวลสารอากาศ ได้กลิ่นความหอม(หม่นหม่น..มัวมัว) ที่เคลื่อนตัวในอากาศอย่าง ช้าๆ เบาๆ ถึงแม้จะเบาและช้า มันก็ยังสามารถปลุกขุมขนที่อยู่ตามร่างกายให้ตื่นขึ้นมาพร้อมๆกันกับผม(ผู้เขียน)ได้ เป็นสัญญาณอย่างหนึ่งของธรรมชาติที่แจ้งข่าวคราวถึงผมและคุณๆให้รู้ว่า หนาวนี้มาแล้วครับ! ก่อนหน้านี้วางแผนคิดไว้ว่า จะเขียนเรื่องการตกแต่งบ้านเพื่อต้อนรับหน้าหนาวของปีนี้ไว้ซักช่วงเดือนสิบสอง(พฤศจิกายน) แต่ก็อย่างที่บอกไปแล้วนั้นล่ะครับ ก็เพราะเหตุเมื่อเวลา 8.27 am ของ เช้าวันนี้แท้ๆ
9:14 am : ระหว่างเรื่อง…หลายคนแอบแปลกใจเล็กๆในชื่อเรื่อง “แต่งบ้านรับลมหนาว” (The winter has comes) ต้องขออภัยหากบังเอิญมีชื่อเรื่องไปคล้ายกับ Seiries เกาหลีบางเรื่อง (ฮา)…..และอีกหลายคนเช่นกันก็อาจจะคุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้ เฉพาะแต่ในวงการ Fashion Design ซะเป็นส่นใหญ่ แต่จริงๆงานออกแบบภายใน(Interior Design) ก็มีเช่นกัน เพราะงานออกแบบ(Design)ทุกแขนงในโลกนี้ ก็อยู่บนปัจจัยพื้นฐาน โครงสร้าง และที่มาของงานไม่ต่างกัน จะต่างก็เพียงแค่รายละเอียดประกอบเท่านั้นเอง
หน้าหนาวบ้านเรานั้น จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ 2-3 เดือน ในช่วงหนึ่งของปี คือคาบเกี่ยวระหว่างปลายปีนี้ กับต้นปีหน้า สำหรับคุณๆที่อยากปรับเปลี่ยนบรรยากาศภายในบ้าน ให้กลมกลืน เข้ากับหน้าหนาวนั้นผมก็มีวิธี (Tips&Trics) เล็กๆน้อยๆมาฝาก แบบประหยัดไม่ต้องใช้ตังส์เยอะอะไรมากมายเลยครับ
หนาวแรก : เปลี่ยนสีผนัง-ฝ้าเพดานใหม่ จะเลือกทาเฉพาะบ้างด้าน เช่น ผนังด้านหัวเตียง ผนังด้านหลังที่แขวนทีวี หรือเลือกทาทั้งห้องก็ได้ อันนี้ขึ้นอยู่กับความลงตัวและส่วนประกอบของเฟอร์นิเจอร์ในห้องนั้นๆว่าเหมาะสมเพียงใด ส่วนสีทีเลือกใช้นั้นควรจะเป็นประเภทสีโทนเย็นเป็นหลัก แต่ให้เพิ่มน้ำหนักไปทาง เข้มๆ ขึ้นมา เช่น สีเทา : สีน้ำตาล-เทา : สีฟ้าอมม่วง มีมากมายหลายยี่ห้อ และหลากเฉดสี ตามโฮมโปร หรือร้านขายสีทั่วๆไป มีตัวอย่างเฉดสี (Pantone) ทุกน้ำหนักให้เราเลือก และสั่งผสมและรอรับกลับบ้านได้เลยครับ
หนาวสอง : เลือกใช้วัสดุตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ ที่เป็นธรรมชาติพวกสีและลวดลายไม้ชนิดต่างๆ หินทรายทั้งแบบหินจริงและหินเทียมก็ได้เช่นกัน เข่น ชั้นวางของเดิมที่เป็นชั้นกระจก เราก็เปลี่ยนเป็นชั้นไม้ย้อมสีเข้มขึ้น
หนาวสาม : เพิ่มเติมหมอนอิง ตรงโซฟาห้องนั่งเล่นหรือบนเตียงนอนอีกซักสองสามใบ แล้วเลือกใช้ปลอกหมอนที่ทำจากผ้าฝ้าย เส้นใยใหญ่ๆหน่อย และเลือกสีแบบธรรมชาติ หรือ Earth Tone
หนาวสี่ : หาพรมผืนมาวางเพิ่มในส่วนที่โล่งๆของห้อง เช่น ที่พื้นห้องปลายเตียงนอน หรือวางที่พื้นของมุมอ่านหนังสือแล้วเอา Easy Chair ตัวเก่าที่เรามีอยู่แล้วมาวางทับอีกที ก็เป็นอีกไอเดียผสมผสานอีกไอเดียนะครับ เลือกพรมชนิดที่มีเส้นใย ฟูๆ ยาวๆ หนาๆ นุ่มๆหน่อยนะครับ
หนาวห้า : เปลี่ยนหลอดไฟที่ใช้อยู่เดิม ให้เป็นชนิดให้แสงแบบ Warm White (สีเหลืองนวล) และเลือกใช้โคมไฟแทนการใช้ไฟทั่วไปและเลือกเปิดใช้แบบเน้นเปิดให้แสงสว่างเป็นจุดๆ เฉพาะมุมบางมุมเพื่อสร้างบรรยากาศในตอยกลางคืน
หนาวหก : หา CD เพลง Jazz เพราะๆ ซักสองสามแผ่นเอาไว้เปิดตอนเช้า และก่อนนอน (แล้วเปิดโคมไฟสลัวๆเพิ่มขึ้นอีกซักดวง) แนะนำให้เลือกแบบ Standard Jazz น่าจะเหมาะกว่า จะเป็น Tony Bennett ก็เยียม หรือว่าจะเป็นของ Sarah Vaughan ที่ผมกำลังฟังอยู่ด้วยนี้ก็ใช้ได้ดีที่เดียวครับ
9:56 am : ท้ายเรื่อง…ลองเอาไปใช้ ไปแต่งกันดูนนะครับ หรืออาจลองปรับประยุกต์ให้เข้าบ้านของเราเอง ของตกแต่งบ้านที่เพิ่มเติมเหล่านี้เราสามารถนำของกลับมาใช้ใหม่ในหน้าหนาวในปีต่อๆไปได้ด้วยนะครับ…
10:07 am : จบเรื่อง…รวมเวลาเขียนทั้งหมด 100 นาที (Ohhm.m..เขียนนานจนหายหนาว!..)
Author : mimd + interiorsiam
…………………………………………………………………………………………………………………….
+เรื่องที่เกี่ยวข้องกัน+
>> ทิศทางลมในหน้าหนาว กับการตกแต่งห้องนอน
>> ไฟฟ้าและแสงสว่าง กับการตกแต่งห้องนอน
>> Tony Bennett
Share post:
สี..ที่รักและเคารพ
October 18th, 2007. Published under Tips & Trics >>. 1 Comment.
Share post:
ที่บ้าน
๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๐
ถึงสี…ที่รักและเคารพ
นี้เป็นจดหมายฉบับแรกที่ผมตัดสินใจอยู่นานพอสมควรที่จะเขียนถึงสี จริงๆแล้วผมรู้จักสีมานานมากแล้ว ตั้งแต่ผมยังจำความได้มั้ง? ความคุ้นเคยใกล้ชิดกันจริงๆระหว่างผมกับสีนั้น น่าจะเกิดขึ้นพร้อมๆกับการมีจักรยานคันแรกของผมในช่วงชีวิตแห่งวัยประถม แต่สีอาจจะไม่ได้สนใจ ไม่ได้ใส่ใจกับผมนัก ถึงแม้ผมจะดูแลสีอย่างทะนุถนอม คอยดูแล ทำความสะอาดให้ แม้เวลาที่สีไปเล่นข้างนอกจนสกปรก มอมแมมกลับมา แต่ถึงยังไงแล้วเราก็ยังไม่เคยได้มีโอกาศได้คุยกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว และแน่นอนเราก็ยังไม่เคยมีครั้งแรก(คุย) ระหว่างกันจนถึงวันนี้
ปีสองปีที่ผ่านมา จวบจนทุกวันนี้ผมก็ได้แต่รู้สึกยินดี และปลื้มปิติกับสี ที่ทุกๆคนที่ได้ใกล้ชิดกับสี รู้สึกถึงความภูมิใจ และเต็มใจที่ได้สัมผัสกับสี ได้พบเจอในความสง่างามของสี และได้ร่วมงานกับสี และมีสีเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาหลายๆเหล่านั้น….
สีทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ดีงามและโด่งดังไปทั่วโลก ทุกๆคนร่วมยินดีและปลาบปลื้มของการเฉลิมฉลองในวาระสำคัญแห่งการครบรอบในปีนี้ และในแง่มุมที่เกี่ยวกับสีต่างๆมากมายในบ้านเรา…
ในขณะที่ผมนั่งเขียนจดหมายฉบับนี้ถึงสีอยู่นั้น ก็ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ตรงกับกับช่วงเวลา การครบรอบ เทศกาลถืดศีลกินเจ ประเพณีที่ปฎิบัติ ตามวัฒนธรรมมาแต่ช้านาน ซึ่งมีมากันทุกๆปี คือการถือศีล และละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ สื่อทีวี วิทยุ และสื่อสิ่งพิมพ์ ต่างก็มีข่าวต่างๆ ออกมาให้เห็นแทบทุกวัน ทำให้ผมได้มีโอกาสได้เห็นสี ตามสื่อเหล่านั้นโดยปริยาย ผมมีตัวอย่างที่ได้อ่านจากสื่อบางสื่อ ที่เขาได้พูดถึงสีในเทศกาสนี้ในแง่ของการดีไซน์ เลยอยากจะยกเอาบางตอนมาฝาก..
“Cultural and Traditional Branding ในลักษณะนี้ (ธงสีและอักษรจีน) เกิดจากการสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันยาวนานจนทำให้เกิดสัญญลักษณ์ประจำถิ่น การดูแลเอาใจใส่ในวัฒนธรรมและประเพณี สามารถนำมาสร้างเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของเราได้ เพราะเอกลักษณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่สามารถที่จะลอกเลียนแบบกันได้ง่าย เพราะเป็นที่สืนทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น ใช้เวลาอันยาวนาน สิ่งนี้เองถือว่าได้เป็น “Uniqueness”เอกลักษณ์ที่โดดเด่นซึ่งสามารถนำมาสร้างเป็นแบรนด์ได้” (เขียนโดย สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์ : กรุงเทพธุรกิจ Bizweek หน้า A9 : วันที่ ๑๒-๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๐)
แม้แต่ในวางการออกแบบตกแต่งภายในบ้านเรา ที่ผมคลุกคลีอยู่ สีก็มีอิทธิพลและสามารถสร้างความรู้สึก สร้างบรรยากาศและอารมณ์ให้เกิดขึ้นกับผู้อยู่อาศัย และผู้ที่อยู่ในสัมผัสอ้อมกอดของสีได้เช่นกัน
>>สีให้ความรู้สึกแจ่มใส ให้ความสดใส ให้ความร่าเริง ให้ความสดชื่นชีวิตใหม่
>>สียังเหมาะที่จะอยู่ใน ห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร ห้องน้ำ ห้องนอน หรือแม้กระทั้งจะอยู่ในที่สาธารณะทั่วๆไป ร้านอาหาร สำนักงาน อาคาร ป้ายจราจร ทางด่วน
สุดท้ายนี้ผมก็ได้แต่หวังว่า ในวันหนึ่งวันใด เราคงจะได้เจอกันอีก ในสถานที่ที่ผมไปทำงาน หรือที่ที่ผมได้ผมได้ผ่านไปมาบ้าง อย่างน้อยๆในวันนี้ ก็ทำให้ผมได้มีความสุขที่ได้พูดคุยกับสี ผ่านทางจดหมายฉบับนี้ แม้จะเป็นการพูดเพียงฝ่ายเดียว แต่ผมก็อยากให้สี หรือผู้ที่บังเอิญได้มีโอกาสอ่านจดหมายฉบับนี้ รับรู้ว่าสีมีความสำคัญ และคุณค่าเพียงใดบ้าง ที่ควรแก่การเป็นที่..รักและเคารพ
ผมเอง…..
ปล. : จักเป็นพระคุณอย่างยิ่งถ้าคุณผู้อ่านช่วยเติมคำว่า “เหลือง” ต่อท้ายของคำว่า “สี” ในจดหมายฉบับนี้
ปล.อีกครั้ง : กรุณาอย่าคัดลอกจดหมายฉบับนี้เพื่อส่งต่อคนที่คุณรู้จักอีก ๙ คน(ลูกโซ่) ขอเพียงแค่บอกเล่าต่อๆกันไปหรือนำเอา ประโยชน์ และคุณค่าของสี(เหลือง) ไปใช้ได้บ้าง ก็คงจะเพียงพอและขอบคุณ
Author : mimd : interiorsiam

Share post:
“ประกาศยึดอำนาจ” เอาอารมณ์ทำงานกลับคืนมา!
October 17th, 2007. Published under Workplace >>. No Comments.
Share post:
อีกปัญญาที่ไม่ใช่ตัณหา.(ฮา..เอาหน่อยนะ) ซึ่งเกิดจากความปราถนาของความอยาก อยากสุข อยากสบายของคนทำงานที่บ้าน (Home office) เพราะสบายเกินไป ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ที่เป็นเจ้าของเอง และพนักงานของเราเองด้วย….
”เมื่อเกิดความอัตคัด ขาดแคลนซึ่งอารมณ์แห่งการทำงาน ก็เป็นอันว่าเปิดโอกาสและช่องว่างให้ความขี้เกียจ ความเบื่อหน่าย เสมือนการกินอิ่มเกินจนเรอ..เอออ!.(ขออภัย..ถ้าเรอดังไปหน่อยครับ) ได้เห็นช่องว่างและโอกาสที่เข้ามาทดแทน(อารมณ์การทำงาน) ได้อย่างง่ายดาย และยอมแพ้ได้อย่างราบคราบ…..” ผมมี Tips มาเล่าให้ฟัง เผื่อว่าจะชิงพื้นที่อารมณ์ของการอยากทำงานกลับคืนมา
เปรียบได้กับการทำรัฐประหาร ยึดอำนาจทางอารมณ์ในการทำงานของเรา กลับคืนมาอีกครั้ง…”
++ประกาศ++
(ฉบับที่ ๑/๒๕๕๐)
>>แยกพื้นที่ของส่วนพักอาศัย(Home) และส่วนทำงาน(Office) ออกจากกันให้ชัดเจน อาจจะแบ่งกั้นด้วยผนัง ประตูบานเลื่อน หรืออีกหลายๆอย่างแล้วแต่ลักษณะของสถานที่ และ Function การใช้งาน
>>ถ้าในส่วนทำงาน(Office) มีการเปิดต้อนรับลูกค้าอยู่ตลอดเวลา หรือค่อนข้างบ่อยในแต่ละวัน ควรจะแยกทางเข้า-ออก ของทั้งสองส่วนออกจากกัน เช่น ถ้า Office ในส่วนของ Public Zone อยู่ชั้นล่าง และส่วนพักอาศัยอยู่ชั้นบน ก็ควรจะทำบันไดที่สามารถใช้ขึ้นชั้นบนได้โดยตรงเลย เพื่อความเป็นส่วนตัว และไม่อึดอัดเวลาใช้งานพร้อมๆกัน
>>สร้างบรรยากาศให้รู้สึกคึกคัก สดชื่น กระฉับกระเฉง ในส่วนพื้นที่ทำงาน เช่น การทำช่องเปิดรับแสงแดดจากธรรมชาติภายนอกให้ส่องเข้ามาได้บ้าง การเลือกสีทาผนังบางด้านให้เป็นสีที่กระตุ้นความรู้สึกบ้าง เช่น สีเหลือง ส้ม แดง ฯลฯ หรือจะใช้วอลล์เปเปอร์ที่มีลวดลายกราฟฟิคที่ดูเหมือนมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
>>ควรจัดระเบียบเอกสาร อุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ มีชั้นเก็บของและทำป้ายกำกับบอกหมวดหมู่ต่างๆ ให้เรียบร้อย และเป็นระเบียบ เฉพาะงานก็เครียด และยุ่งอยู่แล้วในแต่ละวัน แล้วต้องมาเจอออฟฟิสรกรุงรัง ไม่เป็นระเบียบเข้าไปอีก มีหวังได้ใช้บริการประกันสังคมเพื่อขอยาแก้ปวดมากินเล่นกันเป็นกำๆแน่ๆ..555..55
>>มีมุมเล็กๆเพื่อเปลี่ยนอริยาบถ จากการทำงานได้บ้าง เช่น มุมกาแฟ นิตยสาร ทีวี เพื่อได้มาแลกเปลี่ยนพูดคุยเรื่องไร้สาระกันได้บ้าง
>>ควรปรับเปลี่ยนการตกแต่งเล็กๆน้อยๆ ของออฟฟิสบ้างเป็นครั้งคราวที่ต่างจากเดิม เช่นเปลี่ยนสีผนังใหม่บ้าง เลือกลายวอลล์เปเปอร์ลายใหม่ เปลี่ยนโคมไฟห้องประชุมที่ดูแตกต่งจากของเดิมอย่างสิ้นเชิง หรือว่าจะเปลี่ยนโต๊ะ-เก้าอี้ทำงานใหม่ๆ ทันสมัยขึ้น
>>สุดท้ายแล้วถ้าลองใช้วิธีข้างต้นที่กล่าวมาแล้วยังไม่ได้ผล…แนะนำให้ไปค้นหาความสดชื่นใหม่ๆได้ ที่นี้ครับ (ฮ่าฮ่า…. ฮา)
….+ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐+…
ผู้ประกาศ : mimd + interiorsiam
“โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง”!!!
…………………………………………………………………..
+เรื่องที่เกี่ยวข้อง+
>> HomeOffice การจัดพื้นที่ใช้สอย (1)
>> HomeOffice การจัดพื้นที่ใช้สอย (2)
Share post:
“Let’s pick up” ไปซื้อของ..เข้าบ้านกันครับ!
October 15th, 2007. Published under City Living >>. 2 Comments.
Share post:
เสาร์-อาทิตย์ ที่ผ่านมาได้ออกไปไหนกันหรือเปล่าครับ??? วันหยุดทั้งทีบางครั้งก็อยากอยู่บ้าน อยากพักผ่อน นอน..นอน..นอน..แล้วก็นอนนนนน ..
นอนไป นอนมา มองไปรอบๆบ้าน ..เฮ่อออ เบื่อ!..อยากเปลี่ยนบรรยากาศ หาอารมณ์ใหม่ๆให้กับบ้านเก่าๆดูบ้างดีกว่า??
………
..อื่มม..ม.. ..อื่มม..ม.. คิด..คิด..คิด.. Ok!
หาของแต่งบ้าน สไตล์ modern กันดีกว่า…. แล้วจะที่ไหน? แล้วไปยังไงดี? วันหยุดแบบนี้ ถ้าขี้เกียจขับรถ ก็เหนื่อยกับการขับรถมาทั้งสัปดาห์แล้วนี้ ผมมีไอเดียครับ ไป BTS กันดีกว่า..
>>เรื่มต้นทางกันที่สถานีหมอชิตเลยครับ ..ปิ๊ป..ปิ๊ป ปิ๊ป ปป <เร็วเข้า..ประตูจะปิดแล้ว!>
>>……..>>>…….>>>….>>>>
>>……..>>>…….>>>….>>>>
>>” next station..สยาม “… >>” next station..สยาม “… เดี๋ยวเรา ลงป้ายนี้กันครับ..
ว่าจะลองไปเลือกดู โซฟา หรือ อาร์มแชร์ เท่ห์ ๆ ซักตัว เอาไว้สำหรับนั่งดู ทีวี ตรง Living Room เป้าหมายปลายทางอยู่ที่ชั้น4 ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ครับ
ใช่แล้ว ” anyroom” ร้านนี้ลองเลือกดูนะครับ มีทั้ง ของตกแต่งทั่วไป เฟอร์นิเจอร์ เน้นๆ เนื้อๆ งานดีไซน์ที้งนั้น ทั้งของนอกและของใน แต่เจ้าของเป็นคนไทยเหมือนเรานี้แหละครับพี่น้อง เลือกได้ตามใจชอบ (อย่าลืมดูกระเป๋าตังส์ด้วยหล่ะ..ฮ่าๆ)

เดินดู เลือกแล้วยังไม่ถูกใจ หรืออยากจะดูเปรียบเทียบบ้าง ลองเดินไปอีกหน่อยนะครับ ที่ชั้นเดียวกันนี้ มีเฟอร์นิเจอร์สไตล์ modern ให้ลองเข้าไปดูอีกซักร้านที่ “habitat” แต่ร้านนี้จะเป็นของนอก แบรนด์ฝรั่งครับ…สวยๆทั้งนั้น (เออ..ผมหมายถึงของในร้าน และสาวๆที่เดินกัน ที่สยามดิสฯนะครับ..อันหลังนี้คอนเฟอร์ม..ชัวร์!)
ดูเสร็จแล้ว เลือกได้แล้ว เดี๋ยวขากลับถ้าย้งไม่เย็นมากนัก ลองแวะสวนจตุจักรด้วยดีกว่า (สถานีปลายทาง) หาของตกแต่งบ้าน พวกรูปภาพสวยๆ โคมไฟ แจกัน เผื่อจะได้ติดมือกลับบ้านกันบ้างครับ …
แค่นี้สำหรับวันหยุด ..ความสุข ความอิ่มใจ.. ก็ได้บังเกิดขึ้นกับเราแล้วครับ ได้เปลี่ยนบรรยากาศของการอยู่อาศัย และเพิ่มพลังชีวิต…คุณๆทั้งหลาย จะลองใช้เวลากับวันหยุด แบบนี้บ้างก็ไม่ว่ากันนะครับ ถ้าได้อะไรมาตกแต่งบ้านกัน ลองเอามาอวดกันบ้างนะครับ ไว้แลกเปลี่ยนไอเดียกัน…..
>>……..>>>…….>>>….>>>>
>>……..>>>…….>>>….>>>>
>>” next station..หมอชิต ”… >>” next station..หมอชิต “…ป้ายนี้ ผมต้องลงแล้วครับ!…..ปิ๊ป..ปิ๊ป ปิ๊ป ปป
Author : mimd + interiorsiam
Share post:
“Home Office”
October 11th, 2007. Published under Workplace >>. 4 Comments.
Share post:
Working@Home
หลายคนอิจฉาคนที่ทำงานอยู่ที่บ้าน Home Office ไม่ต้องตื่นเช้า (เช้าๆนี่แหละหลับสบายที่สุด..จริงไหม๊ครับ?) ไม่ต้องแย่งหาที่ว่างบนท้องถนน และการเดินทาง
ตื่นขึ้นมาล้างหน้า แปรงฟัน เดินลงลงมากินกาแฟ อ่านหนังสือพิมพ์ มีเวลาเตรียมตัว เตรียมงานก่อนใคร(ถ้าไม่ตื่นสายนะ)
หลายคนเริ่มปรับเปลี่ยนบ้านเป็นสำนักงาน เป็นฐานบัญชาการเล็กๆ เริ่มต้นธุระกิจย่อมๆ ก่อร่างสร้างตัวด้วยต้นทุนที่จำกัด และที่ไม่อาจปฎิเสธได้เลยคือ “ไม่อยากเป็นบ่าวไพร่ ของใครอ่ะพี่”
การเตรียมตัวรับมือสำหรับ Works at Home เพื่อที่จะทำ Home Office ปํญหาร้อยแปดที่จะต้องคำนึงถึง เนื่องจากว่าบ้านที่เราจะปรับเปลี่ยนนั้น ได้มีการออกแบบมาเพื่อสำหรับอยู่อาศัยโดยเฉพาะ ฉะนั้นการออกแบบพื้นที่ใช้สอยนั้นจึงเน้นไปอยู่ที่การพักผ่อน และอยู่อาศัยเป็นประเด็นหลัก การที่เราจะเพิ่มการใช้งานสำหรับ Office เข้าไปด้วยนั้น จึงเป็นภาระหน้าที่อีกอย่างที่จะต้องจัดสรรปันส่วนให้ดี ระหว่างส่วนที่อยู่อาศัย และส่วนทำงาน
เริ่มตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ให้สัมพันธ์กัน ของขนาดของธุรกิจ และจำนวนคน พร้อมทั้งแบ่งส่วนที่เป็นพื้นที่ความเป็นส่วนตัว(อยู่อาศัย) เพื่อแยกแยะความรู้สึกของการทำงานและพักผ่อนออกจากกัน อย่างชัดเจน (ป้องกันการแอบไปงีบตอนบ่ายๆ..<ฮา>)
อย่างไรแล้วไม่ว่าเราจะทำงานที่บ้านหรือออฟฟิส ก็ขอให้มี ความสุขในการทำงาน และ ทำงานอย่างมีความสุข
คราวหน้าเราจะเริ่มทำงานกันเลยครับ…..
คำเตือน : หลังเลิกงาน ก่อนกลับบ้านทุกครั้ง อย่าลืมปิดไฟ ดับสวิทซ์ กันนะครับ..
Author : mimd+ interiorsiam
Share post:
“Chairwalker..เก้าอี้-ออกเดิน”
October 10th, 2007. Published under Furniture >>. No Comments.
Share post:
วันนี้ผมอยากเป็นปลื้มกับ คนไทย(บางคน) ครับ !
“ผมอายเหลือเกินเมื่อครั้งที่ต้องวางสินค้าในงานแฟร์ครั้งแรก มีแต่คนหัวเราะเรา ครั้นจะบอกว่ามันเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ก็ไม่กล้า จนถึงวันสุดท้ายของงาน มีกลุ่มชาวต่างชาติเข้ามาถาม เราก็นำเสนอว่ามันคือเฟอร์นิเจอร์เพื่อสิ่งแวดล้อม พวกเขาสนใจและซื้อสินค้าของเราเกือบทั้งหมดทีเดียว” คำกล่าวบางส่วนของ ดร.สิงห์ อินทรชูโต
ใครบางคนหรืออาจจะหลายๆคน จะไปคิดว่าเศษไม้ เศษวัสคุเหลือใช้ที่เขากำลังจะทิ้ง จะมีมูลค่าได้เกินตัว
ใครบางคนหรืออาจจะหลายๆคน จะไปคิดว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากเศษวัสดุเหลือใช้ จะมีหน้าตาแบบนี้
ใครบางคนหรืออาจจะหลายๆคน จะไปคิดว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากเศษวัสดุเหลือใช้ จะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับโลกได้มากก่วาเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากยุโรปบางตัวที่มีราคาหลายสิบหมื่น
การก้าวย่างของ Chairwalker เปรียบเสมือนสัญญลักษณ์
ของการก้าวย่างวงการดีไซน์ ที่ ดร.สิงห์ อินทรชูโต ได้ทำให้ปรากฎ
เขียนถึงบรรทัดนี้ ทำให้ผมนึกถึงคำพูด อมตะระดับเทพ ของใครบางคน
เป็นคนคนเดียวกันกับ คนที่คิดค้นทฤษฏีสัมพันธภาพ (E=mcยกกำลัง2)
เขาบอกพวกเราให้รู้ว่า…….
…….
…….
“จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” < Albert Einstein’s Said >
Share post:
“City Living”
October 9th, 2007. Published under City Living >>, Livingplace >>. No Comments.
Share post:
The Door Closed (บทส่งท้าย)
น่าจะเป็นบทสรุปส่งท้ายแล้วนะครับ สำหรับ Tips & Trics ต่างๆ ของ City Living (อยู่อย่างคนเมือง-มนุษย์ตึก) คิดว่าคงจะเป็นประโยชน์กันได้บ้าง และคงพอมี่ Ideas กัน ความจริงการออกแบบไม่มีที่สิ้นสุด และไม่มีบทส่งท้ายอย่างชื่อเรื่องของวันนี้หรอกครับ ตราบใดที่โลกยังหมุนอยู่ เรายังต้องดำเนินชิวิตกัน คนก็ยังคงคิดค้นดิ้นรนกันอยู่ และยังมีความดื้อทางความคิด(อันนี้ของผมเองนะครับ…)
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Tips & Trics ต่างๆ ที่เสนอไปนั้น อยากให้คิดซะว่าเป็นความคิดเห็น ที่ได้มาจากการเรียนรู้ ศึกษา ประสบการณ์ชีวิตและการทำงานของผม ใช่ว่าจะเป็นกฎเกณฑ์ตายตัว หรือเป็นข้อกำหนดใดๆ ยังคงสามารถปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับความเหมาะสมตามยุคสมัย สภาพแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม รสนิยม กระแสนิยมต่างๆ และปรับมาใช้ให้เข้ากับเรามากที่สุด
>>โดยเลือกเอาสิ่งที่ดีและเหมาะกับเราเป็นสิ่งที่สำคัญนะครับ
และสิ่งที่สำคัญที่สุดของการออกแบบตกแต่งสำหรับที่อยู่อาศัยของเราคนเมืองนั้น คือการได้มีความสุข พักผ่อนและผ่อนคลาย สบายใจ ปลอดภัยอย่างที่ไม่ได้มีความรู้สึกเคลือบแคลงใดๆในใจ เวลาที่เราอยู่ในที่ของเรา โดยมีความเป็นเมืองแวดล้อมเราอยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ยามที่เรามองผ่านออกมาจากหน้าต่างของบ้าน และหน้าต่างของชีวิต เราได้เห็นความเคลื่อนไหว ทั้งแนวดิ่งและแนวราบ ในบริบทของเมือง เพื่อเป็นพลังแห่งชีวิตและจิตใจ……..
………
Share post:
“ที่ว่าง”..ยังมี !!..(แค่ลองเปลี่ยนมุมมอง)
October 8th, 2007. Published under City Living >>, Livingplace >>. No Comments.
Share post:
STORAGE (เก็บให้เป็นที่เป็นทาง)
ปัญหาอีกอย่างที่เห็นอยู่เสมอๆ เวลาที่ผมไปปาร์ตี้กับพรรคพวก เพื่อนฝูงที่อยู่ตามคอนโดฯ หรือทาวน์เฮาส์ … คือข้าวของหาที่เก็บเป็นที่ เป็นทางค่อนข้างลำบาก เพื่อนผมมันบอกว่า “เฉพาะแค่พื้นที่ใช้งานในบ้านนี้ก็แทบจะเอาตัวไม่รอดแล้ว” ลองดูวิธีนี้ดูครับ….สังเกตุดูรอบๆ ว่ามีซอกมุมไหนบ้างที่ดูแล้วไม่ค่อยได้มีประโยชน์ หรือว่าเป็นจุดอับของบ้าน แล้วลองคิดหาวิธีจัดการเปลี่ยนตรงนั้นให้เป็นประโยชน์ ใช้เป็นที่เก็บของซะ เป็นต้นว่า
>>ใต้บันไดก็ทำเป็นตู้เก็บของ แล้วทำบานเลื่อน เปิด-ปิดให้มิดชิดเพื่อบังสายตาไม่ให้มองเห็น <<
>>เหนือตู้ครัว ถ้ามีที่ว่างพอระหว่างหลังตู้กับฝ้าเพดาน ก็ทำเป็นชั้นเก็บของ<<
>>ชั้นวางหนังสือแทนที่เราจะวางไว้กลางบ้าน ก็เลื่อนเข้า หรือทำเป็นตู้บิลท์อินชิดเข้าผนังด้านใดด้านหนึ่ง<<
>>ใต้เตียงเราก็ยังสามารถทำเป็นลิ้นชัก เก็บของใช้ต่างๆได้อีกเยอะแยะครับ<<
เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อย เพื่อให้เกิดเป็น Ideas และให้พอเห็นภาพ ที่นี่ลองกลับไปดูที่บ้านดู และลอง เปลี่ยนมุมในการมอง ไม่แน่นะครับเราอาจจะมองเห็นที่เก็บของในบ้านเราอีกเยอะแยะ มากกว่าที่ผมยกตัวอย่างมาก็เป็นได้…ลองดูอีกทีซิครับ หรือหลายๆทีก็ได้…(ยิ้มม..)
*ตู้เก็บของ Built-in ชิดผนัง-บานตู้กรุกระจกเงา..ช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้นอีก*

Share post:
อาบน้ำกันหรือยัง..??
October 7th, 2007. Published under City Living >>, Livingplace >>. 1 Comment.
Share post:
Bathroom (ห้องน้ำ)
“ไปอาบน้ำได้แล้ว..!!” สมัยเด็กๆ ผมโดนแม่ผมไล่ไปอาบน้ำแบบนี้เกือบทุกวัน ไม่รู้เป็นไงผมว่าเด็กๆกับการอาบน้ำนี่เป็นเรื่อง ออกจะเป็นแนวคู่ขนานกันซะส่วนใหญ่ มักจะสนุกกับการได้ไปวื่งเล่น นอกบ้านกับเพื่อนๆ หลังเลิกเรียน กลับถึงบ้านอีกทีก็เกือบๆมืดทุกที ยิ่งเสาร์-อาทิตย์ไม่ต้องพูดเลยครับ หายทั้งวัน หิวค่อยกลับมาหาอะไรกิน แล้วก็รีบกลับไปเล่นต่ออีก…

นึกถึงเรื่องโดนจ้ำจี้จ้ำไชให้ไปอาบน้ำขึ้นมา วันนี้ก็เลยอยากเขียนเรื่อง ออกแบบห้องน้ำ ขึ้นมาทันที นั่งนึกอยู่เหมือนกันนะครับว่าวันหยุดวันนี้จะเขียนเรื่องอะไรดีหนอ ? แต่ก็ยังเป็น Tips สำหรับบ้านในเมือง อยู่เหมือนเคยนะครับ จะได้ต่อเนื่องจากเรื่องก่อนๆหน้านี้หน่อย
ส่วนใหญ่ห้องน้ำมักจะถูกออกแบบให้มี ขนาด และพื้นที่น้อยที่สุดในบ้านอยู่เสมอ โดยเฉพาะตาม ตึกแถว ทาวน์เฮาส์ คอนโดฯ (มนุษย์ตึกโดนอีกแล้ว) คิดแล้วถ้าห้องน้ำมันมีชีวิตและลุกขึ้นมาเรียกร้องอะไรได้ มันคงออกมาเดินขบวน (Mob) ด้วยความน้อยใจในจัดลำดับของการให้ความสำคัญกันบ้างแน่ๆ..
>>การเลือกใช้โทนสี ควรเลือกใช้โทนสีโดยรวมเป็นโทนสีอ่อนเป็นหลัก เพื่อให้เกิดความสบายตา และดูโล่ง สะอาดตา <<
>>ส่วนของเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า วัสดุที่ใช้ควรเป็นวัสดุที่มีพื้นผิวเงามัน เพื่อต้องการเงาสะท้อน ส่องสว่าง เช็ดทำความสะอาดง่าย เพราะจะไม่เก็บกักฝุ่น เช่น หินแกรนิต หินสังเคราห์ สแตนเลส กระจกสี(Laminate) เป็นต้น<<
>>กระจกเงา ควรเลือกใช้ขนาดที่ใหญ่กว่าขนาดทั่วไป ยิ่งใหญ่ ยิ่งดี แต่ก็ต้องอย่าลืมให้ความสำคัญ ในเรื่องความเหมาะสมกับนังที่ติดตั้ง และความสวยงามด้วย หรือว่าจะออกแบบให้เป็นตู้เก็บของใช้เล็กๆน้อยที่ใช้ประจำวันสำหรับในห้องน้ำ แล้วทำบานเปิดตู้เปิด-ปิด เป็นกระจกเงา ก็จะได้ ประโยชน์ใช้สอยได้หลายอย่างแบบ 2 in 1 ไปในตัวด้วยนะครับ<<
>>คงไม่เหมาะแน่นอน ถ้าเราจะมีอ่างอาบน้ำ สำหรับคอนโดฯ หรือห้องน้ำที่มีขนาดเล็กกว่า 12 ตรม.(แต่ถ้าอยากอาบแบบมีอ่าง ไปอาบข้างนอกดีกว่าครับ…<ฮา>) ควรใช้เป็น Shower อาบกันจะดีกว่า นอกจากจะไม่เสียพื้นที่แล้ว ไลส์สไตล์ชีวิตคนเมืองอย่างเราส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยได้มีเวลามากพอทีจะอาบแบบ ใช้อ่างอาบน้ำกันอยู่แล้วนี้ครับ
“ไปอาบน้ำได้แล้ว..!!” มีเสียงตะโกนมาครับ แต่คราวนี้ไม่ใช่เสียงแม่ผมแน่นอน…เพราะคนนี้ดุกว่าแม่ผมเยอออะ..(ฮา..)
Share post:
“บางอย่างก็ต้องซ่อน..บางอย่างก็ต้องโชว์”
October 5th, 2007. Published under City Living >>, Livingplace >>. No Comments.
Share post:
Electronic Equipment
พื้นที่ ที่มีค่อนข้างจำกัด สำหรับบ้านในเมือง หรือ คอนโดฯ รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆจึงจำเป็นแทบจะขาดไม่ได้สำหรับชีวิตสมัยใหม่ (มนุษย์ตึกอย่างพวกเรา..) และโดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า Accessories นาๆประการ
สายไฟไม่ควรจะปล่อยเกะกะ รกหูรกตา เป็นอย่างยิ่งครับ “อะไรแค่สายไฟ เรื่องเล็กๆแค่นี้เองนี้..??” (มีบางคนแอบแย้งขึ้นมาบ้าง..ฮา) ครับ!… เรื่องเล็กๆแค่นี้เหละครับ ตัวดีเลย ไม่เชื่อลองก้มลงไปดูใต้โต๊ะทำงาน ที่คุณกำลังเปิดคอมพิวเตอร์อยู่ตอนนี้ดูซิครับ
“……………???” ถ้าพื้นที่เราเล็กและจำกัด เรื่องนี้ไม่ควรมองผ่านนะครับ นอกจากจะเกะกะ ทำให้ห้องไม่สวยแล้ว ยังทำให้เกิดอุบัติเหตุเดินสะดุดข้าวของเสียหายได้อีก
เพราะฉะนั้นควรวางแผนตั้งแต่แรกนะครับ ต้องกำหนดตำแหน่ง และเลือกประเภทของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ไว้ เพื่อว่า Interior Designer จะได้ออกแบบ และกำหนดตำแหน่งปลั๊ก สวิทซ์ ต่างๆไว้ให้เหมาะสมและสวยงามเป็นระเบียบ ซึ่งจะง่ายต่อการใช้งานและปรับเปลี่ยนในอนาคต….วิธีการออกแบบของ Interior Designer ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของสถานที่แต่ละที่ครับ เช่น ออกแบบโดยการเดินสายไฟซ่อนไว้ในผนังที่ตกแต่งขึ้น หรือ ซ่อนไว้บนฝ้าเพดาน ฯลฯ…
นอกจากสายไฟแล้ว อุปกรณ์สื่อสาร อิเล็กโทรนิค ต่างๆ ก็ต้องเลือกใช้ประเภทที่กะทัดรัด บางเบา เคลื่อนย้ายง่ายๆ เหมาะกับขนาดของพื้นที่และห้องของเราด้วย เช่น โทรศัพท์แบบไร้สาย(โดยเฉพาะมนุษย์ตึก) เรื่องระยะทางของสัญญาณไม่น่ามีปัญหาอยู่แล้ว อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เตาไฟฟ้า เตาไมโครเวฟ
จริงๆแล้วพวกเราคนเมืองส่วนใหญ่แล้ว ก็มักนิยมเลือกอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ดูทันสมัย ดีไซน์สวยๆกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น LCD-TV /DVD/Home Theater/หรือแม้กระทั่ง Air Condition สมัยนี้ดีไซน์ได้สวยงาม เล็กและบางกว่าเดิมเยอะ เราสามารถนำของเหล่านี้มาวางโชว์ ให้เป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งได้เป็นอย่างดีอีกด้วยนะครับ
“บางอย่างก็ต้องซ่อน บางอย่างก็ต้องโชว์” …จริงไหม๊ครับ…???
Author : mimd


